ตอนที่ 144 ความลับรั่วไหล
ตอนที่ 144 ความลับรั่วไหล
ปกติแล้วคนที่เมามายมักจะเสียอาการไม่มากก็น้อย บ้างก็พูดมาก บ้างก็คลุ้มคลั่ง หรือบางคนก็หลับฟุบไปเลย ทว่าคนประเภทที่ยิ่งดื่มกลับยิ่งดูสงบนิ่งอย่างจี้ทิงนี้ จี้เยี่ยนจื๋อเพิ่งจะเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก
เขาจ้องมองจี้ทิงอย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย “ฉันเห็นนายดูมีสติขนาดนี้ เมาที่ไหนกัน?”
“ตอนนี้สมองของผมพร่าเลือน ความสามารถในการประสานงานของร่างกายและวิจารณญาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมผมยังอยากจะหัวเราะออกมาอย่างไม่มีเหตุผลเป็นระยะๆ ด้วย”
จี้ทิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงชัดเจนทุกถ้อยคำ ราวกับกำลังรายงานเรื่องที่เป็นการเป็นงาน “เมื่อสรุปจากเงื่อนไขที่ปรากฏชัดแจ้งข้างต้น จึงตัดสินได้ว่าผมเมาแล้วครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อหลุดขำออกมาจนได้ จี้ทิงมองเขาด้วยสายตาใสซื่อ “พี่ก็เมาเหมือนกันเหรอ?”
“นายคิดว่าฉันเป็นเหมือนนายหรือไง”
จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยพลางลุกขึ้นจากโซฟา “เอาเถอะ ในเมื่อเมาแล้วก็เข้าไปนอนซะไป”
เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหมายจะช่วยพยุงจี้ทิง แต่จี้ทิงกลับยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ยอมลุก “ยังไม่ได้ดูพลุเลย นอนไม่หลับหรอกครับ”
“ที่นี่มันเขตตัวเมือง จะมีพลุที่ไหนให้นายดู?”
จี้ทิงเงยหน้าขึ้นมอง “พี่รวยตั้งขนาดนี้ จุดให้ดูหน่อยไม่ได้เหรอ?”
จี้เยี่ยนจื๋อเกือบจะขำจนหน้ามืด “คืนวันตรุษจีนแบบนี้นายอยากให้ฉันโดนตำรวจจับไปขังหรือไง?”
“อืม พี่พูดถูก”
จี้ทิงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะใช้มือค้ำขอบโต๊ะยันตัวลุกขึ้นด้วยตัวเอง
จี้เยี่ยนจื๋อคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเขา แต่จี้ทิงกลับหันมาบอกอย่างจริงจังว่า “ผมเดินเองได้”
“ตกลง เดินเองก็เดินเอง” จี้เยี่ยนจื๋อปากว่าไปอย่างนั้น แต่กลับยื่นมือไปประคองรออยู่ด้านหลังไม่ห่าง
จี้ทิงเดินไปจนถึงหน้าประตูห้องนอน แต่จู่ๆ ก็หยุดกะทันหันแล้วหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องน้ำ
“นายจะทำอะไร?”
“แปรงฟันล้างหน้าครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นหัวเราะในลำคอ ยังจำเรื่องพวกนี้ได้ แสดงว่าคงยังไม่เมาจนกู่ไม่กลับ
จี้ทิงเดินไปที่อ่างล้างหน้า ทว่าเพิ่งจะหยิบแปรงสีฟันออกจากแก้ว ก็ถูกจี้เยี่ยนจื๋อแย่งไปเสียก่อน
“อาบน้ำไปเลยทีเดียวเถอะ ชุดนอนนายอยู่ที่ไหน เดี๋ยวฉันไปหยิบให้”
จี้ทิงหันกลับมา แล้วเริ่มร่ายความรู้ใส่ “การอาบน้ำหลังดื่มเหล้าจะทำให้สมองขาดเลือดและออกซิเจนได้ง่าย อีกทั้งการประสานงานของร่างกายลดลง มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุอย่างการลื่นล้มได้ครับ”
พูดจบเขาก็สำทับอีกประโยค “วันหลังถ้าพี่เมา พี่ก็อาบน้ำไม่ได้เหมือนกันนะ”
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็นชาพลางยัดแปรงสีฟันคืนใส่มืออีกฝ่าย “เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ”
เขายืนเฝ้าอยู่ข้างๆ รอจนจี้ทิงจัดการธุระเสร็จ แล้วจึงจ้องเขม็งคอยส่งคนกลับเข้าห้องนอน
ในระหว่างที่จี้ทิงกำลังเปลี่ยนชุดนอน จี้เยี่ยนจื๋อก็ปลีกตัวไปที่ห้องรับแขกเพื่อเก็บกวาดกับข้าวบนโต๊ะไปไว้ในห้องครัว
พอเขากลับมาที่ห้องนอน จี้ทิงก็ขึ้นไปนอนแผ่อยู่บนเตียงอย่างเรียบร้อยและหลับตาลงแล้ว
จี้เยี่ยนจื๋อเดินเข้าไปจะห่มผ้าให้ แต่กลับพบว่ากระดุมชุดนอนของจี้ทิงนั้นติดสลับไปสลับมาจนเบี้ยวบูด เขาจึงจำต้องนั่งลงที่ขอบเตียง
ทว่าทันทีที่เขาปลดกระดุมเม็ดบนสุดออก ข้อมือของเขาก็ถูกคว้าไว้หมับ
“บุคคลนี้กำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมตัวเอง โปรดอย่ารบกวน”
จี้เยี่ยนจื๋อหัวเราะอย่างนึกขำ “นายเป็นหุ่นยนต์หรือไง ถึงต้องมีซ่อมแซมตัวเองด้วย”
พูดจบเขาก็สะบัดมือออกพลางเอ่ยว่า “นายนอนของนายไปเถอะ ฉันจะติดกระดุมให้ใหม่”
จี้เยี่ยนจื๋อจัดแจงติดกระดุมคืนที่เดิมทีละเม็ด พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าจี้ทิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแล้ว
“ไง ซ่อมแซมเสร็จแล้วเหรอ?”
จี้ทิงค่อยๆ ขยับริมฝีปากเอ่ยถาม “จี้เยี่ยนจื๋อ วันนี้ผมไม่ได้อาบน้ำ พี่จะยังนอนกับผมไหม?”
จี้เยี่ยนจื๋อมองเขาด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มพลางโยนคำถามกลับไป “นายคิดว่ายังไงล่ะ?”
จี้ทิงเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบเสียงเบา “ผมคิดว่า นอนด้วยกันน่าจะดีกว่า”
จี้เยี่ยนจื๋อเลิกคิ้วขึ้น “ยังกลัวผีอยู่อีกเหรอ?”
จี้ทิงส่ายหน้า “ผมกลัวว่าถ้าหลับตาลงแล้ว... จะต้องกลับไปอยู่ที่ห้องเช่ารูหนูนั่นอีก”
รอยยิ้มในดวงตาของจี้เยี่ยนจื๋อพลันชะงักงัน ความคิดที่จะเย้าแหย่หายวับไปในพริบตา เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างให้จี้ทิง “ก็ตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันไม่ได้คิดจะผิดคำพูดเสียหน่อย”
จี้ทิงกะพริบตามองจี้เยี่ยนจื๋อ แล้วถามออกไปอย่างเชื่องช้า “ตอนนั้นทำไมพี่ถึงไม่เอาแทสเมเนียนหมายเลขสองล่ะ พี่ชอบแทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งมากไม่ใช่เหรอ?”
นานๆ ครั้งที่จี้เยี่ยนจื๋อจะมีความอดทน เขาเอ่ยเตือนความจำอีกฝ่าย “นายลืมไปแล้วเหรอ เพราะฉันมีเงื่อนไขอื่นที่ต้องแลกเปลี่ยนกับนายไง”
มุมปากของจี้ทิงยกขึ้นเล็กน้อย “ไม่เป็นไรครับ ยังไงผมก็จะให้แทสเมเนียนหมายเลขสองกับพี่อยู่ดี”
จี้เยี่ยนจื๋อหัวเราะฮึ “ยอมรับแล้วเหรอว่าเรื่องทั้งหมดนั่นเป็นฝีมือนาย?”
“อืม” จี้ทิงพยักหน้า “แทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งผมก็เป็นคนทำ ชื่อเต็มของมันคือเครื่องวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อเก็บข้อมูลการแสดงออกทางใบหน้าและการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของแทสเมเนียนหมายเลขหนึ่ง”
จี้เยี่ยนจื๋อชะงักไปทั้งร่าง ดวงตาคมเข้มหรี่ลง “จุดประสงค์ที่นายทำแทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งขึ้นมา ก็เพื่อเก็บข้อมูลสีหน้าของฉันงั้นเหรอ?”
“อืม”
“นายจะเก็บข้อมูลสีหน้าฉันไปทำไม?”
“เอาไว้ดู”
จี้เยี่ยนจื๋อยิ่งไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม “นายจะมานั่งดูฉันทำไมมิทราบ?”
ดูเหมือนฤทธิ์เหล้าจะเริ่มโจมตีอย่างหนัก จี้ทิงเริ่มเรียบเรียงคำพูดได้ยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ “ที่มองพี่... ก็เพราะพี่เริ่มมีความหมายสำหรับผมแล้ว”
ดวงตาของจี้เยี่ยนจื๋อสั่นไหวไปชั่วครู่ ความรู้สึกประหลาดที่แสนไม่คุ้นเคยจู่โจมเข้ามาในใจ มันรัดตึงเส้นประสาททุกเส้นของเขาจนตึงเครียด
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงอย่างยากลำบาก ใจหนึ่งบอกตัวเองว่าจี้ทิงแค่เมาแล้วพูดเพ้อเจ้อ แต่อีกใจกลับอดไม่ได้ที่จะขบคิดว่าประโยคเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไรกันแน่
‘เริ่มมีความหมาย’ หมายถึงเริ่มกลายเป็นคนสำคัญอย่างนั้นหรือ?
จี้เยี่ยนจื๋ออยากจะถามให้กระจ่าง แต่ก็แย้งกับตัวเองว่ามันก็แค่คำพูดของคนเมา ถ้าเขาซักไซ้ไล่เลียงขนาดนั้น มันจะดูเหมือนว่าเขาใส่ใจมากเกินไป
จี้เยี่ยนจื๋อเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นจากขอบเตียงกะทันหัน
จี้ทิงเห็นดังนั้นจึงถามว่า “พี่จะไปไหน?”
“ไปอาบน้ำ”
เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้น้ำเย็นล้างเอาความคิดที่วุ่นวายออกไป แต่ผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาที จี้เยี่ยนจื๋อก็เดินออกจากห้องน้ำมาแล้ว
ตอนเขากลับมา จี้ทิงยังคงไม่หลับ และถามเขาว่า “วันนี้ทำไมพี่อาบน้ำเร็วจัง?”
ไม่คาดคิดว่าประโยคนี้จะทำให้จี้เยี่ยนจื๋อถลึงตาใส่เขา “นายไปซื้อฝักบัวมาจากไหน น้ำที่พ่นออกมานึกว่าฝังเข็ม”
จี้ทิงจ้องเขาเขม็งอยู่สองวินาที “หัวฝักบัวไม่มีปัญหาหรอก พี่นั่นแหละที่สำอางเกินไป”
“ฮึ” จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็นชาพลางเดินมาที่ข้างเตียงอย่างคุกคาม “เจ้าหูน้อยจี้ นายคิดว่าเมาแล้วจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบงั้นเหรอ?”
จี้ทิงมองเขาอย่างงงงวย “พูดความจริงนี่ถือว่าทำตามใจชอบด้วยเหรอครับ?”
จี้เยี่ยนจื๋อเงื้อมือขึ้น ก่อนจะกำหมัดแน่น พยายามข่มใจไม่ให้เอื้อมมือไปหยิกแก้มอีกฝ่าย
วันนี้ทั้งคู่ต้องนอนร่วมผ้าห่มกันอีกครั้ง ตอนที่ล้มตัวลงนอน จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยเตือนจี้ทิง “ถ้านายกล้าข้ามมานอนบนหมอนฉันอีกล่ะก็ คอยดูให้ดีแล้วกัน”
จี้ทิงที่เดิมทีหลับตาไปแล้วกลับลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แล้วจ้องมองเขาเขม็ง
“อะไร นายยังไม่ยอมรับ...”
จี้เยี่ยนจื๋อยังพูดไม่ทันจบ จี้ทิงก็พลันเลิกผ้าห่มลงจากเตียง เดินตรงไปยังโต๊ะเขียนหนังสือในห้องนอนแล้วรื้อค้นลิ้นชักยกใหญ่
จี้เยี่ยนจื๋อไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร เขาลงจากเตียงเดินตามไป ก็เห็นจี้ทิงหยิบสมุดและปากกาออกมา
พอเขาเดินเข้าไปใกล้ จี้ทิงก็ยกมือขึ้นห้ามทันที “อย่าเพิ่งพูด ผมนึกสูตรการอนุพัทธ์เกี่ยวกับสมมาตรยิ่งยวดแบบแยกส่วน [1] ได้ ต้องรีบจดไว้”
จากนั้นเขาก็เริ่มตวัดปากกาเขียนลงบนสมุดอย่างรวดเร็ว
จี้เยี่ยนจื๋อมองดูสิ่งที่อีกฝ่ายเขียน ตอนแรกเขาแค่ขมวดคิ้ว แต่หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองจี้ทิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและสงสัย
เชิงอรรถ
[1] สมมาตรยิ่งยวดแบบแยกส่วน (Split Supersymmetry) คือข้อเสนอในฟิสิกส์อนุภาคที่ปรับปรุงทฤษฎีซูเปอร์สมมาตร (SUSY) แบบดั้งเดิม
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^