ตอนที่ 135 ลมหายใจที่สอดประสาน
ตอนที่ 135 ลมหายใจที่สอดประสาน
ในตอนที่จี้เยี่ยนจื๋อนั่งลงบนเก้าอี้ หางตาก็พลันเหลือบไปเห็นเสิ่นมู่หลานที่กำลังจ้องมองจี้ทิงด้วยสายตาแปลกประหลาด
เสิ่นมู่หลานมองอยู่ครู่หนึ่งก็ลอบกลืนน้ำลาย จ้องอีกครู่หนึ่งก็กลืนน้ำลายอีกหน นี่มันสีหน้าหื่นกามแบบไหนกัน?
“เสิ่นมู่หลาน” จี้เยี่ยนจื๋อเรียกชื่ออีกฝ่ายทว่ากลับไร้เสียงตอบรับ พอเรียกครั้งที่สองเขาจึงกดน้ำเสียงให้หนักขึ้น “เสิ่นมู่หลาน!”
“ฮะ?”
จี้เยี่ยนจื๋อสีหน้าถมึงทึงลง “นายไม่ไปดูหมานายหน่อยเหรอ เดี๋ยวมันก็ตกลงไปในสระน้ำอีกหรอก”
เอาเถอะ... นี่คงจะไล่ฉันไปเพื่อให้ได้อยู่กันสองต่อสองกับจี้ทิงล่ะสิ
เสิ่นมู่หลานเผยยิ้มแห้งๆ ที่ดูพิลึกพิลั่นออกมา “เออๆ จริงด้วย ฉันควรจะไปดูมันหน่อย”
หลังจากเสิ่นมู่หลานเดินออกไป จี้เยี่ยนจื๋อก็เลียนแบบท่าทางของจี้ทิงด้วยการเชิดหน้าขึ้น แล้วถลึงตาใส่จี้ทิงไปทีหนึ่ง โดนคนอื่นจ้องขนาดนั้นยังไม่รู้ตัวอีก ท่อนไม้ชัดๆ
จี้ทิงเข้าใจความหมายของสายตานั้นผิดไป จึงเอ่ยถามว่า “ไม่สบายตัวเหรอครับ?”
จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว “ฉันกำลังให้นายดูว่าเวลาแหงนหน้ามองมาจากข้างหลังแบบนี้มันดูน่าเกลียดขนาดไหน”
จี้ทิงกะพริบตาปริบๆ “ไม่น่าเกลียดนะครับ ใบหน้าของพี่พอมองจากมุมนี้ก็ยังดูดีอยู่ดี”
จี้เยี่ยนจื๋อพลันเงียบกริบ ริมฝีปากเม้มตรงสนิท ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้ส่งเสียงหึในลำคอ “เดี๋ยวนี้รู้จักพูดจาประจบเอาใจแล้วงั้นเหรอ”
จี้ทิงชะงักไปอย่างงุนงง [นี่คือการประจบเอาใจแล้วงั้นเหรอ?]
เขาก้มลงมองจี้เยี่ยนจื๋อแล้วเอ่ยว่า “การรับรู้เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ก็นับว่าเป็นโรคอย่างหนึ่งนะครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อหัวเราะฮึออกมาอย่างเย็นชา “นายนี่รู้เยอะดีจังนะ แล้วยังมีโรคแปลกประหลาดอะไรอีกไหม ลองว่ามาสิ”
แปลกประหลาดงั้นเหรอ... จี้ทิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “มีโรคหนึ่งเรียกว่าอาการหัวนมเศร้า [1] ครับ”
“อะไรนะ?” จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้ว “หัวนมมันจะไปเศร้าเองได้ยังไง?”
“ไม่ใช่ตัวมันที่เศร้าครับ แต่เมื่อหัวนมถูกสัมผัสหรือได้รับการกระตุ้น ผู้ป่วยจะเกิดอารมณ์ด้านลบขึ้นมาทันที เช่น รู้สึกโศกเศร้าอย่างหนัก วิตกกังวล หรืออยู่ๆ ก็รู้สึกผิดและว่างเปล่าขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ”
“เป็นมาแต่กำเนิดเหรอ?”
“มีปัจจัยนั้นอยู่บ้างครับ แต่พี่ไม่ต้องกังวลไป พี่ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด และในอนาคตก็คงไม่เป็นเหมือนกัน”
จี้เยี่ยนจื๋อมองเขา “ทำไมนายถึงมั่นใจนัก?”
จี้ทิงอธิบายว่า “เพราะโรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการกดทับทางจิตใจและอารมณ์ที่อัดอั้น แต่พี่มีอะไรก็ระเบิดออกมาเดี๋ยวนั้น พี่ไม่เคยกดดันตัวเองหรอกครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อถลึงตาใส่เขาพลางเอ่ยประชด “ขอบใจนะ!”
“ไม่เป็นไรครับ”
ที่ชั้นล่าง เสิ่นมู่หลานนั่งเท้าคางมองเจ้าโต้วเปาที่อยู่ในเครื่องเป่าแห้งอย่างใจลอย
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงกริ่งก็ดังขึ้นเบาๆ แจ้งเตือนว่ามีคนมาเยือนอีกคน
เสิ่นมู่หลานดึงสติกลับมา เห็นชายสวมแว่นคนหนึ่งเดินเข้ามา “สวัสดีครับคุณเสิ่น ผมฟางเจี๋ย เลขาของประธานจี้ครับ”
“อ๋อ สวัสดีครับ”
ฟางเจี๋ยชูไม้แขวนเสื้อสองอันที่มีถุงคลุมไว้ในมือพลางยิ้ม “ผมเอาชุดมาส่งให้ประธานจี้กับคุณชายรองครับ ตอนนี้สะดวกรับไหมครับ?”
เสิ่นมู่หลานมองเสื้อผ้าในมือนั้นแล้วจู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมา
ถึงขั้นให้เลขาบึ่งรถมาส่งให้ แทนที่จะให้จี้ทิงใส่เสื้อผ้าของเขา... ไอ้ความปรารถนาที่จะครอบครองจนเกินพอดีนี่มันช่างน่ากลัวจริงๆ
ฟางเจี๋ยเห็นท่าทางนั้นจึงถามว่า “คุณเสิ่น มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”
“เปล่าครับๆ” เสิ่นมู่หลานยิ้มแห้ง “พวกเขาอยู่ข้างบนน่ะ เดี๋ยวผมพาขึ้นไป”
“ขอบคุณครับ”
เมื่อทั้งสองขึ้นไปข้างบน จี้ทิงก็เป่าผมให้จี้เยี่ยนจื๋อเสร็จพอดี ฝีมือดูดีกว่าตอนที่จี้เยี่ยนจื๋อเป่าให้เขาตั้งเยอะ
ฟางเจี๋ยส่งเสื้อผ้าให้ทั้งคู่ หลังจากสองพี่น้องเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยก็เตรียมตัวจะกลับ
ก่อนไป เสิ่นมู่หลานรั้งจี้เยี่ยนจื๋อไว้ แล้วหันไปบอกจี้ทิงว่า “เสี่ยวทิง นายไปรอที่รถกับเลขาฟางก่อนนะ ฉันมีธุระจะคุยกับพี่ชายนายสองสามคำ”
จี้ทิงพยักหน้าก่อนบอกลา “คุณเสิ่น ลาก่อนครับ”
เสิ่นมู่หลานโบกมือลา เมื่อเห็นทั้งคู่เดินออกไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าเขาก็เลือนหายไปทันที
“จี้เยี่ยนจื๋อ”
จี้เยี่ยนจื๋อมองท่าทางเคร่งเครียดที่ดูผิดวิสัยนั่นแล้วเอ่ย “มีอะไรก็รีบพูดมา”
เสิ่นมู่หลานสูดหายใจเข้าลึกด้วยความรู้สึกอ่อนใจ “นายก็อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว อาศัยช่วงที่ยังหนุ่มฟิตหุ่นเป๊ะแบบนี้ หาคนที่เหมาะสมมาลองคบหาดูใจกันสักคนเถอะ”
จี้เยี่ยนจื๋อมองเขาด้วยสายตาราบเรียบอยู่สองสามวินาทีก่อนจะเอ่ย “เสิ่นมู่หลาน ถ้านายจะสติแตกก็อย่ามาลงที่ฉัน ฉันไม่มีวันตามใจนายหรอกนะ”
“นี่ฉันหวังดีกับนายนะ!” เสิ่นมู่หลานทำหน้าตาจริงจัง “คนเราถ้าไม่สร้างความสัมพันธ์แบบคนรักตามปกติเป็นเวลานานๆ จิตใจมันจะบิดเบี้ยวเอาได้นะเว้ย”
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้ม “ทำไม หรือนี่เป็นข้อสรุปจากประสบการณ์ตรงของนายเองงั้นเหรอ?”
“นาย...”
จี้เยี่ยนจื๋อคร้านจะต่อความยาวสาวความยืด “ไปล่ะ”
“เดี๋ยวๆ รอก่อน” เสิ่นมู่หลานเดินอ้อมมาขวางหน้าเขาไว้ “ถ้านายไม่ยอมคบใครก็ช่างเถอะ แต่เสี่ยวทิงน่ะอยู่ในช่วงวัยรุ่นที่ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านนะ ให้เขาได้คบคนอื่นบ้างจะเป็นไรไป”
แววตาของจี้เยี่ยนจื๋อพลันเยือกเย็นขึ้นมาทันที เขากวาดสายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า “เสิ่นมู่หลาน ทางที่ดีนายควรเก็บความเพ้อเจ้อไม่เข้าเรื่องนั่นไปซะ ไม่อย่างนั้นคนเราจะดูน่าเกลียดได้เพราะความคิดเพ้อฝันโง่ๆ ของตัวเองนะ”
เสิ่นมู่หลานอึ้งไปครู่หนึ่งถึงเพิ่งจะนึกออก “เดี๋ยวสิ นายคิดว่าฉันอยากจะ...”
เขายังพูดไม่ทันจบ จี้เยี่ยนจื๋อก็ปรายตาคมปลาบใส่ทีหนึ่งก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป
เสิ่นมู่หลานโกรธจนแทบจะหายใจไม่ออก ให้ตายเหอะ... ตกลงใครกันแน่ที่มีความคิดไม่ซื่อกับจี้ทิง!!
...
ระหว่างทางขากลับ จี้เยี่ยนจื๋อให้ฟางเจี๋ยกลับบ้านไปก่อน ส่วนตัวเองขับรถพาจี้ทิงกลับ
“จี้เยี่ยนจื๋อ วันนี้ผมไม่กลับตระกูลจี้นะครับ” จี้ทิงเอ่ย
[ถึงหลิงซีอาจจะถูกลู่เหยียนชูพาตัวไปแล้ว แต่ฉันก็ไม่อยากฉลองตรุษจีนกับสองคนนั้นอยู่ดี อยู่ข้างนอกน่าจะดีกว่า]
จี้เยี่ยนจื๋อได้ยินเสียงในใจนั้นอย่างชัดเจน แต่กลับยังแสร้งถามว่า “แล้วนายจะไปไหน?”
“อืม... ผมจะพักที่โรงแรมสักสองวัน รอไปเที่ยวกับจางซวี่ในวันส่งท้ายปีเก่าครับ”
เมื่อจี้เยี่ยนจื๋อได้ยินดังนั้นจึงประกาศกร้าว “ฉันไม่นอนโรงแรม”
จี้ทิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องอ้อออกมาอย่างเข้าใจ “พวกเรายังต้องนอนด้วยกันนี่นา”
บื้อจนกู่ไม่กลับจริงๆ จี้เยี่ยนจื๋อค่อนขอดในใจ
จี้ทิงเม้มริมฝีปากอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปรึกษาเขาว่า “ถ้างั้น สองวันนี้พวกเราไปนอนที่ห้องทำงานของพี่ได้ไหมครับ?”
จี้เยี่ยนจื๋อทำท่าทางไว้ตัว “เดี๋ยวฉันจะลองคิดดู”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่รถกลับมุ่งหน้าตรงไปยังกลุ่มบริษัทซื่อลี่และพาคนเข้าไปทันที
ทั้งคู่มาถึงที่หมายในเวลาสี่ทุ่มกว่า หลังจากต่างคนต่างยุ่งอยู่ครู่หนึ่ง จี้ทิงก็ถูกจี้เยี่ยนจื๋อไล่ให้ไปนอนพักผ่อน
ผ่านไปหลายชั่วโมงจนเข้าสู่ช่วงเช้ามืด
จี้ทิงครึ่งหลับครึ่งตื่นคล้ายกับได้ยินเสียงไอแว่วมาสองสามครั้ง เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ลมหายใจที่หนักหน่วงข้างกายพลันชัดเจนขึ้นในทันที
เขาเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียง เห็นจี้เยี่ยนจื๋อนอนตะแคงหลังให้เขา ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ
จี้ทิงไม่ได้ส่งเสียงเรียก แต่เดินลงจากเตียงแล้วเดินอ้อมไปดูอีกฝั่งหนึ่ง
สีหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อบ่งบอกว่าเขากำลังนอนหลับไม่สนิท คิ้วขมวดมุ่นเข้าหากัน และเผยอปากหายใจหอบเล็กน้อย
จี้ทิงนั่งลงข้างเตียง สังเกตอาการอย่างเงียบเชียบครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยื่นมือออกไปประคองที่ท้ายทอยของจี้เยี่ยนจื๋อ
จี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกตัวรางๆ เขาพยายามฝืนลืมตาขึ้น ก็เห็นจี้ทิงกำลังโน้มตัวลงมาหา หัวใจของเขาพลันบีบรัดจนเต้นผิดจังหวะ “เจ้าหูน้อยจี้ นายจะทำอะไร!”
“อยู่นิ่งๆ ครับ”
วินาทีต่อมา ใบหน้าของจี้ทิงก็แนบชิดลงบนใบหน้าของเขา รูม่านตาของจี้เยี่ยนจื๋อขยายกว้าง กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างเกร็งเขม็งเข้าหากันในทันที
เชิงอรรถ
[1] อาการหัวนมเศร้า (Sad Nipple Syndrome /SNS) คือภาวะทางจิตอารมณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบอย่างเฉียบพลัน เช่น เศร้า หวาดกลัว โหยหาบ้าน หรือหดหู่ใจ เมื่อหัวนมถูกกระตุ้นหรือสัมผัส
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^