ตอนที่ 164 เจ้าหูน้อยจี้เป็นของใคร
ตอนที่ 164 เจ้าหูน้อยจี้เป็นของใคร
จี้ทิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยนัก “แต่ยังไงฉินหมิงจงก็เป็นพ่อของฉินไจ้เย่ ลูกชายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย จะตัดหางปล่อยวัดกันง่ายๆ แบบนั้นเลยเหรอครับ?”
“เฮอะ มีจี้ซื่อเจ๋อเป็นตัวอย่างให้เห็นแท้ๆ นายยังจะมีความหวังลมๆ แล้งๆ กับบทบาทของคนเป็นพ่ออยู่อีกงั้นเหรอ” จี้เยี่ยนจื๋อเลิกคิ้วมองเขา “เอาอย่างนี้ไหม เรามาพนันเรื่องนี้กัน ใครแพ้ต้องยอมทำตามคำขอของอีกฝ่ายเรื่องหนึ่ง”
จี้ทิงส่ายหน้าปฏิเสธ “การพนันมันไม่ดีครับ”
“งั้นก็ทำเป็นข้อตกลง เงื่อนไขเดิม”
จี้ทิงคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง คราวนี้เขาจึงยอมตกลง
จี้เยี่ยนจื๋อเห็นท่าทางพยักหน้าตอบรับนั้น ก็ใช้อุ้งมือหนาบีบแก้มเขาเบาๆ “เจ้าหูน้อยจี้ เรื่องของฉินไจ้เย่นายทำได้ดีมาก ฉันพอใจมาก เพราะงั้นนายจะขอรางวัลจากฉันสักอย่างก็ได้นะ”
จี้ทิงขมวดคิ้วพลางดึงข้อมือเขาออก “นี่เป็นเรื่องที่ผมต้องจัดการเอง ไม่ได้ทำเพื่อจะมาขอรางวัลจากพี่เสียหน่อย”
จี้เยี่ยนจื๋อหัวเราะในลำคอ พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหน้าของเขา “ไม่เอาจริงๆ เหรอ?”
“ครับ”
“นายพูดเองนะ อย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ”
“ไม่แน่นอนครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อส่งเสียงฮึในลำคอพร้อมรอยยิ้มกึ่งจริงกึ่งเล่น ในเมื่อเจ้าหูน้อยจี้ไม่ยอมขอ เขาก็ยิ่งอยากจะให้ เขาคิดวางแผนไว้ในใจแล้วว่าเรื่องเดิมพันครั้งนี้เขาชนะแน่นอน และเมื่อผลลัพธ์ออกมา เงื่อนไขของเขาก็คือการสั่งให้เจ้าหูน้อยจี้ต้องเป็นฝ่ายมาขอของจากเขานั่นเอง
...
เช้าวันต่อมา จี้ซื่อเจ๋อเดินออกมาจากห้องน้ำพลันได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เขาหยิบขึ้นมาเหลือบมองหน้าจอ ก่อนจะสไลด์รับสาย “เรื่องที่ให้ไปสืบเป็นยังไงบ้าง?”
“เรื่องของฉินไจ้เย่ ทางเบื้องบนออกคำสั่งเป็นเอกสารลับระดับสองครับ คนข้างในปากแข็งกันมาก ถามอะไรไม่ได้เลย”
ปลายสายชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนประเด็น “แต่ผมสืบจนได้ข่าวที่เชื่อถือได้มาอย่างหนึ่งครับ เมื่อวานเขาถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว โดยมีพลตรีฉิน พ่อของเขาไปรับตัวด้วยตัวเองครับ”
“ปล่อยตัวออกมาแล้วงั้นเหรอ?”
“ครับ”
จี้ซื่อเจ๋อหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ปล่อยตัวได้เร็วขนาดนี้ ดูท่าความผิดที่ก่อคงไม่ร้ายแรงเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเรื่องมันไม่ใหญ่โต แล้วทำไมเบื้องบนถึงต้องออกเป็นเอกสารลับเฉพาะด้วยล่ะ
เมื่อเงื่อนไขที่มีอยู่มันขัดแย้งกันเอง จี้ซื่อเจ๋อจึงเปลี่ยนความคิด ในเมื่อฉินไจ้เย่ออกมาแล้ว ก็แค่ให้หลิงซีไปลองถามดูก็รู้ความจริงไม่ใช่หรือไง ดังนั้นหลังจากวางสาย เขาจึงสั่งให้คนไปตามตัวอีกฝ่ายมาที่ห้องอาหาร
“เสี่ยวซี มาแล้วเหรอ มานั่งนี่สิ”
หลิงซีเดินไปนั่งลงที่ตำแหน่งทางซ้ายมือของจี้ซื่อเจ๋อ หลังจากนั่งลงเขาก็เอาแต่ก้มหน้าเงียบไม่ยอมพูดจา
จี้ซื่อเจ๋อมองใบหน้าที่ซูบเซียวของเขา ก็พอจะเดาออกว่าหลังจากฉินไจ้เย่ออกมาแล้วคงยังไม่ได้ติดต่อหาหลิงซี ไม่อย่างนั้น ป่านนี้ทั้งสองคนคงได้พบหน้ากันไปแล้ว
“เสี่ยวซี ฉันรู้ว่าเธอกังวลเรื่องอะไร ที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้ ก็เพราะมีข่าวดีจะบอก”
หลิงซีชะงักไปทันที เมื่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาก็ทอประกายด้วยความหวัง
จี้ซื่อเจ๋อเห็นดังนั้นจึงแสร้งพูดอ้อมค้อม “หลายปีมานี้เธอน่าจะรู้ซึ้งถึงนิสัยของจี้ทิงดี เห็นเขาพูดจาไม่เข้าหูแบบนั้น แต่ความจริงเขาเป็นคนใจอ่อนกับเธอที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะจี้เยี่ยนจื๋อคอยขัดขวางอยู่ตลอด ป่านนี้เขาก็คงยอมเขียนหนังสือยินยอมไปนานแล้ว ไม่ลากยาวมาจนถึงตอนนี้หรอก”
หลิงซีขมวดคิ้วเข้าหากันทันที “เรื่องนี้ไม่เห็นจะเกี่ยวกับพี่ใหญ่เลย ทำไมเขาต้องมาขัดขวางจี้ทิงด้วย?”
จี้ซื่อเจ๋อส่ายหน้าอย่างจนใจ “เธอก็รู้ ความสัมพันธ์ของพ่อลูกอย่างเรามันย่ำแย่มาตลอด พอฉันเกลี้ยกล่อมให้จี้ทิงเขียนหนังสือยินยอม เขาก็แกล้งยุยงจี้ทิงให้ต่อต้านฉันเพื่อประชด เฮ้อ...”
หลิงซีโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาผุดลุกขึ้นยืนทันที “จี้เยี่ยนจื๋อทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว! ผมรู้ว่าเขาเป็นคนสุดโต่ง แต่ฉินไจ้เย่ก็ไม่ได้มีบุญคุณความแค้นอะไรกับเขา ทำไมเขาต้องคอยกัดไม่ปล่อยแบบนี้ด้วย?”
จี้ซื่อเจ๋อยกมือปรามให้เขานั่งลงเพื่อสงบสติอารมณ์ “อย่าเพิ่งโมโหไป ตอนนี้มีข่าวดีแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันให้จี้ทิงเขียนหนังสือยินยอมส่งไปให้แล้ว และให้คนไปสืบมา เห็นว่าพันโทฉินคนนั้นน่าจะถูกปล่อยตัวออกมาในเร็วๆ นี้แหละ”
หลิงซีเบิกตากว้างด้วยความดีใจระคนประหลาดใจ กำลังจะเอ่ยถามเพื่อความมั่นใจ แต่จี้ซื่อเจ๋อก็พลันเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังกังวล คือกลัวว่าก่อนที่คุณพันโทฉินจะออกมา จี้ทิงจะถูกจี้เยี่ยนจื๋อเสี้ยมสอนให้ไปถอนหนังสือยินยอมฉบับนั้นกลับมาเสียก่อน ถ้าเป็นแบบนั้นเรื่องมันจะยุ่งยากเอาได้”
สติสัมปชัญญะเฮือกสุดท้ายของหลิงซีถูกคำพูดนี้เผาไหม้จนมอดไหม้ เขาขบกรามแน่นด้วยความโกรธแค้น “ผมจะไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่ ผมจะไปหาเขาเดี๋ยวนี้ ไม่ว่ายังไงผมก็จะไม่ยอมให้จี้เยี่ยนจื๋อทำสำเร็จ!”
“เสี่ยวซี ฟังฉันก่อน...”
หลิงซีไม่สนคำทัดทาน เขาเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องอาหารไปทันที
มุมปากของจี้ซื่อเจ๋อหยักยิ้มเยาะหยัน เขาหยิบมีดและส้อมบนโต๊ะขึ้นมา ค่อยๆ หั่นไข่ดาวในจานอย่างละเมียดละไม
จี้เยี่ยนจื๋อกล้าประกาศตัวเป็นศัตรูกับฝ่ายกองทัพอย่างเปิดเผย ย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่นอน อย่างน้อยเขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ายทำไปเพื่อจี้ทิง
การที่หลิงซีบุกไปพูดเรื่องนี้ตอนนี้ เมื่อจี้เยี่ยนจื๋อรู้ว่าตัวเองต้องมาสร้างศัตรูฟรีๆ โดยไม่ได้ผลประโยชน์อะไรติดมือกลับมาเลย เปลวเพลิงแห่งความโกรธย่อมต้องพุ่งตรงไปที่จี้ทิงอย่างไม่ต้องสงสัย
คนหนึ่งเกลียดการถูกหักหลังที่สุด ส่วนอีกคนก็เกลียดการถูกคนอื่นไม่ไว้ใจที่สุด เมื่อทั้งสองคนปะทะกัน ย่อมไม่มีใครยอมฟังคำอธิบายของกันและกัน และความสัมพันธ์ก็จะพังทลายลงตามมา
ขอเพียงจี้ทิงกลับมาอยู่ข้างกายเขา เมื่อเขาลองหยั่งเชิงดูเพียงเล็กน้อย ข้อสงสัยทั้งหมดก่อนหน้านี้ก็จะได้รับคำตอบทันที
หลิงซีเดินออกมาจากห้องอาหาร ระหว่างทางเจอเข้ากับพ่อบ้าน จึงได้รู้จากปากอีกฝ่ายว่าจี้เยี่ยนจื๋อทานมื้อเช้าเสร็จและกำลังจะออกไปทำงานแล้ว
เขารีบวิ่งหน้าตั้งไปที่โรงรถด้วยอาการหอบเหนื่อย จนกระทั่งทันเห็นอีกฝ่ายกำลังจะก้าวขึ้นรถพอดี
“จี้เยี่ยนจื๋อ!”
เสียงตะโกนนั้นทำให้จี้เยี่ยนจื๋อชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ เขาหันไปมองด้วยใบหน้าเรียบเฉย และพบกับหลิงซีที่มีสีหน้าเขียวสลับขาวด้วยความโกรธ
“เลี่ยวข่าย ลากตัวเขาออกไป” จี้เยี่ยนจื๋อไม่มีเวลาจะมาเสียเปล่า
“ครับ”
เลี่ยวข่ายส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดอีกคน ทั้งสองเดินเข้าไปหิ้วปีกหลิงซีคนละข้างแล้วลากตัวมุ่งหน้าไปยังลิฟต์
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย!!”
หลิงซีพยายามบิดตัวดิ้นรนสารพัด เมื่อสู้แรงไม่ได้เขาก็ตะเบ็งเสียงตะโกนใส่จี้เยี่ยนจื๋อ “จี้เยี่ยนจื๋อ! ขนาดจี้ทิงที่เป็นผู้เสียหายเขายังยอมยกโทษให้ฉินไจ้เย่แล้ว พี่มีสิทธิ์อะไรถึงได้ตามจองล้างจองผลาญไม่เลิก! พี่ทำร้ายญาติพี่น้อง ทำร้ายคนบริสุทธิ์แล้วในใจพี่มันมีความสุขนักหรือไง ผมจะบอกให้นะ ตราบใดที่มีผมอยู่ พี่ไม่มีวันทำสำเร็จหรอก!”
เมื่อได้ยินประโยคแรก จี้เยี่ยนจื๋อก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความทางวีแชต
หลังจากกดส่ง เขาก็เงยหน้าขึ้นด้วยสายตาเย็นเยือก เห็นว่าหลิงซีกำลังจะถูกลากเข้าลิฟต์ จึงยกมือส่งสัญญาณให้เลี่ยวข่ายลากตัวเขากลับมา
“เมื่อกี้ก็นายพูดว่าอะไรนะ จี้ทิงยอมยกโทษให้ฉินไจ้เย่แล้วงั้นเหรอ?”
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาที่เย็นยะเยือกและล้ำลึกของจี้เยี่ยนจื๋อ หลิงซีก็ยืดตัวตรง เชิดคางขึ้นคล้ายกับกำลังกลั้นใจฮึดสู้ “ใช่ เขาเขียนหนังสือยินยอมให้ฉินไจ้เย่ไปแล้ว เขาไม่มีทางเป็นคนไร้ความเมตตาเหมือนอย่างพี่หรอก และไม่มีวันอำมหิตผิดมนุษย์แบบพี่ด้วย!”
จี้เยี่ยนจื๋อกดมุมปากลง ราวกับความโกรธเกรี้ยวกำลังพลุ่งพล่านจนแผ่นอกกระเพื่อมไหว
ต้องยอมรับว่าแผนของจี้ซื่อเจ๋อนั้นคำนวณมาได้แม่นยำทีเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อวานเจ้าหูน้อยจี้ได้สารภาพความจริงกับเขาอย่างหมดเปลือก คำพูดนี้คงเหมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบลงกลางใจเขาพอดี
สีหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อเริ่มเคร่งขรึมดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ หลิงซีที่เห็นเช่นนั้นกลับรู้สึกสะใจลึกๆ ทว่าความสะใจนั้นผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที จี้เยี่ยนจื๋อก็พลันเหยียดยิ้มที่มุมปาก
“ขอบใจนะที่อุตส่าห์รีบมาบอกข่าว ฉันจะไปหาจี้ทิงเดี๋ยวนี้แหละ ฉันจะสั่งให้เขาไปถอนหนังสือยินยอมกลับมาให้หมด”
Update ตอนใหม่เร็วกว่าใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/wwFop