3.3
3.3
“หรือว่า... มีใครมารบกวนเวลาพักผ่อนคุณคิณณ์ที่พูลวิลลา?”
รอยยิ้มจืดเจื่อนของคู่สนทนาดูไม่รู้เรื่องรู้ราวเกินกว่าจะเสแสร้ง เล่นเอานักธุรกิจหนุ่มถึงกับตัวชาวาบ สมองลัดวงจรไปชั่วขณะยามนึกถึงนังหนูจิ้งจอกที่วิ่งดุ๊กดิ๊กๆ มาสารภาพรักเมื่อคืน…
ตอนนั้นก็เอะใจอยู่ลึกๆ ว่าดูไม่เหมือนเด็กเอ็นฯ ทั่วไป แต่เพราะเพิ่งวางสายจากเลขาฯ ที่รายงานว่าอดิศรชวนไปคลับ ประสบการณ์ที่เคยเจอเหลี่ยมคมทางธุรกิจมานับไม่ถ้วนจึงทำให้นักล่ากิจการหนุ่มตีขลุมไปว่าเป็นแผนสกปรกๆ ของตาแก่
‘หนูชอบลุงมานานแล้วค่ะ! หนูคิดถึงลุงอยู่ตลอดเลย ตอนเราไม่เจอกันนานๆ หนูก็ยิ่งแน่ใจ หนู...หนูไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียเปล่าอีกแล้ว หนูอยากเป็นคนข้างกายลุงได้ไหมคะ!’
ไม่ใช่ลูกไม้จริงๆ เหรอวะ?
ท่าทีไร้เดียงสาตอนอยู่ใต้ร่างเขาวนเวียนมาในสมอง หากลองวางอคติต่างๆ ทิ้งไป... มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าจิ้งจอกน้อยไม่เคยรับงานมาก่อน ไม่เคยแม้จะฝึกวิธีเอาใจลูกค้าล่วงหน้า เจอความดุดันเอาแต่ใจของเขาเข้าหน่อยก็แทบจะสลบคาเตียง
‘ฮื่อออ... ช่วยออกไปก่อนได้ไหมคะ’
บ้าชะมัด!
หน้ากากนักธุรกิจมาดนิ่งคล้ายกำลังปริแตกเป็นเสี่ยง คิณณ์กระแอมไอเบาๆ เพื่อไล่ความพลั้งพลาดทิ้งไปจากสมอง ก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติในพริบตาเดียว
“คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด”
“อ้อ...” อดิศรค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากณกุลที่ยังคงซ่อนความแปลกใจไว้ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่ง ปกติบอสของเขาไม่เคยหลุดอาการ ‘เอ๋อ’ ให้เห็นต่อหน้าคู่ค้าแบบเมื่อครู่สักครั้ง “งั้นเรามาคุยเรื่องสัญญากันเลยดีไหมครับ ราคาที่ทางคุณคิณณ์เคยเสนอมา ท่านประธานของเราก็เห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว ถ้าคุณคิณณ์ไม่ติดขัดอะไรอีก เราก็นัดวันเซ็นสัญญ...”
“ดีลระดับพันล้านจะรวบรัดกันแบบนี้ไม่คิดว่าสะเพร่าไปหน่อยเหรอครับ? งบการเงินที่ผมตีกลับก็ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน แถมระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ก็ยังไม่ค่อยได้มาตรฐาน”
“หา?”
“คุณกลับไปได้แล้ว ผมคงต้องตรวจสอบที่นี่...อย่างละเอียด”
คนฟังอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าซีอีโอของ คีรีมันต์ โฮลดิงส์ จะเขี้ยวลากดินกว่าในข่าวลือ แต่เมื่อคิณณ์ยื่นคำขาดมาด้วยแววตาคมกริบ อดิศรจะทำอะไรได้มากกว่าลากลับเงียบๆ พร้อมเลขาฯ ส่วนตัว และแอบปาดเหงื่อตรงหน้าประตู โดยไม่รู้สักนิดว่าณกุลกำลังแปลกใจอยู่ลึกๆ
ตั้งแต่วางเป้าหมายเทกโอเวอร์กิจการรีสอร์ตในเขาใหญ่ คิณณ์ก็ส่งคนมาตรวจสอบโดยละเอียดตั้งแต่ช่วงหลายเดือนก่อนแล้ว เรื่องที่ทาง Vigneto Valleyแอบตกแต่งบัญชีดูดีเกินจริงจึงไม่อาจเล็ดลอดสายตาได้ แต่ในเมื่อได้ราคาคุ้มค่าต่อการลงทุนที่สุดแล้ว นักล่ากิจการมือฉมังแห่งวงการ Private Equity[1]อย่างคิณณ์ก็ไม่ใช่คนชอบดึงเกมให้เสียเวลา
ณกุลเองก็ไม่คิดว่าทางรีสอร์ตจะ ‘หมกเม็ด’ อะไรภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยอีก
“ไปเช็กกล้องวงจรปิดของรีสอร์ตเมื่อคืน...” คิณณ์มอบหมายงานด่วนให้เลขาฯ ทันที “ลากประวัติผู้หญิงที่เข้าพักโซนนี้ทั้งหมดมาให้ฉันภายในเย็นนี้ ห้ามให้ทางรีสอร์ตรู้เรื่องเด็ดขาด”
“ผู้หญิงเหรอครับ?” สังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าเรื่องระบบความปลอดภัยไม่ได้มาตรฐานจะเป็นเพียงข้ออ้างในการอยู่ตรวจสอบที่นี่ต่อเสียละมั้ง “คงจะเกี่ยวกับ ‘ของขวัญ’ เมื่อคืนสินะครับ”
ซีอีโอหนุ่มหน้าตึง มองแววตากรุ้มกริ่มของคนสนิทที่ทำงานใกล้ชิดกันมานานจนรู้ใจ และรู้ดีว่าหากยังไม่รีบไปจัดการตามสั่งอาจจะกลายเป็นคนตกงานในเร็วๆ นี้
“จัดให้ครับบอส”
ให้หลังณกุลแยกตัวไปอย่างอารมณ์ดี คิณณ์ก็ได้แต่ถอนหายใจเล็กๆ ระบายอารมณ์หงุดหงิด
หากจิ้งจอกน้อยในคราบลูกแกะเมื่อคืนไม่ใช่เด็กเอ็นฯ ที่เจ้านายของอดิศรส่งมา เธอกล้าดียังไงบุกมาสารภาพรักเขาโต้งๆ แล้วหนีไปหน้าตาเฉยราวกับพวกลักกินขโมยกิน
“หึ! รู้จักฉันน้อยไปแล้วนังหนู”
[1] Private Equity (PE) คือ รูปแบบการลงทุนในหลักทรัพย์นอกตลาดหรือการเข้าซื้อกิจการ โดยการซื้อหุ้นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดของบริษัทนั้นๆ เพื่อเข้าไปบริหารจัดการ ปรับปรุงประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่าของบริษัทเพื่อทำกำไร
+ + +
พี่คิณณ์หาว่ายัยน้องลักกินขโมยกิน 55555555555+ คู่นี้นี่มันยังไง
ถ้าอ่านแล้วเป็นแนวที่ชอบ ฝากกดเข้าชั้น + กดหัวใจ + คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้บ้างน้าาาา
