ตอนที่ 141 จี้ทิงในวัยเด็ก
ตอนที่ 141 จี้ทิงในวัยเด็ก
จี้ทิงทำความสะอาดห้องเสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำ เมื่อออกมาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะน้ำชาสั่นดังอย่างต่อเนื่อง
“ฮัลโหล”
“พี่ใหญ่ ทำไมนายไม่รับสายล่ะ อยากให้ฉันอกแตกตายหรือไง!”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงร้อนรนของจางซวี่ จี้ทิงจึงเอ่ยถาม “เมื่อกี้อาบน้ำอยู่ มีเรื่องอะไรเหรอ?”
“ยังมีหน้ามาถามอีก พี่ชายของนายเขารู้ความจริงแล้วว่าเราสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน ตอนนี้เขาโกรธจนแทบคลั่งแล้ว!”
จี้ทิงเลิกคิ้วเล็กน้อย “เขารู้ได้ยังไง?”
“เอ่อ...” จางซวี่รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีจึงรีบตัดบท “นายไม่ต้องสนใจหรอกว่าเขารู้ได้ยังไง รีบไปหาเขาแล้วยอมรับผิดซะเถอะ จากประสบการณ์ของฉันนะ ตราบใดที่นายรีบคุกเข่าขอโทษให้ไว ช่วงปีใหม่แบบนี้พี่ชายนายคงไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือหรอก”
จี้ทิงเงียบไปครู่หนึ่ง “จี้เยี่ยนจื๋อไม่ตีฉันหรอก”
“ยังจะมาปากแข็งอีกนะ เอาเถอะ ฉันเข้าใจนาย รีบจัดการเข้าล่ะ”
พูดจบ จางซวี่ก็วางสายไป
จี้ทิงลดโทรศัพท์ลงจากหูแล้วดูบันทึกการโทร จางซวี่โทรมาแปดสาย ระหว่างนั้นมีสายจากหลินชิงสองสาย และยังมีเบอร์แปลกอีกหนึ่งเบอร์ ทว่ากลับไม่มีสายจากจี้เยี่ยนจื๋อเลย...
จี้ทิงเม้มริมฝีปากเบาๆ เขาเดาไม่ถูกว่าแทสเมเนียนโกรธจัดหรือว่าไม่อยากสนใจเขาแล้วกันแน่ แต่ไม่ว่ายังไง การโกหกก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เขาต้องขอโทษ
เขาจึงกดโทรออกไปยังเบอร์ของจี้เยี่ยนจื๋อ รอสายอยู่ครึ่งนาทีกว่าปลายสายจะรับ
“ฮัลโหล”
น้ำเสียงของจี้เยี่ยนจื๋อยังคงเย็นชาเช่นเคยจนจี้ทิงแยกแยะอารมณ์ไม่ได้ “ฮัลโหล ผมเองนะ”
“ชื่อที่บันทึกไว้ก็ขึ้นอยู่ ฉันไม่ได้ตาบอด”
จี้ทิงนิ่งไปครู่หนึ่ง “พี่กำลังโกรธอยู่ใช่ไหม?”
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นหัวเราะ “ทำไมถึงคิดว่าฉันโกรธล่ะ”
“เพราะผมโกหกพี่ ผมบอกว่าออกไปเที่ยวกับจางซวี่ แต่ความจริงผมไม่ได้ไป” จี้ทิงหยุดเล็กน้อย “ขอโทษครับ ผมไม่ควรหลอกพี่”
ยอมรับผิดได้รวดเร็วดี แต่น้ำเสียงเรียบเฉยแบบนี้ดูไม่เหมือนคนสำนึกผิดเลยสักนิด
จี้เยี่ยนจื๋อฮึดฮัดในใจ เขาแกล้งทำน้ำเสียงเย็นชา “นายไม่ไปก็แค่ไม่ไป ทำไมต้องโกหกด้วย”
“เพราะผมไม่อยากกลับไปฉลองตรุษจีนที่บ้าน”
“แล้วยังมีอะไรอีก?”
จี้ทิงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วหลุบตาลง “ไม่มีแล้วครับ”
“เจ้าหูน้อยจี้” จี้เยี่ยนจื๋อเรียกชื่อเขาเสียงต่ำ น้ำเสียงเข้มขึ้น “ที่นายโกหกก็เพราะกลัวว่าถ้าฉันรู้ว่านายฉลองตรุษจีนคนเดียวแล้วฉันจะรู้สึกผิดจนฉลองคืนข้ามปีที่ตระกูลเจียงอย่างไม่มีความสุขใช่ไหมล่ะ?”
จี้ทิงไม่พูด ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นเสียง คล้ายจะเยาะหยันความกังวลที่เกินเหตุ “ฮึ นายคิดว่าฉันจะรู้สึกผิดต่อนายงั้นเหรอ?”
“ไม่ครับ” จี้ทิงตอบตามที่เขาเข้าใจ
จี้เยี่ยนจื๋อจุกจนพูดไม่ออก เกือบจะสำลักอากาศ “เออ รู้แบบนั้นก็ดี คราวหน้าถ้ายังกล้าโกหกอีกก็เตรียมตัวไว้เถอะ”
พูดจบเขาก็ตัดสายทิ้งทันที
จี้ทิงมองหน้าจอโทรศัพท์ รู้สึกว่าวันนี้แทสเมเนียนดูผิดปกติไปบ้าง ไม่โวยวาย ไม่ข่มขู่ แถมยังพูดไม่กี่ประโยค เขาคิดดูแล้ว อีกฝ่ายอาจจะไม่โกรธจริงๆ ก็ได้
จี้ทิงเพิ่งวางโทรศัพท์ลง ก็มีเสียงประทัดดังมาจากชั้นล่าง
เขาลุกไปที่หน้าต่าง เห็นเด็กกลุ่มหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูอาคาร พากันหยิบประทัดแบบปาออกมาเล่นจากกระเป๋าเสื้อ แม้ในเมืองจะห้ามจุดพลุประทัดมานานแล้ว แต่เด็กๆ เล่นกันนิดหน่อยก็ไม่มีใครถือสา
จี้ทิงจำได้ว่าตอนเด็กๆ พวกเด็กในบ้านพักสวัสดิการจะแกะประทัดสายยาวออกมาเป็นเม็ดๆ แล้วจุดโยน บางลูกก็ระเบิดกลางอากาศ
ตอนนั้นเขาทำได้เพียงยืนมองอยู่ไกลๆ อุดหูไว้ ไม่เข้าไปหาและไม่พูดอะไร ไม่มีใครสังเกตเห็นเขาเลย
อีกสักพัก คุณอาหญิงจะเปิดหน้าต่างชั้นบนตะโกนเรียกเขา เขาจะวิ่งขึ้นบันไดกลับบ้าน ทันทีที่เข้าประตู กลิ่นหอมของลูกชิ้นทอดจะโชยมาปะทะหน้า
เพราะเขามีนิสัยเสียไม่ชอบกินผัก คุณอาหญิงจึงสับรากบัวจนละเอียดผสมกับเนื้อแล้วปั้นเป็นลูกชิ้นทอด ทั้งยังคั้นน้ำผักโขมผสมลงในแป้งห่อเกี๊ยว ทำให้เกี๊ยวไส้เนื้อทุกตัวมีสีเขียวมรกต
ลูกชิ้นหม้อแรกที่ทอดเสร็จ คุณอาหญิงจะเรียกเขาไปที่ข้างเตาแล้วป้อนลูกชิ้นร้อนๆ ให้สองลูก
คุณอาหญิงถือตะเกียบ ดวงตาเป็นประกาย “อร่อยไหมจ๊ะ?”
จี้ทิงเคี้ยวลูกชิ้นเนื้อในปาก พยักหน้า
“อร่อยมากๆ เลยใช่ไหมล่ะ?”
จี้ทิงไม่พูด เพียงแต่พยักหน้า
คุณอาหญิงลูบผมเขา แล้วตักลูกชิ้นใส่ชามกระเบื้องเคลือบใบเล็ก “เอาลงไปกินกับพวกเพื่อนๆ สิ พอพวกเขาได้กินลูกชิ้นเนื้อบ้านเรา จะต้องพาหลานไปเล่นประทัดด้วยกันแน่ๆ”
จี้ทิงมองชามที่ยื่นมา มือที่แนบข้างลำตัวกำตะเข็บกางเกงแน่นแล้วส่ายหน้า
คุณอาหญิงไม่โกรธสักนิด แต่กลับยิ้มกว้าง “ไม่อยากเล่นก็ไม่เป็นไรจ้ะ แค่เอาลงไปให้พวกเขาลองชิมดู พอพวกเขาชิมแล้วรู้ว่าบ้านจี้ทิงมีลูกชิ้นหอมขนาดนี้ จะต้องชื่นชมหลานแน่ๆ”
พูดจบเธอก็ลองยื่นชามให้เขาอีกครั้ง “เสี่ยวทิงอยากไปไหมจ๊ะ?”
ภายใต้สายตาคาดหวังนั้น จี้ทิงค่อยๆ คลายนิ้วที่กำแน่นแล้วรับชามมา
คุณอาหญิงโน้มตัวลงมาตบก้นเขาเบาๆ อย่างเอ็นดู “รีบไปเถอะจ้ะ”
จี้ทิงอุ้มชามลูกชิ้นลงไปชั้นล่าง แต่ก็ยังไม่กล้าเข้าไป ได้แต่ยืนเงียบๆ
คุณอาหญิงที่คอยมองเขาจากหน้าต่าง รอจนลูกชิ้นเริ่มหายร้อนถึงได้ตะโกนบอกว่า “จี้ทิงมีลูกชิ้นนะ พวกเธอรีบมากินสิ!”
เด็กๆ ในลานวิ่งกรูเข้ามาทันที มือน้อยๆ ที่เปื้อนจากการเล่นพากันหยิบลูกชิ้นจากอ้อมอกเขาไปกินจนเสียงดังจั๊บๆ
“จี้ทิง พ่อซื้อปืนของเล่นให้ฉัน พรุ่งนี้มาหาฉันนะ ฉันจะให้ยืมเอาไปเล่น”
“เอาประทัดกล่องนี้ไปสิ แบบสามจังหวะนะ ดังปังๆๆ เลย”
“จี้ทิง ทำไมไม่พูดเลยล่ะ ตอนเด็กๆ แอบกินขี้หูเข้าไปเหรอ?”
จ้าวอีเฉียงที่พูดประโยคนั้นถูกตบที่ท้ายทอยจนสะดุ้ง เขาหันไปมอง “ตบฉันทำไมเนี่ย?”
ฟางเหยียนเข่อแหวใส่ “นายสิที่กินขี้หู จี้ทิงไม่ซื่อบื้อเหมือนนายหรอก”
จ้าวอีเฉียงพึมพำ “ก็พ่อบอกว่ากินขี้หูแล้วจะกลายเป็นใบ้นี่นา”
ฟางเหยียนเข่อชูกำปั้น พลางถลึงตาใส่ “ยังจะพูดอีก!”
หลังจากแบ่งลูกชิ้นเสร็จ เพื่อนๆ ก็พาจี้ทิงไปเล่นประทัดด้วยกัน พวกเขาดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยให้ประทัดชนวนสั้นกับเขาเลย สิ่งที่แบ่งให้เขามีเพียงดอกไม้ไฟสวยๆ เท่านั้น
เล่นจนฟ้าเริ่มมืด ผู้ปกครองในบ้านพักสวัสดิการก็จะตะโกนเรียกเจ้าเด็กแสบกลับบ้านไปกินข้าว
พอจี้ทิงกลับบ้าน คุณอาหญิงเพิ่งตักเกี๊ยวออกมาพอดี ทั้งสองคนนั่งกินเกี๊ยวไปพลางดูรายการฉลองตรุษจีนไปพลาง
ก่อนถึงเวลาเที่ยงคืนครึ่งชั่วโมง คุณอาหญิงจะใช้เสื้อโค้ทห่อตัวเขาจนกลมเหมือนบ๊ะจ่างเนื้อ แล้วถีบรถสามล้อคันเล็กพาเขาไปที่ริมตลิ่งเพื่อดูพลุดอกไม้ไฟขนาดใหญ่
ปังงง! วินาทีที่พลุระเบิด ท้องฟ้าทั้งสายก็สว่างไสว แสงสีสันตระการตาย้อมดวงตาทุกคู่ที่แหงนมองให้เป็นประกายหลากสี
ปังๆ ปังๆๆ
เสียงพลุที่ระเบิดในความทรงจำพลันเปลี่ยนเป็นเสียงเคาะประตูที่หนักหน่วง จี้ทิงได้สติ เสียงนั้นดังมาจากประตูเหล็กหน้าบ้านเขาเอง
เขาขมวดคิ้ว เดินไปที่ประตูแล้วถามออกไปอย่างระมัดระวัง “ใครครับ?”
“เจ้าหูน้อยจี้ นายหูหนวกหรือไง ฉันเคาะตั้งนานไม่ได้ยินเหรอ!”
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^