LNCrawler

บทที่ 123 เปิดประตูการค้ารังนก

ยอดภรรยารักแห่งบ้านตระกูลลู่ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 123 เปิดประตูการค้ารังนก

บทที่ 123 เปิดประตูการค้ารังนก

 

จินหงและจินหลิงต้มน้ำร้อนให้ลู่ตงซานและคนทั้งสี่ได้ล้างหน้าล้างตา ส่วนป้าติงก็เตรียมอาหารไว้ให้ ก่อนจะรีบไปที่ห้องอบแห้งเพื่อช่วยเฉินสวี่อันทำงาน ​คนกลุ่มนี้ยุ่งกันจนเกือบฟ้าสาง เฉินสวี่อันจึงให้จินหงไปที่บ้านสกุลฝูเพื่อเรียกเย่ซานเหนียงให้มาช่วยงาน

​เวลานี้เพิ่งเป็นยามที่เย่ซานเหนียงเพิ่งตื่นนอน พอได้ยินคำพูดของจินหงนางก็ไม่กล้าล่าช้า รีบเอ่ยบอกป้าเติ้งแล้วออกเดินทางทันที ก่อนหน้านี้ตอนเห็นตระกูลลู่จ้างแรงงานมามากมาย 

นางยังนึกว่างานของนางคงหลุดมือไปเสียแล้ว ไม่นึกเลยว่าเฉินสวี่อันจะยังคงเก็บนางไว้เช่นนี้ นางจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ​พอเข้ามาในห้องอบแห้งเย่ซ่นเหนียงก็ตกใจแทบสิ้นสติ เห็นชั้นวางดินเผาตั้งแต่บนลงล่างเต็มไปด้วยของแน่นเอี๊ยด ดูท่าทางคงจะผ่านการอบมาหลายรอบแล้ว

​“พี่สะใภั นี่ท่านยังมีงานค้างอยู่อีกเท่าไรกันเนี่ย” 

เย่ซานเหนียงถามด้วยความประหลาดใจ ​เฉินสวี่อันยืดเส้นยืดสายแขนที่ปวดเมื่อยพลางเอ่ยด้วยความเหนื่อยอ่อน

“ในห้องสะเด็ดน้ำยังมีอยู่อีกมาก พวกนี้ต้องรีบอบให้แห้งก่อน เพื่อดูว่าจะได้ของเท่าไร อีกไม่กี่ชั่วยามพวกเขาก็ต้องขนของรอบหนึ่งออกไปส่งแล้ว”

​เย่ซานเหนียงพยักหน้าเข้าใจ นางพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเริ่มงานทันที ​เมื่อมีคนที่มีฝีมืออย่างเย่ซานเหนียงมาอยู่ที่นี่ เฉินสวี่อันก็วางใจ จึงขอตัวกลับเข้าห้องไปนอนชดเชย ​ป้าติงอยู่ช่วยงานเย่ซานเหนียงพักหนึ่งก่อนจะขอตัวออกไป

​พอถึงเวลาที่ลู่ตงซานและพวกตื่นนอน เย่ซานเหนียงก็อบของแห้งเสร็จไปแล้วสองตะกร้า ไฟในเตาเผายังคงลุกโชน ลู่ตงซานตรวจสอบของเล็กน้อย จากนั้นก็นำของแห้งสองตะกร้าและอาหารทะเลสดขึ้นเกวียน ก่อนจะออกเดินทางเขาได้กำชับเจียงอี้เฉิงและพวก

“พวกเจ้าพักผ่อนกันก่อน แล้วค่อยออกไปหาของทะเลใหม่ทีหลัง ข้าจะกลับมาพรุ่งนี้ และมะรืนจะเข้าตัวอำเภออีกรอบ พวกเจ้าแค่เตรียมอาหารทะเลให้พร้อมก่อนข้าเข้าอำเภอก็เป็นอันใช้ได้”

​นั่นหมายความว่าลู่ตงซานสามารถเข้าตัวอำเภอได้ทุกๆ สองวัน และเจียงอี้เฉิงกับพวกก็ต้องติดตามจังหวะนี้ไปให้ทัน วันที่ไปชายหาด เย็นวันถัดไปก็ต้องกลับมาพักที่หมู่บ้านคืนหนึ่งแล้วค่อยออกเดินทางต่อ

​แม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ทั้งสามคนก็ไม่มีใครปริปากบ่น เจียงอี้เฉิงเป็นคนไม่ชอบถูกใครมาควบคุม การได้ทำงานข้างนอกโดยไม่ต้องเผชิญกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของผู้คนทำให้เขารู้สึกมีอิสระ อีกทั้งยังมีที่กินที่พักอุดมสมบูรณ์จึงไม่มีเรื่องต้องกังวล 

ส่วนจินหยงและจินอี้ก็คิดไม่ต่างจากเจียงอี้เฉิง งานนี้ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนแต่ก็ไม่ต้องใช้สมอง ไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าใคร นายท่านก็เป็นคนมีเหตุผล นายหญิงและลูกสาวต่างก็อยู่ใต้สายตาของพวกเขา พวกเขาพอใจมากแล้ว

​ยามนี้ทั้งสองคนยังหวังว่าจะเก็บเกี่ยวของกลับไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ ขอเพียงให้กิจการของนายท่านเจริญรุ่งเรือง พวกเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกขายทิ้งอีก

​เฉินสวี่อันเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ระยะหนึ่ง เห็นว่าเจียงอี้เฉิงแม้จะเป็นคนไม่ชอบถูกบังคับ แต่สิ่งที่ควรทำก็ทำจนเสร็จสิ้น ไม่เคยมานั่งจับกลุ่มคุยเรื่องไร้สาระกับชาวบ้าน (ซึ่งแน่นอนว่าก็ไม่มีใครอยากคุยกับเขาด้วย) 

จินหยงผู้มีอายุมากกว่าทำงานอย่างสุขุมรอบคอบ และยังคอยเตือนสติเจียงอี้เฉิงได้บ้าง ส่วนจินอี้เป็นคนเงียบขรึม รู้เพียงก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่สนเรื่องอื่น ​คนสามคนนี้รวมตัวกันถือว่าใช้งานได้จริง 

งานสำคัญไม่เคยขาด แถมยังหาของป่ากลับมาให้ที่บ้านได้เรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ยังล่าหมูป่าได้ตัวหนึ่ง อ้างว่าติดกับดักมา แต่เฉินสวี่อันสังเกตดูแผลบนตัวหมูแล้ว มันไม่เหมือนเกิดจากกับดัก แต่เหมือนถูกอาวุธแหลมคมแทงเสียมากกว่า

​พวกเขาไม่พูด เฉินสวี่อันก็ไม่ถาม ต่อให้ของที่ได้มาจะนำมาให้นางจัดการอยู่ดี แต่เห็นว่าสามคนนี้กล้าแม้กระทั่งล่าหมูป่าก็นับว่าไม่มีความเกรงกลัวสิ่งใด เมื่อเป็นเช่นนี้เฉินสวี่อันก็ยิ่งไม่ต้องห่วง และให้เงินรางวัลพวกเขาไปเล็กน้อยเรื่องนี้ก็ถือว่าจบไป

​ชีวิตที่หมู่บ้านซานฝูเริ่มมั่นคงแล้ว ส่วนทางด้านตัวอำเภอ จินฉางก็นำจินเฉวียน จินเหมิน และจินหยวนออกเดินทางมุ่งหน้าสู่อำเภอหว่านลี่ เดิมทีการมาครั้งแรกจินฉางเพียงแค่อยากมาทักทายและเสาะหาผู้เลี้ยงนกนางแอ่นที่พอจะร่วมงานกันได้ 

เพื่อที่คราวหน้าจะได้มารับซื้อของ แต่ใครจะคิดว่าพอมาถึงหมู่บ้านหน้าผา กลับพบว่าผู้เลี้ยงนกนางแอ่นจำนวนมากขายรังนกไม่ได้ จิน​ฉางขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม ก่อนรีบไปหานักเลี้ยงนกนางแอ่นที่คุ้นเคย

​ครอบครัวนี้แซ่หม่า หัวหน้าครอบครัวชื่อหม่าฮั่น ชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าปี เนื่องจากยึดอาชีพเก็บรังนกเป็นหลัก รูปร่างจึงดูผอมเกร็ง และมือทั้งสองข้างก็มีลักษณะเฉพาะตัวมาก หม่าฮั่นเห็นจินฉาง สีหน้าก็เปี่ยมไปด้วยความดีใจ 

“พี่ชาย ท่านมาเสียทีนะ พวกเราในหมู่บ้านรอกันแทบแย่ ปีนี้นายท่านไม่ได้มาด้วยหรือ”

หม่าฮั่นชะเง้อมองไปด้านหลังจินฉางอยู่นาน พอไม่เห็นนานท่านสกุลกงก็แสดงสีหน้าผิดหวังออกมา แต่ก็ยังกระตือรือร้นต้อนรับคนเข้าบ้าน

​หมู่บ้านหน้าผาแม้ทำเลที่ตั้งจะไม่ค่อยดีนัก แต่เหล่านักเลี้ยงนกนางแอ่นก็มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าชาวบ้านยากจนทั่วไป แม้แต่บ้านที่อยู่อาศัยก็ดูจะกว้างขวางกว่ามาก

​“จะดื่มเศษรังนกสักหน่อยไหม” 

หม่าฮั่นถามพร้อมมองจินฉาง เศษรังนกเป็นของที่ใช้รับรองแขกผู้มีเกียรติ สำหรับคนในบ้านเองก็ไม่กล้ากินกันง่ายๆ ที่หม่าฮั่นถามเช่นนี้ก็เพราะรู้สถานะของจินฉาง ​จินฉางโบกมือให้นั่งลง 

“เจ้าเลิกยุ่งก่อนเถอะ พวกเรามาคุยกันดีๆ ดีกว่า” หม่าฮั่นจึงนั่งลงข้างๆ ตามใจจินฉาง ดูท่าทางประหม่าพลางถามอย่างลังเล 

“พี่ชาย ปีนี้นายท่านกงยังรับคนอยู่ไหม ข้าไม่ปิดบังท่านหรอกนะ ก่อนหน้านี้คนในหมู่บ้านเราหลายครัวเรือนร่วมงานกับนายท่านกง ชีวิตก็พอจะอยู่กันได้ 

พอปีที่แล้วนายท่านกงไม่มา ทุกคนจึงจำต้องเอารังนกไปส่งตามร้านในตัวอำเภอ นอกจากทางจะไกลแล้ว ราคาก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย สู้ร่วมงานกับนายท่านกงโดยตรงก็ไม่ได้!”

จิน​ฉางสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ตามเหตุผลแล้วสกุลกงประสบปัญหามาพักใหญ่แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครจ้องจะฮุบการค้ารังนกนี้ 

“แล้วไม่มีใครมาเจรจาซื้อขายกับพวกเจ้าเลยหรือ” หม่าฮั่นทำหน้าเศร้า 

“มีก็มี แต่ไม่มีใครยอมให้เงื่อนไขดีเท่านายท่านกง พวกเราในใจก็ไม่เต็มใจ อีกฝ่ายก็ไม่ยอมถอย จึงกลายเป็นว่ายืดเยื้อกันแบบนี้ ผู้นำหมู่บ้านพูดเองว่าคงเป็นเพราะคนผู้นั้นเห็นพวกเราหัวดื้อ 

จึงได้ปล่อยข่าวไม่ให้ร้านในตัวอำเภอรับซื้อของจากเรา ไม่อย่างนั้นทุกคนอุตส่าห์เอาของไปเสนอถึงที่แล้ว ทำไมอีกฝ่ายยังให้ราคาถูกขนาดนั้น อีกทั้งยังรับซื้อน้อยมาก พวกเราหลายครัวเรือนจึงสะสมรังนกไว้มากมายขายไม่ออกเลย!”

จิน​ฉางครุ่นคิดอย่างละเอียด ก่อนหน้านี้ในอำเภอหว่านลี่ สกุลกงถือเป็นผู้มีชื่อเสียงที่สุด นอกจากสกุลกงแล้วยังมีคหบดีอีกหลายราย แต่ไม่ค่อยมีอิทธิพลมากนัก หากจะเป็นคนที่มีทั้งเงินและอำนาจก็มีเพียงสกุลพาน 

เนื่องจากภรรยาใหม่ของนายท่านพานเป็นน้องภรรยาของท่านนายอำเภอ แต่ท่านนายอำเภอเมืองหว่านลี่เป็นคนหัวโบราณและรักชื่อเสียงยิ่งชีพ จะไปสนับสนุนน้องเขยให้ทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร ​คิดอย่างไรก็คิดไม่ตก จินฉางจึงไม่อยากเสี่ยง 

“น้องหม่า ไม่สู้เจ้าพาข้าไปหาหัวหน้าหมู่บ้านสักหน่อย ข้าจะได้สอบถามความเป็นมาให้ชัดเจน”

​“เรื่องนี้ง่ายมาก!” หม่าฮั่นลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น นำพาจินฉางและพวกไปบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน

​ทั้งสี่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้าน หลังจากที่จินฉางถามถึงเรื่องที่กังขา หัวหน้าหมู่บ้านก็ถอนหายใจ 

“คนผู้นั้นดูเหมือนจะชื่อเหมียนเซิ่ง ใช่แล้ว เหมียนเซิ่ง เขาบอกว่าเขาเป็นญาติของท่านนายอำเภอ และสั่งให้พวกเราทำตัวให้ดีๆ ไม่เช่นนั้นจะทำให้พวกเราเดือดร้อน 

ทุกคนต่างกัดฟันสู้เพราะกลัวว่าหากขายถูกๆ ให้เขาไป ต่อไปรังนกก็จะขายไม่ได้ราคาดีอีก ท่านก็รู้ว่าทุกคนเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเก็บรังนก ราคานี้พวกเราจึงไม่ยอมจริงๆ!”

​พูดไปหัวหน้าหมู่บ้านก็เริ่มปาดน้ำตา จิน​ฉางเริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้ว เขากำหมัดด้วยความโกรธพลางกล่าว

“หัวหน้าหมู่บ้าน ที่บ้านท่านมีกระดาษกับพู่กันไหม” 

หัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังเศร้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบไปหยิบมาให้ ​จินฉางพอจะอ่านออกเขียนได้บ้าง จึงกล่าวกับหัวหน้าหมู่บ้าน

“ท่านจงเขียนพฤติกรรมเลวร้ายของเหมียนเซิ่งลงไป เดี๋ยวขากลับข้าจะช่วยนำไปส่งให้ท่านนายอำเภอเอง วางใจเถอะ เรื่องนี้ข้าจะทำอย่างเงียบๆ ไม่ให้เอิกเกริก รับรองว่าพวกท่านจะไม่เดือดร้อนแน่

​อีกอย่าง เหมียนเซิ่งนั่นพวกท่านไม่ต้องกลัวเขา ความสัมพันธ์ของเขากับท่านนายอำเภอน่ะห่างไกลกันนัก เขาก็แค่เพราะแต่งงานกับลูกสาวอนุภรรยาของสกุลพานจึงได้ทำตัวจองหอง ป่านนี้เขายังไม่รู้เลยว่าเขาจะตายอย่างไร!”

เขามั่นใจว่าหากท่านนายอำเภอรู้ว่าเหมียนเซิ่งกำลังอาศัยชื่อเสียงของตนผ่านทางสกุลพานเพื่อทำเรื่องชั่วร้าย เกรงว่าแม้แต่สกุลพานก็อาจจะถูกลูกหลงไปด้วย ถึงเวลานั้นเหมียนเซิ่งจะยังหวังได้รับผลดีอะไรได้อีก

​เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านเห็นว่าจินฉางไม่ได้เกรงกลัวเหมียนเซิ่งเลยแม้แต่น้อย ความกังวลในใจก็มลายหายไปจนหมดสิ้น เขาจึงรีบตวัดพู่กันเขียนรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดลงไปอย่างครบถ้วน หลังจากมอบกระดาษให้จินฉางแล้ว 

หัวหน้าหมู่บ้านก็แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ในขณะเดียวกันจินฉางก็กล่าวถึงจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้

“ครอบครัวนายท่านกงประสบกับเคราะห์กรรม พวกเราจึงถูกขายตัวออกมา ปัจจุบันในอำเภอหว่านลี่ไม่มีสกุลกงอีกแล้ว และตัวข้าเองก็ได้ติดตามนายท่านคนใหม่แล้ว

​การที่มาที่หมู่บ้านของพวกท่านในวันนี้ เพราะนายท่านของข้ามีความต้องการจะซื้อรังนก ข้าจึงมาเพื่อทักทายบอกกล่าวล่วงหน้า ในเมื่อพวกท่านมีสินค้าพร้อมอยู่แล้ว

ข้าก็สามารถรับซื้อกลับไปได้บางส่วน หากการค้าไปได้ดี พวกเราจะกลับมาอีกแน่นอน ส่วนเรื่องราคานั้นไม่ต้องกังวล ข้าสามารถให้ราคาเพิ่มขึ้นจากที่พวกท่านเคยขายให้นายท่านกงได้อีกหนึ่งส่วน ท่านเห็นว่าอย่างไร”