LNCrawler

ตอนที่ 140 คำโกหกที่ถูกจับได้

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 140 คำโกหกที่ถูกจับได้

        จี้ทิงจ้องมองเขาเงียบๆ อยู่สองวินาที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จี้เยี่ยนจื๋อ นิสัยชอบควบคุมคนอื่นของพี่ มันลามไปถึงคนอื่นด้วยเหรอ?”

       “นายหมายถึงใคร จางซวี่เหรอ?”

       “ก็เมื่อกี้พี่เพิ่งบอกว่าจะจัดการเขาไม่ใช่หรือไง?”

       จี้เยี่ยนจื๋อเห็นท่าทางไม่รู้จักดีชั่วของอีกฝ่ายก็ให้รู้สึกโมโหจนทำอะไรไม่ถูก “ที่ฉันพูดแบบนั้นก็เพราะว่าถ้านายไปทำเรื่องเลวร้ายอะไรเข้า มันต้องเป็นเพราะหมอนั่นเสี้ยมสอนแน่ๆ”

       จี้ทิงขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย “พี่พูดจาเหมารวมเกินไปแล้ว คนเราทุกคนต่างก็มีตัวตนเป็นของตัวเอง การเสี้ยมสอนเป็นเพียงปัจจัยภายนอกเท่านั้น ปัญหาหลักมันอยู่ที่ตัวเองไม่หนักแน่นพอต่างหาก”

       นัยน์ตาคมลึกของจี้เยี่ยนจื๋อหรี่ลง เขาเอื้อมมือไปบีบแก้มอีกฝ่าย “เจ้าหูน้อยจี้ ฉันพูดคำเดียวนายเถียงกลับสิบคำ เดี๋ยวนี้กล้าดีนักนะ?”

       จี้ทิงใช้หลังมือปัดมือเขาออก จี้เยี่ยนจื๋อจึงเปลี่ยนไปบิดหูเขาแทน “ว่าไง ยังจะเถียงอีกไหม?”

       “ผมไม่ได้เถียง ผมแค่บอกว่าสิ่งที่พี่พูดมันไม่ถูก”

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็น “ฉันจะเตือนนายไว้หน่อยนะ ว่าสิ่งที่นายทำอยู่ตอนนี้แหละที่เรียกว่าการเถียง”

       ในจังหวะนั้นเอง คนขับรถก็เคาะประตูจากด้านนอก “ประธานจี้ครับ รถเตรียมพร้อมแล้วครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อบีบหูอีกสองสามทีก่อนจะยอมปล่อยมือ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ลงไปส่งฉันข้างล่าง”

       “ไม่ส่งครับ”

       “งั้นไอ้ถุงน่าเกลียดนั่นของนายก็ทิ้งไว้ให้มันขึ้นราอยู่ที่นี่แล้วกัน”

       จี้ทิงมองเขาแวบหนึ่ง [แทสเมเนียนไม่มีเหตุผลเลยสักนิด]

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นเสียงเฮอะในลำคอ ขาไม่สนใจต่อเสียงบ่นในใจของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

       แต่ถึงอย่างนั้น จี้ทิงก็ยังลงมาส่งจี้เยี่ยนจื๋อที่ลานจอดรถอยู่ดี เขาวางถุงลงบนเบาะหลังและเตรียมจะผละจากไป แต่กลับถูกจี้เยี่ยนจื๋อเรียกเอาไว้ “มานี่”

       จี้ทิงเดินเข้าไปหา จี้เยี่ยนจื๋อก็สั่งต่อ “ยื่นมือออกมา”

       จี้ทิงทำตามอย่างว่าง่าย จากนั้นบัตรเครดิตสีดำขอบทองใบหนึ่งถูกวางลงบนฝ่ามือของเขา

       “ออกไปเที่ยวก็เที่ยวให้สนุก ห้ามไปใช้เงินคนอื่น และห้ามไปเที่ยวเอาเปรียบใครเขาทั่วไปหมด”

       ความจริงจี้เยี่ยนจื๋อรู้ดีว่าที่จี้ทิงไม่อยากกลับตระกูลจี้ แต่ก็ไปบ้านตระกูลเจียงกับเขาไม่ได้ จึงเลือกที่จะออกไปเที่ยวข้างนอกในวันส่งท้ายปีเก่า

       ในเมื่อเป็นเช่นนั้น อย่างน้อยก็ควรจะเที่ยวให้มีความสุขหน่อย

       จี้ทิงเงยหน้าขึ้นมองอย่างงงๆ “ผม...”

       จี้เยี่ยนจื๋อเลื่อนกระจกรถขึ้นทันที จากนั้นรถเคลื่อนตัวออกจากหน้าเขาไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้คืนบัตร

       จี้ทิงมองตามท้ายรถไป แล้วก้มมองบัตรในมือพลางเม้มริมฝีปาก

       ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง จี้ทิงก็กลับมาถึงบ้านที่หมู่บ้านซินซินเพียงลำพัง

       เขาเข้าบ้านไปเปิดหน้าต่างระบายอากาศ จากนั้นก็จัดของง่ายๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์และกุญแจออกจากบ้านไปอีกครั้ง

       ในซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มไปด้วยผู้คน จี้ทิงซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันก่อน เขาหยิบแชมพูและกระดาษชำระติดมือมาเยอะหน่อย เพื่อว่าสวีเหรินกับคุณตามาถึงแล้วจะได้มีใช้

       ตอนที่เดินผ่านชั้นวางคำอวยพรวันตรุษจีน เขาหยุดมองอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ไม่ได้หยิบมา

       จี้ทิงเข็นรถไปยังโซนแช่เย็น เขาเลือกเกี๊ยวไส้เนื้อล้วนมาหนึ่งห่อจากบรรดารสชาติมากมาย ต่อให้ต้องข้ามปีเพียงลำพัง อย่างไรเสียก็ต้องกินเกี๊ยว

       เมื่อกลับถึงห้อง จี้ทิงเปลี่ยนเป็นชุดลำลองสำหรับใส่ในบ้าน แล้วเริ่มลงมือทำความสะอาด

       ...

       จี้เยี่ยนจื๋อไม่ค่อยได้กลับบ้านตระกูลเจียงนัก โดยปกติจะมาเพียงครั้งเดียวในรอบสองสามเดือน

       ในตอนนั้นแม่ของเขาไม่สนคำคัดค้านของครอบครัวยืนกรานจะแต่งงานกับจี้ซื่อเจ๋อ ทำให้คุณตาคุณยายเสียใจมาก ความสัมพันธ์กับทางบ้านจึงห่างเหินลงไป

       ต่อมาเมื่อแม่เสียชีวิต คุณตาให้คุณลุงไปรับเขากลับมาอยู่บ้านตระกูลเจียง แต่เขากลับปฏิเสธ ความสัมพันธ์จึงยิ่งห่างเหินลงไปอีกชั้น

       แม้ทุกครั้งที่เขากลับมาคนในครอบครัวจะดีต่อเขามาก แต่ในเมื่อไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ย่อมมีความรู้สึกเกรงใจและห่างเหินแทรกซึมอยู่เสมอ

       หลังจากทุกคนรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ จี้เยี่ยนจื๋อก็กลับขึ้นไปยังห้องพักแขกชั้นบนเพียงลำพัง

       เขานั่งลงบนโซฟาและหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดแอปพลิเคชัน พบว่าบัตรใบนั้นยังไม่มีรายการใช้จ่ายใดๆ

       จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าในจังหวะนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “เสี่ยวจื๋อ ลุงเอง เข้าไปได้ไหม?”

       จี้เยี่ยนจื๋อเก็บโทรศัพท์แล้วลุกไปเปิดประตู

       เมื่อเจียงซั่วหยวนเดินเข้ามา เขาก็สำรวจการตกแต่งในห้อง “อยู่ได้ไหม ขาดเหลืออะไรก็บอกลุงกับป้าได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”

       “นี่ก็ดีมากแล้วครับ ไม่ขาดอะไร”

       สิ้นประโยคนั้น ลุงกับหลานก็ยืนนิ่ง บรรยากาศมีความกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก

       เจียงซั่วหยวนกระแอมเล็กน้อย “เอ่อ... พวกเสี่ยวเฝิงกำลังเล่นไพ่นกกระจอกอยู่ที่โถงทิศใต้ หลานอยากไปเล่นด้วยกันไหม?”

       “ผมเล่นไม่เป็นครับ”

       “ก็หัดสิ แป๊บเดียวก็เป็นแล้ว”

       จี้เยี่ยนจื๋อยังคงปฏิเสธอย่างสุภาพ “คุณลุงไปเล่นกับพวกเขาเถอะครับ ไม่ต้องห่วงผม”

       เจียงซั่วหยวนกลัวว่าหลานชายจะเหงาจึงตั้งใจขึ้นมาหา แต่ถ้าจะให้คุยแค่สองสามคำแล้วไปเลยก็กระไรอยู่

       “ช่วงนี้บริษัทเป็นยังไงบ้าง อยู่ในตำแหน่งประธานคงยุ่งมากสินะ ยังไงก็ต้องดูแลสุขภาพด้วยล่ะ”

       “ครับ”

       เจียงซั่วหยวนเริ่มมีเหงื่อซึมที่ต้นคอ เขาหาหัวข้อสนทนาต่อไปไม่ได้จริงๆ จนไม่รู้จะเอาสายตาไปวางไว้ตรงไหน

       จี้เยี่ยนจื๋อนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นกะทันหัน “คุณลุงครับ ผมเห็นตู้ปลาตรงห้องโถงสวยมากเลย คุณลุงเป็นคนซื้อมาเหรอครับ?”

       “ตู้ปลานั่นน่ะเหรอ” นัยน์ตาของเจียงซั่วหยวนเป็นประกายขึ้นมาทันที มุมปากยกยิ้มกว้าง “ปลาพวกนั้นคุณตาของหลานชอบมากเลยนะ ลุงเพิ่งซื้อมาจากอเมริกาใต้เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ ระหว่างทางน่ะ...”

       ในที่สุดทั้งสองคนก็เริ่มพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง เจียงซั่วหยวนยังบอกอีกว่าจะหาพันธุ์ที่สวยกว่านี้มาให้ ถ้าจี้เยี่ยนจื๋อเลี้ยงไม่เป็นก็ให้วางไว้ที่บ้าน ให้เขากลับมาเยี่ยมบ่อยๆ

       จี้เยี่ยนจื๋อรับคำ เจียงซั่วหยวนมองเขาแล้วพูดขึ้นว่า “ดีจริงๆ”

       จี้เยี่ยนจื๋อไม่ได้พูดอะไร เขาไม่รู้ว่าจะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างไร ทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับอย่างขัดเขิน

       หลังจากคุณลุงกลับไปแล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงพักหนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาอีกครั้ง เขามองดูรายการใช้จ่ายที่ยังคงว่างเปล่า แล้วกดโทรหาเบอร์ของจางซวี่

       “ฮัลโหล ใครน่ะ!”

       ปลายสายส่งเสียงดังอึกทึก มีทั้งเสียงคนและเสียงเพลงปนเปกันไปหมด ดูเหมือนบรรยากาศกำลังคึกคัก

       จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเย็น “ฉันคือพี่ชายของจี้ทิง จี้เยี่ยนจื๋อ”

       เขาได้ยินเสียงจางซวี่สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างชัดเจน ตามมาด้วยความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่เสียงรื่นเริงทางปลายสายจะเงียบลงทันที

       “พี่จี้ พี่... พี่โทรมามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”

       “จี้ทิงอยู่กับนายไหม?”

       “อยู่ครับ อยู่แน่นอน!” ในอดีตจางซวี่โกหกเรื่องแบบนี้ได้คล่องเหมือนดื่มน้ำ แต่ตอนนี้คนที่คุยด้วยคือจี้เยี่ยนจื๋อ หัวใจเขาเลยสั่นรัวไม่หยุด

       จี้เยี่ยนจื๋อจับกระแสเสียงที่สั่นเครือนั้นได้ จึงเอ่ยต่อ “ฉันโทรหาเขาแล้วเขาไม่รับ รบกวนส่งโทรศัพท์ให้เขาหน่อย”

       “อ๋อ... คือว่าเขาไปห้องน้ำครับ เดี๋ยวเขาออกมาผมจะบอกให้เขาโทรกลับนะครับ”

       ประจวบเหมาะขนาดนั้นเชียว?

       นัยน์ตาของจี้เยี่ยนจื๋อฉายแววเย็นชา เขาจึงถามต่อ “จี้ทิงบอกฉันว่าพวกนายจะไปเที่ยวที่รีสอร์ตด้วยกัน รีสอร์ตนั่นชื่ออะไร?”

       จางซวี่รู้สึกเหมือนหนังศีรษะจะชาหนึบ เขาเค้นชื่อขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ว่า “ชื่อเหมยกุยหยวนครับ พี่คงไม่รู้จักหรอก เพิ่งเปิดใหม่น่ะ”

       “จางซวี่”

       “ครับ?”

       น้ำเสียงของจี้เยี่ยนจื๋อเย็นยะเยือกขึ้นมาทันทีจนคนฟังผ่านโทรศัพท์ยังรู้สึกหนาวสั่น “จี้ทิงไม่เคยบอกว่าจะไปรีสอร์ต คิดให้ดีๆ นะ ฉันจะให้โอกาสนายพูดความจริงแค่ครั้งเดียว”

       จางซวี่รู้สึกปั่นป่วนไปทั่วท้องด้วยความตกใจ เขาได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ

       ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมเมื่อก่อนจี้ทิงถึงได้กลัวจี้เยี่ยนจื๋อนัก หมอนี่เหมือนกับพี่สาวเขาไม่มีผิด เป็นราชาปีศาจที่น่าสยดสยองชัดๆ!


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^