LNCrawler

ตอนที่ 65 ไม่เหมือนพี่น้องแท้ๆ

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 65 ไม่เหมือนพี่น้องแท้ๆ

        “ครั้งแรกที่พาคนอื่นมา... แปลกจริงแฮะ...”

       หัวคิ้วของจี้ทิงขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น เขาเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองไปรอบๆ คล้ายกำลังพยายามค้นหาคำตอบ

       ร้านอาหารสไตล์โฮมเมด เจ้าของร้านแซ่เสิ่น ข้าวหน้าหมูทอด... [ที่นี่คือเรือนไม้แห่งเมฆหมอกงั้นเหรอ?]

       จี้เยี่ยนจื๋อได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกประหลาดใจ เสิ่นมู่หลานยังไม่ได้เอ่ยถึงชื่อร้านเลยแม้แต่นิด แล้วจี้ทิงไปรู้ชื่อร้านที่ตั้งตามใจชอบแบบนี้มาจากไหนกัน

        [ทำไมมันถึงไม่เหมือนเดิมอีกแล้วล่ะ] แววตาจี้ทิงลุกลนซ่อนความฉงนเอาไว้ [คนแรกที่จี้เยี่ยนจื๋อควรจะพามาที่นี่ ไม่ใช่หลิงซีหรอกเหรอ?]

       อะไรคือไม่เหมือนเดิม แล้วเรื่องนี้มันไปเกี่ยวอะไรกับหลิงซีกัน?

       จี้เยี่ยนจื๋อไม่เข้าใจว่าทำไมจี้ทิงถึงมีความคิดประหลาดๆ แบบนี้อยู่เรื่อย หรือว่าการที่เขาจะพาใครมาที่นี่ มันต้องถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วยหรือไง?

       เสิ่นมู่หลานไม่คาดคิดว่ามุกตลกของตนจะทำให้บรรยากาศกร่อยลงไปเสียอย่างนั้น คำพูดเขามันเข้าใจยากขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมสองพี่น้องคู่นี้ถึงได้ทำหน้าครุ่นคิดเหมือนกันไปหมด

       ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้หาคำตอบ เสียงสัญญาณเตือนก็ดังขัดจังหวะขึ้น เสิ่นมู่หลานชะงักไปครู่หนึ่ง “อ๊ะ น้ำมันที่ฉันตั้งไฟไว้!”

       เมื่อเขาผละจากไป ห้องโถงด้านหน้าก็ตกอยู่ในความเงียบงันทันที

       ผ่านไปครู่ใหญ่ จี้เยี่ยนจื๋อก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหวจนต้องเปิดปากถามก่อน “เจ้าหูน้อยจี้ นายกำลังคิดอะไรอยู่?”

       จี้ทิงดึงสติกลับมา ก่อนจะสบตาเขาแล้วเอ่ยถาม “ผมกำลังคิดว่า ทำไมพี่ถึงพาผมมากินข้าวที่นี่”

       “ก็เพราะฉันอยากกิน และนายก็บังเอิญอยู่บนรถฉันพอดี” จี้เยี่ยนจื๋อตอบด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นและเต็มไปด้วยการประชดประชัน “ทำไม หรือนายอยากจะให้ฉันถีบส่งนายลงระหว่างทางหรือไง?”

       จี้ทิงเม้มริมฝีปาก เขารู้สึกลึกๆ ว่าจี้เยี่ยนจื๋อกำลังเลี่ยงตอบคำถามของเขา แต่พอคิดดูอีกที เขาก็อาจจะคิดมากไปเอง

        [บางทีจี้เยี่ยนจื๋ออาจจะแค่อยากกินข้าวร้านนี้จริงๆ ก็ได้]

       จี้เยี่ยนจื๋อกัดฟันระงับอารมณ์พลางผ่อนลมหายใจทิ้ง หมอนี่มันซื่อบื้อจริงๆ

       ไม่นานนัก เสิ่นมู่หลานก็โผล่ออกมาจากครัวอีกครั้ง “พวกนายนั่งจ้องกันไปมาก็คงเบื่อแย่ ฉันมีเครื่อง PS5 อยู่ตรงนั้น ไปเล่นเกมรอสิ”

       จี้เยี่ยนจื๋อทำหน้าเอือมระอา “นายทำแบบนี้จะปรุงอาหารให้อร่อยได้ยังไง?”

       “นายก็เคยกินแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้ารังเกียจแล้วจะมาทำไมล่ะ?”

       เสิ่นมู่หลานพูดพลางเดินไปที่หน้าโทรทัศน์ เปิดเครื่องแล้วโยนจอยเล่นเกมให้ทั้งคู่คนละอัน แถมยังช่วยเลือกเกมให้อย่างเสร็จสรรพ “ลองเล่น UFC 5 [1] ดูสิ สนุกมากนะ เกมแนวต่อสู้เนี่ยสะใจสุดๆ”

       “ผมไม่...” จี้ทิงกำลังจะบอกว่าเขาเล่นไม่เป็น แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเจ้าของร่างเดิมนั้นชอบเล่นเกมมาก แถมยังเล่นเก่งเสียด้วย

       เขาหันไปมองจี้เยี่ยนจื๋อ เดิมทีคิดว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ แต่ผิดคาดที่จี้เยี่ยนจื๋อกลับลุกขึ้นถอดเสื้อโค้ทออกแล้วเดินไปนั่งลงบนโซฟา

       จี้เยี่ยนจื๋อถือจอยเลือกตัวละคร แต่จนกระทั่งเวลานับถอยหลังจะหมดลง ตัวเลือกของจี้ทิงกลับยังนิ่งสนิท

       เขาหันไปมอง และเห็นอีกฝ่ายยังคงนั่งแหมะอยู่บนเก้าอี้ทรงสูง “เหม่ออะไรของนาย มานี่สิ”

       จี้ทิงถอนหายใจออกมาจนเห็นได้ชัด ก่อนจะจำใจลุกไปนั่งลงบนโซฟาข้างๆ เขา

       ภาพบนหน้าจอพลันมืดลง ก่อนที่แสงไฟสปอตไลต์จะสาดส่องไปทั่วสนามมวยที่มีผู้ชมร่วมหมื่นชีวิต

       ตัวละคร ‘หลี่เสี่ยวหลง’ ที่จี้เยี่ยนจื๋อเลือกไว้สวมนวมก้าวออกมาจากอุโมงค์ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นปานคลื่นยักษ์ ก้าวเข้าสู่สังเวียนกรงแปดเหลี่ยม

       จี้ทิงเลือกตัวละครไม่ทัน ระบบจึงสุ่มนักชกผิวสีมาให้ ข้อมูลที่เด้งขึ้นมาตรงมุมซ้ายล่างระบุว่าเป็นราชาหมัดเหล็ก ‘ไมค์ ไทสัน’

       เขาก้มลงมองปุ่มบนจอย ทว่ายังไม่ทันจะทำความเข้าใจวิธีบังคับ เสียงระฆังบนเวทีก็ดังขึ้นเสียก่อน

       ภาพในจอแสดงให้เห็นกรรมการสะบัดมือลงเป็นสัญญาณหลี่เสี่ยวหลงพุ่งตัวเข้าหาทันที รัวหมัดชุดใส่หน้าไทสันจนยับเยิน

       “กดป้องกันสิ?” จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยพลางรัวนิ้วกดปุ่มอย่างชำนาญ

       จี้ทิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปุ่มป้องกันคือปุ่มไหน พอเขาก้มลงมอง หลี่เสี่ยวหลงก็ใช้เข่าลอยกระแทกจนพลังชีวิตของไทสันลดฮวบ

       “รอเดี๋ยวสิ ผมยังหาไม่เจอเลย” จี้ทิงมองสลับระหว่างจอยกับหน้าจอแล้วเริ่มกดมั่วซั่ว จนบังเอิญไปโดนปุ่มที่ทำให้ไทสันเตะตัดข้างออกไปหนึ่งที

       หลี่เสี่ยวหลงยกแขนขึ้นบล็อกได้อย่างทันท่วงที จี้เยี่ยนจื๋อกระตุกยิ้มที่มุมปาก “อ้อนวอนฉันสิ ถ้าอ้อนวอนแล้วฉันอาจจะรอนะ”

       จี้ทิงตวัดสายตามองเขาอย่างรวดเร็ว จี้เยี่ยนจื๋อรับรู้ได้ผ่านหางตา “เมื่อกี้นายถลึงตาใส่ฉันงั้นเหรอ?”

       “เปล่าครับ”

       เปล่างั้นเหรอ... จี้เยี่ยนจื๋อกดปุ่มคอมโบ หลี่เสี่ยวหลงค้ำมือกับพื้นแล้วเหวี่ยงขาเตะเข้าที่ศีรษะของไทสันอย่างจัง

       กริ๊งๆๆ! [รอบแรก ไทสัน K.O.]

       ...

       ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสิ่นมู่หลานเดินถือจานข้าวแกงกะหรี่ร้อนๆ ออกมา “สูตรลับเฉพาะของฉัน ข้าวหน้าหมูทอดแกงกะหรี่หอมๆ เสร็จแล้วจ้า”

       เขาตะโกนเรียก แต่สองพี่น้องกลับไม่มีใครเหลียวหลังกลับมามองเลยแม้แต่นิด สมาธิทั้งหมดของทั้งคู่จดจ่ออยู่กับเกม

       เสิ่นมู่หลานหัวเราะออกมาอย่างขำขัน เดินเข้าไปนั่งลงบนพนักพิงโซฟาข้างๆ จี้ทิง “เด็กๆ จ๊ะ กินข้าวเสร็จก่อนแล้วค่อยเล่นได้ไหม?”

       “...”

       “...”

       สิ่งที่ตอบกลับมาคือความว่างเปล่า การแข่งขันบนหน้าจอกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด จี้เยี่ยนจื๋อกำลังกดจี้ทิงลงกับพื้นแล้วรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง

       “เร็วเข้าๆ เสี่ยวทิง ลุกขึ้นสิ ล็อกแขนเขาไว้!”

       “เสิ่นมู่หลาน หุบปากไปเลย” จี้เยี่ยนจื๋อสั่งห้ามไม่ให้อีกฝ่ายช่วยบอกเทคนิค

       ยิ่งสั่งเหมือนยิ่งยุ เสิ่นมู่หลานเอื้อมมือไปกุมมือจี้ทิงที่ถือจอยไว้ แล้วช่วยบังคับเพื่อรุมจัดการจี้เยี่ยนจื๋อ

       ตัวละครคอเนอร์ในจอพลิกตัวหลบจากการกดทับของหลี่เสี่ยวหลง พอตั้งหลักได้ก็ชกเข้าที่ปลายคางทันที

       เสิ่นมู่หลานเล่นเกมนี้มาสองเดือนแล้ว ย่อมมีการบังคับที่ลื่นไหลกว่าจี้เยี่ยนจื๋อ หลังจากการปะทะกันหลายกระบวนท่า จบลงที่ลูกเหวี่ยงหมัดครั้งสุดท้าย จากนั้นตัวละครของจี้เยี่ยนจื๋อก็ล้มลงนอนแผ่หลากับพื้น

       “เย่!” เสิ่นมู่หลานโห่ร้องด้วยความดีใจ ก่อนจะโอบรอบคอจี้ทิงอย่างเป็นธรรมชาติพลางยีหัวเขาเล่น “เสี่ยวทิง พวกเราชนะแล้ว!”

       จี้ทิงไม่ชินกับการแสดงความใกล้ชิดระดับนี้ เขาตั้งท่าจะแกะมืออีกฝ่ายออก ทว่าน้ำเสียงเย็นเฉียบที่บาดลึกถึงกระดูกของจี้เยี่ยนจื๋อก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน “เสิ่นมู่หลาน นายอยากตายนักใช่ไหม?”

       เสิ่นมู่หลานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะพรืดออกมา “อะไรกัน แค่นี้เอง เล่นแพ้แล้วพาลเหรอ ทำไมล่ะ ทีพี่อย่างนายยังกดเสี่ยวทิงลงไปอัดได้ แล้วทำไมฉันจะช่วยคนอ่อนแอกว่าไม่ได้หรือ?”

       มันก็แค่เกม จี้เยี่ยนจื๋อไม่เคยเก็บมาเป็นอารมณ์อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไม ตอนนี้เขาถึงรู้สึกว่าไอ้หมอนี่มันขวางหูขวางตานัก

       เสิ่นมู่หลานยังไม่รู้ตัวว่าขาข้างหนึ่งกำลังเหยียบลงบนกับระเบิด เขาแสร้งทำเป็นเอียงหน้ามาหาจี้ทิง “จริงไหมล่ะ เสี่ยวทิง”

       จี้ทิงไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไร เพียงแต่มองไปที่จี้เยี่ยนจื๋อแล้วเอ่ยว่า “เมื่อกี้พี่ชนะมาตลอดเลยนะ พี่แพ้แค่รอบย่อยรอบเดียวเอง”

       แววตาที่ลึกซึ้งของจี้เยี่ยนจื๋อพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันที “นายก็คิดว่าฉันแพ้แล้วพาลเหมือนกันใช่ไหม?”

       เสิ่นมู่หลานทำเป็นแอบหลังจี้ทิงพลางพูดว่า “แย่แล้วๆ พี่ชายนายโกรธจริงแล้วล่ะ”

       จี้เยี่ยนจื๋อหมดความอดทนในที่สุด เขาหุนหันลุกขึ้นอ้อมไปหลังโซฟา กระชากคอเสื้อด้านหลังของเสิ่นมู่หลานแล้วดึงให้ออกห่างจากจี้ทิงทันที

       เมื่อเห็นทั้งสองคนเวิ่งไปยังห้องด้านหลัง จี้ทิงก็กะพริบตาปริบๆ “ข้าวจะเย็นหมดแล้ว พวกพี่จะไปไหนกัน?”

       เสิ่นมู่หลานยื่นมือออกมาอย่างโอเวอร์คล้ายจะขอความช่วยเหลือ “พี่ชายนายจะลงสังเวียน UFC ของจริงกับฉันแล้ว เสี่ยวทิงช่วยด้วย!”

       สิ้นเสียงนั้น จี้เยี่ยนจื๋อก็ผลักเขาเข้าไปในห้อง แล้วกระแทกประตูปิดเสียงดังปัง

       เขาหยิบแผ่นทิชชู่ฆ่าเชื้อออกมาเช็ดมือ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “มานี่ กินข้าว”

       ทว่าในตอนที่จี้ทิงกำลังจะเดินไปหานั้น ประตูก็ถูกเสิ่นมู่หลานกระชากเปิดออกอีกครั้ง

       เขาโผล่หน้าออกมาด้วยสีหน้าแฝงความนัยพลางมองจี้เยี่ยนจื๋อที่ทำตัวผิดปกติ “นี่ ถามจริงๆ เถอะ หมอนี่ใช่จี้ทิง น้องชายนายจริงๆ หรือเปล่า?”

 

 

       เชิงอรรถ

        [1] เกม UFC 5 คือเกมจำลองการต่อสู้ศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสาน (MMA) ล่าสุด พัฒนาโดย EA Vancouver โดยเน้นความสมจริงขั้นสูงสุดด้วยเอนจิ้น Frostbite ภาพกราฟิกสวยงาม ระบบความเสียหายใหม่ที่ส่งผลต่อการเล่นจริง


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^