ตอนที่ 20 จี้เยี่ยนจื๋อ เข้าขั้นวิกฤติ
ตอนที่ 20 จี้เยี่ยนจื๋อ เข้าขั้นวิกฤติ
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ในสมองของจี้เยี่ยนจื๋อได้แบ่งขอบเขตของผู้ต้องสงสัยไว้อย่างชัดเจนแล้ว
อย่างแรก คนที่แอบเอาเจ้าจานกลมนี้มาวางไว้ ย่อมต้องเป็นคนที่สามารถเข้าออกคฤหาสน์ได้อย่างอิสระ
อย่างที่สอง คนที่นำมาวางอาจไม่ใช่คนสร้างมันขึ้นมา แต่ในเมื่อต้องเป็นคนควบคุม อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคอยู่บ้าง
และอย่างสุดท้าย เมื่อตัดพวกคนรับใช้หรือบอดี้การ์ดที่รู้หน้าค่าตาเป็นอย่างดีออกไป รวมถึงตัดคนอย่างจี้ทิงทิ้ง คำตอบก็เหลือเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
ในตอนนี้ สวีเหรินซึ่งไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองตกเป็นเป้าหมาย เขาพยายามฝืนทำใจดีสู้เสือ “ผมไม่เคยเห็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอะไรนั่นเลยครับ ทุกวันที่ผมมาติวเสร็จก็กลับทันที ไม่เคยไปในที่ที่ไม่ควรไปเลยสักครั้ง”
สิ้นคำพูดนั้น เลี่ยวข่ายที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้
อย่างไรเสียก็แค่พวกเด็กมหาลัยที่โลกสวยไปวันๆ จิตใจยังอ่อนหัดนัก แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดาๆ บอกว่าไม่เคยเห็นก็จบแล้ว ทำไมต้องเน้นย้ำเพื่อเลี่ยงความสงสัยให้ดูพิรุธขนาดนี้
“คุณครูสวีไม่ต้องเกร็งไป ผมไม่ได้สงสัยอะไรในตัวคุณ เพียงแต่ว่า...” สีหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อพลันเปลี่ยนไป แววตาคมกริบดูเย็นชาขึ้นมาทันที
“หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนั้นความจริงแล้วคือเครื่องจารกรรม มันมีคนจงใจนำมาวางไว้ในบ้านของผม นอกจากจะทำลายระบบควบคุมส่วนกลางแล้ว ยังเป็นไปได้ว่าอาจจะขโมยข้อมูลสำคัญจากคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานของผมไปด้วย”
“ข้อมูลงานวิจัยของกลุ่มบริษัทซื่อลี่รั่วไหล คุณเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก็น่าจะรู้ดีนะว่ามันหมายถึงอะไร?”
สวีเหรินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว หัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมา ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดขึ้นมาฉับพลัน
“ผม...”
เขายังไม่ทันจะอ้าปาก เลี่ยวข่ายก็ก้าวออกมาสมทบอย่างรู้ใจ “คุณครูสวีวางใจได้ครับ ท่านประธานจี้ได้สั่งคนมาดักสัญญาณแล้ว เพียงแต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่อาจคาดเดาได้ จึงอยากขอให้คุณครูสวีพักอยู่ที่นี่สักสองวัน รอให้เรื่องราวคลี่คลายอย่างชัดเจน แล้วเราจะมีเงินชดเชยพิเศษมอบให้ครับ”
“ห้องพักเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เชิญตามผมมาครับ”
พวกเขาไม่เปิดโอกาสให้สวีเหรินโต้แย้งแม้แต่น้อย แม้แต่บรรยากาศรอบตัวก็ยังอบอวลไปด้วยแรงกดดัน
ใบหน้าของสวีเหรินเริ่มเปลี่ยนเป็นสีซีดขาว เขาพยายามจะลุกขึ้นยืนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทว่าความรู้สึกชาหนึบที่แขนขากลับทำให้ท่าทางของเขาดูเก้งก้างอย่างเห็นได้ชัด
เขาเดินตามเลี่ยวข่ายออกไป ทันใดนั้นปลายนิ้วก็พลันสั่นระริกก่อนจะกำหมัดแน่น
สวีเหรินหันกลับมาอย่างกะทันหัน “คุณจี้ครับ แทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งนั่นผมเป็นคนทำเองครับ แต่ผมไม่ได้ใช้มันขโมยข้อมูลจริงๆ นะครับ ผมแค่... แค่...”
“แค่เอามันมาช่วยจี้ทิงแกล้งผมสักรอบ ใช่ไหมล่ะ?” จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
สวีเหรินเบิกตากว้าง ก่อนจะส่ายหน้าเป็นพัลวัน “เปล่าครับ เปล่า... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับจี้ทิงเลยจริงๆ นะครับ!”
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็น “ตั้งชื่อว่าแทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งขนาดนี้ นอกจากไอ้หมอนั่นแล้วจะมีใครตั้งชื่อพรรค์นี้ได้อีก”
สวีเหรินชะงักไป... หรือว่าแทสเมเนียนจะเป็นชื่อเล่นของคุณจี้กันนะ?
ใบหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อเย็นเยียบราวกับเคลือบน้ำแข็ง น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแต่ละคำราวกับเศษน้ำแข็งที่ทิ่มแทง “แทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งนั่น คุณขโมยของคนอื่นมางั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่ครับ ผมทำมันขึ้นมาเองจริงๆ” สวีเหรินรีบรับผิดไว้ที่ตัวเองทั้งหมด
“ทำเองงั้นเหรอ? เฮอะ”
ตั้งแต่เริ่มสงสัย จี้เยี่ยนจื๋อก็สั่งให้เลขาส่งประวัติของสวีเหรินมาให้ดูเรียบร้อยแล้ว
ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวฐานะยากจน เติบโตมากับคุณตา ตั้งแต่มัธยมต้นก็อาศัยเบี้ยเลี้ยงจากรัฐบาลและทุนการศึกษามาโดยตลอด แม้จะสอบติดปริญญาโทที่พรินซ์ตันได้ แต่เพราะไม่ได้ทุนเต็มจำนวนจึงต้องสละสิทธิ์ไป
คนที่มีฐานะทางการเงินบีบคั้นขนาดนี้ เขาไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าตัวจะยอมเก็บงำเทคโนโลยีมูลค่าหลายสิบล้านไว้โดยไม่ขาย แต่กลับยอมทนรับอารมณ์ร้ายๆ ของจี้ทิงเพื่อเป็นครูสอนพิเศษไปวันๆ
สวีเหรินตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่ทำให้จี้ทิงเดือดร้อน จึงรวบรวมความกล้าตอบกลับไป “ถ้าคุณจี้ไม่เชื่อ ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดครับ แต่นอกจากถ่ายรูปคุณไปไม่กี่รูปแล้ว ผมก็ไม่ได้ทำเรื่องที่ไม่ควรทำเลย”
นี่ยังมีถ่ายรูปเขาไว้อีกรึ?
จี้เยี่ยนจื๋อรู้ได้ทันทีว่าจี้ทิงต้องเป็นคนบงการ แต่เขาก็ยังสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ “สรุปสั้นๆ เรื่องที่ผ่านมาผมจะไม่ถือสาหาความ”
เขาลุกขึ้นจากโซฟา ก้าวเดินไปยังสวีเหรินอย่างไม่รีบร้อน “แต่มีข้อแม้ว่า ตอนนี้ผมต้องการเทคโนโลยีชิปของแทสเมเนียนหมายเลขหนึ่ง คุณก็น่าจะรู้ศักยภาพของกลุ่มบริษัทซื่อลี่ดี เรื่องค่าลิขสิทธิ์เราตกลงกันได้ และถ้าคุณช่วยประสานงานให้เกิดความร่วมมือในครั้งนี้ ผลประโยชน์ที่จะได้ย่อมไม่น้อยแน่”
ทั้งข่มขู่และหลอกล่อล้วนทำไปเพื่อจุดประสงค์นี้ คนขี้ขลาดอย่างสวีเหริน คืนนี้คงต้องรีบติดต่อหาเจ้าของแทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งเป็นแน่
สวีเหรินกำลังจะอ้าปากพูดบางอย่าง แต่จี้เยี่ยนจื๋อก็เดินจากไปเสียก่อน “เพื่ออนาคตของคุณ ลองกลับไปทบทวนให้ดี แล้วค่อยให้คำตอบผมภายในสองวัน”
หลังจากเขาเดินออกไป เลี่ยวข่ายก็พาตัวสวีเหรินไปยังห้องพักแขก
สวีเหรินกอดกระเป๋าเป้นั่งอยู่บนขอบเตียง ทั้งรู้สึกผิดและหดหู่ใจ จี้ทิงอุตส่าห์ไหว้วานเขาเพียงเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ แต่เขากลับทำพังไม่เป็นท่า จะทำยังไงดี...
สิบกว่านาทีต่อมา ประตูห้องพักแขกถูกแง้มออกเป็นช่องเล็กๆ อย่างไร้เสียง
สวีเหรินชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวาไปตามโถงทางเดิน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครจึงแทรกตัวผ่านช่องประตูออกมา
เลี่ยวข่ายที่เฝ้ามองผ่านกล้องวงจรปิดอยู่ มองท่าทางนั้นด้วยสายตาเหมือนมองคนโง่
หลังจากใช้เวลาหลบๆ ซ่อนๆ อยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง สวีเหรินที่บุกบั่นฟันฝ่ามาอย่างยากลำบาก ในที่สุดก็มาถึงหน้าห้องของจี้ทิง
ก๊อกๆๆ!
จี้ทิงมองดูหน้าต่างแจ้งเตือนบนหน้าจอ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย... ทำไมถึงเป็นสวีเหริน?
เขาจึงลุกไปเปิดประตู เพียงแค่แง้มออกนิดเดียว สวีเหรินก็รีบแทรกตัวเข้ามาทันที
“จี้ทิง รีบปิดประตูเร็วครับ!”
จี้ทิงปิดประตูลง ก่อนจะหันมาถาม “คุณควรจะกลับไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“จี้ทิงครับ...” สวีเหรินเรียกได้คำเดียว น้ำตาก็ร่วงเผาะลงมาทันที “ผม... ผมขอโทษครับ แทสเมเนียนหมายเลขหนึ่ง ถูกพี่ชายคุณจับได้แล้ว”
เขายิ่งสะอื้นไห้อย่างหนักหน่วงพร่ำบอกแต่คำขอโทษ จี้ทิงจึงต้องพาเขาไปนั่งลงที่โซฟาในส่วนรับแขกก่อน
จี้ทิงหยิบทิชชูส่งให้สองสามแผ่น พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไว้คุณหยุดร้องก่อน แล้วค่อยๆ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผมฟังก็แล้วกัน”
“ผม... ตอนที่ผมกำลังจะกลับเมื่อช่วงเที่ยง...” สวีเหรินเริ่มเล่าอย่างติดขัดตั้งแต่ตอนก้าวออกจากประตูใหญ่ จนกระทั่งถึงตอนที่ถูกบอดี้การ์ดคุมตัวไปที่ห้องพักรับรองแขก
จี้ทิงนิ่งฟังจนจบ แววตาฉายแววครุ่นคิด
ความจริงก่อนหน้านี้เขาเคยสงสัยว่า คนอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อย่างจี้เยี่ยนจื๋อสามารถบริหารเครือบริษัทใหญ่โตได้อย่างไร แต่ดูเหมือนว่านอกจากจะฉลาดแล้ว ฝีมือและเล่ห์เหลี่ยมของอีกฝ่ายก็ร้ายกาจไม่เบาเลยทีเดียว
สวีเหรินปาดน้ำตาพลางเอ่ยอย่างหนักแน่น “จี้ทิงไม่ต้องห่วงนะครับ เรื่องนี้ผมเป็นคนก่อเอง ผมจะไม่ยอมซัดทอดถึงคุณเด็ดขาด”
“เกรงว่าตอนนี้จี้เยี่ยนจื๋อน่าจะรู้แล้วล่ะ ว่าคุณมาหาผม”
สวีเหรินสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะกุมขมับด้วยความโกรธตัวเอง เขาจะโง่ขนาดนี้ได้ยังไง คฤหาสน์ตระกูลจี้ใหญ่โตขนาดนี้ จะไม่มีกล้องวงจรปิดได้อย่างไรกัน
“ไม่เป็นไร ต่อให้จี้เยี่ยนจื๋อจะรู้ เขาก็คงไม่คิดอะไรมากหรอก” แม้สถานการณ์จะดูคับขัน ทว่าน้ำเสียงของจี้ทิงยังคงนิ่งสงบไร้ความหวั่นไหว “ในสายตาเขา ผมมันก็แค่ขยะที่ไม่เอาถ่าน ต่อให้คุณจะบอกความจริงไป เขาก็คงทำเพียงแค่หัวเราะเยาะเย้ยเท่านั้นแหละ”
สวีเหรินฟังแล้วจึงค่อยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง เขาเม้มริมฝีปากถาม “จี้ทิงครับ แล้วเราจะทำยังไงกันดี?”
จี้ทิงหลุบตาลงครู่หนึ่ง นิ่งคิดชั่งน้ำหนักถึงผลดีผลเสียในหัว หลังจากพิจารณาเพียงสั้นๆ เขาก็เอ่ยขึ้นอย่างสงบ “ถ้าอย่างนั้น ก็ขายให้กลุ่มบริษัทซื่อลี่ไปเถอะ”
“หา?” สวีเหรินตกใจกับคำตอบนี้มาก
ความจริงสิ่งที่จี้ทิงคิดนั้นเรียบง่ายมาก ในเมื่อตอนนี้เขาอยู่ในฐานะคนของตระกูลจี้ และได้รับส่วนแบ่งเงินปันผลจำนวนมหาศาลจากกลุ่มบริษัทซื่อลี่ทุกปี ตั้งแต่วันนี้ไป เงินพวกนั้นก็ถือซะว่าเขาไม่ได้รับมาเปล่าๆ ก็แล้วกัน
“ไม่ต้องจดสิทธิบัตร ขายเทคโนโลยีชิปทั้งหมดให้จี้เยี่ยนจื๋อโดยตรง ส่วนค่าตัว...” จี้ทิงหยุดคิดครู่หนึ่ง “ขอแค่สามล้านก็พอ”
“หา? ระ... ราคามันจะไม่ต่ำไปหน่อยเหรอครับ?”
จี้ทิงย่อมมีเหตุผลของเขา “แทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งนั่นเป็นแค่ของเลียนแบบที่ผมหยิบโน่นผสมนี่มาทำเป็นสินค้ากึ่งสำเร็จรูป ถ้าเรียกราคาแพงเกินไป มันจะผิดต่อจรรยาบรรณทางวิชาการ”
แม้เขาจะพูดเช่นนั้น ทว่าสวีเหรินกลับแอบคิดในใจ ‘ถึงจี้ทิงจะไม่ยอมรับ แต่ในใจลึกๆ ต้องยังห่วงใยในสัมพันธ์พี่น้องแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมเสียสละถึงขนาดนี้หรอก’
“ตอนนี้ผมจะเริ่มรวบรวมข้อมูล คุณกลับไปพักผ่อนที่ห้องแขกก่อน แล้วตอนค่ำค่อยไปพบจี้เยี่ยนจื๋อ”
สวีเหรินพยักหน้าอย่างแรง “จี้ทิงวางใจได้เลยครับ คราวนี้ผมจะไม่ให้หลุดพิรุธแน่นอน!”
“อืม”
เวลา 19.00 น. สวีเหรินถูกเลี่ยวข่ายนำตัวมายังห้องทำงาน
“คุณจี้ครับ ผมตัดสินใจได้แล้วครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิมของอีกฝ่าย จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดดัน “หวังว่าคุณจะคิดดีแล้วจริงๆ นะ”
สวีเหรินสูดลมหายใจเข้าปอด “ผมจะขายเทคโนโลยีชิปของแทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งให้คุณครับ ไม่ต้องทำสัญญาสิทธิบัตร แต่จะเป็นการขายข้อมูลทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จให้กับคุณโดยตรง”
แววตาของจี้เยี่ยนจื๋อเป็นประกายวูบหนึ่ง ทันใดนั้นสวีเหรินก็เสริมขึ้น “แต่ผมมีเงื่อนไขอย่างหนึ่ง”
“ว่ามา”
สวีเหรินกำหมัดแน่น ให้กำลังใจตัวเอง “ผมหวังว่าจากนี้ไปคุณจะดีกับจี้ทิงให้มากกว่านี้ อย่าดุด่าเขาบ่อยๆ และก็อย่ากักบริเวณเขาไว้อีกเลยนะครับ”
สิ้นประโยคนั้น แววตาของจี้เยี่ยนจื๋อก็แปรเปลี่ยนไปทันที เขามองสำรวจสวีเหรินตั้งแต่หัวจรดเท้า นัยน์ตาแฝงไปด้วยรอยยิ้มที่ยากจะอธิบาย “แค่เงื่อนไขนี้เองงั้นเหรอ?”
สวีเหรินพยายามยืดหลังให้ตรง “คุณต้องรับปากว่าจะทำตามให้ได้ด้วยนะครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อหัวเราะในลำคอ เอ่ยด้วยท่าทีที่อ่านไม่ออก “เรื่องนั้นผมคงต้องขอนำไปพิจารณาดูก่อน พรุ่งนี้ค่อยให้คำตอบคุณก็แล้วกัน”
พูดจบเขาก็หันไปสั่งเลี่ยวข่าย “ไปบอกพ่อบ้าน ให้ห้องครัวจัดเตรียมอาหารรับรองคุณครูสวีให้ดี”
“ครับผม”
หลังจากทั้งสองเดินออกไป จี้เยี่ยนจื๋อนั่งนิ่งอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพังครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งให้คนไปเรียกจี้ทิงลงมา
เมื่อจี้ทิงเดินเข้ามาพบจี้เยี่ยนจื๋อ เขากลับพบว่าอีกฝ่ายมีรอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปากอย่างหาได้ยากยิ่ง เขาจึงคิดในใจเงียบๆ : [ที่แท้เวลาแทสเมเนียนดีใจ หน้าตาก็เป็นแบบนี้นี่เอง]
จี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่อกทันที เกือบจะสำลักลมหายใจตัวเองออกมา ใบหน้าเขากลับมาบึ้งตึงเย็นชาดังเดิม “นั่งลงสิ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
หลังจากจี้ทิงนั่งลง จี้เยี่ยนจื๋อก็เอ่ยขึ้น “สวีเหรินคงบอกนายหมดแล้วใช่ไหม?”
“ครับ”
จี้ทิงตอบเพียงสั้นๆ ด้วยความสงบนิ่งจนผิดความคาดหมายของจี้เยี่ยนจื๋อ เขานึกว่าจี้ทิงจะรีบเข้ามาเอาหน้าว่าความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเพราะความพยายามของตัวเองเสียอีก
“ฉันค่อนข้างแปลกใจนะ ที่คราวนี้คนอย่างนายสามารถเข้ากับครูสอนพิเศษคนนี้ได้ดี ดูท่าคงจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปแล้วสิ”
จี้ทิงนิ่งเงียบไปสองวินาที ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟา “ผมยังมีธุระต้องทำ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับห้องก่อนครับ”
“เดี๋ยวก่อน” จี้เยี่ยนจื๋อไม่คิดจะอ้อมค้อมอีกต่อไป เขาเปิดเผยสิ่งที่คิดออกมาทันที “ฉันเห็นว่าสวีเหรินดูจะแคร์นายมากเลยทีเดียว เพราะงั้น ฉันเลยอยากรู้ว่าใครคือคนที่วิจัยและสร้างเจ้าแทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งขึ้นมาจริงๆ”
ประโยคนี้ดูไร้ซึ่งความเชื่อมโยงอย่างสิ้นเชิง จี้ทิงขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย “พี่หมายความว่ายังไง?”
จี้เยี่ยนจื๋อยกยิ้มอย่างดูแคลน พร้อมเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ “ความหมายก็คือ ฉันไม่สนหรอกว่านายจะไปคบหากับสวีเหรินจริงๆ หรือว่าจะทนฝืนเสแสร้งไปกับเขา ฉันแค่ต้องการให้นายหลอกล่อให้สวีเหรินคายชื่อของคนคนนั้นออกมาให้ได้ก็พอ”
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^