ตอนที่ 97 จะนอนกับเจ้าแทสเมเนียนยังไงดี
ตอนที่ 97 จะนอนกับเจ้าแทสเมเนียนยังไงดี
จี้ทิงลุกพรวดขึ้นจากม้านั่งยาวพลางกุมใบหูที่ถูกบีบเอาไว้ ก่อนมองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ
[ทำไมเจ้าแทสเมเนียนต้องมาดึงหูฉันด้วย?]
จี้เยี่ยนจื๋อหัวเราะหยัน ก้าวเท้าขึ้นหน้ามาหนึ่งก้าว “นี่ยังกล้าถลึงตาใส่ฉันอีกเหรอ?”
จี้ทิงถอยหลังไปสองก้าว แล้วชูไอแพดขึ้นอย่างจริงจัง [ผมเช็กมาแล้ว เกาลัด 100 กรัม ให้พลังงาน 214 กิโลแคลอรี เมื่อรวมกับน้ำตาลทรายขาวและน้ำมันพืชที่ใช้ในการคั่ว พี่ได้รับพลังงานไปทั้งหมดประมาณ 7000 แคลอรี ถ้าวันนี้พี่ไม่ออกกำลังกายให้เพียงพอ อย่างน้อยพี่จะอ้วนขึ้น 1.2 กิโล]
พูดจบเขาก็นึกย้อนไปถึงสัญชาตญาณของเจ้าแทสเมเนียนในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ก่อนจะพิมพ์ต่อ [ถ้าพี่อ้วนขึ้น คราวหน้าที่เจอลู่เหยียนชู เขาจะหัวเราะเยาะพี่เอาได้นะครับ]
รอยยิ้มระหว่างคิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อเลือนหายไปทันที เขาหรี่นัยน์ตาคมกริบลง “เขากล้าหัวเราะฉันงั้นเหรอ ให้มันยืมความกล้ามาอีกสักแปดคน มันก็ยังไม่กล้าหรอก”
วิธีพูดยั่วโมโหแบบเด็กอนุบาลอาจใช้ไม่ได้ผลกับเด็กประถม แต่สำหรับจี้เยี่ยนจื๋อนั้น เรียกได้ว่าแทงใจดำเข้าอย่างจัง
หลังทิ้งคำพูดดุดันเสร็จ จี้เยี่ยนจื๋อก็เริ่มเดินเร็วรอบสวน พอเข้าสู่รอบหลังก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นวิ่งเหยาะๆ แทน
ความจริงที่บ้านไม่ได้มีแค่ห้องฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ครบครัน แต่ยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวด้วย การไปออกกำลังกายที่ไหนก็ล้วนมีประสิทธิภาพกว่าการมาวิ่งเหยาะๆ อยู่ที่นี่ทั้งนั้น แต่เจ้าหูน้อยจี้ดันหัวรั้น ยืนกรานจะให้เขาปฏิบัติตามคำสั่งหมอด้วยการเดินช้าๆ เสียให้ได้
พอวิ่งครบหนึ่งรอบ จี้ทิงก็ชูไอแพดบอกเขาว่าเผาผลาญไปกี่แคลอรีแล้ว จี้เยี่ยนจื๋อจึงตอบด้วยความหมั่นไส้ว่า “เก่งแต่เรื่องคำนวณนักนะนาย”
รอจนกระทั่งเขาเลี้ยวกลับมาในรอบที่สอง ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว ส่วนจี้ทิงกอดไอแพดพิงพนักเก้าอี้หลับปุ๋ยไปอีกรอบ
จี้เยี่ยนจื๋อเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะโน้มตัวลงอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมา
เมื่อมองใบหน้ายามหลับใหลที่แสนสงบในอ้อมแขน เขาก็แค่นหัวเราะในใจ ทว่าระหว่างคิ้วกลับซ่อนรอยยิ้มที่ยากจะสังเกตเห็นเอาไว้
สมองดีแล้วมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่มีฉัน นายก็คงนอนไม่หลับอยู่ดีไม่ใช่หรือไง
...
เวลา 14.30 น. จี้ทิงตื่นขึ้นมา
เขาจ้องมองเพดานตาไม่กะพริบ ดูเหมือนคนยังไม่ตื่นดีที่กำลังเหม่อลอย แต่ความจริงในหัวเขากลับกำลังขบคิดอะไรมากมาย
ครั้งนี้มั่นใจได้แล้วว่า จี้เยี่ยนจื๋อคือองค์ประกอบเดียวที่สามารถทำให้เขาหลับได้
หน้าอกของเขาขยับขึ้นลงเล็กน้อย พลางถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว ถึงเขาจะมั่นใจแล้ว แต่การจะนอนกับจี้เยี่ยนจื๋อนั้นกลับกลายเป็นปัญหาใหม่ขึ้นมา
แม้ตอนนี้อีกฝ่ายจะดูไม่ค่อยเกลียดขี้หน้าเขาเท่าไหร่แล้ว แต่จี้เยี่ยนจื๋อเป็นคนรักความสะอาดมาก ทั้งนิสัยยังแปรปรวนไม่คงที่ ถ้าเขาเอ่ยปากขอไปนอนด้วย คงได้รับเพียงเสียงหัวเราะเยาะจากเจ้าแทสเมเนียนตัวนี้กลับมาแน่ๆ
จี้ทิงไม่เคยเจอโจทย์ที่ยากขนาดนี้มาก่อน เขาลองนึกถึงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ แต่พอนึกดูอีกที จี้เยี่ยนจื๋อก็ดูเหมือนจะไม่ได้ขาดเหลืออะไรเลย
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ข้อสรุป โทรศัพท์ที่หัวเตียงก็สั่นขึ้นมาเสียก่อน
จี้ทิงจึงกดรับวิดีโอคอล จากนั้นใบหน้าของสวีเหรินก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ “อาจารย์จี้ครับ เมื่อเช้าทำไมคุณไม่รับสายผมเลยล่ะ?”
จี้ทิงเลื่อนแถบการแจ้งเตือนลงมาดู พบว่าเมื่อเช้าสวีเหรินวิดีโอคอลหาเขาหลายสายจริงๆ เขาลงจากเตียงไปหยิบไอแพดมาพิมพ์ [ขอโทษที เมื่อเช้าผมหลับอยู่น่ะ]
“ไม่เป็นไรครับๆ ผมแค่จะถามคุณว่า พวกเราจะย้ายคอมพิวเตอร์กันตอนไหนดี?”
จี้ทิงนิ่งคิดเล็กน้อย [รอก่อนนะ เดี๋ยวผมส่งข้อความทางวีแชตไปบอก]
จากนั้นเขาจัดการล้างหน้าล้างตา แล้วลงไปข้างล่าง เขาจึงได้พบกับพ่อบ้าน [อาหยาง จี้เยี่ยนจื๋อไปบริษัทแล้วเหรอครับ?]
“ใช่ครับ คุณชายใหญ่ทานข้าวเที่ยงเสร็จก็ออกไปเลย”
จี้เยี่ยนจื๋อทานข้าวได้ แสดงว่าอาการอาหารไม่ย่อยคงดีขึ้นมากแล้ว
จี้ทิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะพิมพ์ข้อความลงบนไอแพดต่อ [อาหยางครับ วันนี้ไม่มีงานอะไรพิเศษ ผมขออนุญาตให้พวกคนใช้ในบ้านหยุดพักครึ่งวันได้ไหมครับ?]
“เอ๋?” พ่อบ้านทำหน้าสับสน “จู่ๆ จะให้หยุดงานนี่มัน...”
จี้ทิงไม่ถนัดเรื่องโกหกเอาเสียเลย เขาจึงหลบสายตาอีกฝ่าย [ก็แค่... อยากให้พวกคุณได้พักผ่อนน่ะครับ]
“ได้น่ะมันก็ได้อยู่ครับ” พ่อบ้านครุ่นคิด “เอาแบบนี้ไหมครับ ให้คนอื่นหยุดพักไป ส่วนผมกับพ่อครัวจะอยู่รอที่นี่”
[ไม่ต้องหรอกครับ มื้อเย็นผมจะทำเอง]
พ่อบ้านแสดงสีหน้าประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม “คุณชายรอง คุณ... คุณทำอาหารเป็นด้วยเหรอครับ?”
[ทำเป็นนิดหน่อยครับ] ถึงจี้ทิงจะทำอาหารจานหรูไม่ได้ แต่พวกอาหารเมนูทั่วไปเขาก็พอทำได้อยู่
“ถ้าอย่างนั้น... ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมไปแจ้งพวกเขาก่อน”
[รบกวนคุณแล้วครับ]
หลังจากพ่อบ้านเดินออกไป เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันทะแม่งๆ จึงโทรศัพท์หาจี้เยี่ยนจื๋อทันที
พอได้รับฟังเรื่องราว จี้เยี่ยนจื๋อก็รู้ทันทีว่าหนูน้อยสองตัวนั้นเตรียมตัวจะขนซูเปอร์คอมพิวเตอร์กลับมาแล้ว
เขาจึงบอกให้อาหยางทำตามที่จี้ทิงต้องการ จากนั้นก็ส่งข้อความหาเลี่ยวข่าย และสั่งให้หาข้ออ้างอะไรก็ได้สั่งให้พวกบอดี้การ์ดในบ้านหยุดพักงานไปด้วยเช่นกัน
จี้เยี่ยนจื๋อเพิ่งวางโทรศัพท์ลง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
“เข้ามา”
ฟางเจี๋ยเดินเข้ามาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงาน “ประธานจี้ครับ รองหลิวจากกรมสื่อสารมาขอเข้าพบครับ นอกจากนี้ยังมีแขกอีกท่านหนึ่งแซ่เจิ้งด้วยครับ”
หลายปีมานี้กลุ่มบริษัทซื่อลี่ได้ร่วมโปรเจกต์กับภาครัฐมาไม่น้อย ซึ่งมีโปรเจกต์ใหญ่หลายโครงการที่ทำร่วมกับกรมสื่อสาร ดังนั้นเขากับรองหลิวคนนี้จึงถือว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันดี
“พวกเขามากันตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วครับ ผมบอกไปว่าวันนี้คุณลางาน แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมไป” ฟางเจี๋ยกล่าว “ผมกลัวรองหลิวจะเข้าใจผิดว่าคุณจงใจไม่ยอมพบ ก็เลยเชิญพวกเขาไปนั่งรอที่ห้องประธานครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อเงยหน้าขึ้น “เขาได้บอกไหมว่ามาหาฉันด้วยเรื่องอะไร?”
“ไม่ได้บอกครับ แต่เรื่องน่าจะด่วนพอดู เพราะเมื่อเช้า พวกเขานั่งรออยู่ชั่วโมงกว่าๆ ถึงยอมกลับไป”
หากเป็นเรื่องงาน ตามปกติหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาติดต่อประสานงานก่อน การที่รองผู้กำกับมาหาด้วยตัวเองแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย ครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “เชิญพวกเขาเข้ามา”
ไม่นานหลังจากฟางเจี๋ยออกไป รองหลิวกับคุณเจิ้งคนนั้นก็เดินเข้ามา
“ประธานจี้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
จี้เยี่ยนจื๋อก้าวเข้าไปจับมือกับอีกฝ่าย รองหลิวยิ้มพลางแนะนำคนข้างๆ ให้รู้จัก “ท่านนี้คือผอ.เจิ้ง เจิ้งกั๋วตง จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมอากาศยานและการบินครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อยื่นมือออกไป เมื่อเจิ้งกั๋วตงจับมือแล้วก็เอ่ยขึ้นว่า “ประธานจี้ เราเคยเจอกันที่โรงพยาบาลทหารมาก่อนนะครับ”
ได้ยินดังนั้น แววตาของจี้เยี่ยนจื๋อก็เย็นเยียบลงไปสองส่วน เขาพอจะเดาจุดประสงค์ที่อีกฝ่ายมาในวันนี้ได้แล้ว
จากนั้นเขาจึงปล่อยมือ แม้น้ำเสียงจะดูสุภาพแต่ก็เจือไว้ด้วยความเย็นชา “ก่อนหน้านี้กลุ่มบริษัทซื่อลี่ไม่เคยมีโปรเจกต์ที่ทำร่วมกับสถาบันวิจัยเลย ไม่ทราบว่า วันนี้ผอ.เจิ้งให้เกียรติมาถึงที่นี่ มีธุระอะไรหรือครับ?”
เจิ้งกั๋วตงรู้ดีก่อนจะมาที่นี่ว่าฉินไจ้เย่ยังไม่ได้ไปขอโทษจี้ทิง เขาเข้าใจความรู้สึกของจี้เยี่ยนจื๋อดี แต่บางเรื่องมันก็รอช้าไม่ได้จริงๆ
เขาผ่อนลมหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปมองคนข้างกาย “รองหลิว วันนี้รบกวนคุณแล้วล่ะครับ”
“เกรงใจกันไปได้ครับ” รองหลิวรู้ดีถึงความพิเศษในงานของอีกฝ่าย และเข้าใจว่าบทสนทนาต่อจากนี้เขาไม่ควรอยู่ฟังด้วย “เอาเป็นว่า ทางกรมยังมีธุระอีกนิดหน่อย ผมขอตัวก่อนแล้วกันครับ”
พอรองหลิวจากไป จี้เยี่ยนจื๋อก็ไม่รักษาสีหน้าอีกต่อไป เขาจึงเปิดประเด็นตรงๆ “ถ้าวันนี้ผอ.เจิ้งมาเพื่อพูดแทนฉินไจ้เย่ ผมว่าเราอย่าเสียเวลาเลยดีกว่าครับ”
“ประธานจี้เข้าใจผิดแล้วครับ ผมกับฉินไจ้เย่ไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวใดๆ และผมไม่ได้มาพูดแก้ตัวแทนเขาแน่นอน”
ปกติเจิ้งกั๋วตงเป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก เขารู้ดีว่าอธิบายไปร้อยคำก็ไม่เท่ากับการกระทำ จึงเอ่ยเข้าเรื่องทันที “ประธานจี้ ในห้องทำงานของคุณมีจอที่สามารถเปิดวิดีโอได้ไหมครับ? ผมมีบางอย่างอยากให้คุณดู”
จี้เยี่ยนจื๋อไม่ตอบคำ แต่เดินกลับไปที่โต๊ะแล้วกดปุ่มบนคอนโทรลตัวหนึ่ง ทันใดนั้นหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และหน้าจอขนาดมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้าคนทั้งสองภายในเวลาไม่กี่อึดใจ
ผู้อำนวยการเจิ้งหยิบซองเอกสารออกมาจากกระเป๋า เขาค่อยๆ ฉีกแถบกาวปิดผนึกออก แล้วหยิบแฟลชไดรฟ์ตัวหนึ่งออกมา
ทันทีที่ภาพวิดีโอปรากฏขึ้นบนหน้าจอ รูม่านตาของจี้เยี่ยนจื๋อก็หดเกร็งลงทันควัน ตามมาด้วยความรู้สึกจุกเสียดอย่างรุนแรงที่แล่นขึ้นมาในอก
“ประธานจี้ นี่คือคลิปจากกล้องวงจรปิดในห้องขังเดี่ยวของจี้ทิง ตอนนี้มันถือเป็นเอกสารลับระดับสองของสำนักข่าวกรอง คุณห้ามเปิดเผยเนื้อหาใดๆ ให้แก่บุคคลที่สามโดยเด็ดขาด”
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^