LNCrawler

ตอนที่ 45 แทสเมเนียนในฤดูผสมพันธุ์

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 45 แทสเมเนียนในฤดูผสมพันธุ์

        เรื่องนี้สวีเหรินเถียงไม่ออกจริงๆ เพราะถ้าเมื่อก่อนจี้ทิงไม่แสร้งทำตัวเป็นคุณชายเสเพลละก็ เขาคงไม่มีโอกาสได้มาเป็นครูสอนพิเศษแบบนี้แน่

       “อาจารย์จี้ ในเมื่อลู่เหยียนชูเป็นศัตรูหัวใจของอาจารย์ แล้วทำไมอาจารย์ยังต้องช่วยเขาอีกละครับ?”

       จี้ทิงตอบอย่างไม่รีบร้อน “เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลัง ไว้มีโอกาสผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟังนะ”

       “ครับ”

       เมื่อเลี้ยวผ่านอีกสี่แยก สวีเหรินก็ชี้ไปที่ฝั่งตรงข้ามถนนทันที “ตรงนั้นมีสถานีรถไฟใต้ดิน อาจารย์จี้จอดส่งผมตรงนั้นก็ได้ครับ”

       “คุณไม่กลับมหาลัยเหรอ?”

       สวีเหรินฉีกยิ้มซื่อๆ “อาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าบทความ SCI [1] กำลังจะได้ตีพิมพ์แล้ว ช่วงนี้ต้องรีบจัดการรวบรวมข้อมูล เขาเลยให้ผมไปพักที่บ้านเขาก่อนเพื่อความสะดวกครับ”

       จี้ทิงจอดรถเทียบข้างทางก่อนจะเอ่ยขึ้น “พรุ่งนี้โปรแกรมดักฟังน่าจะเสร็จแล้ว ช่วงเที่ยงอาจจะต้องรบกวนให้คุณแวะไปหาผมที่บ้านหน่อยนะครับ”

       “ไม่มีปัญหาครับ อาจารย์จี้ไว้เจอกันครับ”

       “แล้วเจอกันครับ”

       หนึ่งชั่วโมงต่อมา จี้เยี่ยนจื๋อที่ถูกทิ้งไว้ที่คลับก็เรียกแท็กซี่กลับมาถึงคฤหาสน์

       “จี้ทิงอยู่ไหน ไปเรียกเขาออกมาหาฉันเดี๋ยวนี้”

       พ่อบ้านเอ่ยด้วยท่าทีลำบากใจ “คุณชายรองดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ค่อยดีครับ พอกลับมาถึงก็ตรงเข้าห้องเกมไปเลย แถมยังสั่งไว้ว่าห้ามใครรบกวน ข้าวเย็นก็ไม่ทานครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นหัวเราะในลำคอ ช่างแสดงได้แนบเนียนเหลือเกิน ถ้าเขาไม่ได้ยินเสียงในใจละก็ คงโดนหมอนั่นต้มจนเปื่อยไปแล้ว

       ระหว่างทางกลับบ้านเขาแอบคิดมาตลอด การที่เขาให้ลู่เหยียนชูส่งตัวคนคนนั้นให้จี้ทิงจัดการ ถือเป็นลาภก้อนโตที่หล่นทับชัดๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนจี้ทิงคงดีใจจนตัวลอยไปแล้ว

       แต่ทำไมครั้งนี้ถึงได้ทำท่าขยาดหวาดกลัว แถมยังหนีหายไปพร้อมแสดงละครตบตาเขาชุดใหญ่ขนาดนี้กันนะ หรือว่า...

       ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจจนทำให้จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มออกมา

       เป็นไปไม่ได้ที่จี้ทิงจะเลิกชอบหลิงซี หมอนี่พยายามแย่งหลิงซีกับเขามาตั้งแต่อายุสิบกว่าปี พวกเขาแย่งมานานขนาดนี้ อยู่ดีๆ จะมาบอกว่าไม่รักแล้วเนี่ยนะ

       ยิ่งคิด พฤติกรรมของอีกฝ่ายในวันนี้ก็ยิ่งดูผิดปกติในสายตาเขา

       จี้เยี่ยนจื๋อหรี่ตาคมลึกอย่างใช้ความคิด หรือว่าจี้ทิงกับลู่เหยียนชูแอบไปตกลงลับหลังอะไรกันไว้ แล้วไม่อยากให้เขารู้ เลยจงใจมาเล่นละครลิงต่อหน้าเขา

       พอพาลนึกไปถึงใบหน้าของลู่เหยียนชู แววตาของจี้เยี่ยนจื๋อก็พลันมืดครึ้มลงทันที

       เขากับลู่เหยียนชูเพิ่งจะทะเลาะกันยกใหญ่ที่คลับ จนความร่วมมือทุกอย่างเป็นอันพังพินาศ แต่ก่อนจะเดินออกมา ลู่เหยียนชูกลับเรียกเขาไว้ด้วยประโยคที่น่ารำคาญประโยคหนึ่งว่า

       ‘อย่าดุจี้ทิงนักเลย ทำตัวให้เหมือนพี่ชายจริงๆ และให้ความสำคัญกับเขาบ้าง ไม่อย่างนั้นในอนาคตคุณจะต้องเสียใจ’

       จี้เยี่ยนจื๋อละเพลียกับท่าทางสุภาพบุรุษจอมปลอมของลู่เหยียนชูจริงๆ พอเห็นว่าจี้ทิงมีประโยชน์เข้าหน่อย ก็รีบสวมหน้ากากคนดีมาสั่งสอนเขาเชียว

       เฮอะ ก็แน่ละ... เขาค่อนขอดในใจ ถ้าลู่เหยียนชูไม่เสแสร้งเก่งขนาดนี้ จะปั่นหัวจี้ทิงจนอยู่หมัดได้ยังไง

       “คุณชายใหญ่ครับ คุณชายใหญ่?”

       จี้เยี่ยนจื๋อได้สติพลางเห็นพ่อบ้านยังยืนอยู่ตรงหน้า “มีอะไร?”

       “คือ... ผมยังต้องไปเรียกคุณชายรองอยู่ไหมครับ?”

       จี้เยี่ยนจื๋อเบือนหน้าหนีด้วยท่าทางที่ไม่เป็นธรรมชาตินัก “ไม่ต้องแล้ว ให้เขาเล่นเกมไปเถอะ”

       ลู่เหยียนชูอยากจะเสี้ยมให้พี่น้องแตกกันนักใช่ไหม งั้นต่อจากนี้เขาจะไม่ดุจี้ทิงอีกก็ได้ เขาอยากจะรู้นักว่าลู่เหยียนชูจะหาเรื่องอะไรมาเป่าหูได้อีก

       วันรุ่งขึ้น เวลา 08.00 น.

       จี้ทิงที่โต้รุ่งมาทั้งคืน เอื้อมมือไปปิดประตูห้องเกมเบาๆ

       โปรแกรมดักฟังเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพื่อความปลอดภัย เขาได้ทดสอบความเสถียรไปมากกว่าร้อยครั้ง

       ถึงแม้สิ่งที่ทำลงไปจะมีจุดประสงค์ที่ยุติธรรม แต่วิธีถือว่าไม่ค่อยใสสะอาดนัก เพื่อป้องกันไม่ให้สำนักงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตรวจพบในภายหลัง เขาจึงเขียนโปรแกรมซ่อนเร้นไว้ในระบบหลังบ้านเพื่อลบร่องรอยทั้งหมด

       หลังจากสะสางปัญหาของลู่เหยียนชูเสร็จ ต่อไปเขากับคนคนนั้นก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องพบกันอีก และถ้าเขาไม่พบกับลู่เหยียนชู ก็จะไม่ไปกระตุกหนวดเสือของจี้เยี่ยนจื๋อ เมื่อนั้นเขาก็จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขของตัวเองได้เสียที

       เมื่อวานจี้ทิงไม่ได้ทานมื้อค่ำ แถมยังอดนอนมาทั้งคืน ท้องของเขาจึงประท้วงด้วยความหิวโหย

       เขาเดินจากตึกทิศตะวันตกมายังห้องอาหาร ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป ก็ประจันหน้าเข้ากับจี้เยี่ยนจื๋อที่กำลังทานมื้อเช้าอยู่พอดี

       จี้ทิงเป็นคนผิวขาวจัด พอมีรอยคล้ำใต้ตาจึงเห็นได้ชัดเจนมาก จี้เยี่ยนจื๋อมองสภาพอิดโรยนั้นพลางเอ่ยเสียงเย็น “นายเล่นเกมมาทั้งคืนเลยงั้นเหรอ?”

       จี้ทิงรู้ว่าอีกฝ่ายต้องโกรธแน่ แต่เขาก็ทำได้เพียงตอบรับสั้นๆ “ครับ”

       หน้าอกของจี้เยี่ยนจื๋อกระเพื่อมขึ้นลงหนึ่งครั้ง ในจังหวะที่พ่อบ้านคิดว่าพายุจะลงแล้ว เขากลับผ่อนลมหายใจออกมาเสียอย่างนั้น

       จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยเสียงเรียบเย็นชา “นั่งลง ทานเสร็จแล้วก็ขึ้นไปนอนซะ”

       จี้ทิงมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ แต่ไม่ว่าจะพยายามกวาดสายตามองยังไง เขาก็ดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

        [วันนี้เจ้าแทสเมเนียนมาแปลกแฮะ หรือว่าจะไม่สบาย?]

       ตะเกียบในมือจี้เยี่ยนจื๋อพลันบีบเข้าหากันแน่น ทันทีที่จี้ทิงนั่งลง เขาก็หันหน้าไปมองยิ้มเสมือนไม่ยิ้ม “ได้ยินมาว่าชื่อของเครื่องหมายเลขหนึ่งนั่นคือแทสเมเนียน ฉันไปถามสวีเหรินมาว่ามีที่มายังไง เขาบอกว่า ‘แทสเมเนียน’ คือชื่อเล่นที่นายตั้งให้ฉัน เขาเห็นว่ามันเรียกติดปากดีเลยเอาไปใช้”

       จี้ทิงชะงัก [สวีเหรินไปแอบฟ้องจี้เยี่ยนจื๋อตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?]

       จี้เยี่ยนจื๋อประสานมือรองใต้คาง ท่าทางดูสนใจเป็นพิเศษ “นายช่วยอธิบายหน่อยสิ ว่าทำไมถึงตั้งชื่อเล่นนี้ให้ฉัน?”

       จี้ทิงนิ่งเงียบไปราวห้าหกวินาที “พี่เป็นคนให้ผมพูดเอง เพราะงั้นพี่ห้ามโกรธผมนะ”

       “นายลองพูดมาก่อนสิ”

       เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรับปาก จี้ทิงจึงตัดสินใจตัดคำตอบเดิมที่เตรียมไว้ออกไป เขาเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะว่าตัวแทสเมเนียนมีรูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขาม ผมเลย...”

       ยังไม่ทันจะพูดจบ จี้ทิงก็รีบก้มหน้าลงทันที

       จี้เยี่ยนจื๋อเลิกคิ้ว ถามด้วยน้ำเสียงที่ดูนุ่มนวลอย่างประหลาด “นายกำลังหัวเราะอยู่เหรอ?”

       “เปล่าครับ”

       จี้ทิงไม่ได้อยากโกหก แต่เมื่อครู่ใบหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อกับเจ้าตัวแทสเมเนียนดันซ้อนทับกันในหัวเขาอัตโนมัติจนเขาตั้งตัวไม่ติด

       จี้เยี่ยนจื๋อพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกวักมือเรียกพ่อบ้าน “อาหยาง วันนี้สั่งคนไปรื้อห้องเกมที่ตึกตะวันตกทิ้งซะ ก่อนฉันกลับมาฉันไม่อยากเห็นแม้แต่เศษซาก...”

       จี้ทิงเงยหน้าขึ้นทันควัน รัวคำพูดออกมาเป็นชุด “เพราะตัวแทสเมเนียนในฤดูผสมพันธุ์จะมีอารมณ์ฉุนเฉียวและดุร้าย แถมยังแผดเสียงร้องโหยหวนทั้งวันทั้งคืน ผมเลยคิดว่าพี่เหมือนมันมากครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อโกรธจนหัวเราะออกมา “ฉันเนี่ยนะ... อยู่ในฤดูผสมพันธุ์?”

       จี้ทิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอแนะอย่างจริงใจ “พี่ลองไปดูสารคดีสัตว์โลกดูสิครับ แล้วพี่ก็จะเห็นว่าเสียงคำรามของแทสเมเนียนตัวผู้ตอนแย่งสิทธิ์ในการผสมพันธุ์น่ะ เหมือนกับตอนที่พี่ทะเลาะกับลู่เหยียนชูเมื่อวานไม่มีผิดเลย”

       จี้เยี่ยนจื๋อโกรธจนแทบคลั่ง เขาจึงตวาดลั่น “แล้วทำไมไม่ตั้งชื่อนี้ให้ลู่เหยียนชูบ้างล่ะ!”

       “ก็แทสเมเนียนเป็นชื่อเล่นของพี่ไปแล้ว ถ้าผมยกให้เขา พี่จะไม่ยิ่งโกรธกว่าเดิมเหรอครับ?”

       “เฮอะ!” จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้ม จ้องหน้าเขา “กลายเป็นเกียรติยศไปซะงั้น นี่ฉันต้องขอบใจนายด้วยไหม?”

       จี้ทิงกะพริบตาปริบๆ แววตาดูเป็นประกายใสซื่อ “ผมเข้าใจแล้ว พี่กำลังพูดประชดอยู่สินะ”

       ยังจะมาแกล้งซื่อใส่เขาอีก?

       จี้เยี่ยนจื๋อเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางยกยิ้มมุมปาก “อาหยาง ไปเรียกเลี่ยว...”

       ยังไม่ทันขาดคำ เลี่ยวข่ายก็เดินเข้ามาพอดี

       “ประธานจี้ครับ คุณสวีมาหาครับ ตอนนี้รออยู่ที่หน้าประตูบ้านแล้ว”

       จี้เยี่ยนจื๋อยังไม่ทันได้เอ่ยปาก จี้ทิงก็ชิงถามขึ้นก่อน “สวีเหรินเหรอครับ?”

       “ครับ”

       จี้ทิงเลิกคิ้วเล็กน้อย เมื่อวานเขานัดไว้ช่วงเที่ยงไม่ใช่หรือ ทำไมสวีเหรินถึงโผล่มาแต่เช้าขนาดนี้กันนะ...

        

       เชิงอรรถ

        [1] บทความ SCI (Science Citation Index) คือ บทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งถูกจัดทำดัชนีอยู่ในฐานข้อมูล Science Citation Index (SCI) หรือในปัจจุบันคือ Science Citation Index Expanded (SCIE)


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^