LNCrawler

ตอนที่ 29 สามศัตรูหัวใจประจันหน้า

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 29 สามศัตรูหัวใจประจันหน้า

         บนใบหน้าของลู่เหยียนชูปรากฏรอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ไม่ปรากฏท่าทีประหม่าให้เห็นเลยแม้แต่น้อย “ประธานจี้ บังเอิญจริงนะครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็น “บังเอิญงั้นเหรอ ที่นี่บ้านฉัน”

       บอดี้การ์ดเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่สู้ดี จึงรีบก้าวเข้ามาอธิบาย “คุณลู่มาคืนของครับ โทรศัพท์ของคุณชายรองตกอยู่ในรถของเขา”

       โทรศัพท์ของจี้ทิงงั้นเหรอ?

       สายตาเย็นชาของจี้เยี่ยนจื๋อตวัดไปมองลู่เหยียนชูทันที “นายไปหาจี้ทิงทำไม?”

       มุมปากของลู่เหยียนชูยกขึ้น ยิ้มกว้างด้วยท่าทางผ่อนคลาย “นี่เป็นเรื่องระหว่างเราสองคน ผมคิดว่าคงไม่มีความจำเป็นต้องรายงานคุณมั้งครับ?”

       คิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อเลิกขึ้นพลางเอ่ยเยาะ “นายคิดว่าถ้านายไม่พูด จี้ทิงจะไม่พูดงั้นเหรอ?”

       “นั่นก็เป็นสิทธิ์ของเขาครับ ผมเป็นคนประเภทที่ไม่ชอบบังคับฝืนใจใครอยู่แล้ว”

       เลี่ยวข่ายที่นั่งอยู่เบาะผู้โดยสารข้างคนขับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ให้ตายเถอะ ไม่เจอกันนาน ฝีปากของคุณลู่คนนี้ยังร้ายกาจไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ

       “ไม่ได้เจอกันนาน นายก็ยังชอบพูดจาอ้อมค้อมเหมือนเดิม”

       ลู่เหยียนชูแย้มยิ้มบาง “การสื่อสารอย่างมีชั้นเชิง ย่อมดีกว่าการพูดจาทิ่มแทงคนอื่นไม่ใช่เหรอครับ ท่านประธานจี้”

       จี้เยี่ยนจื๋อไม่คิดจะเสียเวลาต่อความยาวสาวความยืดกับเขา เขาปิดกระจกรถขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ออกรถ”

       ลู่เหยียนชูมองตามรถคัลลิแนนที่เคลื่อนตัวออกไป รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหาย

       ถ้าจี้เยี่ยนจื๋ออยู่ด้วย เขาย่อมมีวิธีหลอกล่อให้จี้ทิงพูดออกมา และจี้เยี่ยนจื๋อก็คงจะจับสังเกตอะไรบางอย่างได้แน่ แต่ถ้าจะให้ไปตอนนี้... ช่างเถอะ ถือเสียว่าครั้งนี้เป็นการสร้างโอกาสสำหรับการพบกันครั้งหน้าก็แล้วกัน

       ประตูคฤหาสน์อยู่ห่างจากตึกหลักพอสมควร จี้เยี่ยนจื๋อที่นั่งรถมาย่อมถึงก่อน และทันทีที่เข้าบ้านเขาก็เรียกหาพ่อบ้านทันที “จี้ทิงอยู่ไหน?”

       “คุณชายรองไปที่ตึกตะวันตกเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน น่าจะไปเล่นเกมครับ”

       น้ำเสียงของจี้เยี่ยนจื๋อเย็นเยียบ “ไปตามตัวเขามาหาฉัน”

       “ครับ”

       พ่อบ้านรีบตรงไปยังตึกตะวันตกทันที และเมื่อถึงหน้าห้องเล่นเกมก็เคาะประตูเรียก “คุณชายรองครับ”

       เขารออยู่นานกว่าประตูจะเปิดออก

       จี้ทิงเปิดประตูเพียงแง้มๆ ก้าวตัวออกมาแล้วรีบดึงประตูปิดตามหลังทันที “อาหยาง มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

       “คุณชายใหญ่กลับมาแล้วครับ อยู่ที่โถงหน้า เรียกให้คุณชายรองไปหาครับ”

       จี้ทิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เพิ่งจะบ่ายสามโมง วันนี้ทำไมจี้เยี่ยนจื๋อถึงกลับมาเร็วนัก?

       ขณะที่ทั้งสองเดินไปยังตึกหลัก พ่อบ้านก็หวังดีช่วยเตือนจี้ทิงว่าดูเหมือนคุณชายใหญ่จะอารมณ์ไม่ค่อยดี จี้ทิงชินเสียแล้ว วันไหนถ้าจี้เยี่ยนจื๋อยิ้มแย้มกลับมาสิ ถึงจะเรียกว่าไม่ปกติ

       เมื่อออกจากลิฟต์ จี้ทิงมองเห็นจี้เยี่ยนจื๋อนั่งอยู่บนโซฟาแต่ไกล ระหว่างคิ้วของอีกฝ่ายฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด

       จี้ทิงไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ “พี่เรียกหาผมมีธุระอะไร?”

       จี้เยี่ยนจื๋อเงยหน้าขึ้น มองด้วยสายตาเย็นชา “ไปยืนไกลขนาดนั้นทำไม?”

       “พูดมาเถอะ ผมได้ยิน”

       จี้เยี่ยนจื๋อสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามไม่ถือสาเขาในตอนนี้ “วันนี้นายออกไปข้างนอกมาเหรอ?”

       จี้ทิงพยักหน้าเบาๆ “ครับ ไปตัดไหมที่รุ่ยเหอ”

       รุ่ยเหอนี่เป็นจุดนัดพบลับๆ หรือไง ทำไมจี้ทิงกับลู่เหยียนชูถึงเจอกันที่นั่นทุกทีเลย จี้เยี่ยนจื๋อจ้องมองเขาเขม็ง “ไหนนายบอกว่าไม่รู้จักลู่เหยียนชู แล้ววันนี้ไปเจอกันทำไม?”

       จี้ทิงมองเขาอยู่สองวินาที “จี้เยี่ยนจื๋อ พี่ส่งคนสะกดรอยตามผมเหรอ?”

       “ต้องสะกดรอยด้วยเหรอ ก็ลู่เหยียนชู...”

       “จี้ทิง”

       พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา จี้ทิงหันหน้าไปตามเสียง ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง : [ลู่เหยียนชู?]

       เขาขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณพลางเหลือบมองไปทางโซฟา [สองคนนี้กลับมาพร้อมกันงั้นเหรอ?]

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มในใจ กลับมาพร้อมกันงั้นเหรอ... ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะดูว่าลู่เหยียนชูจะเล่นตลกอะไร เขาไม่มีวันยอมให้หมอนี่ก้าวเท้าเข้าประตูบ้านเด็ดขาด

       “คุณลู่ คุณมาที่นี่ได้ยังไงครับ?”

       ลู่เหยียนชูส่งยิ้มบางให้เขา “ฉันเอาของมาคืนน่ะ”

       เขาไม่ได้พูดตรงๆ ว่าเป็นโทรศัพท์ ไม่อย่างนั้นมันจะถูกจับโป๊ะเร็วเกินไป

       จี้ทิงครุ่นคิดตาม พลางกะพริบตาด้วยความสงสัย “ของอะไรครับ?”

       “มันคือ...” ลู่เหยียนชูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยยิ้มขื่นออกมาอย่างแนบเนียน “ขอโทษที ฉันรีบเดินเข้ามาไปหน่อย เลยลืมมันไว้ในรถ ช่วยเดินออกไปเอาเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?”

       จี้ทิงกำลังจะอ้าปากตอบ ทว่าจี้เยี่ยนจื๋อกลับส่งเสียงหัวเราะเยาะขึ้นมาเสียก่อน “ลู่เหยียนชู แค่จะคืนของยังต้องอ้อมโลกไปมา ความเจ้าเล่ห์ของนายนี่มันแก้ไม่หายจริงๆ นะ”

       ลู่เหยียนชูคืนของ? มีความนัยแอบแฝงงั้นเหรอ จี้ทิงมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจว่าเจตนาแอบแฝงที่ว่าคืออะไร

       แววตาของลู่เหยียนชูฉายแววระอาใจ “ทำไมประธานจี้ถึงได้มีอคติกับผมจังเลยล่ะครับ แค่มาคืนของแท้ๆ ไหงถึงโยงไปเรื่องแผนร้ายได้ล่ะ”

       “อคติงั้นเหรอ เฮอะ” จี้เยี่ยนจื๋อเย้ยหยันอย่างคนรู้ทัน “นายกล้าพูดไหมล่ะว่าเมื่อกี้ไม่ได้กะจะหลอกให้จี้ทิงออกไปข้างนอกกับนายตามลำพัง?”

       “ประธานจี้ก็ตื่นตูมเกินไปหน่อยมั้งครับ ระหว่างผมกับจี้ทิงก็ไม่มีเรื่องอะไรปิดบังกันเสียหน่อย ต่อให้ออกไปข้างนอกด้วยกันสองคนมันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”

       จี้ทิงมองสลับไปมาระหว่างคนทั้งสอง ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าฉากนี้มันมีความคุ้นเคยอย่างประหลาด

       พอนึกไปนึกมา เขาก็พลันนึกถึงบทบรรยายการชิงดีชิงเด่นของเหล่าศัตรูหัวใจในต้นฉบับขึ้นมาได้ สัญญาณเตือนภัยในหัวสว่างวาบทันที บอกให้เขารีบถอยห่างจากสมรภูมินี้โดยด่วน

       ทันใดนั้น จี้ทิงก็ละสายตาออกมาทันที แล้วหันหลังเดินกลับทางเดิม

       พ่อบ้านถึงกับอึ้ง รีบก้าวเข้าไปถามเสียงเบา “คุณชายรองครับจะไปไหนครับ?”

       นี่เขาจะไปไหนกัน คุณชายใหญ่กำลังทะเลาะกับคนอื่นเพราะเขาอยู่นะ

       “อ้อ ผมยังเล่นเกมไม่จบ ขอตัวกลับไป...”

       “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!”

       “จี้ทิง เดี๋ยวก่อน!”

       สองเสียงดังขึ้นเกือบจะพร้อมกัน ทว่าน้ำเสียงกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

       ชายหนุ่มสองคนสบตากันอย่างคุมเชิง จี้เยี่ยนจื๋อชิงถามตัดหน้าก่อน “จี้ทิง ตอนนี้โทรศัพท์นายอยู่ที่ไหน?”

       โทรศัพท์งั้นเหรอ?

       จี้ทิงกะพริบตาเบาๆ “อยู่ในห้องเล่นเกมครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อหันกลับไปมองลู่เหยียนชู มุมปากเหยียดยิ้มเย็นชา ราวกับจะบอกว่า ‘ฉันจะรอดูว่านายจะแถต่อยังไง’

       ความประหลาดใจพาดผ่านใบหน้าของลู่เหยียนชูเพียงวูบเดียว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดคาดที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง “งั้นฉันคงเข้าใจผิดไปเอง วันนี้ฉันไปส่งแค่นายคนเดียว พอเห็นโทรศัพท์ตกอยู่ที่เบาะข้างคนขับ เลยนึกว่าเป็นของนายน่ะ”

       ลู่เหยียนชูหันไปมองจี้เยี่ยนจื๋อ เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแบบที่ยากจะสังเกตเห็น คล้ายจะสื่อเป็นนัยว่า ‘แถแบบนี้พอใจหรือยัง?’

       ทางด้านจี้ทิงยังคงตอบกลับอย่างซื่อตรงอีกครั้ง “นั่นไม่ใช่โทรศัพท์ของผมครับ”

       ลู่เหยียนชูพยักหน้ารับ เดินตรงเข้าไปหาเขา “เรื่องนี้ฉันเข้าใจผิดเอง ต้องขอโทษด้วยนะที่วันนี้อาจจะทำให้นายลำบากใจ...”

       ในขณะที่พูด เขาจงใจใช้หางตาเหลือบไปทางจี้เยี่ยนจื๋อเป็นเชิงบอกใบ้ “ไว้วันหลังมีโอกาส ฉันจะขอโทษนายอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะ”

       คนที่เป็นแอสเพอร์เกอร์ย่อมไม่เข้าใจความนัยแฝงในคำพูด นับประสาอะไรกับคำใบ้ทางสายตา สีหน้าของจี้ทิงนอกจากจะราบเรียบแล้วยังมีความมึนงงเจืออยู่เล็กน้อย : [ทำให้ฉันลำบากใจ... เขาไม่ได้มาหาเรื่องทะเลาะกับจี้เยี่ยนจื๋อหรอกเหรอ?]

       เมื่อได้ยินความคิดนั้น จี้เยี่ยนจื๋อก็แค่นเสียงหยันในใจ หัวเราะเยาะลู่เหยียนชูที่พยายามส่งสายตาสื่อความหมายให้คนซื่อบื้อ

       ลู่เหยียนชูไม่ได้แสดงอาการอะไรออกทางสีหน้า แต่ในใจกลับรู้สึกประหลาดใจ พี่น้องคู่นี้ไม่ใช่ว่าเข้าหน้ากันไม่ติดหรอกเหรอ ทำไมตอนนี้ดูแล้วความสัมพันธ์กลับไม่ได้ย่ำแย่เหมือนข่าวลือเลยล่ะ

       ในตอนนั้นเอง จี้เยี่ยนจื๋อก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงแววตา “คุณลู่ แสดงจบหรือยังครับ?”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^