ตอนที่ 15 ผลที่ตามมาจากความโกรธของจี้ทิง
ตอนที่ 15 ผลที่ตามมาจากความโกรธของจี้ทิง
หลังจากพูดประโยคนี้จบ เขาก็เดินผ่านไหล่ของจี้เยี่ยนจื๋อแล้วตรงขึ้นไปชั้นบนทันที
จี้เยี่ยนจื๋อรู้ดีว่าจี้ทิงกำลังโกรธ แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เขาส่งเสียงหัวเราะออกมาคำหนึ่งแล้วเดินกลับห้องของตัวเองไปเช่นกัน
จนกระทั่งก่อนจะนอน เขาก็นึกถึงประโยคที่จี้ทิงแอบด่าเขาในใจขึ้นมาเสียเฉยๆ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาความหมาย
เมื่อแถบดาวน์โหลดกะพริบ ภาพของสุนัขที่ดูคล้ายทั้งค้างคาวและหนูก็ปรากฏขึ้นสบตากับจี้เยี่ยนจื๋อเข้าอย่างจัง
‘แทสเมเนียน ขึ้นชื่อเรื่องการปล่อยกลิ่นเหม็นและนิสัยที่ดุร้ายก้าวร้าว เนื่องจากเสียงร้องที่น่าสยดสยองมาก ชาวพื้นเมืองจึงขนานนามมันว่า ปีศาจแห่งแทสเมเนีย’
จี้เยี่ยนจื๋อหรี่ตาอ่านข้อความบรรทัดนี้จนจบ แล้วกัดฟันปิดหน้าจอลงทันที วันๆ ไม่เรียนหนังสือหนังหา แต่สรรหาวิธีด่าคนมาได้สารพัด
เขาโยนโทรศัพท์กลับไปที่โต๊ะข้างเตียงแล้วสั่งว่า "ปิดม่าน"
สิบวินาทีต่อมา จี้เยี่ยนจื๋อก็เอียงคอ มองผ้าม่านที่ยังคงนิ่งสนิทด้วยความสงสัย เขาลองพูดอีกครั้ง คราวนี้ระบบควบคุมอัจฉริยะมีการตอบสนอง แต่มันกลับเปิดไฟทั่วทั้งห้องจนสว่างจ้าแทน
เขาชะงัก ทว่ายังไม่ทันจะได้ตั้งตัว โทรทัศน์ เครื่องเสียง และเครื่องฉายโฮโลแกรมก็เริ่มทำงานเองทีละอย่าง เสียงเพลงโอเปร่าท่วงทำนองสูงลิ่วดังกระหึ่มแบบ 3D รอบทิศทาง ห้องนอนกลายเป็นโถงแสดงดนตรีสีทองในพริบตา แม้แต่วงซิมโฟนีออเคสตราก็มาบรรเลงให้เสร็จสรรพ
จี้เยี่ยนจื๋อกดรัวบนแผงควบคุมกลาง แต่เมื่อการตอบสนองล้มเหลวทั้งหมด เขาก็ลุกจากเตียงด้วยความโกรธจัดเพื่อไปปิดมันด้วยตัวเอง
ตลอดสิบกว่านาที เขาต้องวิ่งรอกปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าไปทั่วห้องเหมือนเล่นเกมตีตัวตุ่น ผลคือพอหันหลังกลับไปปิดเครื่องนี้ ไอ้นั่นก็กลับเปิดขึ้นมาเองอีกครั้ง
ในจังหวะที่จี้เยี่ยนจื๋อเตรียมจะตัดสายไฟทิ้ง เสียงทั้งหมดก็พลันเงียบหายไปในพริบตา แม้แต่ผ้าม่านเจ้าปัญหาก็ค่อยๆ เลื่อนปิดลงอย่างช้าๆ ทั่วทั้งห้องกลับมามืดสนิทอีกครั้ง เหลือเพียงจี้เยี่ยนจื๋อที่ยืนหอบจนอกกระเพื่อมด้วยความโกรธจัด
ความโกรธยังคงสุมอยู่ในอก แต่แล้วก็มีเสียงดังแปลกๆ มาจากทางประตูห้อง
ตึงๆๆ! เสียงเคาะสามครั้งที่เชื่องช้าและสม่ำเสมอ แฝงไปด้วยความลึกลับและจงใจ
จี้เยี่ยนจื๋อกัดฟัน ดวงตาเย็นชาจ้องมองไปที่ประตู เขาอยากจะเห็นนักว่าใครหน้าไหนที่กล้ามาเล่นสงครามประสาทกับเขาแบบนี้
ประตูห้องถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง แต่ทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่เงาคนอย่างที่จินตนาการไว้
ทันใดนั้น ปลายเท้าของเขาก็ถูกชนเข้าอย่างจัง เขาจึงก้มลงมองตามสัญชาตญาณ และไม่คาดคิดว่าจะเห็นสิ่งที่รูปร่างคล้ายหุ่นยนต์ดูดฝุ่น
จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้ว หรือว่าเมื่อกี้เจ้าสิ่งนี้คือตัวที่ชนประตู?
เขากำลังคิดว่าอาจจะเป็นของที่คนรับใช้ลืมทิ้งไว้ตอนทำความสะอาด แต่ทันใดนั้น ไฟสีเขียวบนตัวเครื่องทรงกลมก็กะพริบถี่ๆ สองสามครั้ง
"เฮอะ" เสียงแค่นหัวเราะที่เย็นชาและชัดถ้อยชัดคำดังขึ้นอย่างกะทันหัน
จี้เยี่ยนจื๋อเบิกตากว้างด้วยความตะลึง "แก..."
ยังไม่ทันสิ้นคำพูด หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้ก็หมุนตัวกลับอย่างไม่รีบร้อน แล้วพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง
จี้เยี่ยนจื๋อได้แต่มองมันเยาะเย้ยเสร็จแล้วก็หนีไปจนลับตาที่ปลายทางเดิน
ผ่านไปนานกว่าที่ดวงตาคมของเขาจะเริ่มขยับเขยื้อน คืนนี้มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นมากเกินไป...
เริ่มจากระบบควบคุมในห้องขัดข้อง ตามมาด้วยการถูกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นหัวเราะเยาะใส่ จี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกราวกับว่าตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในมิติที่ไร้สาระและไร้การควบคุม ทุกอย่างรอบตัวกำลังขัดต่อตรรกะของเขาไปหมด
เขาหันไปมองห้องที่ระเนระนาดอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อความปลอดภัย เขาจึงตัดสินใจไปนอนที่ห้องรับแขกในคืนนี้
จี้เยี่ยนจื๋อจงใจเดินขึ้นไปยังชั้นสาม เมื่อเดินผ่านหน้าห้องของจี้ทิง เขาก็ชะงักเท้า
เขาลังเลว่าจะเคาะประตูถามดูดีไหมว่าจี้ทิงเจอเหตุการณ์เดียวกันหรือเปล่า แต่คิดดูแล้วก็ช่างมันเถอะ ถ้าเกิดเรื่องแบบเดียวกันขึ้นจริง ด้วยความใจเสาะของจี้ทิง ป่านนี้คงโวยวายไปนานแล้ว เขาไม่มีทางนอนหลับลงได้หรอก
จี้เยี่ยนจื๋อเดินไปยังห้องที่สองทางขวามือ หลังจากเข้าห้องและเปิดไฟ ทุกอย่างก็ปกติดีไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขายืนมองที่ข้างเตียงอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายด้วยนิสัยรักความสะอาดทำให้เขาไม่สามารถล้มตัวลงนอนได้ทันที จึงต้องเดินย้อนกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อหยิบเครื่องนอนส่วนตัวมาเปลี่ยน
หลังจากเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มเสร็จ จี้เยี่ยนจื๋อที่ถูกเล่นงานจนล้ามาครึ่งค่อนคืนก็รู้สึกกระหายน้ำ
เขาจึงเดินลงมาที่ห้องอาหาร ทว่าในตอนที่เขาจะเปิดตู้เย็น เขาก็ถูกระบบขัดขวางอีกครั้ง
[การยืนยันข้อมูลใบหน้าล้มเหลว โปรดลองใหม่อีกครั้ง]
[การยืนยันข้อมูลใบหน้าล้มเหลว โปรดลอง...]
ปัง! จี้เยี่ยนจื๋อชกเข้าที่แผงควบคุมด้วยความโมโหจัดจนแทบจะบดขยี้ให้แหลกคามือ เครื่องใช้ไฟฟ้าพวกนี้มันเป็นบ้าอะไรกันไปหมด แม้แต่จะเอาน้ำขวดเดียวก็ยังจะมาต่อต้านเขาอีกงั้นเหรอ?!
"ฮึ" เสียงแค่นหัวเราะนั้นดังขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัว
จี้เยี่ยนจื๋อหันหน้าไปมองด้วยสีหน้าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง และเขาก็ได้เห็นเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เยาะเย้ยเขาตัวนั้นอีกครั้ง
เห็นเพียงตัวเครื่องทรงกลมหมุนไปมารอบๆ พร้อมไฟสีเขียวที่กะพริบอย่างเริงร่า ราวกับว่ามันกำลังเฉลิมฉลองให้กับภาพที่เพิ่งได้เห็นเมื่อครู่
จี้เยี่ยนจื๋อกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่นกร๊อบ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ยกเท้าขึ้น เพียงแค่เขาขยับเข้าใกล้หนึ่งก้าว เจ้าเครื่องทรงกลมก็หยุดหมุนทันที และวินาทีต่อมาก็พุ่งพรวดออกจากห้องอาหารไปอย่างรวดเร็ว
"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!!"
จี้เยี่ยนจื๋อออกวิ่งไล่ตามทันที หนึ่งคนกับหนึ่งเครื่องเริ่มวิ่งวนรอบห้องนั่งเล่นอยู่หลายตลบ จากนั้นก็ผ่านห้องต่างๆ ไปทั่ว และสุดท้ายก็พุ่งตรงไปยังประตูใหญ่
ตึงงง! หุ่นยนต์ดูดฝุ่นชนเข้ากับประตูใหญ่แล้วนิ่งไป
จี้เยี่ยนจื๋อยืนหายใจกระหืดกระหอบ จากนั้นก็แค่นหัวเราะออกมา แล้วก้าวเท้าเข้าไปกดดันจากมุมสูง "วิ่งสิ... ทำไมไม่วิ่งต่อแล้วล่ะ?"
เมื่อเห็นว่าระยะห่างสั้นลงเรื่อยๆ ไฟสีแดงบนตัวเครื่องทรงกลมก็กะพริบถี่รัวอย่างร้อนรน สุดท้ายเครื่องทรงกลมก็ถูกเงามืดปกคลุม จี้เยี่ยนจื๋อยกเท้าขึ้นเหยียบมันไว้ แล้วกดมันติดกับประตูอย่างแน่นหนา
เขากระแทกมันเข้ากับประตูอยู่สองสามครั้งเพื่อระบายอารมณ์ หลังจากพอใจแล้ว จี้เยี่ยนจื๋อก็เตรียมจะก้มลงไปหยิบมันขึ้นมา...
แกร๊ก! ประตูใหญ่เปิดออก เจ้าเครื่องทรงกลมมุดหลุดออกจากใต้เท้าเขาในทันที ก่อนจะพุ่งลงบันไดไป และหายลับเข้าไปในส่วนลึกของสวนภายในชั่วพริบตา
จี้เยี่ยนจื๋อ "..."
************
เวลา 06.00 น. อาหยางที่เป็นพ่อบ้านเดินไปที่ห้องครัวเพื่อตรวจสอบเมนูอาหารเช้าตามปกติ
ทว่าในตอนที่เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่น เขาก็ต้องสะดุ้งด้วยความตกใจ
"คุณชายใหญ่" เขาอึ้งไปพลางอ้าปากค้าง "ทะ... ทำไมคุณมานั่งอยู่ที่นี่แต่เช้าล่ะครับ?"
จี้เยี่ยนจื๋อนั่งอยู่บนโซฟาในชุดนอน สภาพดูไม่ปกติเอาเสียเลย เหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน
เขามองพ่อบ้านด้วยสายตาเย็นเยียบ "อาหยาง ในบ้านมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั้งหมดกี่ตัว ไปเอามาให้ผมทั้งหมดเดี๋ยวนี้"
พ่อบ้านชะงักไป และงุนงงกับคำพูดของเขา "ในบ้าน... ในบ้านไม่เคยใช้ของพวกนั้นเลยนะครับ"
เพราะจี้เยี่ยนจื๋อเป็นพวกนิสัยรักความสะอาด ดังนั้นความสะอาดในบ้านตระกูลจี้จึงเป็นหน้าที่ของคนงานทำความสะอาดทั้งหมด เพราะต่อให้เครื่องจักรจะดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้เท่ากับคน
ดวงตาของจี้เยี่ยนจื๋อราวกับมีลมหนาวพัดผ่าน เขากัดฟันพูดว่า "งั้นคุณไปหาเลี่ยวข่ายตอนนี้เลย บอกให้เขาดึงภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่หลังสี่ทุ่มเมื่อคืนออกมาให้ผมทั้งหมด"
"ครับ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้"
พ่อบ้านหันหลังกลับไป และประจวบเหมาะกับที่เห็นจี้ทิงเดินลงมาจากบันไดพอดี
"คุณชายรอง"
จี้ทิงพยักหน้า "อาหยาง อรุณสวัสดิ์ครับ"
จี้เยี่ยนจื๋อที่นั่งอยู่บนโซฟาชะงักไปเล็กน้อย เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขายังใส่ชุดนอนอยู่ จึงรีบลุกขึ้นยืนทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"พี่ใหญ่ เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมครับ?"
จี้เยี่ยนจื๋อไม่คิดว่าจี้ทิงจะเข้ามาคุยกับเขา จึงแค่นหัวเราะ "ทำไม นอนไปคืนหนึ่งแล้วหายโกรธแล้วหรือไง?"
จี้ทิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง "จะพูดให้ถูกก็คือ หายแค้นแล้วครับ"
"พูดจาไร้สาระแต่เช้า" จี้เยี่ยนจื๋อเหลือบมองเขาแวบหนึ่งแล้วเดินหน้านิ่งจากไป
จี้ทิงมองตามแผ่นหลังที่เดินเข้าลิฟต์ไป มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ อย่างที่สังเกตเห็นได้ยาก
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^