LNCrawler

ตอนที่ 95 ของขวัญขอบคุณที่น่าตาย

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 95 ของขวัญขอบคุณที่น่าตาย

        จี้ทิงสังเกตเห็นว่าจี้เยี่ยนจื๋อดูท่าทางไม่ค่อยสบายนัก เขากำลังจะอ้าปากถามว่าเป็นอะไร ทว่าจี้เยี่ยนจื๋อกลับโยนจอยเกมทิ้งแล้วรีบวิ่งไปทางห้องน้ำก่อน

       ไม่กี่นาทีต่อมา จี้เยี่ยนจื๋อก็เดินออกมาจากข้างใน

       จี้ทิงเดินเข้าไปหาที่โซฟา [ปวดท้องเหรอครับ?]

       จี้เยี่ยนจื๋อเองก็ไม่รู้ว่าตนไปกินอะไรผิดสำแดงมา อาหารค่ำเขาก็ทานที่บ้าน เรื่องความสะอาดจึงไม่มีทางเป็นปัญหาแน่ แถมวันนี้เขายังกินน้อยกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ

       แต่ตั้งแต่ตอนที่จี้ทิงเริ่มเล่นเกม เขาก็รู้สึกแน่นท้องและแสบร้อนกลางอก ราวกับมีกรดไหลย้อนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ

       “ไม่เป็นไร กลับไปเล่นเกมต่อเถอะ”

       จี้ทิงยังคงไม่วางใจ เพราะสีหน้าของอีกฝ่ายดูแย่มาก แม้แต่ผิวก็ยังซีดเซียวจนดูไร้ชีวิตชีวา

       เขาเดินไปรินน้ำอุ่นมาให้จี้เยี่ยนจื๋อแก้วหนึ่ง แต่พอส่งให้ อีกฝ่ายกลับไม่ยอมดื่ม

       จี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกพะอืดพะอมตลอดเวลา เขารู้สึกว่าถ้าดื่มน้ำลงไปจะยิ่งทำให้อยากอาเจียน จึงวางแก้วทิ้งไว้บนโต๊ะ

        [ไม่เป็นไรจริงๆ แน่เหรอครับ?]

       เดิมทีจี้เยี่ยนจื๋อก็ทรมานอยู่แล้ว พอถูกเซ้าซี้เข้าก็เริ่มรำคาญ “นายจะเล่นต่อไหม?”

       จี้ทิงจึงจำต้องนั่งลงที่เดิมและหยิบจอยเกมขึ้นมา

       ทว่าทันทีที่ทั้งคู่เลือกตัวละครเสร็จและฉากบนสังเวียนปรากฏขึ้น ความเจ็บปวดบิดมวนก็พุ่งจากกระเพาะของจี้เยี่ยนจื๋อขึ้นมาอีกครั้ง

       เขากำจอยในมือแน่นเพื่อฝืนทน แต่ร่างกายท่อนบนกลับคุดคู้อย่างเสียไม่ได้

       ในจังหวะนั้นเอง จี้ทิงกดหยุดเกมชั่วคราวแล้วยื่นไอแพดออกมา [พี่คงไม่ได้กินเกาลัดกิโลครึ่งนั่นเข้าไปคนเดียวจนหมดหรอกนะ?]

       “นาย... หุบปาก!” จี้เยี่ยนจื๋อกัดฟันกรอด

       จี้ทิงมองเขาอยู่สองวินาที ก่อนจะรีบวางไอแพดลงบนโต๊ะ แล้วคว้าหมอนอิงมาสอดรองไว้ที่ข้างกายจี้เยี่ยนจื๋อ จากนั้นก็ช่วยยกขาของเขาขึ้นมาพาดบนโซฟา

       จี้เยี่ยนจื๋อยังคงดื้อรั้น “บอกแล้วไง ว่าฉันไม่ได้ลำบากอะไร!”

       จี้ทิงไม่ตอบ แต่ทำสัญลักษณ์กากบาทมือใส่เขา [รอผม 10 นาที]

       เขาลองไปหาตามที่ที่คิดว่าน่าจะมีกล่องยา แต่คฤหาสน์หลังนี้กว้างขวางเกินไป มีเพียงพ่อบ้านเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรวางไว้ตรงไหน

       แต่ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว อีกฝ่ายคงเข้านอนไปนานแล้วแน่ๆ ยิ่งไปกว่านั้นจี้เยี่ยนจื๋อยังเป็นพวกห่วงศักดิ์ศรีเป็นที่สุด ขนาดคราวก่อนที่เก้าอี้นวดเสียจนตัวเขาถูกห้อยหัวต่องแต่ง เขายังไม่ยอมเรียกให้ใครมาช่วยเลย

       ในเมื่อไม่มียา ก็คงต้องไปโรงพยาบาล

       จี้ทิงเดินไปที่ห้องของจี้เยี่ยนจื๋อ เขาคว้าเสื้อโค้ทมาตัวหนึ่งอย่างลวกๆ แล้วย้อนกลับไปที่ห้องตัวเองเพื่อหยิบโทรศัพท์และกุญแจรถ

       เมื่อลงมาด้านล่าง เขาพยุงจี้เยี่ยนจื๋อที่ขดตัวเป็นกุ้งให้ลุกขึ้น ทว่าในตอนที่จะสวมเสื้อโค้ทให้นั้น คนที่ดูเหมือนจะไม่ไหวแล้วกลับฮึดสู้ขัดขืนเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

       “เสื้อโค้ทตัวนี้... ฉัน... ใส่แล้ว... สกปรก... ไม่ใส่...”

       จี้ทิงได้ยินดังนั้นก็จัดการสวมเสื้อโค้ทของตนเองให้จี้เยี่ยนจื๋ออย่างรวดเร็ว ส่วนเขาเอาเสื้อของจี้เยี่ยนจื๋อมาใส่แทน

       อันที่จริงเสื้อของเขาก็ใส่แล้วเหมือนกัน แต่เวลานี้คงไม่อาจตามใจอาการรักสะอาดของอีกฝ่ายได้อีก ตราบใดที่เขาไม่บอก จี้เยี่ยนจื๋อก็ไม่มีทางรู้

       หลังจากสวมเสื้อโค้ทเสร็จ จี้ทิงก็พาดแขนของอีกฝ่ายไว้บนบ่า แล้วพยักหน้าสามครั้ง [หนึ่ง... สอง... สาม... ฮึบบบ!]

       เดิมทีเขาตั้งใจจะให้กำลังใจตัวเอง แต่เขาไม่คาดคิดว่า เมื่อเขาคิดคำว่า ‘ฮึบ’ ในใจ จี้เยี่ยนจื๋อจะให้ความร่วมมือออกแรงลุกขึ้นไปพร้อมกับเขา

       ทั้งคู่เดินมาจนถึงโรงรถ จี้ทิงพยุงจี้เยี่ยนจื๋อขึ้นนั่งบนเบาะข้างคนขับพร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยให้เสร็จสรรพ

       “อึก...”

       ทันทีที่จี้ทิงนั่งประจำที่คนขับ เขาก็ได้ยินจี้เยี่ยนจื๋อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอด้วยความข่มกลั้น

       เขาโน้มตัวไปดึงข้อมือของอีกฝ่ายขึ้นมา วัดระยะจากเส้นข้อมือขึ้นมาสามนิ้วเพื่อหาจุดเน่ยกวาน [1] แล้วดึงมืออีกข้างของจี้เยี่ยนจื๋อมาประคองไว้ เป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายกดนวดตรงนั้นเอง

       เครื่องยนต์ส่งเสียงคำรามก่อนที่รถสปอร์ตจะทะยานออกจากโรงรถ

       เมื่อพ้นประตูคฤหาสน์เข้าสู่ถนนใหญ่ จี้เยี่ยนจื๋อก็คว้าแขนของจี้ทิงไว้แน่นพลางหอบหายใจ “นะ... นาย ขับให้มันช้าหน่อย...”

       แค่จังหวะเลี้ยวเมื่อครู่ กรดในกระเพาะก็แทบจะพุ่งย้อนออกมาตามแรงเหวี่ยงแล้ว

       จี้ทิงจึงพยักหน้าแล้วชะลอความเร็วลง

       สถานการณ์เช่นนี้ไม่จำเป็นต้องบุกไปถึงศูนย์การแพทย์ใหญ่โต จี้ทิงจึงปักหมุดโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ขับรถมาถึงโรงพยาบาล

       เขาพยุงจี้เยี่ยนจื๋อไปที่ล็อบบี้ก่อนจะหยิบไอแพดขึ้นมา [ลงทะเบียนต้องใช้เลขบัตรประชาชนครับ]

       จี้เยี่ยนจื๋อบอกเลขไปรอบหนึ่ง จี้ทิงฟังแล้วจึงเดินไปที่ช่องชำระเงิน หลังจากลงทะเบียนเสร็จ เขากำลังจะพยุงอีกฝ่ายลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่จี้เยี่ยนจื๋อกลับพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวก่อน”

       จี้ทิงผ่อนแรงลงแล้วหันไปมอง จี้เยี่ยนจื๋อจึงพูดต่อ “ห้องน้ำอยู่ไหน”

       จี้ทิงเงยหน้ามองหาป้ายสัญลักษณ์ เมื่อเห็นป้ายห้องน้ำอยู่อีกฝั่งจึงพยุงจี้เยี่ยนจื๋อลุกขึ้น ทว่าเมื่อเดินไปถึงหน้าห้องน้ำ จี้เยี่ยนจื๋อกลับชะงักฝีเท้าเพียงชั่ววินาทีเดียว ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกมาทันที

       “ฉันไม่ปวดท้องแล้ว... ไม่ปวดเลยสักนิด...”

       จี้ทิงไม่ได้ทัดทาน [ยังมีกะจิตกะใจห่วงเรื่องสะอาดอยู่อีก แสดงว่าคงยังทนไหวสินะ]

       จี้เยี่ยนจื๋อปากแข็งสะกดจิตตัวเองไปอย่างนั้น ทว่าพอเข้าไปถึงห้องฉุกเฉิน เขาก็แทบจะพูดไม่ออกแล้ว

       “คนไข้เป็นอะไรมาครับ?” คุณหมอถามเข้าประเด็นทันที

       จี้ทิงหยิบไอแพดออกมา [ก่อนนอนคนไข้ทานเกาลัดคั่วไปกิโลครึ่งครับ ประมาณ 80-110 เม็ด]

       “เกาลัดกิโลครึ่ง?”

       คุณหมออดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองจี้เยี่ยนจื๋อ ส่วนเจ้าตัวเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่รู้ว่ากำลังหลบเลี่ยงสายตาหรือหลบหนีความจริงกันแน่

       “อาเจียนไหมครับ กี่ครั้งแล้ว?”

       จี้ทิงส่ายหน้า [ไม่ครับ แล้วก็ไม่ได้ท้องเสียด้วย]

       คุณหมอเคาะแป้นพิมพ์พลางอธิบายตรงๆ “เขาอาหารไม่ย่อยเพราะทานเกาลัดเยอะเกินไป ปกติจะไม่ท้องเสียหรอกครับ แต่จะท้องผูกแทน”

       ใบหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อร้อนผ่าวขึ้นมาทันควัน ลามไปจนถึงปลายหูที่แดงก่ำราวกับจะลุกเป็นไฟ

       คุณหมอเขียนใบสั่งตรวจยื่นให้จี้ทิง “พาเขาไปตรวจน้ำตาลในเลือดก่อนนะครับ ถ้าสูงเกินไปอาจจะต้องอยู่ดูอาการคืนหนึ่ง”

       จี้ทิงพาจี้เยี่ยนจื๋อไปเจาะเลือด ผลตรวจออกมาพบว่าน้ำตาลในเลือดสูงกว่าเกณฑ์หลังอาหารเพียงเล็กน้อย ไม่ได้รุนแรงอะไร

       คุณหมอจ่ายยาช่วยย่อยพร้อมกำชับว่า “กลับไปแล้วให้เขาเดินเยอะๆ นะครับ แต่อย่าวิ่ง ให้เดินเล่นช้าๆ น้ำก็อย่าเพิ่งดื่มเยอะเกินไป”

       พูดจบ หมอก็หันไปทางจี้เยี่ยนจื๋อ “คราวหลังอย่ากินเยอะขนาดนี้รวดเดียวสิครับ เพื่อนคุณที่เป็นผู้พิการยังต้องลำบากวิ่งวุ่นดูแลคุณเลย ลำบากทั้งคนอื่นทั้งตัวเองแท้ๆ”

       จี้ทิงชะงักไปเล็กน้อย แต่จี้เยี่ยนจื๋อกลับหน้าเปลี่ยนสีทันที เขาเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม “เขาไม่ได้พิการ เขาแค่ยังพูดไม่ได้ชั่วคราวเท่านั้น”

       คุณหมอหัวเราะเบาๆ “ต่อให้พูดไม่ได้ชั่วคราว มันก็น่าลำบากอยู่ดีจริงไหมล่ะครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อกัดฟันสูดลมหายใจลึก ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะไอ้เกาลัดคั่วบ้านั่นแท้ๆ เชียว

       ...

       เมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากโรงพยาบาล จี้ทิงพยุงจี้เยี่ยนจื๋อนั่งลงที่เบาะข้างคนขับ แต่เจ้าตัวกลับยังไม่ขึ้นรถ

       จี้เยี่ยนจื๋อเห็นเขาทำท่าจะเดินไปที่อื่นจึงยื่นมือไปคว้าตัวไว้ “นายจะไปไหน?”

       จี้ทิงหยิบไอแพดออกมา [ผมจะไปซื้อน้ำครับ พี่ทานยาตอนนี้เลย พอกลับถึงบ้านตอนไปเดินเล่นจะได้อาการดีขึ้น]

       จี้เยี่ยนจื๋อจึงยอมปล่อยมือแล้วพูดแก้เก้อ “รีบไปรีบมาล่ะ”

       เพียงสองสามนาที จี้ทิงก็กลับมาที่รถ

       เขาบิดฝาขวดน้ำส่งให้จี้เยี่ยนจื๋อ แล้วแกะแคปซูลยาห้าเม็ดตามที่คุณหมอสั่ง

       จี้ทิงส่งยาให้ จี้เยี่ยนจื๋อที่เริ่มปวดจนมึนหัวรับยาไปทานทันที

       ทว่าพอเขาดื่มน้ำตามไปอึกหนึ่ง ยายังไม่ทันจะไหลผ่านลำคอลงไป เขาก็พลันได้ยินเสียงในใจของจี้ทิงดังขึ้น [โอ๊ะ ลืมเลย ออกมาจากโรงพยาบาลยังไม่ได้ล้างมือเลยนี่นา]

       จี้เยี่ยนจื๋อสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ น้ำในปากพุ่งพรวดออกมาทันที!

        

 

       เชิงอรรถ

        [1] จุดเน่ยกวาน (内关穴) จุดสำคัญในศาสตร์แพทย์แผนจีน จุดนี้อยู่ที่ท้องแขน มีสรรพคุณเด่นในการสงบจิตใจ บำรุงหัวใจ แก้อาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน เมารถเมาเรือ และลดความวิตกกังวล


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^