ตอนที่ 60 เลื่อมใสจนไม่อาจหาคำบรรยายได้
ตอนที่ 60 เลื่อมใสจนไม่อาจหาคำบรรยายได้
หวังเหมี่ยน "..."
‘อย่าคิดว่าฉันดูไม่ออกนะ นี่กำลังอวดกันอยู่ชัดๆ’
ตอนนั้นเอง เลี่ยวข่ายที่เพิ่งสั่งการลูกน้องเสร็จก็เดินกลับมาพอดี “ประธานจี้ จัดการเรียบร้อยแล้วครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อส่งเสียงตอบรับในลำคอ ก่อนจะชี้ไปที่หวังเหมี่ยน “พอดีเลย ช่วยส่งเขาออกไปที”
“ครับ”
“เดี๋ยวก่อน!” หวังเหมี่ยนยกมือขึ้นห้าม พลางเบือนหน้าไปหาจี้เยี่ยนจื๋อ “ประธานจี้ คุณจะไล่ผมกลับไปดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ?”
จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยเสียงเรียบ “แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ หรือจะอยู่กินมื้อเที่ยงด้วยกัน?”
“มื้อเที่ยงน่ะไม่ต้องหรอก” หวังเหมี่ยนยิ้มเจ้าเล่ห์ “คุณดูสิ เรื่องในวันนี้ถึงผมจะไม่มีความดีความชอบ แต่อย่างน้อยก็ลงแรงไปไม่น้อยเลยนะ แล้วเรื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นน่ะ จะเป็นไปได้ไหมถ้า...”
“อย่าแม้แต่จะคิด” จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยขัดเพียงประโยคเดียวเพื่อดับฝันอีกฝ่ายทันที
หวังเหมี่ยนชะงักกึก “เดี๋ยวสิ ผมยังพูดไม่จบเลย คุณลองฟังแล้วพิจารณาดูก่อนไม่ได้หรือ”
จี้เยี่ยนจื๋อเลือกที่จะเมินเฉยต่อเขา แล้วหันไปสบตาเลี่ยวข่ายโดยตรง
เลี่ยวข่ายก้าวเข้าไปข้างหน้า คว้าหมับที่ต้นแขนของหวังเหมี่ยนแล้วออกแรงลากให้ลุกขึ้นทันที
“ผมขอแค่โหนดพาร์ทิชัน [1] สำหรับการคำนวณ GPU [2] แค่สองจุดเอง ขอใช้ไม่กี่วัน แค่ไม่กี่วันเท่านั้น!”
หวังเหมี่ยนถูกเลี่ยวข่ายรวบตัวกึ่งอุ้มกึ่งลากออกไปแล้ว แต่เขายังไม่ยอมลดละ เมื่อเห็นอีกฝ่ายดื้อรั้นขนาดนั้น จี้เยี่ยนจื๋อจึงเอ่ยขึ้นว่า “ฉันอนุญาตให้ทีมของนายใช้ ‘เซินหราน’ ของกลุ่มบริษัทได้หนึ่งเดือน”
“มันจะไปเหมือนกันได้ยังไงเล่า! ถึงจะเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วระดับหมื่นล้านล้านครั้งต่อวินาทีเหมือนกัน แต่คุณเคยเห็นเครื่องขนาดมินิแบบนั้นที่ไหนล่ะ”
“ให้ผมศึกษาหน่อยเถอะ ผมจ่ายเงินให้ก็ได้นะ”
จี้เยี่ยนจื๋อเริ่มรู้สึกนึกเสียใจขึ้นมาบ้างแล้ว ถ้ารู้แบบนี้เขาน่าจะเรียกวังปินมาแทน อย่างน้อยหมอนั่นก็คงไม่หน้าด้านหน้าทนเท่าหวังเหมี่ยน
ร่างของเขาถูกกึ่งลากกึ่งอุ้มมาจนถึงโถงด้านหน้า ขณะที่จวนเจียนจะพ้นประตูออกไป เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ประตูลิฟต์ด้านหลังพวกเขาทั้งสามเปิดออก จากนั้นจี้ทิงเดินถือโทรศัพท์ก้าวออกมาจากข้างใน
“จี้เยี่ยนจื๋อ ของนั่นไม่ใช่ของคุณสักหน่อย คุณจะขี้งกไปทำไมกัน!”
เสียงตะโกนของหวังเหมี่ยนทำให้จี้ทิงเงยหน้าขึ้นมอง ในตอนนั้นจี้เยี่ยนจื๋อยังไม่รู้ว่าเจ้าตัวกลับมาถึงแล้ว เขาจึงยักคิ้วพลางเอ่ยว่า “จี้ทิงเป็นน้องชายฉัน เรื่องของเขาฉันเป็นคนตัดสินใจให้มาตลอดอยู่แล้ว”
จี้ทิงขมวดคิ้วเล็กน้อย [จี้เยี่ยนจื๋อกล้าดียังไงกัน ถึงคิดจะมาตัดสินใจแทนฉัน?]
ประโยคนี้เปรียบเสมือนน้ำแข็งถังใหญ่ที่ราดรดลงบนหัวของจี้เยี่ยนจื๋อจนเย็นไปถึงขั้วหัวใจ ร่างของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบหันกลับไปมองทันที
เห็นเพียงจี้ทิงยืนอยู่ไม่ไกลนัก กำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าสงสัย
“นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
จี้ทิงชี้ไปที่ลิฟต์ “เมื่อกี้”
จี้เยี่ยนจื๋อกำลังจะอ้าปากถามว่าได้ยินอะไรไปบ้าง ทันใดนั้นหวังเหมี่ยนก็โพล่งขึ้นด้วยความตื่นเต้น “จี้ทิง อื้อ...”
เลี่ยวข่ายตาไวรีบตะปบปิดปากเขาไว้ได้ทันท่วงที จี้เยี่ยนจื๋อเบือนหน้าไปสั่งเสียงเย็น “ยังไม่รีบพาส่งขึ้นรถไปกินยาอีก”
หวังเหมี่ยนถูกอุ้มออกไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่อาจขัดขืน ในลำคอยังคงส่งเสียงอู้อี้ดังไม่หยุด ส่วนดวงตาก็จับจ้องไปที่จี้ทิงอย่างไม่ลดละ
ในความทรงจำของจี้ทิง เขาไม่รู้จักคนคนนี้เลยสักนิด เขาเดินเข้าไปหาจี้เยี่ยนจื๋อพลางถามว่า “คนคนนั้นเป็นอะไรไปเหรอครับ?”
“โรคประจำตัวกำเริบน่ะ ไม่มีอะไรหรอก กินยาก็หายแล้ว”
จี้ทิงขยับหัวคิ้วเล็กน้อย สายตามองตรงไปยังประตูทางออก “เมื่อกี้... ดูเหมือนเขาจะมีอะไรอยากจะพูดกับผมนะ?”
หัวใจของจี้เยี่ยนจื๋อกระตุกวูบ เขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายรุกก่อน “เช้านี้นายไม่ยอมอยู่บ้านทบทวนบทเรียน ออกไปทำอะไรข้างนอก?”
จี้ทิงกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะจ้องมองเขาเขม็ง “พี่จงใจเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากตอบคำถามของผมใช่ไหม?”
ใบหูของจี้เยี่ยนจื๋อเริ่มร้อนผ่าว ใบหน้าพลันบึ้งตึงเคร่งขรึมทันที “พูดมากจริงนะนายเนี่ย กลับห้องไปซะ”
พูดจบเขาก็รีบสาวเท้าก้าวหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม่ยอมเปิดโอกาสให้จี้ทิงได้ซักไซ้อีก
แม้จี้ทิงจะคุ้นชินกับพฤติกรรมเช่นนี้ดีอยู่แล้ว แต่เขารู้สึกว่าวันนี้ดูจะต่างออกไปเล็กน้อย จี้เยี่ยนจื๋อดูท่าทางไม่เหมือนคนรำคาญ แต่เหมือนกำลัง ‘วิ่งหนี’ มากกว่า
เมื่อจี้เยี่ยนจื๋อเดินออกมานอกตึกหลัก เลี่ยวข่ายก็จับคนยัดขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว
หวังเหมี่ยนยังไม่ยอมแพ้ พยายามเกาะขอบหน้าต่างรถเอาไว้ “จี้ทิงกลับมาแล้ว ให้ผมคุยกับเขาซักสองสามคำไม่ได้เหรอ?”
เมื่อจี้เยี่ยนจื๋อนึกถึงเรื่องเมื่อครู่ เขาก็อยากจะเอื้อมมือไปกดหัวที่ขวางหูขวางตานี่เข้าไปในรถเสียให้เข็ด “คุยอะไร คุยเรื่องที่งบวิจัยในไตรมาสหน้าของคุณจะถูกแบ่งให้วังปินไปครึ่งหนึ่งน่ะเหรอ?”
หวังเหมี่ยนเบิกตากว้าง “คุณ...”
“ออกรถซะ”
...
ที่ชั้นบน เมื่อจี้ทิงกลับมาถึงห้อง เขาก็เห็นข้อความจากนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ส่งข้อมูลบ้านหลังใหม่มาให้อีกสองชุด
แม้บ้านบนถนนซั่งเหวินหลังนั้นจะมีรูปแบบและการตกแต่งที่ค่อนข้างดี แต่กลับตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนเก่า ความเร็วของอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ [3] นั้นช้าจนเกินไป
ระหว่างทางกลับบ้าน จี้ทิงมัวแต่ครุ่นคิดว่า หรือเขาควรจะย้ายออกไปก่อนแล้วค่อยๆ หาที่ใหม่ไปเรื่อยๆ อย่างมากเขาก็แค่ใช้วิธีของตนเองในการยกระดับความเร็วอินเทอร์เน็ตเอา
เดิมทีเขาตั้งใจว่าพอถึงบ้านจะไปที่ห้องเล่นเกมทันที เพราะมีอุปกรณ์มากมายที่ต้องเคลื่อนย้าย เขาจึงต้องรีบทำเวลา
[แต่จี้เยี่ยนจื๋ออยู่บ้านแบบนี้ คงย้ายไม่สำเร็จแน่ ไว้รอดูตอนบ่ายอีกทีแล้วกัน]
จี้เยี่ยนจื๋อที่กำลังก้าวขึ้นบันไดหยุดชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นมองด้านบนด้วยสายตาครุ่นคิด
บนโต๊ะอาหาร มื้อเที่ยง เนื่องจากนานๆ ทีจี้เยี่ยนจื๋อจะอยู่บ้านในวันทำงาน เมนูอาหารจึงมีความหลากหลายเป็นพิเศษ
จี้ทิงเพิ่งจะจับตะเกียบขึ้นมา จี้เยี่ยนจื๋อก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ช่วงบ่ายสวีเหรินจะมาติวหนังสือให้นาย”
การเรียกสวีเหรินกลับมาก็เพื่อให้มาช่วยกันย้ายอุปกรณ์ จี้ทิงจะได้ไม่ต้องออกแรงมากนัก
จี้ทิงชะงักไปครู่หนึ่ง “ไม่ใช่ว่าเขาอยู่กับลู่เหยียนชูหรอกเหรอ?”
“เจ้าหน้าที่เทคนิคหลี่ก็อยู่ที่นั่น อีกอย่าง คนที่จ่ายเงินเดือนให้สวีเหรินคือฉัน มีสิทธิ์อะไรต้องไปรับใช้ลู่เหยียนชูทุกวัน”
จี้ทิงไม่เข้าใจว่าทำไมจี้เยี่ยนจื๋อถึงได้หงุดหงิดขึ้นมาอีก “พี่กับลู่เหยียน...”
จี้เยี่ยนจื๋อไม่อยากได้ยินชื่อนั้น จึงเอ่ยตัดบททันที “หรือว่านายไม่อยากได้สวีเหรินแล้ว อยากจะเปลี่ยนครูสอนพิเศษคนใหม่?”
จี้ทิงตอบโดยไม่ต้องคิด “ไม่เปลี่ยนครับ สวีเหรินดีมากอยู่แล้ว”
“ไม่เปลี่ยนก็หุบปากแล้วกินข้าวไป”
ภายในห้องอาหารกลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง จี้เยี่ยนจื๋อใช้หางตาเหลือบมองจี้ทิงที่กำลังคีบเนื้อวัว ในขณะที่ใจกลับนึกถึงเรื่องอื่น
ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มปะติดปะต่อกันได้เสียที
ทำไมวันก่อนสวีเหรินถึงยังคลำหาทิศทางของร่างงานวิจัยไม่เจอ แต่พอรุ่งขึ้นมาติวให้จี้ทิง พอกลับเข้าห้องแล็บไปก็ค้นพบวัสดุตัวใหม่ทันที
ทำไมตอนที่พวกเขาเข้าไปที่สถานีตำรวจ คนผู้นั้นถึงได้รีบไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเองทันที แถมยังรู้อีกว่าควรส่งหลักฐานมาให้ที่มือของเขาถึงจะเหมาะสมที่สุด
เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าที่สวีเหรินทำแบบนั้นกับจี้ทิงเพราะความหลงใหลที่ฉาบฉวย แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะเป็นความเลื่อมใสศรัทธาเสียมากกว่า ซึ่งก็ไม่แปลกหรอก ไม่ว่าใครถ้าได้เจอกับจี้ทิง ก็คงจะรู้สึกเลื่อมใสจนไม่อาจหาคำบรรยายได้เหมือนกัน
แม้จะเริ่มเข้าใจเรื่องราวในอดีตขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ในใจของจี้เยี่ยนจื๋อกลับมีความเคลือบแคลงสงสัยใหม่เกิดขึ้น
การที่จี้ทิงสามารถให้คำแนะนำแก่สวีเหรินได้ แสดงว่าอย่างน้อยเขาก็ต้องเชี่ยวชาญด้านทัศนศาสตร์เป็นพิเศษ แถมยังสามารถสร้างแทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งขึ้นมาได้ตามใจชอบ แสดงว่าความรู้ด้านเครื่องกลของเขาก็ต้องอยู่ในระดับแนวหน้า และตอนนี้ในห้องเล่นเกมยังมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่จี้ทิงประกอบขึ้นด้วยตัวเองตั้งอยู่อีก
ต่อให้เขาจะเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากแค่ไหน แต่การที่สามารถครอบคลุมเทคโนโลยีการวิจัยได้หลากหลายแขนงขนาดนี้ มันออกจะดูเหนือจริงเกินไปหน่อย
จี้เยี่ยนจื๋อกำลังครุ่นคิดว่าตนเองเป็นกบในกะลาอยู่หรือเปล่า แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ต้องสบเข้ากับดวงตาของจี้ทิงที่มองตรงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“พี่มีอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่า?”
“เปล่า”
จี้ทิงไม่เข้าใจ “แล้วทำไมพี่ถึงเอาแต่จ้องผมล่ะ?”
จี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกประหม่าราวกับถูกจับไต๋ได้ จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “ถ้านายไม่มองฉัน แล้วนายจะรู้ได้ยังไงว่าฉันมองนายอยู่”
จี้ทิงวางตะเกียบในมือลง ก่อนจะเริ่มอธิบายตามหลักการอย่างจริงจัง “ดวงตาของมนุษย์มีฟังก์ชันที่เรียกว่า วิสัยทัศน์รอบข้าง หรือก็สามารถจับภาพที่อยู่นอกเหนือจุดรวมสายตาได้มากกว่า 30 องศา ซึ่งภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า ‘หางตา’ ไงล่ะครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อถึงกับพูดไม่ออก เขาเกือบลืมไปเลยว่า จี้ทิงน่ะเปรียบเสมือนสารานุกรมเดินได้ดีๆ นี่เอง
เชิงอรรถ
[1] โหนดพาร์ทิชัน (Partition Node/Partitioned Node) ในบริบทของฐานข้อมูลแบบกระจาย หมายถึง เครื่องเซิร์ฟเวอร์ หรือหน่วยประมวลผล (Node) ที่ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูล ส่วนหนึ่งของฐานข้อมูลทั้งหมด
[2] GPU (Graphics Processing Unit) หรือหน่วยประมวลผลกราฟิก คือชิปคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อคำนวณและประมวลผลข้อมูลภาพ กราฟิก วิดีโอ และ 3D โดยเฉพาะ มีจุดเด่นคือการประมวลผลแบบขนาน (Parallel Processing) ที่รวดเร็วมาก
[3] เน็ตไฟเบอร์ (Fiber Optic Internet) คืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสงในการรับส่งข้อมูลด้วยสัญญาณแสง ทำให้มีความเร็วสูงถึง 10 Gbps เสถียรภาพสูง และความหน่วงต่ำ เหมาะสำหรับบ้านหรือธุรกิจที่ต้องใช้งานหนัก เช่น สตรีมมิ่ง 4K เล่นเกมออนไลน์ และวิดีโอแชต
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^