LNCrawler

ตอนที่ 58 ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังบานประตูห้องเล่นเกม

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 58 ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังบานประตูห้องเล่นเกม

        จี้ทิงขมวดคิ้วพลางเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเห็นจี้เยี่ยนจื๋อยืนอยู่ที่ราวกั้นชั้นสอง “พี่รู้ได้ยังไงว่าคุณแม่ไปแล้ว?”

       “ฉันไม่รู้หรอก” มุมปากของจี้เยี่ยนจื๋อประดับรอยยิ้มจางๆ “ฉันแค่ปักใจเชื่อว่าคืนนี้เธอจะไม่นอนที่คฤหาสน์เก่าแน่”

       ข้อมูลที่เขาได้รับมาคือสองสามีภรรยาจะกลับมาก่อนช่วงตรุษจีน แต่การที่หลินชิงปรากฏตัวกะทันหันกลางดึกโดยไม่มีกระเป๋าเดินทางติดตัวมาด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็นการตัดสินใจที่รีบร้อน และมีความเป็นไปได้สูงว่าเธอจะแอบจี้ซื่อเจ๋อกลับมา

       เมื่อรวมเข้ากับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ จี้เยี่ยนจื๋อจึงมั่นใจว่าระหว่างทั้งคู่ต้องมีเรื่องราวบางอย่างที่เขาไม่รู้แน่ๆ

       “ก่อนไป หลินชิงพูดอะไรกับนายบ้าง?”

       จี้ทิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณแม่ก็แค่ถามว่าพี่ได้ตีผมหรือเปล่า แต่ผมบอกว่าเปล่า”

       จี้เยี่ยนจื๋อเลิกคิ้วขึ้น “แค่นี้เหรอ?”

       เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อ ทว่าจี้ทิงกลับไม่อยากขยายความในหัวข้อนี้ต่อ “ครับ”

        [ถึงฉันไม่พูด จี้เยี่ยนจื๋อก็รู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นที่เฮ่อหยวน]

       จี้เยี่ยนจื๋อส่งเสียง ‘ฮึ’ ในลำคออย่างผู้เหนือกว่า ปากไม่ยอมพูด แต่ในใจกลับเปิดเผยออกมาจนหมดเปลือก

       เขาพยักหน้าอย่างพอใจพลางพูดขึ้นมาว่า “เอาเถอะ จำคำที่ฉันพูดไว้ก่อนหน้านี้ให้ดี ถ้ากล้าลืมล่ะก็ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ”

       “คำไหน...”

       จี้ทิงยังไม่ทันจะได้ถามให้กระจ่าง จี้เยี่ยนจื๋อก็เดินจากไปเสียดื้อๆ

       คนคนนี้มักจะเป็นแบบนี้เสมอ... เขาถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนกลับห้องของตนเองไปเช่นกัน

       หลังจากจี้ทิงอาบน้ำเสร็จก็เป็นเวลาตีสามแล้ว แต่เมื่อเอนกายลงบนเตียง เขากลับไม่อาจข่มตาหลับได้เสียที

        [แต่ก่อนบ้านหลังนี้มีแค่ฉันกับจี้เยี่ยนจื๋อสองคน จี้เยี่ยนจื๋อแทบไม่อยู่บ้านตอนกลางวันอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยมีอะไรให้ต้องพะวง]

        [แต่หลินชิงกับจี้ซื่อเจ๋อกำลังจะกลับมาแล้ว ดูท่าวันเวลาหลังจากนี้คงจะยิ่งไม่สงบสุขขึ้นเรื่อยๆ]

       จี้ทิงไม่ชอบความรู้สึกที่ไม่มั่นคงเช่นนี้เอาเสียเลย ไม่ใช่ว่าเขาหวาดกลัวสิ่งใด เพียงแต่ไม่อยากถลำลึกเข้าไปในวังวนที่ไร้ความหมายเท่านั้นเอง

       เขายันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาเช็กยอดเงินในบัญชีธนาคาร

       จี้เยี่ยนจื๋อเคยให้ไว้สามล้าน รวมกับอีกสิบล้านที่ได้จากลู่เหยียนชูซึ่งเขาแบ่งให้สวีเหรินไปหนึ่งล้าน เบ็ดเสร็จแล้วตอนนี้เขามีเงินสดติดตัวอยู่สิบสองล้านแปดแสนหกหมื่นหยวน

       เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว...

        [ยังไงก็ต้องไป] จี้ทิงครุ่นคิด ข้ออ้างเองก็หาได้ไม่ยาก [บอกว่าตั้งใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศก็น่าจะได้อยู่]

       จี้เยี่ยนจื๋อที่เพิ่งหลับไปได้เพียงครึ่งชั่วโมงถูกเสียงในใจของจี้ทิงปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

       มือใหญ่ที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนดึงผ้าปิดตาลง เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยของจี้เยี่ยนจื๋อ

       จี้ทิงอยากจะไปจากที่นี่งั้นเหรอ?

       ในเมื่อหลินชิงกับจี้ซื่อเจ๋อกลับมา คนที่ควรจะดีใจที่สุดไม่ใช่เขาหรือไง แล้วทำไมกลางค่ำกลางคืนถึงได้เอาแต่คิดหาวิธีหลบหน้าหนีออกไป...

       จี้เยี่ยนจื๋อขบคิดอยู่นานก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ หรือว่าวันนี้หลินชิงกลับมาพูดอะไรอย่างอื่นอีก หรือว่าจี้ทิงไปก่อเรื่องใหญ่อะไรที่เขาไม่รู้เอาไว้

        [ก่อนจะไป ฉันต้องหาทางย้ายของในห้องเล่นเกมออกไปก่อน อืม... ดูเหมือนอันดับแรกต้องเช่าสถานที่ที่เหมาะสมสักแห่ง]

       หางตาของจี้เยี่ยนจื๋อกระตุกวูบ เรื่องนี้เริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้ว ทรัพย์สินมีค่าชิ้นอื่น จี้ทิงไม่คิดถึงเลยสักนิด สิ่งเดียวที่พิจารณาคือการย้ายของที่ใช้เล่นเกม

       จี้เยี่ยนจื๋อเหยียดยิ้มเย็นชา ถ้าจนถึงตอนนี้เขายังเชื่อว่าห้องในตึกตะวันตกนั่นมีไว้สำหรับวางเครื่องเล่นเกมจริงๆ เขาก็คงจะโง่เต็มทนแล้ว

       ...

       เมื่อคืนจี้ทิงดูข้อมูลอสังหาริมทรัพย์จนถึงตีห้า เขาเพิ่งจะนอนได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ถูกแรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ปลุกขึ้นมา

       “ฮัลโหล”

       “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใช่คุณหวังไหมคะ?”

       จี้ทิงกำลังจะบอกว่าโทรผิด แต่อีกฝ่ายกลับชิงพูดขึ้นเสียก่อน “คืออย่างนี้ค่ะ ฉันเห็นว่าเมื่อวานคุณเข้ามาดูข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในระบบของเรา ตอนนี้แถวถนนซั่งเหวินมีบ้านที่ตรงตามความต้องการของคุณพอดี ไม่ทราบว่าคุณสนใจจะลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไหมคะ?”

       แอปพลิเคชันสมัยนี้มีฟังก์ชันเก็บข้อมูลผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ ประวัติการเข้าชมและการคัดกรองหมวดหมู่จึงถูกบันทึกไว้หมด

       จี้ทิงไม่ได้แปลกใจนัก เขาจึงเอ่ยตอบ “ผมไม่ได้จะเช่า ผมจะซื้อ”

       “บ้านหลังนี้คือบ้านที่เจ้าของต้องการจะขายพอดีค่ะ รับรองได้เลยว่าทำเลดีมาก...”

       ครึ่งชั่วโมงต่อมา บอดี้การ์ดที่เฝ้าสังเกตรถสปอร์ตสีแดงที่เลี้ยวลับหัวมุมถนนไป ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ประธานจี้ครับ คุณชายรองเพิ่งออกจากบ้านไปครับ”

       หลังจากวางสาย จี้เยี่ยนจื๋อก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วโทรหาเลี่ยวข่าย “นายพาคนเข้ามาได้เลย”

       ...

       สิบห้านาทีต่อมา หวังเหมี่ยน หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ของห้องปฏิบัติการอัจฉริยะของกลุ่มบริษัทซื่อลี่ ก็มองไปที่จี้เยี่ยนจื๋อด้วยสีหน้าพิศวง “ประธานจี้เรียกผมมาแต่เช้าเพื่อจะให้มาเปิดประตูบานนี้เนี่ยนะ?”

       “อืม”

       หวังเหมี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึก พลางกัดฟันพูด “ประธานจี้ครับ จะล้อเล่นก็ให้มันมี...”

       “รหัสผ่านของประตูบานนี้ถูกลบออกไปโดยตั้งใจ แม้แต่แบล็กบ็อกซ์ [1] ของฉันก็ยังเข้าไม่ได้ ฉันสงสัยว่าระบบก็น่าจะถูกแก้ไขด้วย” จี้เยี่ยนจื๋อพูดขัดขึ้น

       หวังเหมี่ยนขมวดคิ้ว ยังคงไม่เข้าใจ “ถ้าอย่างนั้นคุณก็แค่ให้คนมาพังประตูทิ้งไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ จะอ้อมค้อมไปทำไมให้เสียเวลา?”

       “เปิดไม่ได้ใช่ไหม?” จี้เยี่ยนจื๋อพูดอย่างไร้อารมณ์ “งั้นผมจะได้เรียกวังปินมา”

       บ้าเอ๊ย! หวังเหมี่ยนสบถในใจ แต่ใบหน้ากลับยิ้มระรื่นราวกับดอกไม้บาน “เปิดครับเปิด พร้อมให้บริการท่านประธานอย่างสุดความสามารถเดี๋ยวนี้เลยครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อส่งสัญญาณมือ เลี่ยวข่ายก็รีบนำอุปกรณ์ที่หวังเหมี่ยนต้องใช้มาวางให้ทันที

       หวังเหมี่ยนใช้โน้ตบุ๊กเจาะเข้าสู่ระบบควบคุมส่วนกลางของตระกูลจี้ก่อน จากนั้นเขาจึงป้อนคำสั่งบางอย่างลงไป โค้ดจำนวนมหาศาลพลันวิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว

       จี้เยี่ยนจื๋อโน้มตัวลงเล็กน้อย มือขวากดลงบนโต๊ะ “พอจะดูวันที่รหัสผ่านถูกแก้ไขได้ไหม?”

       “ได้ รอแป๊บ” หวังเหมี่ยนรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ด แล้วขยับแว่นสายตา “เวลาที่แก้ไขคือ... วันที่สิบแปดเดือนที่แล้ว เวลาสามทุ่มสี่สิบเก้า”

       “อุปกรณ์ที่ใช้แก้ไขเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายนอกหรือเปล่า”

       หวังเหมี่ยนตรวจสอบอีกครั้ง ผลที่เห็นทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมา “คนคนนี้ทำงานรอบคอบชะมัด ถึงขั้นลบประวัติการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ออกไปจนเกลี้ยงเลยแฮะ”

       จี้เยี่ยนจื๋อนิ่งไปครู่หนึ่ง “กู้คืนได้ไหม?”

       “มีผมอยู่ทั้งคน เรื่องแค่นี้ขี้ผงครับ”

       ทว่าไม่ทันไร คำโวที่เพิ่งพูดออกไปก็ย้อนกลับมาตบหน้าหวังเหมี่ยนเข้าอย่างจัง

       เมื่อเห็นหวังเหมี่ยนรัวคีย์บอร์ดเร็วขึ้นเรื่อยๆ จี้เยี่ยนจื๋อก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น “เรื่องกู้คืนประวัติเอาไว้ก่อน คุณเปิดประตูให้ได้ก่อนเถอะ”

       แต่หวังเหมี่ยนกลับไม่ยอมแพ้ “ไม่ได้สิ ผมไม่เชื่อหรอกว่าไอ้ของเล่นชิ้นแค่นี้ผมจะจัดการมันไม่ได้”

       “งั้นคุณก็ทำไป ผมจะเรียกวังปินมา”

       ใบหน้าของหวังเหมี่ยนมืดครึ้มลงทันที เขาเงยหน้าขึ้นมอง “ประธานจี้ครับ ช่วยเปลี่ยนเหตุผลที่ใช้ขู่ผมบ้างได้ไหม?”

       “ขอแค่ใช้ได้ผลก็พอ” จี้เยี่ยนจื๋อพูดจบก็ยกข้อมือขึ้นมองนาฬิกา “ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ คุณควรจัดการให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง”

       เขา... กลับมา?

       หวังเหมี่ยนจับใจความสำคัญได้ทันที จึงเลิกคิ้วถาม “ขอประทานโทษนะครับ ‘เขา’ ที่ว่านี่คือคนไหนในบ้านเหรอครับ?”

       จี้เยี่ยนจื๋อเองก็ยังไม่มั่นใจว่าเป็นใครกันแน่ จึงตอบเสียงเย็น “ถ้าคุณสนใจเรื่องนี้ขนาดนั้น พรุ่งนี้ผมจะย้ายคุณไปอยู่แผนกประชาสัมพันธ์”

       หวังเหมี่ยนสงบเสงี่ยมลงทันควัน ก้มหน้าก้มตาทำงานรับใช้ทุนนิยมต่อไป

       แม้กลไกการล็อกที่ใช้ชิปอัลกอริทึมมาตรฐานความปลอดภัยระดับชาติจะดูยุ่งยากไปบ้าง แต่สำหรับหวังเหมี่ยนแล้วมันก็ยังเป็นเพียงเรื่องง่ายๆ อยู่ดี

       หลังจากเขารีเซตระบบได้สำเร็จ เขาก็ได้แอดข้อมูลของจี้ทิงและสวีเหรินกลับเข้าไปตามเดิมโดยไม่ให้ผิดเพี้ยน และสุดท้ายคือข้อมูลของจี้เยี่ยนจื๋อเอง

       เมื่อสิ้นเสียงสัญญาณหนึ่งครั้ง วงแหวนแสงบนที่ล็อกประตูก็สว่างขึ้น หวังเหมี่ยนยกนิ้วโป้งให้ “เรียบร้อยครับผม”

       จี้เยี่ยนจื๋อก้าวเข้าไปจับที่ล๊อกประตู วินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับวงแหวนแสง เขาแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

       จากนั้นเขาออกแรงผลักเพียงเล็กน้อย บานประตูก็เปิดออกต่อหน้าคนทั้งสามคน…

        

       เชิงอรรถ

        [1] แบล็กบ็อกซ์ (Black Box) ในบริบทของแฮกเกอร์หรือช่างเทคนิคระดับสูง คือเครื่องมือพิเศษที่ใช้สำหรับ Brute-force หรือเจาะเข้าสู่ระบบที่ถูกล็อก


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^