LNCrawler

ตอนที่ 18 ความลับที่ถูกเปิดโปง

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 18 ความลับที่ถูกเปิดโปง

            ใบหน้าของจางซวี่พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ทว่าในขณะเดียวกันเขากลับรู้สึกไม่คุ้นชินกับอารมณ์เช่นนี้เอาเสียเลย

       นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับคำชื่นชมในด้านการเรียน ที่แท้หากเขาตั้งใจจริง เขาก็มีศักยภาพพอที่จะเรียนรู้มันได้ ความคิดมากมายประโคมเข้ามาในหัว ทำให้สายตาที่เขามองไปยังจี้ทิงนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างซับซ้อน

       เมื่อเห็นจางซวี่ตอบถูก คนอื่นๆ ที่เหลือซึ่งยังตอบไม่ได้ต่างก็พากันรบเร้าให้จี้ทิงช่วยตั้งโจทย์ให้อีกหลายๆ ข้อ

       จี้ทิงทำราวกับครูโรงเรียนอนุบาลที่กำลังแจกแอปเปิลให้เด็กๆ เขาเปิดกราฟหุ้นให้ทุกคนดูคนละตัว ผลปรากฏว่านอกจากชายผมน้ำตาลแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็ตอบถูกกันถ้วนหน้า

       ชายผมน้ำตาลเอนหลังพิงโซฟาพลางคร่ำครวญอย่างโหยหวน ตรงกันข้ามกับสวีเทียนฮ่าวที่เร่งเร้าด้วยความตื่นเต้น “จี้ทิง อย่าไปสนใจหมอนั่นเลย รีบสอนพวกเราต่อเร็วเข้า”

       ทว่าตอนนั้นเอง จี้ทิงกลับปิดไอแพด แล้ววางปากกาในมือลง “ฉันสอนได้แค่เท่านี้แหละ ถ้าพวกนายยังอยากเรียนต่อ ก็ไปหาอาจารย์มืออาชีพสอนให้เป็นเรื่องเป็นราวเถอะ”

       เขาไม่ใช่พวกที่ชอบสั่งสอนใครเป็นนิสัย ถ้าวันนี้จางซวี่ไม่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน เขาคงไม่ยอมปริปากพูดมากขนาดนี้ อีกอย่างเขาก็ศึกษามาเพียงเท่าที่เห็น เป้าหมายเดิมทีเพียงแค่อยากรู้ว่าเงินสี่ล้านหยวนนั้นหายไปได้อย่างไร ไม่ได้คิดจะลงสนามเล่นออปชันจริงจังเสียหน่อย

       เมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกคนต่างก็ส่งเสียงแสดงความผิดหวัง ความกระตือรือร้นที่มีเมื่อครู่พลันมอดดับลงไปกว่าครึ่ง

       “เย็นนี้ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะ”

       เพราะเหตุการณ์ขัดแย้งก่อนหน้านี้ ครั้งนี้จึงไม่มีใครกล้ารั้งจี้ทิงไว้ ทำได้เพียงเอ่ยปากว่าหวังจะคบค้าสมาคมกันต่อในวันหน้า

       จี้ทิงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาเพียงกล่าวลาเรียบๆ แล้วผลักประตูห้องรับรองออกไป

       “ยินดีรับใช้ครับ/ค่ะ ท่าน!”

       เสียงต้อนรับที่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงทำให้จี้ทิงชะงักไปเล็กน้อย เขาเหลือบเห็นพนักงานเสิร์ฟยืนเรียงแถวกันเป็นระเบียบ

       คนเหล่านี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้อง และผู้จัดการก็สั่งห้ามไม่ให้ไปไหน พวกเขาจึงต้องยืนรออยู่ตรงนี้จนถึงตอนนี้เอง

       จังหวะที่เขากวาดสายตามองไป พนักงานเสิร์ฟที่อยู่ท้ายแถวคนหนึ่งก็รีบหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด พยายามอาศัยแผ่นหลังของคนข้างหน้าช่วยบดบังตัวเองไว้

       จี้ทิงไม่คุ้นเคยกับสถานที่ประเภทนี้ และไม่รู้ว่าควรจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร จึงทำเพียงพยักหน้าให้ตามมารยาท

       “จี้ทิง รอก่อน!” จางซวี่วิ่งตามออกมา

       จี้ทิงรักษาระยะห่างจากอีกฝ่ายเล็กน้อย “มีธุระอะไรอีก?”

       สีหน้าของจางซวี่ดูขัดเขิน เขาเลียริมฝีปากเบาๆ “คือว่า... ความจริงที่พวกเราเรียกนายมาวันนี้ มันมีเหตุผลอยู่นะ”

       “เหตุผลอะไร?”

       จางซวี่ขยับเข้ามาใกล้ “เมื่อหลายวันก่อนหลี่เซ่ามาเที่ยวที่นี่ แล้วไปเจอพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายกับหลิงซีมาก พวกเราก็เลยคิดว่า... คิดว่าจะทำให้นายเซอร์ไพรส์น่ะ”

       เซอร์ไพรส์งั้นเหรอ? จี้ทิงขมวดคิ้วมุ่น เขาพยายามจะขุดรากถอนโคนต้นเหตุของความยุ่งยากอยู่แท้ๆ แต่คนพวกนี้กลับคิดจะส่ง ‘ตัวแทน’ มาให้เขาถึงที่เนี่ยนะ

       เมื่อเห็นสีหน้าของเขา จางซวี่ก็ลูบหน้าตัวเองแก้เก้อ “เรื่องนี้พวกฉันคงคิดตื้นไปหน่อย ฉันรู้ว่านายรักหลิงซีมาก พนักงานเสิร์ฟแค่คนเดียวคงไม่...”

       “ฉันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรให้เขาแล้ว”

       สิ้นประโยคนั้น พนักงานเสิร์ฟที่อยู่ท้ายแถวพลันเงยหน้าขึ้นทันที เขามองจี้ทิงนิ่งค้างด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

       จางซวี่เองก็ตกตะลึงจนพูดตะกุกตะกัก “นาย... นายว่ายังไงนะ”

       “สรุปคือเรื่องในอดีตมันผ่านไปแล้ว พวกนายก็ลืมมันไปให้หมดเถอะ” จี้ทิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก ก่อนจะหันไปพูดกับจางซวี่ “ความจริงนายเองก็มีพรสวรรค์นะ ถ้าไม่อยากถูกพ่อแม่ทอดทิ้งอีก ก็อย่าปล่อยให้ชีวิตมันสูญเปล่าไปมากกว่านี้เลย”

       จางซวี่ยืนนิ่งอึ้งเป็นรูปปั้นอยู่ตรงนั้น กว่าจะรู้สึกตัว อีกฝ่ายก็เดินจากไปเสียแล้ว

       จี้ทิงกลับมาถึงตระกูลจี้ในช่วงเย็น

       เขาเดินจากโรงจอดรถขึ้นไปยังชั้นหนึ่ง เดิมทีเขาตั้งใจจะไปหาน้ำดื่มที่ห้องอาหาร ทว่าพ่อบ้านกลับรีบเดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางเร่งรีบ

       “คุณชายรองครับ คุณชายใหญ่กลับมาแล้ว แถมเขายังรู้ด้วยว่าคุณแอบออกไปเที่ยว”

       จี้ทิงนิ่งเงียบไปสองวินาที “เขาโกรธเหรอ?”

       “ก็ไม่ได้ถึงขั้นรุนแรงหรอกครับ แต่ผมรู้สึกว่าอารมณ์ของคุณชายใหญ่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เอาเป็นว่าคุณลองไปหาเขาก่อนดีไหมครับ?”

       เมื่อพิจารณาถึงสภาพจิตใจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของจี้เยี่ยนจื๋อแล้ว จี้ทิงคิดว่าเลี่ยงการปะทะได้เป็นดีที่สุด “เขาอยู่ที่ห้องหรือเปล่า?”

       “พอกลับมาถึงก็ตรงไปที่สวนเลยครับ”

       จี้ทิงเดินไปยังสวนตามที่พ่อบ้านบอก เขาเห็นจี้เยี่ยนจื๋อยืนหน้านิ่งอยู่ท่ามกลางดงดอกไม้ บนศีรษะยังมีใบไม้ติดอยู่ใบหนึ่ง

       จี้ทิงสาวเท้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะหยุดยืนเว้นระยะห่างไว้สามเมตร เขานึกถึงคำเตือนของพ่อบ้านจึงเปิดฉากสนทนาก่อน “วันนี้ผมออกไปกับพวกสวีเทียนฮ่าวมาครับ”

       ต่อการยอมรับสารภาพอย่างตรงไปตรงมานั้น จี้เยี่ยนจื๋อกลับไม่แม้แต่จะชายตามามอง “ไปทำอะไรมา”

        [เรื่องที่ไปสอนหนังสือในคลับแบบนั้น ถ้าขืนบอกไป มีหวังจี้เยี่ยนจื๋อได้ระเบิดอารมณ์หนักกว่าเดิมแน่]

       คิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อกระตุกวูบ สอนหนังสือ... ในคลับเนี่ยนะ สอนวิธีเสเพลหรือสอนวิธีทำตัวว่างงานไปวันๆ กันแน่?

       เขาหันขวับมามองจี้ทิง แต่อีกฝ่ายกลับปริปากพูดเพียงสั้นๆ ว่า “ไปเที่ยวครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปมองที่เดิม

       ปกติแล้วจี้ทิงควรจะเดินหนีไปทันที แต่เมื่อเห็นใบหน้าคมดุดันของจี้เยี่ยนจื๋อ เขาก็เริ่มวิเคราะห์ตามสัญชาตญาณ : [สีหน้าแบบนี้ของแทสเมเนียน ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับอารมณ์โกรธแฮะ]

       “จี้ทิง” น้ำเสียงของจี้เยี่ยนจื๋อพลันขรึมลงจนน่ากลัว

       แววตาของจี้ทิงฉายแววงุนงง : [คิ้วกดต่ำ อกกระเพื่อมไหวอย่างชัดเจน... อ้าว ทำไมจู่ๆ ก็โกรธขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?]

       จี้เยี่ยนจื๋อชะงักไปครู่หนึ่ง ไอ้เจ้าบ้านี่มันมีปัญหาทางจิตหรือไง ทำไมต้องมานั่งศึกษาหน้าตาของเขาด้วย ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้หาคำตอบ จี้ทิงก็หมุนตัวจะเดินกลับเข้าบ้านตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด

       “หยุดนะ!”

       จี้ทิงหยุดก้าวตามคำสั่ง แต่ยังไม่ยอมหันหลังกลับมา จนกระทั่งจี้เยี่ยนจื๋อเป็นฝ่ายเดินมาประจันหน้ากับเขาเอง

       “ฉันจะถามนาย” เขาพูดพลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ “สองสามวันมานี้ นายเห็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทรงกลมบ้างหรือเปล่า?”

       “ไม่เห็นครับ”

        [หุ่นยนต์ดูดฝุ่นไม่มีหรอก มีแต่แทสเมเนียนหมายเลขหนึ่ง]

       แทสเมเนียนหมายเลขหนึ่ง? ดวงตาคมลึกของจี้เยี่ยนจื๋อหรี่ลงเล็กน้อย มีชื่อคำว่าแทสเมเนียนพ่วงมาด้วย... ดูท่าไอ้ ‘หมายเลขหนึ่ง’ ที่ว่านี่คงหนีไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขาแน่ๆ

       เขาแสร้งทำเป็นนิ่งเฉย พลางถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาต่อไป “คิดดูดีๆ ว่าเคยเห็นจริงไหม ถ้ากล้าโกหกฉันละก็ เตรียมตัวไว้ได้เลย”

       จี้ทิงตอบเรียบๆ “ไม่ได้โกหก ไม่เคยเห็นครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อจ้องหน้าเขาอยู่สองวินาที ก่อนที่สีหน้าจะกลับมาเคร่งขรึมตามเดิม “ช่างเถอะ กลับไปได้แล้ว”

       หลังจากจี้ทิงเดินจากไปได้ไม่นาน จี้เยี่ยนจื๋อก็สั่งให้คนไปตามพ่อบ้านมาพบ

       “ช่วงนี้นอกจากเรื่องเรียนพิเศษแล้ว จี้ทิงได้ทำอะไรอย่างอื่นอีกไหม?” จี้เยี่ยนจื๋อขยายความเพิ่ม “อย่างเช่นพฤติกรรมแปลกๆ หรืออะไรที่เขาไม่เคยทำมาก่อน”

       พ่อบ้านขมวดคิ้วพลางพยายามนึกย้อนกลับไป “เอ... ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกตินะครับ ช่วงนี้คุณชายรองทำตัวว่าง่ายมาก เขาจะลงมาข้างล่างพร้อมกับคุณครูสวีแค่ตอนกินข้าวเที่ยงเท่านั้น เวลาที่เหลือก็อุดอู้อยู่แต่ในห้องตลอดเลยครับ”

       นั่นแหละคือสิ่งที่ผิดปกติที่สุด... ด้วยนิสัยอย่างจี้ทิงเนี่ยนะ จะยอมนั่งเรียนอยู่ในห้องได้ทั้งวัน นอกจากว่าฮวงซุ้ยบรรพบุรุษตระกูลจี้จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเท่านั้นแหละ

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็นในใจ ทันใดนั้นพ่อบ้านก็อุทานขึ้นมา “อ้อ คุณชายใหญ่ครับ ผมนึกเรื่องหนึ่งออก ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวไหม”

       “ว่ามา”

       “ประมาณอาทิตย์ก่อนครับ คุณชายรองซื้อเครื่องเกมขนาดใหญ่เข้ามาเครื่องหนึ่ง แล้วบอกผมว่าจะใช้ห้องใต้ดินของตึกทิศตะวันตกเป็นห้องสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ แถมยังกำชับว่าห้ามไม่ให้พวกคนรับใช้เข้าไปทำความสะอาดด้วยครับ”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^