LNCrawler

ตอนที่ 85 ลมฝนตั้งเค้า เร่งเตรียมการรับมือ

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 85 ลมฝนตั้งเค้า เร่งเตรียมการรับมือ

        สำหรับเรื่องที่ป่วยเป็นภาวะสูญเสียการสื่อความ ปฏิกิริยาของจี้ทิงดูสงบมาก ราวกับว่าสิ่งที่คุณหมอวินิจฉัยเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา

       บางทีอาจเป็นเพราะหลายปีมานี้เขาคุ้นชินกับการเยียวยาตัวเองมานาน จี้ทิงจึงมองว่าการที่พูดไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของชิ้นส่วนเล็กๆ ชิ้นหนึ่งที่เกิดขัดข้อง หรือแม้กระทั่งเขายังคิดว่า ในอนาคต ถ้าเขาไม่อยากคุยกับใครก็ไม่ต้องหาข้ออ้างอื่นแล้ว

       คุณหมอวางกระดาษและปากกาตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยว่า “อุปสรรคทางการสื่อสารที่เกิดจากสาเหตุทางจิตใจแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยา ต้องรอให้ใจเราพร้อมแล้วมันจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง อย่าไปบังคับตัวเองเลยครับ ทำตัวตามสบาย บางทีถ้าคุณไม่ไปจดจ่อกับมัน อาการอาจจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยก็ได้”

       จี้ทิงพยักหน้า สื่อว่าเขาเข้าใจแล้ว

       คุณหมอแทบไม่เคยพบคนไข้ที่สงบนิ่งขนาดนี้มาก่อน จึงถามว่า “คุณยังมีอะไรอยากถามอีกไหม เขียนลงในกระดาษก็ได้นะครับ”

       จี้ทิงหยิบปากกา แล้วเขียนคำว่าขอบคุณหนึ่งประโยค

       คุณหมอยิ้ม “ดีครับ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรคุณก็กลับห้องพักฟื้นเถอะ ไว้ค่อยมาตรวจตามนัดภายหลัง”

       เมื่อออกมาจากห้องตรวจ จี้ทิงปฏิเสธรถเข็นของพยาบาล ก่อนจะเดินไปที่ม้านั่งด้านนอกเพียงลำพัง

       เขานั่งอยู่ครู่หนึ่ง เรียบเรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ในหัว จี้ทิงถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว ไอหมอกจางๆ จากลมหายใจค่อยๆ สลายไปในอากาศอย่างช้าๆ

       “จี้ทิง!”

       เสียงตวาดดังขึ้นทันที เขาจึงหันไปมองตามสัญชาตญาณ จี้เยี่ยนจื๋อก้าวยาวๆ มาหยุดตรงหน้าเขา

       “ใครอนุญาตให้นายออกมาเดินเพ่นพ่านกัน รู้ไหมว่าฉันตามหานายมานานแค่ไหน!”

       จี้ทิงเผยอริมฝีปาก เขานึกขึ้นได้ว่าตัวเองพูดไม่ได้ จึงเอื้อมมือไปคลำกระเป๋าเสื้อ

        [จริงสิ... โทรศัพท์ของฉันยังถูกยึดไว้ที่เขตทหารนี่นา]

       หน้าอกของจี้เยี่ยนจื๋อกระเพื่อมขึ้นลง ในใจทั้งโกรธทั้งร้อนรน จึงคว้าข้อมือของจี้ทิงไว้ “กลับไปกับฉันก่อน”

       ผิวที่เย็นเยียบแนบกับฝ่ามือ เขาขมวดคิ้วแน่นพลางดึงคนให้เดินกลับ “นายมานั่งข้างนอกทำไม ตัวเองก็ยังไม่หายดี อยากเป็นหวัดอีกหรือไง ไม่เคยทำให้สบายใจเลยสักวัน ดีแต่สร้างความวุ่นวายให้คนอื่น!”

       จี้ทิงขัดขืนข้อมือทันที แถมยังถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

       จี้เยี่ยนจื๋อหันกลับมา ใบหน้าของเขาบึ้งตึง “ทำไม พูดแค่นี้ก็โกรธแล้วรึไง?”

       จี้ทิงพูดไม่ได้ จึงได้แต่ชี้ไปที่เขา แล้วชี้ไปยังประตูใหญ่ของโรงพยาบาล

       ความหมายชัดเจนว่าให้เขาไปเสีย แต่จี้เยี่ยนจื๋อกลับพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “นายชี้อะไรกัน ฉันไม่รู้เรื่อง”

        [จี้เยี่ยนจื๋อจงใจชัดๆ]

       จี้ทิงผ่อนลมหายใจ แล้วเดินไปยังอาคารผู้ป่วยเอง

       จี้เยี่ยนจื๋ออ้าปากอยากจะเรียกให้หยุด แต่สุดท้ายกลับหยิบโทรศัพท์ออกมา

       “เลี่ยวข่าย จี้ทิงกลับไปแล้ว นายคอยดูเขาเข้าห้องพักฟื้น” พูดจบ เขาก็เสริมอีกประโยค “อย่าให้เขาจับได้ล่ะ”

       “ครับ”

       เมื่อจี้ทิงกลับมาถึงห้องพักฟื้น เขาก็หาของในห้อง พอเปิดตู้ พยาบาลคนหนึ่งก็ผลักประตูเข้ามา

       “คุณจี้ทิง รบกวนตามฉันมาหน่อยค่ะ”

       จี้ทิงเดินตามเธอออกไปถึงเคาน์เตอร์พยาบาล อีกฝ่ายเข้าไปในห้องทำงานหยิบกล่องใบหนึ่งออกมา

       “ในนี้คือของใช้ส่วนตัวของคุณ ก่อนหน้านี้มีคนฝากให้เราเก็บรักษาไว้ คุณลองตรวจดูว่าของถูกต้องไหม”

       จี้ทิงเปิดกล่อง ในนั้นมีเสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ และของอื่นๆ ที่พกติดตัวในวันนั้น

       เขาพยักหน้าให้พยาบาล อีกฝ่ายจึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ “รบกวนคุณเซ็นชื่อลงตรงนี้ค่ะ”

       หลังจากเซ็นเสร็จ จี้ทิงก็อุ้มกล่องกลับห้องพักฟื้น

       ...

       ผ่านไปครึ่งชั่วโมงกว่า เลี่ยวข่ายโทรหาจี้เยี่ยนจื๋อ

       “ประธานจี้ครับ คุณชายรองเพิ่งเดินเรื่องออกจากโรงพยาบาล ตอนนี้ออกจากประตูโรงพยาบาลไปแล้วครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อเงียบไปสองสามวินาทีแล้วพูดว่า “นายขับรถตามเขาไป จนกว่าเขาจะถึงบ้าน”

       พอนั่งบนรถแท็กซี่ จี้ทิงคิดจะส่งข้อความหาสวีเหริน แต่โทรศัพท์แบตหมด

       หลังจากถึงบ้าน เขาชาร์จแบตโทรศัพท์ก่อน จากนั้นไปหยิบเสื้อผ้าในตู้เข้าห้องน้ำ

       จี้ทิงอาบน้ำเสร็จออกมา กำลังจะหยิบไดร์เป่าผม เสียงเคาะประตูอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้น จากนั้นเขาก็สาวเท้าไปเปิดประตู พอเปิดออก สวีเหรินก็โถมตัวเข้าใส่ทันที กระแทกจี้ทิงจนถอยหลังไปสองก้าว

       “ฮือๆๆ อาจารย์จี้... ผมกลัวแทบตาย... ฮึก ในที่สุดคุณก็... ฮือ กลับมาแล้ว...”

       จี้ทิงตบหลังเขาเบาๆ ไม่ได้พูดอะไร

       พอสวีเหรินอารมณ์สงบลงบ้าง ก็สูดน้ำมูกพลางคลายแขนออก “ทำไมไม่กี่วันนี้คุณถึงผอมลงขนาดนี้ อาหารที่ฝ่ายความมั่นคงไม่อร่อยเหรอครับ?”

       จี้ทิงยกมือสื่อให้เขารอสักครู่ หันไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะ พิมพ์ข้อความไม่กี่คำ

        [ผมมีภาวะสูญเสียการสื่อความชั่วคราว พูดไม่ได้ แต่ผมไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ]

       สวีเหรินอ่านไปน้ำตาเม็ดโตก็ไหลออกมา “อาจารย์จี้... พวกเขา... พวกเขาทำร้ายคุณใช่ไหม...”

       จี้ทิงทั้งขำทั้งอ่อนใจ การทรมานเพื่อเค้นความลับถูกสั่งห้ามไปกี่ปีแล้ว ต่อให้คนพวกนั้นจะเลวร้ายแค่ไหน ก็คงไม่กล้าขัดต่อกฎหมายอย่างซึ่งหน้าหรอก

       เขาพิมพ์ข้อความส่งให้สวีเหรินอีกประโยค [ตอนนี้ผมต้องการของสองสามอย่าง รบกวนคุณช่วยออกไปซื้อให้หน่อยได้ไหม?]

       สวีเหรินพยักหน้าอย่างแรง คว้าแขนเสื้อเช็ดหน้า “คุณบอกมาเลยครับ ผมจะรีบออกไปซื้อเดี๋ยวนี้”

       จี้ทิงพิมพ์รายการสิ่งของลงไป คิดๆ ดูแล้วเพิ่มไปอีกสองอย่าง แล้วส่งเข้ามือถือของสวีเหริน

       “อาจารย์จี้ งั้นผมไปซื้อของก่อนนะครับ คุณต้องการอะไรเพิ่มส่งวีแชตบอกผมได้ตลอดเลย”

        [ขอบคุณครับ]

       เมื่อมองสวีเหรินเข้าลิฟต์ไป จี้ทิงจึงปิดประตู

       ตอนนั้นเพื่อช่วยตัวเองให้รอดพ้น เขาพูดในห้องขังเดี่ยวไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการดัดแปลงหั่วจินหมายเลข 5 หรือเทคโนโลยีเครื่องบินแจ้งเตือนภัยรุ่นใหม่ แต่เขาก็พูดแค่ทฤษฎี ซึ่งเปรียบเสมือนการให้เบ็ดตกปลาแต่ไม่ได้สอนวิธีตกปลา ทว่าต่อให้เป็นเพียงทฤษฎี ก็เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจจากกระทรวงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและสถาบันวิจัยหลักๆ ได้แล้ว

       เขาคาดว่าช่วงนี้คงไม่สงบแน่ จึงตัดสินใจเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ

       ...

       ถึงแม้จี้ทิงจะคิดไว้แล้วว่าต้องมีคนมาหาแน่ๆ แต่คิดไม่ถึงว่าคนแรกที่มาจะเป็นเจ้าของร้านอาหาร

       เช้าวันต่อมา พอเขาเปิดประตู ก็ต้องชะงักไป

       “เสี่ยวทิง” เสิ่นมู่หลานยิ้มตาหยีพลางชูถุงในมือ พูดอย่างกระตือรือร้น “ฉันเอาอาหารเช้ามาส่ง”

       จี้ทิงยกไอแพดในมือขึ้น เขาไม่ต้องลงมือพิมพ์ แต่ตัวอักษรก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอเองว่า [จี้เยี่ยนจื๋อไม่ได้อยู่ที่นี่ครับ]

       “ฉันจะมาหาตาหน้าบูดนั่นทำไม เขาไม่ได้น่าเจอเลยสักนิด”

       พูดจบ เสิ่นมู่หลานก็เบียดตัวเข้ามาอย่างคุ้นเคย แล้ววางถุงเก็บความร้อนลงบนโต๊ะในห้องนั่งเล่น

       “ดูสิ นี่คือไข่ตุ๋นกุ้ง แพนเค้กผัก แล้วก็ซุปมิโสะ” เขาชี้ไปที่กล่องใส่ซุป พูดอย่างจริงจัง “ซุปนี่นายต้องลองนะ ถึงจะใช้ผงชงเอา แต่ฉันชงได้อร่อยกว่าคนอื่นแน่นอน”

       จี้ทิงเริ่มไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร จึงยกไอแพดขึ้นอีกครั้ง [คุณเสิ่น คุณมาหาผมมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ?]

       “เอ๊ะ?” เสิ่นมู่หลานหรี่ตาลง ทำท่าทางสนใจมาก “เจ้านี่มหัศจรรย์จริงนะ มันสามารถซิงค์คำพูดในสมองนายออกมาได้เลยเหรอ?”

       เคอร์เซอร์บนหน้าจอกะพริบ [เสิ่นมู่หลาน...]

       เสิ่นมู่หลานมองตัวอักษรข้างบนอยู่นานโดยไม่ขยับ เงยหน้าขึ้นยิ้มให้จี้ทิง “นายรู้ไหม เพื่อนายแล้ว จี้เยี่ยนจื๋อถึงกับต่อยฉินไจ้เย่เลยนะ”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^