ตอนที่ 93 ใช้เสร็จก็เขี่ยทิ้ง
ตอนที่ 93 ใช้เสร็จก็เขี่ยทิ้ง
คำพูดของลู่เหยียนชูนั้นฟังดูราบเรียบทว่าทรงพลัง ทุกถ้อยคำล้วนแทงใจดำจนแทบไม่เหลือทางถอยให้ฉินไจ้เย่เลยแม้แต่น้อย
เลี่ยวข่ายเห็นสีหน้าของฉินไจ้เย่ที่เริ่มมืดครึ้มและเย็นชาลงเรื่อยๆ จึงหันไปสั่งบอดี้การ์ดด้านข้าง “เรียกคนมาเพิ่มอีกสองสามคน เผื่อว่าพวกเขามีเรื่องลงไม้ลงมือกัน พวกนายก็ออกไปทำทีเป็นห้ามทัพ แต่ให้แอบช่วยคุณลู่ด้วย”
“ครับ”
แม้ประธานจี้จะไม่ค่อยชอบหน้าลู่เหยียนชูนัก แต่จากบทสนทนาของทั้งคู่เมื่อครู่ เลี่ยวข่ายพอก็จะเดาได้ว่าฉินไจ้เย่คนนี้ต้องเคยทำเรื่องไม่ดีกับคุณชายรองไว้แน่ๆ ถึงได้แบกหน้ามาขอโทษถึงที่นี่ ทว่าการขอโทษนี้กลับวางท่าเย่อหยิ่งเสียจนใครเห็นก็ต้องรู้สึกขัดหูขัดตา
เลี่ยวข่ายครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าประตูลงมือถือ แล้วเลือกตัดเฉพาะช่วงที่ทั้งคู่ปะทะคารมกันส่งไปให้จี้เยี่ยนจื๋อ
ถึงแม้การกระทำนี้จะดูเหมือนเป็นการทำก่อนรายงานทีหลังไปบ้าง แต่เรื่องสำคัญเช่นนี้อย่างไรก็ต้องแจ้งให้ทราบ
ในตอนนั้นจี้เยี่ยนจื๋อยังไม่มีเวลาเช็กมือถือ เขาเพิ่งจะต้อนหวังเหมี่ยนจนจนมุมในห้องแล็บ ทว่าอีกฝ่ายกลับกำลังออกฤทธิ์งอนใส่เขาอยู่
“หวังเหมี่ยน เลขาของผมบอกให้คุณไปที่ห้องประธาน คุณไม่ได้รับข้อความหรือไง?”
หวังเหมี่ยนนั่งตัวตรงแน่วอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ทำท่าทางราวกับจะยอมให้ลงทัณฑ์อย่างไรก็ได้ “ช่างหัวมันสิครับ จะหักโบนัสก็เชิญตามสบาย ยังไงคุณก็เป็นถึงประธานผู้สูงส่ง ส่วนผมมันก็แค่พนักงานวิจัยตัวเล็กๆ ไม่มีคุณสมบัติพอจะไปพบหน้าอันล้ำค่าของคุณหรอก”
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็น “คุณแน่ใจนะว่าจะรักษาท่าทีแบบนี้ต่อไป?”
หวังเหมี่ยนส่งเสียงฮึในลำคอ คำตอบนั้นชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว
จี้เยี่ยนจื๋อปิดประตูลง พร้อมตั้งค่าสิทธิ์การเข้าออกระดับสูงสุดที่แผงควบคุม ก่อนจะหยิบมือถือออกมาอย่างไม่รีบร้อน
เขาเปิดแอปสมุดบันทึก แล้วกดเล่นไฟล์เสียงแรก [แพลตฟอร์มคลาวด์ 6G ที่หวังเหมี่ยนออกแบบนั้นหลุดพ้นจากข้อจำกัดของซอร์สโค้ดเปิดโดยสมบูรณ์แล้ว แพลตฟอร์มการประมวลผลอัจฉริยะทั้งสามที่พัฒนาขึ้นก็สร้างอาณาจักรการหลอมรวมเครือข่ายคลาวด์ของตัวเองขึ้นมาได้ แต่ถ้าเขาต้องการจะบุกเบิกเทคโนโลยี 6G ต่อไป เขาจำเป็นต้องรวมทั้งสามแพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน เพื่อให้บรรลุการหลอมรวมระหว่างการสื่อสาร การรับรู้ การประมวลผลและปัญญาประดิษฐ์]
[การจะหลอมรวมการสื่อสาร การรับรู้ การประมวลผล และ AI เข้าด้วยกันอย่างล้ำลึก ขั้นตอนแรกของการออกแบบรากฐานต้องเริ่มจาก GPU...]
จี้เยี่ยนจื๋อเหลือบมองหวังเหมี่ยนด้วยหางตา อีกฝ่ายดูเหมือนจะกลั้นหายใจไปแล้ว สีหน้าเปลี่ยนไปตามจังหวะของถ้อยคำในคลิปเสียงนั้น ดูท่าจะจมดิ่งเข้าสู่โลกแห่งวิชาการไปโดยสมบูรณ์
ทว่าในตอนที่เสียงนั่นกำลังจะอธิบายถึงขั้นตอนสุดท้ายของการออกแบบรากฐาน จี้เยี่ยนจื๋อกลับกดหยุดเล่นเสียอย่างนั้น
หวังเหมี่ยนสะดุ้งสุดตัว ราวกับวิญญาณเพิ่งพุ่งกลับเข้าร่าง “คะ...คุณ คุณกดหยุดทำไมกันครับ?!”
จี้เยี่ยนจื๋อไม่ได้มองเขา แต่สวนคำพูดเดิมกลับไป “ผมเป็นประธานผู้สูงส่ง ผมอยากหยุดตอนไหนก็หยุด คุณที่เป็นแค่พนักงานวิจัยตัวเล็กๆ คิดจะมาสั่งผมงั้นเหรอ?”
“คุณ...”
วินาทีที่แล้วหวังเหมี่ยนยังโกรธจนกัดฟันกรอด แต่วินาทีต่อมากลับเปลี่ยนสีหน้าทันควัน “ประธานจี้ ผมผิดไปแล้วครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อนิ่งเฉย หวังเหมี่ยนรีบวิ่งถลาจากที่นั่งเข้ามาหา “ประธานจี้มองผมหน่อยสิครับ ประธานจี้ดีกับผมที่สุดเลย ประธานจี้ ผมรักคุณนะครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วพลางเอนตัวหนี “หุบปาก แล้วถอยออกไปห่างๆ”
“ไม่ครับ!” หวังเหมี่ยนทำทีแกล้ง ยิ่งพูดคำหวานเลี่ยนก็ยิ่งหนักข้อขึ้น “ถ้าผมไม่ขยับเข้าไปใกล้ขนาดนี้ คุณจะมองเห็นความสำนึกผิดที่ฝังลึกอยู่ในดวงตาอันงดงามของผมได้ยังไงล่ะครับ คุณยังมองไม่เห็นความชื่นชมและซาบซึ้งใจที่เอ่อล้นอยู่ในแววตาของผมด้วยซ้ำ...”
ทั้งที่จี้ทิงตอนทำท่าเชิดหน้าพูดแบบนี้จะดูเหมือนลูกหมาขนฟูที่น่ารัก แต่ทำไมพอหวังเหมี่ยนทำท่าเดียวกัน ถึงได้ดูเหมือนหมีควายอ้วนๆ กำลังไถหลังกับต้นไม้ไปได้นะ...
จี้เยี่ยนจื๋อยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกระคายตา ก่อนที่จะทนความเลี่ยนไม่ไหว เขาจึงโยนฮาร์ดดิสก์ตัวหนึ่งใส่ตักหวังเหมี่ยน
“ของในนี้ห้ามให้คนอื่นได้ยินเด็ดขาด ผมให้คุณก่อนสิบไฟล์ แค่นี้น่าจะเพียงพอให้คุณใช้เวลาทั้งครึ่งปีแรกเพื่อทำความเข้าใจแล้ว”
หวังเหมี่ยนคว้าฮาร์ดดิสก์มาแนบแก้มถูไปมา พอได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็ลุกวาวเป็นประกาย “คะ... คุณหมายความว่า ยังมีส่วนอื่นอีกงั้นเหรอครับ?”
เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจี้ทิง จี้เยี่ยนจื๋อจึงไม่อยากเปิดเผยอะไรมากนัก “ไฟล์พวกนี้คุณก็ไม่อยากได้แล้วใช่ไหม”
“เอาครับ เอาๆๆ!” หวังเหมี่ยนรีบกอดฮาร์ดดิสก์ไว้แน่น ราวกับคนได้สมบัติล้ำค่ามาไว้ในครอบครอง “ผมไม่ถามแล้วครับ ผมจะเชื่อฟังอย่างดี”
ความจริงถึงจี้เยี่ยนจื๋อไม่บอก หวังเหมี่ยนก็พอจะเดาออกว่าเสียงในไฟล์นั้นเป็นของใคร
มิน่าล่ะ วันนั้นจี้ทิงถึงไม่ยอมพูดอะไรสักคำ ที่แท้ก็คงกลัวว่าถ้าพูดต่อหน้าจะทำให้เขาเสียความมั่นใจ เลยกลับไปบอกประธานจี้แทนทั้งหมด
นอกจากจะหน้าตาดีแล้ว จิตใจยังเมตตาถึงเพียงนี้ หวังเหมี่ยนสูดน้ำมูกเบาๆ ที่แท้พระโพธิสัตว์ก็มีจริง ช่างลงมาโปรดสรรพสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากโดยแท้
และในระหว่างนั้น พระโพธิสัตว์ในใจของหวังเหมี่ยนก็กำลังนั่งอยู่บนเตียงด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง
จี้ทิงกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง... ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้นะ แม้ว่าเขาจะไม่เคยย่างกรายเข้ามาในห้องนี้เลย แต่เพราะเจ้าของร่างเดิมเคยแอบมุดเข้ามา เขาจึงพอจะมีภาพจำเลือนรางอยู่ในหัวบ้าง
โทนสีของห้องเน้นไปทางสีน้ำเงินและสีเทา การตกแต่งเป็นสไตล์มินิมอลที่เน้นความเรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นถูกเลือกมาโดยเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ไม่มีของประดับที่เกินความจำเป็นแม้แต่น้อย เป็นห้องนอนของจี้เยี่ยนจื๋อไม่ผิดแน่
แต่ปัญหาคือ ทำไมเขาถึงมานอนในห้องนอนของอีกฝ่ายได้ล่ะ...
จี้ทิงพยายามไล่เรียงความจำในสมอง ภาพสุดท้ายคือเขากำลังหาข้อมูลบทสรุปเกม แล้วจี้เยี่ยนจื๋อก็เดินออกไป
นิ้วมือที่วางอยู่บนผ้าห่มขยับรวบเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาฉายแววฉงนสงสัยและซับซ้อน นี่การเล่นเกมกับจี้เยี่ยนจื๋อ มีผลช่วยให้นอนหลับได้งั้นเหรอ
จี้ทิงแทบไม่เคยเจอกับเรื่องที่ไร้ตรรกะเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นเขาจึงเริ่มตั้งสมการในหัวตามความเคยชิน
สิ่งที่โจทย์กำหนดให้ เงื่อนไขการเข้าสู่การนอนคือ : จี้เยี่ยนจื๋อ เกม UFC 5 และการเล่นเกมคู่
จงหา : ปัจจัยตัวใดที่เป็นเงื่อนไขจำเป็น
คำตอบ : ...
สมองของเขาเกิดอาการติดขัดอย่างหาได้ยากยิ่ง เมื่อหาคำตอบไม่ได้ จี้ทิงจึงตัดสินใจที่จะหาข้อสรุปจากการทดลองจริง
เขาลงจากเตียง กลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็ไปหาพ่อบ้าน
[อาหยางครับ รบกวนช่วยเปลี่ยนชุดเครื่องนอนของจี้เยี่ยนจื๋อให้ด้วยนะครับ]
พ่อบ้านเพิ่งจะอ่านข้อความบนหน้าจอเสร็จ จี้ทิงก็พิมพ์ต่ออีกประโยค [พวกผ้าปูที่เปลี่ยนออกมา เอาไปไว้ที่ห้องผมนะครับ ต่อไปผมจะใช้เอง]
จี้เยี่ยนจื๋อเป็นพวกคลั่งความสะอาด ชุดเครื่องนอนชุดนั้นถูกเขานอนไปแล้ว ต่อให้ซักสะอาดแค่ไหนอีกฝ่ายก็คงไม่กลับมาใช้ซ้ำ ของราคาแพงขนาดนั้นทิ้งไปก็น่าเสียดาย สู้เอามาไว้ที่ห้องเขายังดีกว่า
พ่อบ้านยังไม่รู้ว่าเมื่อคืนจี้ทิงนอนในห้องของจี้เยี่ยนจื๋อ จึงนึกว่าเขาชอบเนื้อผ้าแบบนั้น “คุณชายรองครับ เดี๋ยวผมเอาชุดใหม่ไปให้ดีกว่าไหมครับ”
จี้ทิงส่ายหน้า [ไม่เป็นไรครับ เอาผ้าปูชุดนั้นแหละ]
พ่อบ้านไม่เข้าใจแต่ก็เคารพในการตัดสินใจ “ได้ครับ เดี๋ยวผมจัดการให้”
ในแง่ของการทดลอง จี้ทิงทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หลังจากกินมื้อเที่ยงง่ายๆ เสร็จ เขาก็กลับไปที่หมู่บ้านซินซิน และไม่ลืมที่จะหอบเอาเครื่อง PS5 จากบ้านไปด้วย
เขาและสวีเหรินใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายในการถอดประกอบตู้เซิร์ฟเวอร์ แล้วบรรจุลงกล่องอีกครั้ง
สวีเหรินวางกล่องสุดท้ายลงก่อนจะยืดหลังตรงแล้วยิ้มออกมา “ทีนี้ก็แค่รอตอนที่ประธานจี้ไม่อยู่ พวกเราค่อยแอบย้ายกลับไปนะครับ”
จี้ทิงหยิบไอแพดข้างตัวขึ้นมา [สวีเหริน เย็นนี้คุณมีธุระอะไรไหม?]
“ไม่มีครับ อาจารย์จี้มีอะไรให้ผมทำเหรอครับ?”
จี้ทิงส่ายหน้า [หลังจากกินข้าวเสร็จ คุณช่วยอยู่เล่นเกมเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหม?]
“เอ๊ะ?” สวีเหรินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่เคยคิดเลยว่าจี้ทิงจะขออะไรแบบนี้
เวลา 19.30 น.
จี้ทิงและสวีเหรินเพิ่งเริ่มเล่นเกมกระดานที่สี่ ผลคะแนนปัจจุบันคือชนะสองแพ้หนึ่ง สวีเหรินเริ่มจะจับจังหวะการเล่นได้บ้างแล้ว
ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังเลือกตัวละคร วิดีโอคอลจากจี้เยี่ยนจื๋อก็โทรเข้ามาขัดจังหวะพอดี
จี้ทิงกดปุ่มหยุดชั่วคราวบนจอยเกม แล้วกดรับสาย จากนั้นใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของจี้เยี่ยนจื๋อก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“เจ้าหูน้อยจี้ นายอยู่ที่ไหน?”
จี้ทิงวางโทรศัพท์พิงไว้กับโต๊ะ ก่อนจะหยิบไอแพดขึ้นมาพิมพ์ [อยู่ที่อพาร์ตเมนต์ข้างนอกครับ]
“กลับมาเดี๋ยวนี้” จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เจ้าเด็กใบ้นี่วิ่งร่อนไปทั่วได้ยังไงกัน
จี้ทิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย [ผมกำลังเล่นเกมกับสวีเหรินอยู่ เล่นครบ 13 รอบแล้วจะกลับครับ]
เมื่อจี้เยี่ยนจื๋อเห็นข้อความนั้น ความรู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรงก็พลันแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่อกทันที
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^