1.2 เรียก 'แด๊ดดี้' สิ
1.2 เรียก 'แด๊ดดี้' สิ

แสงไฟสลัวรอบพูลวิลลาสีส้มอบอุ่นสะท้อนผิวน้ำในสระจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับ ร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดมีสีหน้าผ่อนคลายทว่าเฉียบคมอย่างประหลาด มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แดงเข้มข้นที่เพิ่งจิบพลางๆ ระหว่างคุยโทรศัพท์
“หึ! คิดจะหาทางโก่งราคาสินะ ไร้เดียงสาชะมัด” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก แววตานิ่งลึกต่างจากเสียงเรียบระคนสมเพชเจ้าของกิจการในเขาใหญ่ที่ขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี และมีสภาพไม่ต่างจากคนกำลังจะจมน้ำ “บอกพวกเขาไป... ถ้าภายในพรุ่งนี้ยังเคลียร์งบการเงินส่วนที่ฉันตีกลับไปไม่ได้ ฉันก็คงไม่เสียเวลากับที่นี่แล้ว”
ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ คีรีมันต์ โฮลดิงส์ (Kirimant Holdings) นักล่ากิจการที่ไม่เคยพลาดเป้า คิณณ์ไม่ร้อนใจกับการยึกยักของประธานรีสอร์ต Vigneto Valley สักนิด
“ใช่... รอให้พวกเขาร้อนรนจนทนไม่ไหว แล้วค่อยกดราคาลงมาต่ำที่สุด” ซีอีโอหนุ่มจิบไวน์นิ่งๆ พลางทอดมองผิวน้ำลึกในสระอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
ทว่าทันทีที่วางสายจากเลขาฯ รอยยิ้มมุมปากเมื่อครู่กลับค่อยๆ เลือนหายไป แววตาคมแข็งกร้าวขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวในบรรยากาศที่ควรผ่อนคลาย
ไวน์แดงราคาแพงที่ทิ้งความขมปร่าปนหวานลึกไว้ในลำคอไม่ได้ช่วยให้คิณณ์เคลิบเคลิ้มสักนิด ความเครียดจากอาการนอนไม่หลับเรื้อรังของเขามันรุนแรงกว่าการเจรจาธุรกิจเสียอีก หมอประจำตระกูลเคยแนะนำให้ปรับพฤติกรรมการนอน ทว่าหัวสมองที่เคยชินกับการทำงานกลับยังคงตื่นตัวคล้ายมีเครื่องจักรกลหมุนวนไร้จุดสิ้นสุด จังหวะนั้นเอง...เสียงฝีเท้าตึกตักของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
นักล่ากิจการหนุ่มหันไปมองตามสัญชาตญาณ ร่างอ้อนแอ้นวิ่งดุ๊กดิ๊กๆ ผ่านประตูซุ้มโค้งเข้ามาอย่างถือวิสาสะ เขาไม่ทันตั้งหลักสักนิดเธอก็ก้าวมาประชิดตัวแล้ว
“ลุงคะ!”
สองมือยื่นกล่องของขวัญชนอกแกร่ง ก้มหน้าก้มตาพรั่งพรูความรู้สึกเป็นชุดราวกับรัวปืนกลใส่หัวใจคิณณ์
“หนูชอบลุงมานานแล้วค่ะ! หนูคิดถึงลุงอยู่ตลอดเลย ตอนเราไม่เจอกันนานๆ หนูก็ยิ่งแน่ใจ หนู...หนูไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียเปล่าอีกแล้ว หนูอยากเป็นคนข้างกายลุงได้ไหมคะ!”
เป็นครั้งแรกในชีวิตวัย 38 ของคิณณ์ที่สมองอันชาญฉลาดเหมือนมีไฟฟ้าลัดวงจรกะทันหัน เขาแทบประมวลผลความในใจหญิงสาวไม่ทัน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับคำเดียวที่ดังก้องในหู
ลุง?
ดวงตาคมประเมินหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาแม้แต่น้อย แวบหนึ่งอดคิดไม่ได้ว่าพ่อเธอมีลูกตอนกี่ขวบถึงอาจหาญเรียกเขาด้วยสรรพนามชวนแสลงหูแบบนั้น ทว่าไหล่ขาวนวลในชุดเดรสแขนตุ๊กตาสีขาวผ่องก็ตรึงสายตามากกว่ากล่องของขวัญในมือเธอมาก
ของขวัญ?
นั่นสินะ... คงเป็นของขวัญที่ประธานรีสอร์ตส่งมาเอาใจเขาเพื่อหวังให้ดีลธุรกิจราบรื่นขึ้น ตาแก่นั่นเลอะเลือนถึงขั้นคิดว่าเขาจะใจอ่อนเพียงเพราะ ‘เด็กเอ็นฯ’ หน้าตาน่ารักคนเดียวหรือไง?
แค่คิดจะใช้ทางลัดกับเขาก็พลาดมากแล้ว
แต่ไหนแต่ไรคิณณ์ไม่ชอบวิธีสกปรกๆ แบบนี้ ทว่าสายลมหนาวที่พัดกลิ่นหอมละมุนจากแก้มเนียนใสมาแตะจมูกก็ทำเอาเลือดหนุ่มในกายร้อนผ่าว ดวงตาคมกริบเลื่อนสำรวจคนตัวเล็กท่าทางประหม่าที่แม้จะสูงแค่ไหล่ของเขา ทว่าอกเป็นอก เอวเป็นเอว ผิวเนียนละเอียดน่าฟัดจนปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่น
“ทำไมลุงไม่พูดอะไรบ้างเลยคะ?”
น่ามันเขี้ยว... ตามหลักแล้วเธอควรเรียกเขาว่าพี่ เสี่ย ป๋า หรืออะไรก็ตามที่มันน่าฟังกว่านี้
อาจเป็นพวกลูกไม้เรียกร้องความสนใจแบบใหม่มั้ง เพราะท่าทางสั่นๆ แกมขัดเขินของเธอมันฟ้องว่าอยาก ‘ขึ้นงาน’ จะแย่
“หรือว่า...” แป้งหอมอ้อมแอ้ม แก้มใสเห่อแดงตามประสาคนเก็บงำความลับในใจมาสี่ปีเต็ม ดวงตาคู่สวยเอาแต่จับจ้องกล่องของขวัญในมือแทนที่จะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม “ลุงไม่ชอบหนู”
“หึ!”
เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอแกร่งทำเอาคนอุตส่าห์รวบรวมความกล้ามาสารภาพรักใจสั่นไปถึงปลายเท้า รู้สึกถึงออราความเย็นชาแปลกๆ จากลุงรหัสแสนอบอุ่นในวันวาน
“คิดจะอ่อยฉันด้วยวิธีนี้... แน่ใจแล้ว?”
“คะ?” แป้งหอมเอะใจในท่าทีคุกคามนั้น แต่สมองที่กำลังมึนงงด้วยฤทธิ์ไวน์กลับสับสนเกินกว่าจะวิเคราะห์ และคาดไม่ถึงว่าคนตัวโตจะโยนกล่องของขวัญทิ้งลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี วงแขนแกร่งตลบรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาจนเนื้อตัวแนบชิด “ลุ...”
เสียงประท้วงถูกกลืนหายไปทันทีที่เงยหน้าขึ้นอย่างตกตะลึง ใบหน้าหล่อคมโน้มลงมาบดเบียดเรียวปากนุ่มรวดเร็วจนแป้งหอมเบิกตากว้าง เนื้อตัวชาวาบคล้ายกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปกับการจู่โจมดิบเถื่อนที่ไม่คาดฝัน ทว่าการขบงับและดูดดึงของริมฝีปากร้อนผ่าวที่ไม่เคยได้สัมผัสก็ราวกับจะพรากสติอันน้อยนิดให้หลุดลอยตามเขาไป
หรือนี่คือการตอบรับแบบเร่าร้อน... ของชายในฝัน?
รสจูบแรกในชีวิตที่เคยได้แต่แอบจินตนาการถึงทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ เต้นระส่ำ ความรักตลอดสี่ปีเต็มของเธอมันสุกงอมเกินกว่าจะทัดทาน ยิ่งไวน์ชั้นดีออกฤทธิ์มอมเมา เปลือกตาบางใสก็ยิ่งปรือปรอยจนปิดสนิท ปล่อยใจไปกับการรุกรานของลิ้นอุ่นที่เซาะซอนเข้ามาในโพรงปาก
คนตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะเกาะกอดไหล่กว้าง เขย่งปลายเท้าขึ้นรับสัมผัสดุดันทว่าหวานหวาม สนองต่อการเรียกร้องอย่างไร้เดียงสา นานนับหนึ่งนาทีจนแทบหายใจไม่ทัน
“อื้อ...” แป้งหอมผละออกห่าง ทว่าคนตัวโตกลับตามมาดื่มด่ำความหวานซ้ำๆ
มือแกร่งกระหวัดร่างนุ่มนิ่มเข้าชิดกว่าเดิมจนแทบไม่เหลือที่ว่างให้อากาศไหลผ่าน และทำให้ซาบซ่านไปกับความสนิทเสน่หา กระทั่งฝ่ามือเขาไล้คลึงสะโพกงามอย่างถือวิสาสะ แป้งหอมก็ถึงกับสะดุ้งจากภวังค์หวานล้ำที่เพิ่งเคยรู้จัก
“อ๊ะ! ลุง...”
ไม่น่าเชื่อว่าลุงรหัสที่เคยสุภาพอ่อนโยนมาตลอดจะซุกซ่อนด้านมืดอันดิบเถื่อนเอาไว้ แก้มใสเห่อแดงไปกับการรุกเร้าคลอเคลียริมฝีปากอิ่มอย่างหิวกระหาย จังหวะหายใจปั่นป่วนขึ้นเรื่อยๆ ในนาทีที่ชายหนุ่มพรมจุมพิตแก้มใสก่อนจะกระซิบข้างหูเสียงพร่า
“เรียก ‘แด๊ดดี้’ สิ”
หัวใจดวงน้อยๆ เต้นตึกตัก รู้สึกราวกับมีเปลวไฟประหลาดแล่นปราดไปทั่วร่างก็ไม่ปาน
+ + +
พี่คิณณ์ไม่ชอบคำว่าลุงค่ะ 55555555555+ ขอเป็นแด๊ดดี้ก็แล้วกันน้าาา (แด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ >///<) ส่วนยัยแป้ง… มองหน้าเป้าหมายก่อนลูกกกก พี่เขาใช่ลุงรหัสของหนูมั้ยยย
จิ้งจอกนักล่า VS ยัยแกะเด๋อ ตอนหน้าป๋าจิ้งจอกจะได้กินลูกแกะมั้ย มาลุ้นกันค่ะ 5555555555+
ถ้าชอบฝากกดเข้าชั้น + กดหัวใจ + คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรต์บ้างน้าาา