LNCrawler

ตอนที่ 143 ผมเมาแล้ว

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 143 ผมเมาแล้ว

        ลูกชิ้นถูกพ่นออกมาโดนหน้าอกของจี้ทิง ก่อนจะร่วงหล่นลงพื้น เขาไม่ทันได้สนใจเรื่องอื่น รีบหันไปหยิบน้ำแร่จากตู้เย็นออกมาขวดหนึ่งแล้วส่งให้ "ดื่มนี่สิครับ"

       จี้เยี่ยนจื๋อหน้าเหยเก เขารับขวดน้ำมาแล้วเดินไปที่อ่างล้างจาน อมน้ำเย็นจัดเอาไว้ครู่หนึ่งก่อนจะบ้วนทิ้ง

       หลังจากน้ำพร่องไปครึ่งขวด จี้ทิงก็ขยับเข้าไปใกล้ "ดีขึ้นหรือยังครับ?"

       จี้เยี่ยนจื๋อใช้ปลายลิ้นดุนเพดานปาก ความเจ็บนั้นไม่เท่าไหร่ แต่ความรู้สึกชาหนึบเหมือนเข็มทิ่มนี่สิที่น่ารำคาญ

       เขาขมวดคิ้วมองจี้ทิง "ทำไมลูกชิ้นมันถึงร้อนขนาดนี้?"

       "เพิ่งขึ้นจากเตาก็ต้องร้อนเป็นธรรมดา ผมกำลังจะบอกให้พี่เป่าก่อนแท้ๆ แต่พี่ก็เอาเข้าปากไปแล้ว"

       "กลายเป็นความผิดฉันงั้นเหรอ?"

       จี้เยี่ยนจื๋อนึกว่าจี้ทิงเป่าให้แล้วเสียอีก ตอนนี้พอมาลองคิดดู ก็เป็นตัวเขาเองที่โง่เอง จี้ทิงจะไปทำเรื่องแบบนั้นให้เขาได้ยังไงกัน

       จี้ทิงไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วย "พี่อ้าปากหน่อย ผมขอตรวจดูหน่อยครับ"

       จี้เยี่ยนจื๋ออ้าปากออกเพียงครึ่งเดียวอย่างไม่เต็มใจนัก จี้ทิงเอียงหน้าพยายามจะมองดูเพดานปากด้านบน แต่ด้วยมุมที่ค่อนข้างต่ำ เขาจึงใช้ปลายนิ้วเชยคางของจี้เยี่ยนจื๋อให้แหงนขึ้น

       รอยแดงปรากฏชัด แต่ไม่มีแผลเปิดที่เห็นได้ชัด ถือว่าไม่รุนแรงนัก

       ทันทีที่มองจนแน่ใจ จี้เยี่ยนจื๋อก็ปัดมือเขาออกทันที "ใครอนุญาตให้มาจับคางฉัน"

       "ผมดูแล้ว ลิ้นไม่เป็นอะไรครับ แค่เพดานปากบนแดงนิดหน่อย"

       จี้เยี่ยนจื๋อเลิกคิ้ว "ไม่เป็นอะไรเหรอ พูดง่ายดีนี่ คนที่โดนลวกไม่ใช่นายนี่นา"

       จี้ทิงถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางนึกในใจ [ผมก็ไม่ได้บื้อเหมือนพี่นี่นา]

       ดวงตาคมเข้มของจี้เยี่ยนจื๋อหรี่ลง "นายถอนหายใจทำไม แอบด่าฉันอยู่ในใจใช่ไหม?"

       จี้ทิงไม่ตอบ ได้แต่เบิกตากลมโตจ้องมองเขา

       จี้เยี่ยนจื๋อยกมือใหญ่ขึ้นตะปบแก้มเขาแล้วบีบเข้าหากันจนปากยื่น "ไปทอดลูกชิ้นของนายต่อเลย ถ้าไม่อร่อยนายตายแน่"

       ปากของจี้ทิงถูกบีบจนเป็นปากจู๋ เห็นแก่ที่อีกฝ่ายถูกลูกชิ้นร้อนลวกหรอกนะ "อับอาบแอ้ว (รับทราบแล้ว) "

       จี้เยี่ยนจื๋อเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา เขาพยายามเม้มปากสะกดอารมณ์ก่อนจะปล่อยมือ "ยังไม่รีบไปอีก"

       จี้ทิงตักลูกชิ้นชุดแรกขึ้นมา ใส่จานใบเล็กพร้อมโรยเกลือพริกไทย แล้วยื่นให้จี้เยี่ยนจื๋อ "พี่ยกออกไปสิ"

       จี้เยี่ยนจื๋อส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ แต่ก็ยอมรับไปแต่โดยดี

       ปลาที่ซื้อมาถูกขูดเกล็ดและควักเครื่องในออกเรียบร้อยแล้ว จี้ทิงบั้งเนื้อปลาแล้วนำเครื่องปรุงมาหมักไว้ พอปลาลงกระทะ จี้เยี่ยนจื๋อก็เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง

       "อันนี้... ต้องทำยังไง?"

       จี้ทิงหันไปมอง เห็นเขาชี้ไปที่ไข่เยี่ยวม้า จึงบอกว่า "ปอกเปลือกแล้วหั่นหนึ่งลูกเป็นสี่ซีกครับ ที่เหลือเดี๋ยวผมจัดการเอง"

       จี้เยี่ยนจื๋อเริ่มลงมือ ทว่าคุณภาพของไข่เยี่ยวม้านี้ดูจะไม่ค่อยดีนัก เปลือกจึงแกะยากเป็นพิเศษ ไข่ที่ปอกเสร็จแล้วแต่ละลูกจึงดูขรุขระไม่เรียบเนียน

       เขาล้างมือทุกครั้งที่ปอกเสร็จไปนิดหนึ่ง แม้แต่ตอนหั่นก็ยังทำแบบเดียวกัน จนจี้ทิงเคี่ยวซอสปลาจนงวดแล้ว เขาก็ยังคงง่วนอยู่กับไข่เยี่ยวม้าลูกที่สาม

       จี้ทิงยกปลาไปวางที่โต๊ะอาหาร เมื่อกลับมาก็ปิดก๊อกน้ำแล้วหยิบมีดทำครัวมาจากมือของจี้เยี่ยนจื๋อ เพียงครู่เดียวเขาก็หั่นไข่เยี่ยวม้าจนเสร็จ

       อาหารร้อนสองจาน อาหารเย็นหนึ่งจาน พร้อมด้วยเกี๊ยวที่เป็นอาหารหลัก มื้อค่ำวันส่งท้ายปีเก่าก็เสร็จสมบูรณ์เพียงเท่านี้

       จี้ทิงยกจานเกี๊ยวออกมาแต่กลับไม่เห็นวี่แววของจี้เยี่ยนจื๋อ เขาจึงวางจานลงบนโต๊ะแล้วเดินไปทางห้องนั่งเล่น "จี้เยี่ยนจื๋อ?"

       วนหาอยู่รอบหนึ่งก็ยังไม่เจอ ขณะที่จี้ทิงกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา อีกฝ่ายก็เดินกลับเข้ามาจากข้างนอกพอดี

       ในมือของจี้เยี่ยนจื๋อถือกล่องสีดำทรงยาว จี้ทิงเดินเข้าไปหา "นั่นอะไรครับ?"

       จี้เยี่ยนจื๋อวางมันลงบนโต๊ะแล้วเปิดออก ข้างในคือเหล้าขวดหนึ่งที่ดูจากรูปลักษณ์แล้วคงมีราคาแพงมหาศาล

       จี้ทิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เงยหน้าบอกว่า "ผมดื่มเหล้าไม่เป็น"

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นหัวเราะออกมาทันควัน "คุณชายรองจี้ ขวดเหล้าที่นายซัดหมดในคลับน่ะ คงเอามาวางซ้อนกันได้สูงเท่าหอคอยแปดชั้นแล้วมั้ง ตอนนี้กลับมาบอกว่าดื่มไม่เป็นงั้นเหรอ?"

       จี้ทิงนิ่งเงียบไป [นั่นมันเจ้าของร่างเดิม ไม่ใช่ฉันสักหน่อย]

       แววตาของจี้เยี่ยนจื๋อพลันวาบผ่านด้วยความเคลือบแคลง... 'ร่างเดิม' อีกแล้ว

       นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้ยินชื่อนี้ ครั้งก่อนที่เล่น PS5 ด้วยกันจี้ทิงก็บอกว่าเป็นของร่างเดิม ครั้งนี้เขาก็เอ่ยถึงอีก

       ฟังดูแล้วความสัมพันธ์น่าจะใกล้ชิดกันมากทีเดียว หรือจะเป็นเพื่อนที่เคยเที่ยวเล่นด้วยกันเมื่อก่อน

       จี้เยี่ยนจื๋อเก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจ ตั้งใจว่าหลังปีใหม่จะให้เลี่ยวข่ายไปสืบดูให้ชัดแจ้ง

       เขามองจี้ทิงที่ยังคงนิ่งเงียบ จึงเอ่ยเสียงเย็น "ไม่อยากดื่มก็ไม่ต้องดื่ม กินข้าวเถอะ"

       จี้เยี่ยนจื๋อเลื่อนเก้าอี้ออก จี้ทิงกลับยกข้อมือขึ้นดูเวลา แล้วเดินไปเปิดโทรทัศน์

       "นายอยากกินในห้องนั่งเล่นงั้นเหรอ?"

       จี้ทิงหันมา "ได้ไหมครับ?"

       จี้เยี่ยนจื๋อไม่ตอบ แต่กลับหันไปยกจานเกี๊ยวและไข่เยี่ยวม้าบนโต๊ะมาให้

       ทั้งสองช่วยกันย้ายกับข้าวไปไว้บนโต๊ะหน้าทีวี จี้เยี่ยนจื๋อเปิดแชมเปญดอมเปรีญงแล้วรินใส่แก้วให้ตัวเองเพียงครึ่งเดียว

       ก่อนที่จะวางขวดลง จี้ทิงก็ยื่นแก้วกระดาษส่งมาให้

       เขาเหลือบตามอง จี้ทิงจึงเอ่ยว่า "ปีใหม่ทั้งที ขอดื่มนิดนึงครับ"

       จี้เยี่ยนจื๋อเอียงขวด รินให้เขาเพียงแค่จิบเดียวเท่านั้น

       ทั้งคู่ยกแก้วขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดรายการงานเลี้ยงฉลองวันตรุษจีนที่ดังขึ้นพอดี ท่ามกลางเสียงอวยพรปีใหม่ของเหล่าพิธีกร จี้ทิงเป็นฝ่ายยื่นแก้วไปชนกับเขาเบาๆ

       "พี่ครับ สุขสันต์วันปีใหม่"

       คำว่า 'พี่' คำนั้นราวกับขนนกที่ปัดผ่านหัวใจอย่างแผ่วเบา ทำให้ไอเย็นที่พาดผ่านคิ้วและดวงตาของจี้เยี่ยนจื๋อละลายหายไป มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มจางๆ

       "สุขสันต์วันปีใหม่"

       จี้ทิงคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาเช่นกัน ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบไปเพียงเล็กน้อย รสสัมผัสแรกคือความหวานสดชื่นแบบผลไม้ ตามมาด้วยความหอมกรุ่นนุ่มลึกของแอลกอฮอล์ มันอร่อยกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากนัก

       ทั้งสองวางแก้วลงแล้วเริ่มคีบกับข้าวกิน

       จี้เยี่ยนจื๋อประเดิมคำแรกด้วยเกี๊ยว ทว่าพอเคี้ยวไปได้เพียงครั้งเดียวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที

       นี่เป็นเกี๊ยวที่รสชาติแย่ที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมาในชีวิต ไส้หมูรสชาติไม่สดเอาเสียเลย ราวกับใช้เนื้อเก่าที่เก็บไว้นานมาทำ

       เขาพยายามกลืนคำนั้นลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "เจ้าหูน้อยจี้ นายไปซื้อที่ไหน..."

       ทว่าพอเงยหน้าขึ้น จี้เยี่ยนจื๋อก็ถึงกับชะงักไป

       เห็นเพียงจี้ทิงที่ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงลามไปจนถึงลำคอ แม้แต่ใบหูก็ยังแดงก่ำ ทั้งตัวดูราวกับเชอร์รี่ที่เพิ่งล้างน้ำมาใหม่ๆ

       "มีอะไรเหรอครับ?" จี้ทิงถามพร้อมกะพริบตาปริบๆ

       จี้เยี่ยนจื๋อเริ่มสงสัยในชีวิตพลางหยิบขวดเหล้าขึ้นมาดูอีกครั้ง บนฉลากระบุชัดเจนว่าแอลกอฮอล์เพียงสิบสองจุดห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แค่ดื่มไปอึกเดียว ถึงกับเมาเลยงั้นเหรอ?!

       เมื่อเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วจ้องมองมาไม่วางตา จี้ทิงจึงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามว่า "หรือว่าเกี๊ยวไม่อร่อยครับ?"

       จี้เยี่ยนจื๋ออ้ำอึ้งไปครู่หนึ่ง "เจ้าหูน้อยจี้หน้านายแดงมากเลยนะ"

       "งั้นเหรอครับ?" จี้ทิงใช้หลังมือแตะแก้วตัวเองแล้วเอ่ยเสียงเรียบ "คงเป็นเพราะในร่างกายผมมีเอนไซม์แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส [1] มากเกินไป หน้าก็เลยแดงเร็วขนาดนี้"

       เมื่อเห็นว่าเขายังสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ของตัวเองได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ จี้เยี่ยนจื๋อจึงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัยพลางดึงแก้วกระดาษของจี้ทิงมาวางไว้ฝั่งตัวเอง "นายอย่าดื่มอีกเลยดีกว่า"

       "อืม"

       ทั้งคู่ร่วมรับประทานมื้อค่ำวันส่งท้ายปีเก่าไปพร้อมกับเสียงจากรายการโทรทัศน์ แม้จะยังไม่มีบทสนทนาอะไรมากมายนัก แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในตอนนี้กลับดีกว่าที่เคยเป็นมาทั้งหมด

       "รสชาติลูกชิ้นไม่เลว ปลาทอดก็ใช้ได้" จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยชมขึ้นมา

       จี้ทิงเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มให้เขา "ผมก็คิดแบบนั้นครับ ลูกชิ้นอร่อยมากจริงๆ"

       รอยยิ้มนั้นทำเอาจี้เยี่ยนจื๋อถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ ดวงตาของจี้ทิงเป็นประกายระยับหยาดเยิ้ม ราวกับมีม่านหมอกจางๆ เคลือบอยู่บนความสดใสนั้น ทุกจังหวะที่ไหววับดูละม้ายคล้ายกลีบดอกไม้ที่สั่นขยับยามผลิบาน

       ในขณะที่เขายังคงนิ่งอึ้งอยู่นั้น จี้ทิงกลับหุบยิ้มแล้วนั่งตัวตรง

       "จี้เยี่ยนจื๋อ... ผมว่าผมคงจะเมาแล้วล่ะ"

 

 

       เชิงอรรถ

       [1] เอนไซม์แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส (Alcohol Dehydrogenase) คือกลุ่มเอนไซม์หลักในตับ ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเปลี่ยนแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปให้กลายเป็นอะเซทัลดีไฮด์ซึ่งเป็นสารพิษ ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นสารที่ไม่มีพิษและขับออกจากร่างกาย


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^