LNCrawler

ตอนที่ 94 ความปากไม่ตรงกับใจคือสิ่งที่แก้ไขไม่ได้

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 94 ความปากไม่ตรงกับใจคือสิ่งที่แก้ไขไม่ได้

        “นายอยากจะเล่นนักก็เล่นไปให้หนำใจเลยนะ”

       สิ้นเสียงสัญญาณดัง จี้เยี่ยนจื๋อก็ดัดสายวิดีโอคอลทิ้งทันที

       จี้ทิงวางไอแพดลงบนโต๊ะแล้วหยิบจอยเกมขึ้นมา ทว่าสวีเหรินกลับกดปุ่มหยุดเกมชั่วคราวเอาไว้

       “อาจารย์จี้ครับ คุณไม่รู้สึกเหรอว่าเมื่อกี้ประธานจี้ดูไม่พอใจเอามากๆ เลย”

       จี้ทิงเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า สำหรับเขาแล้วไม่ว่าจี้เยี่ยนจื๋อจะโกรธหรือไม่ก็มักจะแสดงสีหน้าแบบนั้นเป็นปกติ เขาจึงมองไม่ออกว่ามีอะไรพิเศษ

       “มันบอกไม่ถูกน่ะครับ แต่ผมรู้สึกว่า...” สวีเหรินเองก็หาคำอธิบายที่ชัดเจนไม่ได้ “เอาแบบนี้ไหมครับ อาจารย์จี้รีบกลับบ้านเถอะ บางทีประธานจี้อาจจะกำลังเป็นห่วงคุณอยู่ก็ได้นะ?”

       ตอนนี้การทดลองยังไม่เสร็จ จี้ทิงจึงไม่อยากล้มเลิกกลางคัน อีกอย่างเขาไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ที่นี่ก็อยู่ในตัวเมืองด้วย เรื่องความปลอดภัยจึงไม่น่ามีอะไรให้ต้องกังวล

        [ไม่เป็นไรครับ ผมเล่นรอบนี้เสร็จแล้วค่อยกลับ]

       อีกด้านหนึ่งของวิดีโอคอล ทั้งที่จี้เยี่ยนจื๋อเป็นคนกดวางสายเองแท้ๆ แต่หลังจากวางไปแล้ว อารมณ์ของเขากลับยิ่งขุ่นมัวลงกว่าเดิม

       เมื่อเลี่ยวข่ายเดินเข้ามา ก็เห็นเขากำลังจ้องมองหน้าจอด้วยสายตาที่ราวกับเป็นศัตรูกับโทรศัพท์มือถือ “ประธานจี้ครับ ผมมีเรื่องจะรายงานครับ”

       “ว่ามา”

       เลี่ยวข่ายหยิบซองจดหมายฉบับหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ “นี่คือจดหมายที่คุณลู่ทิ้งไว้ครับ เขาฝากให้พวกเราช่วยส่งต่อให้คุณชายรอง”

       จี้เยี่ยนจื๋อหยิบจดหมายขึ้นมาพลางปรายตามองด้วยความดูแคลน สมัยนี้แล้วยังจะมาเล่นส่งจดหมายสื่อรักกันอยู่อีกเหรอ

       “หลังจากที่นายส่งวิดีโอมาให้ฉันแล้ว เขากับฉินไจ้เย่คุยอะไรกันอีกหรือเปล่า?”

       “ไม่มีครับ คนแซ่ฉินนั่นทำหน้าบึ้งแล้วขึ้นรถไปเลย แต่คุณลู่ฝากบอกว่า...” เลี่ยวข่ายมีสีหน้ากระอักกระอ่วนพลางลดเสียงให้ต่ำลง “บอกว่าเขารู้ว่าเป็นฝีมือคุณที่บล๊อกเบอร์ติดต่อของเขาในมือถือของคุณชายรอง แต่เขามีเรื่องสำคัญต้องพบคุณชายรองให้ได้ ถ้าไม่ได้จริงๆ ... จะพบคุณแทนก็ได้ครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อเลิกคิ้วเข้มขึ้น “ถ้าไม่ได้จริงๆ งั้นเหรอ?”

       ลู่เหยียนชูไอ้คนเจ้าเล่ห์ กล้าดียังไงมาทำท่าทีรังเกียจเขา?

       “เขาบอกว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณชายรองครับ ถ้าคุณไม่ยอมฟัง คุณจะต้องเสียใจภายหลัง”

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็นชาพลางสะบัดจดหมายคืนลงบนโต๊ะ “งั้นฉันก็อยากจะรู้นักว่าเขาจะทำให้ฉันเสียใจได้ยังไง”

       ...

       เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน จี้ทิงจึงกลับมาถึงบ้านตระกูลจี้

       เหล่าคนรับใช้ในบ้านต่างเข้านอนกันหมดแล้ว ตึกหลักจึงเงียบสงัดเป็นพิเศษ

       ก่อนเข้าประตู จี้ทิงตั้งใจเดินอ้อมไปดูหน้าตึก และพบว่าไฟในห้องของจี้เยี่ยนจื๋อยังคงเปิดอยู่ เขาจึงตรงขึ้นไปยังชั้นสองโดยไม่แวะเข้าห้องของตนเองด้วยซ้ำ

       ก๊อกๆๆ!

       เขาเคาะประตูเบาๆ สามครั้ง แล้วยืนรออยู่ตรงหน้าห้อง ทว่าผ่านไปครู่ใหญ่ ภายในห้องกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

       จี้ทิงยกมือขึ้นตั้งท่าจะเคาะอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ลดมือลง [ดูเหมือนจี้เยี่ยนจื๋อจะหลับไปแล้วสินะ]

       เขาผ่อนลมหายใจ และก้มลงโอบอุ้มเครื่อง PS5 ที่วางไว้บนพื้นเตรียมจะเดินจากไป แต่ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออก

       จี้ทิงชะงักไปครู่หนึ่ง เขายืดตัวตรงแล้วชูไอแพดขึ้นมา [พี่ยังไม่นอนอีกเหรอครับ?]

       จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูรำคาญใจ “ฉันจะนอนหรือไม่นอนมันเกี่ยวอะไรกับนาย”

       จี้ทิงเม้มริมฝีปาก เขาหนีบไอแพดไว้ใต้รักแร้ ก่อนจะล้วงเอาถุงกระดาษออกมาจากข้างในเสื้อโค้ท

       เขายื่นมันส่งไปให้ แต่จี้เยี่ยนจื๋อกลับปรายตามองถุงกระดาษที่ยับยู่ยี่นั้นอย่างจับผิด “เอาของสกปรกอะไรมา?”

       จี้ทิงชะงักเล็กน้อย เขาพยายามจะหยิบไอแพดมาพิมพ์ตอบ แต่สองมือดันถือของพะรุงพะรังจนจัดการไม่ถูก

       เมื่อเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ของอีกฝ่าย จี้เยี่ยนจื๋อก็คว้าถุงกระดาษไปไว้ในมือตัวเองทันควัน “ซื่อบื้อจริง”

       จี้ทิงจึงได้โอกาสหยิบไอแพดขึ้นมาอธิบาย [ไม่ใช่ของสกปรกนะครับ มันคือเกาลัดคั่วทราย ตอนผมกลับมาพอดีเห็นเขาวางขายอยู่ครับ]

        [ทรายที่ใช้คั่วไปพร้อมกับเกาลัดมีโครงสร้างรูพรุนขนาดเล็กและมีประจุไฟฟ้าที่พื้นผิว ตามหลักการดูดซับทางฟิสิกส์แล้ว มันสามารถกรองสื่อกลางและกำจัดแบคทีเรียได้ ส่วนแรงเสียดทานจากการคั่วก็ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนผิวเกาลัดออกไปได้ครับ]

       หลังจากจี้เยี่ยนจื๋ออ่านจบ เขาก็เปรยออกมาอย่างนึกรังเกียจ “พูดมากจริง”

       จี้ทิงกะพริบตาปริบๆ [ก็พี่บอกว่ามันสกปรกก่อนนี่ครับ]

       “เฮอะ งั้นฉันต้องขอโทษไอ้เกาลัดเฮงซวยพวกนี้ด้วยไหมล่ะ?”

        [ไม่ใช่ของผมครับ ผมซื้อมาให้พี่ต่างหาก]

       จี้เยี่ยนจื๋อเป็นอันต้องเงียบกริบไปชั่วขณะ มุมปากของเขาขยับเล็กน้อย ทว่าก็รีบตีหน้านิ่งในทันที หลงเหลือเพียงร่องรอยของความดูแคลนจางๆ ไว้บนใบหน้า “อะไร อยากจะเอาใจฉันงั้นเหรอ?”

       จี้ทิงส่ายหัว [อยากขอบคุณพี่ที่เมื่อคืนอยู่เล่นเกมเป็นเพื่อนผมครับ]

       อันที่จริง ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาอยากรีบหาสาเหตุที่ทำให้หลับให้เจอก็เป็นเพราะจี้เยี่ยนจื๋อด้วยส่วนหนึ่ง อีกฝ่ายต้องไปทำงานที่บริษัทในตอนกลางวัน เขาไม่สามารถพึ่งพิงและปล่อยให้จี้เยี่ยนจื๋อต้องมานั่งเล่นเกมเป็นเพื่อนเขาทุกคืนได้ ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายจะประสบปัญหาอดนอนอย่างรุนแรง

       เมื่อเห็นข้อความนี้ แววตาของจี้เยี่ยนจื๋อกลับเย็นชาลงอีกครั้ง “งั้นนายควรจะซื้อไปให้สวีเหรินมากกว่านะ วันนี้เขาเป็นคนเล่นกับนายนี่”

        [ผมเลี้ยงข้าวเขาไปแล้วครับ]

       จี้เยี่ยนจื๋อกัดฟันกรอดโดยไม่รู้ตัว ขอบคุณสวีเหรินด้วยอาหารมื้อใหญ่ แต่ให้เขาแค่เกาลัดพรรค์นี้งั้นเหรอ

       ในตอนนั้นเอง จี้ทิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางนึกสงสัย [ทำไมรู้สึกเหมือนแทสเมเนียนจะออกมาอีกแล้วล่ะ?]

       จู่ๆ จี้เยี่ยนจื๋อก็ถลึงตาใส่เขาอย่างกะทันหัน จากนั้นเสียงประตูก็ถูกเหวี่ยงปิดดังปังอย่างแรง

       จี้ทิงยืนงงอยู่หน้าห้องอยู่ครู่ใหญ่ [จี้เยี่ยนจื๋อคงไม่ชอบกินเกาลัดสินะ]

       ...

       เมื่อขึ้นห้องพักของตนเองแล้ว จี้ทิงก็อาบน้ำและเปลี่ยนเป็นชุดลำลองสำหรับอยู่บ้าน

       เขาพยายามจะเข้านอนหลังจากเล่นเกมกับสวีเหรินเสร็จแล้ว แต่พอเอนตัวลงบนเตียง ภาพเหล่านั้นก็ยังคงปรากฏขึ้นมา ในเมื่อปัจจัยเรื่องการเล่นเกมสองคนถูกตัดออกไปแล้ว จี้ทิงจึงอยากทดสอบผลกระทบจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและเวลาดูบ้าง

       ดังนั้น ในช่วงเวลาเดียวกับที่จี้เยี่ยนจื๋อพาเขาเล่นเกมเมื่อวาน เขาจึงจัดการต่อเครื่อง PS5 ที่ห้องนั่งเล่น และเปิดเกมชกมวยขึ้นมา

       จี้ทิงเลือกโหมดเล่นคนเดียว และในตอนเลือกตัวละคร เขาเห็นหลี่เสี่ยวหลง ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงนึกอยากลองใช้ดูขึ้นมา

       พอเลือกเสร็จเขาก็กดหยุดไว้ก่อน แล้วหยิบไอแพดขึ้นมาทบทวนสรุปเทคนิคการใช้ท่าต่างๆ ที่เขาเขียนสรุปเอาไว้ หลังจากนั้นจี้ทิงก็เริ่มฝึกซ้อมกับคอมพิวเตอร์ เขาเริ่มเล่นตั้งแต่ตีสองลากยาวไปจนถึงตีสี่กว่าๆ

       เมื่อจบเกมที่สิบสาม เขาก็พิงหลังลงกับโซฟาพร้อมกอดไอแพดไว้แนบอก เริ่มปล่อยให้ร่างกายผ่อนคลาย

       จี้ทิงรู้สึกได้ว่าร่างกายเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว แต่ในทางจิตใจราวกับมีแสงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาใส่หน้า เพียงแค่หลับตาลง ความรู้สึกไม่มั่นคงเหล่านั้นก็พากันพรั่งพรูออกมาไม่หยุด

       ปังง! เสียงปิดประตูที่ดังขึ้นกะทันหันทำเอาเขาตกใจจนสะดุ้ง จี้ทิงลืมตาขึ้นและเงยหน้ามองก็เห็นจี้เยี่ยนจื๋อเดินออกมา

       ยังไม่ทันที่เขาจะได้ยกไอแพดขึ้นมาสื่อสาร จี้เยี่ยนจื๋อก็เอ่ยด้วยเสียงดุดัน “นายนี่เล่นเสียงดังเอะอะกลางดึกแบบนี้ แล้วคนอื่นเขาจะหลับจะนอนได้ยังไงกัน?”

       จี้ทิงนิ่งอึ้งพลางมองไปที่หน้าจอโทรทัศน์

        [ฉันเปิดระดับเสียงไว้แค่ 5 เองนะ เสียงเอฟเฟกต์ขนาดฉันเองยังแทบไม่ได้ยินเลย แล้วจะไปรบกวนจี้เยี่ยนจื๋อได้ยังไงกัน?]

       ในขณะที่เขากำลังเหม่อลอย อีกฝ่ายก็เดินลงมาจากชั้นบนแล้ว

       จี้เยี่ยนจื๋อปั้นหน้ายักษ์นั่งลงข้างๆ เขา พลางสัมผัสได้ถึงสายตาของจี้ทิงที่มองมา “มองฉันทำไม?”

       จี้ทิงอ้าปากเตรียมจะพูดตามสัญชาตญาณ แต่จี้เยี่ยนจื๋อกลับหยิบจอยอีกอันขึ้นมา “ถ้านายจะนอนก็ขึ้นข้างบนไป ฉันจะเล่นเอง”

       ผ่านไปครู่หนึ่ง ไอแพดก็ยื่นมาตรงหน้าเขา [พวกเราเล่นด้วยกันเถอะครับ]

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นเสียงเหอะอย่างประชดประชันพลางเบือนหน้าไปทางอื่น “เล่นด้วยกันงั้นเหรอ เรียกว่าฉันถล่มนายฝ่ายเดียวจะถูกกว่ามั้ง”

       จี้ทิงดึงมือกลับแล้วรีบพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว [ผมอ่านสรุปเทคนิคมาแล้วครับ ตอนนี้ผมเก่งขึ้นแล้ว]

       จี้เยี่ยนจื๋อตั้งท่าจะหัวเราะเยาะในความไม่เจียมตัวของเขา ทว่าจู่ๆ หัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันแน่น เมื่อความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงตีตื้นขึ้นมาจากกระเพาะพุ่งตรงสู่ลำคอ...


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^