LNCrawler

ตอนที่ 91 ไสหัวไป

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 91 ไสหัวไป

        จี้ทิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาเอียงคอด้วยความไม่เข้าใจพลางคิดในใจ [จี้เยี่ยนจื๋อไม่หลับไม่นอน กลางดึกแบบนี้ จะลุกขึ้นมาเล่นเกมเนี่ยนะ?]

       ขณะที่เขายังคงยืนอึ้งอยู่นั้น จี้เยี่ยนจื๋อก็เอ่ยขึ้นด้วยความรำคาญ "จะเล่นไม่เล่นก็แล้วแต่นาย ฉันเล่นคนเดียวก็ได้"

       เขาหมุนตัวเดินลงบันไดไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นครู่หนึ่ง จนกระทั่งจี้ทิงเดินตามลงมา

       จี้เยี่ยนจื๋อเม้มริมฝีปากแน่น แสร้งวางมาดเย็นชาถามออกไป "ในบ้านมีเครื่อง PS5 ไหม?"

       จี้ทิงพยักหน้า [เจ้าของร่างเดิมมีอยู่เครื่องหนึ่ง วางอยู่ในห้องนอน]

       คิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย เจ้าของร่างเดิม? นี่มันชื่อใครกันน่ะ ทำไมถึงตั้งได้แปลกประหลาดขนาดนี้

       "ไปหยิบมาสิ ฉันจะรออยู่ตรงนี้"

       จี้ทิงขึ้นลิฟต์กลับไปที่ห้องนอนอีกครั้ง เขาค้นหาจนเจอเครื่องเล่นเกมที่วางอยู่ใต้ตู้ในห้องแต่งตัวของเจ้าของร่างเดิม

       จากนั้นเขาอุ้มมันกลับลงมาที่ห้องนั่งเล่น จี้เยี่ยนจื๋อรับเครื่องมาจากอ้อมแขนของเขาแล้วกวาดสายตามองดู "แล้วจอยล่ะ?"

       จี้ทิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเม้มปาก [ลืมแฮะ]

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา "เห็นท่านายก็รู้แล้วว่าลืม ซื่อบื้อจริงๆ ยังไม่รีบกลับไปเอามาอีก"

       จี้ทิงต้องเดินไปกลับอีกรอบ เมื่อเขากลับมาพร้อมจอยเกมสองอันและไอแพด จี้เยี่ยนจื๋อก็ต่อเครื่อง PS5 เข้ากับทีวีเรียบร้อยแล้ว

       เขาถือรีโมตเปิดไล่ดูคลังเกมที่ละลานตาของเจ้าของร่างเดิมอยู่นาน "คราวก่อนเกมต่อยมวยที่เราเล่นกันชื่อเกมอะไรนะ?"

       จี้ทิงเองก็จำไม่ได้ ได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ

       จี้เยี่ยนจื๋อมองหน้าจอทีวี เริ่มรู้สึกหงุดหงิดที่หาไม่เจอจึงเอ่ยตัดบท "ช่างเถอะ สุ่มเลือกมาสักเกมแล้วกัน"

       เมื่อได้ยินดังนั้น จี้ทิงก็หลุบตาลงมองหน้าจอ [เกมนั้นสนุกนะ]

       มือที่ถือรีโมตของจี้เยี่ยนจื๋อชะงักไป ทรวงอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า เขารอสายอยู่ประมาณหนึ่งนาทีก่อนจะวางแล้วกดโทรออกใหม่อีกรอบ

       "จี้เยี่ยนจื๋อ..." เสียงของเสิ่นมู่หลานดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นทั้งงัวเงียและแหบพร่า "นายโทรมาหาฉันเวลานี้ ถ้าไม่มีเรื่องใหญ่คอขาดบาดตายละก็..."

       "เกมที่ฉันเล่นกับจี้ทิงที่ร้านนายคราวก่อน ชื่อเกมอะไร?"

       เสิ่นมู่หลานแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโห "นายโทรมาหาฉันกลางดึกเพียงเพื่อจะถามเรื่องนี้เนี่ยนะ?"

       จี้เยี่ยนจื๋อทำตัวยียวนกวนประสาทชนิดที่คนฟังอยากจะบ้าตาย เขาตอบกลับหน้าตาเฉย "อืม แค่เรื่องนี้แหละ"

       "UFC 5 ไอ้สารเลวเอ๊ย!" เสียงตู๊ด... ดังขึ้นทันที เสิ่นมู่หลานสบถด่าแล้วกดวางสายไป

       จี้เยี่ยนจื๋อหาได้แยแสที่โดนด่า เมื่อรู้ชื่อเกมแล้วเขาก็กดค้นหาในสโตร์และสั่งซื้อทันที

       ใช้เวลาดาวน์โหลดไม่ถึงสองนาทีก็เสร็จ เขาจึงโยนจอยเกมหนึ่งอันให้จี้ทิง จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งลงบนโซฟาเพื่อเลือกตัวละคร

       เมื่อเห็นอีกฝ่ายเลือกหลี่เสี่ยวหลงอีกครั้ง จี้ทิงก็ยกไอแพดขึ้นมาถาม [ทำไมพี่เล่นแต่ตัวละครนี้ตลอดเลยล่ะ?]

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้ม "จะจัดการนาย จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวละครบ่อยๆ ด้วยหรือไง?"

       ประกายความรู้สึกเฉยชาบนใบหน้าของจี้ทิงค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยไฟแห่งการแข่งขันที่เริ่มจุดติดขึ้นในใจ

       เมื่อทั้งคู่เลือกตัวละครเสร็จสิ้น เสียงระฆังที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น หลี่เสี่ยวหลงก็พุ่งสไลด์ตัวเข้าหาทันที ก่อนจะรวบตัว คอเนอร์ทุ่มลงพื้นด้วยท่าไซด์ซับมิชชันอย่างรุนแรง

       ตัวละครของจี้ทิงถูกกดทับอยู่บนพื้น เขาพยายามดิ้นรนหาทางหลุดพ้น ทว่าจี้เยี่ยนจื๋อกลับเปลี่ยนองศาการกดได้เร็วกว่าก้าวหนึ่งเสมอ ทำให้คอเนอร์ยังคงถูกตรึงแน่นอยู่กับพื้น

       “ดิ้นหนีออกทางมุมขวาสิ” จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยเตือน

       จี้ทิงทำตามคำบอกโดยสัญชาตญาณ ทว่าทันทีที่ดิ้นหลุดออกมา หลี่เสี่ยวหลงก็ใช้แขนขวารัดเป็นรูปสามเหลี่ยม ล็อกคอคอเนอร์ไว้แน่นก่อนจะรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง

       จี้เยี่ยนจื๋อส่งเสียงฮึในลำคอ “ปฏิกิริยาตอบโต้ช้าชะมัด”

       จี้ทิงไม่คิดว่าเขาจะเล่นตุกติกแบบนี้ จึงตวัดสายตามองค้อนเขาแวบหนึ่ง แล้วรัวกดปุ่มบนจอยอย่างแรง

       แต่เนื่องจากคอเนอร์ถูกกดทับเป็นเวลานานเกินไป เมื่อกรรมการเคาะพื้นสามครั้งแล้วเขายังลุกไม่ขึ้น รอบแรกจึงจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของจี้ทิง

       จี้ทิงยกไอแพดขึ้นชูตรงหน้าจี้เยี่ยนจื๋อทันที [เล่นรอบสองกันครับ]

       จี้เยี่ยนจื๋อยิ้มหยันอย่างไม่ใส่ใจ "จะเล่นกี่รอบก็ได้ทั้งนั้นแหละ ยังไงนายก็ชนะฉันไม่ได้หรอก"

       คำพูดนั้นคล้ายเป็นคำสาป เพราะในรอบที่สองและสามต่อมา จี้ทิงก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ยับเยิน

       จี้เยี่ยนจื๋อแปลกใจที่อีกฝ่ายฝีมืออ่อนชั้นเกินคาด ไหนว่าเป็นอัจฉริยะขั้นเทพไง แค่เกมพรรค์นี้ทำไมถึงเล่นไม่เอาไหนเลย

       ทั้งคู่ดวลกันต่อไปอีกสิบกว่ารอบ จนแทบจะจบฤดูกาลการแข่งขัน

       จี้ทิงมองตัวเลข 0-13 บนหน้าจอ คล้ายกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ เขาหยิบไอแพดขึ้นมาเขียน [พักรบชั่วคราว ผมจะไปหาเทคนิคการเล่น]

       “เฮอะ” จี้เยี่ยนจื๋อพ่นลมหายใจ “สู้ไม่ได้เลยจะเริ่มโกงแล้วงั้นสิ?”

        [มันคือกลยุทธ์ ไม่ใช่การโกงครับ] จี้ทิงแก้ไขความเข้าใจให้อีกฝ่ายอย่างจริงจัง

       “ก็ได้ ไปหาเทคนิคมาให้ดีล่ะ ไม่อย่างนั้นฉันชนะนายอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้มันก็น่าเบื่อแย่”

       จี้เยี่ยนจื๋อพูดจบก็ลุกจากโซฟา เดินไปที่ห้องครัวเพื่อหาเครื่องดื่ม

       ทว่าเมื่อเขากลับมาพร้อมน้ำผลไม้สองขวด กลับพบว่าจี้ทิงที่ถือไอแพดคาไว้นั้น ได้เอนกายพิงโซฟาและหลับตาพริ้มไปเสียแล้ว

       จี้เยี่ยนจื๋อเดินเข้าไปมองใกล้ๆ ก่อนจะค่อยๆ วางของในมือลงอย่างเงียบเชียบ แล้วหยิบรีโมตมาปิดทีวี เขานั่งลงบนโซฟาตัวข้างๆ เฝ้ารออยู่นานจนกระทั่งจี้ทิงลมหายใจสม่ำเสมอจึงลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

       หาเรื่องให้ลำบากได้ตลอดจริงๆ ...

       จี้เยี่ยนจื๋อปรายตามองจี้ทิงจากมุมสูงแวบหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงช้อนร่างอีกฝ่ายขึ้นมาด้วยท่วงท่าที่นุ่มนวลที่สุด

       เขาอุ้มจี้ทิงขึ้นลิฟต์กลับไปยังชั้นสาม ทว่าพอไปถึงหน้าห้องนอนกลับพบว่าประตูถูกล็อกอยู่

       จี้เยี่ยนจื๋อกัดฟันกรอด เขายกขาข้างหนึ่งยันผนังไว้เพื่อช่วยพยุงช่วงล่างของร่างในอ้อมแขน ก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นเอื้อมมือไปผลักประตูให้เปิดออก

       เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง เขาก็พบว่าทั้งไฟและหน้าต่างถูกเปิดทิ้งไว้หมด ภายในห้องนอนหนาวเย็นราวกับห้องแช่แข็ง

       จี้เยี่ยนจื๋อยืนนิ่งอยู่กลางห้องเพียงครู่เดียว ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป แล้วอุ้มคนในอ้อมแขนกลับไปยังห้องนอนของตนเอง

       ...

       วันต่อมา

       เวลา 09:00 น. คนขับรถนำรถมาจอดเทียบหน้าตึกหลักตรงเวลาสม่ำเสมอ

       เลี่ยวข่ายก้าวเข้าไปเปิดประตูรถ ทว่าจี้เยี่ยนจื๋อกลับยังไม่ขึ้นรถ เขาหันมาสั่งงาน “ช่วงนี้ นายกับบอดี้การ์ดคนอื่นๆ อยู่เฝ้าที่บ้าน คอยดูจี้ทิงไว้ให้ดี”

       เลี่ยวข่ายเริ่มไม่แน่ใจในเจตนารมณ์ของเขาแต่ก็ไม่กล้าซักไซ้ “ประธานจี้ครับ แล้วเรื่องการเดินทางไปกลับที่ทำงานของคุณ...”

       “ไม่เป็นไร ที่บริษัทมีฝ่ายรักษาความปลอดภัยอยู่” จี้เยี่ยนจื๋อพูดจบก็กำชับต่อ “แล้วไปบอกอาหยางด้วยว่า ถ้าจี้ทิงไม่ตื่นขึ้นมาหาข้าวกินเอง ก็ไม่ต้องไปปลุกเขา”

       “รับทราบครับ”

       หลังจากจี้เยี่ยนจื๋อจากไปไม่นาน เลี่ยวข่ายก็เรียกรวมพลบอดี้การ์ดของคฤหาสน์เก่า สั่งกำชับให้เฝ้าระวังประตูทางเข้าออกอย่างเข้มงวดในช่วงนี้ อย่าให้แม้แต่แมลงสักตัวหลุดรอดเข้ามาได้

       ทว่าสิ้นคำสั่งนั้น รถหงฉี L5 คันหนึ่งก็แล่นมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์

       เมื่อรถจอดสนิท ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่มีใบหน้าเย็นชาคมกริบดุจน้ำแข็งก็ก้าวลงมาจากตำแหน่งคนขับ

       เลี่ยวข่ายมองผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ ก่อนจะกดปุ่มสนทนา “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามาหาใครครับ?”

       ชายหนุ่มผู้นั้นไร้ซึ้งอารมณ์บนใบหน้า ริมฝีปากบางขยับเอ่ยเพียงสั้นๆ “จี้ทิง”

       พอได้ยินว่ามาหาคุณชายรอง เลี่ยวข่ายก็ระมัดระวังตัวขึ้นมาทันที “ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรครับ?”

       นัยน์ตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกของชายคนนั้นจ้องเขม็งมาที่กล้องวงจรปิด ก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา

       “รอสักครู่ครับ”

       เลี่ยวข่ายตัดการเชื่อมต่อ ก่อนจะกดโทรศัพท์รายงานจี้เยี่ยนจื๋อทันที “ประธานจี้ครับ คุณเพิ่งออกไปได้ไม่นาน ก็มีคนมาหาคุณชายรองครับ”

       “ใคร?”

       “เขาบอกว่าชื่อฉินไจ้เย่ครับ”

       ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ ขณะที่เลี่ยวข่ายกำลังจะเอ่ยทวนอีกครั้ง น้ำเสียงที่เย็นเยียบปานหิมะของจี้เยี่ยนจื๋อดังขึ้น

       “ไล่มันไปซะ”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^