LNCrawler

บทที่ 124 หนึ่งพันตำลึงที่ได้มาโดยไม่คาดคิด

ยอดภรรยารักแห่งบ้านตระกูลลู่ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 124 หนึ่งพันตำลึงที่ได้มาโดยไม่คาดคิด

บทที่ 124 หนึ่งพันตำลึงที่ได้มาโดยไม่คาดคิด

 

หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกขอบคุณจินฉางที่ช่วยเหลืออยู่แล้ว เมื่อได้ยินว่าเขาให้ราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหนึ่งส่วน เขาจะปฏิเสธไปได้อย่างไร เขาจึงรีบตอบตกลงทันที 

“คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ต่างก็สะสมรังนกไว้ไม่น้อย มีทั้งระดับดี ระดับธรรมดา และเศษรังนกก็มีมาก พวกเจ้าดูเถอะว่าต้องการสินค้าแบบไหน เดี๋ยวข้าจะให้หม่าฮั่นพาพวกเจ้าไปดูเอง”

​ครั้งนี้จินฉางพกเงินออกมาเพียงห้าร้อยตำลึง เนื่องจากร้านขายของแห้งไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก เขาจึงไม่กล้าสั่งซื้อรังนกระดับดีในปริมาณมาก รับมาเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ซื้อเป็นรังนกระดับธรรมดาและเศษรังนก

​หลังจากบรรทุกของขึ้นเกวียนลาแล้ว จินฉางก็โบกมือลาหัวหน้าหมู่บ้านและหม่าฮั่นที่มาส่ง เกวียนลาเดินทางไปถึงตัวอำเภอ จินฉางแวะไปที่ที่ว่าการอำเภอก่อนเป็นอันดับแรก เขาแจ้งกับคนเฝ้ายามว่าขอเข้าพบนายอำเภอ

​เนื่องจากจินฉางมักจะติดตามนายท่านกงมาบ่อยครั้ง คนเฝ้ายามจึงยังจำเขาได้ ประกอบกับได้รับสินน้ำใจเล็กน้อย จึงรีบเข้าไปรายงานให้ทันที

​เมื่อจินฉางได้พบกับนายอำเภอ เขาก็นำจดหมายออกมาและบอกเล่าเรื่องราวใส่สีตีไข่เล็กน้อยฟ้องเรื่องเหมียนเซิ่งต่อหน้านายอำเภอ อีกทั้งยังอ้างว่าชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นความประสงค์ของนายอำเภอจึงรู้สึกหวาดหวั่นใจ 

นอกจากนี้เขายังบอกว่าเหมียนเซิ่งคงได้รับความเห็นชอบจากสกุลพานจึงกล้าอาศัยชื่อนายอำเภอทำตัวกร่าง พอ​จบการพูดคุยครั้งนี้ ไม่เพียงแต่แสดงความเคารพต่อนายอำเภออย่างยิ่ง แต่ยังเป็นการจงใจป้ายสีสกุลพานและเหมียนเซิ่งไปในตัว

​ไม่ว่านายอำเภอจะโกรธเพียงใด แต่สำหรับจินฉางที่เพิ่งออกจากที่ว่าการอำเภอนั้น เขารู้สึกโล่งโปร่งสบายใจอย่างยิ่ง น่าเสียดายที่เขาต้องรีบเดินทางต่อ ไม่เช่นนั้นคงได้อยู่ดูเรื่องสนุกๆ เป็นแน่ ​หลังจากเกวียนลาพ้นเขตอำเภอหว่านลี่ จินหยวนก็อดไม่ได้ที่จะถาม

“พี่จินฉาง ท่านกลั่นแกล้งสกุลพานกับเหมียนเซิ่งขนาดนี้ พวกเขาจะไม่มาล้างแค้นหรือ”

​“กลัวอะไร! พวกเขาไม่มีทางตามมาถึงอำเภอชิงอันหรอก อีกอย่างสกุลพานก็ไม่ใช่ตระกูลใหญ่โตอะไร ถ้าไม่เพราะเป็นน้องเขยของนายอำเภอ พวกเขาก็ไม่มีค่าอะไรเลย ครั้งนี้นายอำเภอต้องเล่นงานพวกเขาให้เข็ด เจ้าคิดว่าสกุลพานจะยังกล้ากร่างไปทั่วอีกหรือ

​ในเมื่อสกุลพานโดนตบหัวไปแล้ว เหมียนเซิ่งยิ่งไม่ต้องพูดถึง ที่จริงต่อให้ข้าไม่เอาเรื่องนี้ไปถึงมือนายอำเภอ เหมียนเซิ่งก็ไม่มีอะไรให้น่ากลัว เป็นแค่คนแต่เห่าไม่กัด แต่คราวหน้าข้าคงมากับพวกเจ้าไม่ได้แล้ว คงต้องหลบหน้าไปก่อน ระวังไว้ไม่มีอะไรเสียหาย

​ยังไงเสียมาครั้งหนึ่งพวกเจ้าก็จำทางได้แล้ว คนพวกนั้นรู้จักพวกเจ้าแล้วจะไม่หลอกพวกเจ้าหรอก วางใจเถอะ!” จินฉางกล่าวอย่างใจเย็น

​ทั้งสามคนมองหน้ากันแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เอาเถอะ ดูท่าทางเจ้าตัวคงวางแผนไว้หมดแล้ว พวกเขาก็แค่กังวลไปเอง ​ระหว่างทางหลังจากนั้นถือว่าปลอดภัยดี พอไปถึงตัวเมือง จินฉางนึกขึ้นได้ว่าที่หมู่บ้านหน้าผายังมีสินค้าเหลือค้างอยู่เยอะ 

เขาจึงลองไปสอบถามราคาตลาดรังนกดู ระหว่างคุยเล่นก็ได้เผยว่าตนเองมีสินค้าอยู่ในมือ ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะสนใจมาก หลังจากดูสินค้าแล้วก็ตัดสินใจซื้อทั้งหมดทันที โดยให้ราคาสูงกว่าที่พวกเขาไปรับซื้อมาถึงหนึ่งเท่า 

เงินห้าร้อยตำลึงที่พกออกมาจึงกลายเป็นหนึ่งพันตำลึงในทันที ​พอได้เงินมา ทั้งสี่คนก็ตื่นเต้นกันมาก แต่พอตื่นเต้นเสร็จก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกันต่อ

​“พี่จินฉาง เราจะกลับกันเลยไหม” จินเฉวียนถามเบาๆ ตอนมาก็มามือเปล่า ขากลับถ้ากลับไปมือเปล่าจะโดนนายท่านดุจนตายไหม

จิน​ฉางเลิกคิ้วขึ้น พวกเขายืนอยู่บนถนนที่พลุกพล่านในตัวเมือง หัวสมองที่กำลังร้อนผ่าวเริ่มได้สติกลับมา หลังจากลังเลอยู่พักใหญ่ เขาก็ตัดสินใจกัดฟันพูด

“ช่างเถอะ! ลองเสี่ยงอีกสักตั้ง เราวกกลับไปเอาเงินหนึ่งพันตำลึงนี่ไปซื้อรังนกทั้งหมด ดูซิว่าจะขายออกไปได้อีกไหม ส่วนที่เหลือค่อยขนกลับไป อย่างน้อยก็ได้กำไรเพิ่มขึ้นอีกนิด”

​คนอื่นไม่มีความคิดเห็นอะไร จินฉางว่าอย่างไรก็ทำตามนั้น แล้วก็เดินทางย้อนกลับไปเส้นทางเดิมจริงๆ ​ใช้เวลาเดินทางหลายวันกว่าจะถึงหมู่บ้านหน้าผา หัวหน้าหมู่บ้านเห็นทั้งสี่คนกลับมาอีกครั้ง ดวงตาก็เบิกกว้าง 

“นี่ทำไมถึงกลับมาอีกแล้ว ของมีปัญหาหรือ” ​เห็นสีหน้าของผู้ใหญ่บ้านที่ดูประหม่า จินฉางจึงส่ายหน้าปลอบใจ

“ของไม่มีปัญหาอะไรหรอกขอรับ เพียงแต่พวกเราอยากซื้อเพิ่มก็เลยกลับมาอีกรอบ”

​หัวใจของหัวหน้าหมู่บ้านที่แขวนอยู่จึงได้ตกลงสู่พื้น เขาเชิญทั้งสี่คนเข้าบ้านแล้วพูดด้วยความตื่นเต้น

“พวกเจ้าไม่รู้หรอก วันที่สามหลังจากพวกเจ้าไป มีกลุ่มเจ้าหน้าที่ทางการมาที่หมู่บ้านบอกว่ามาตรวจสอบ ข้าก็ไม่ได้ปิดบังเลยบอกไปตามตรง คนพวกนั้นก่อนไปได้ทิ้งเงินไว้ให้หนึ่งร้อยตำลึง บอกว่าเป็นค่าชดเชยจากเหมียนเซิ่งที่มอบให้หมู่บ้านเรา

​รวมกับเงินห้าร้อยตำลึงของพวกเจ้าก่อนหน้านี้ ชาวบ้านก็พอจะลืมตาอ้าปากได้แล้ว ตอนนี้ร้านในตัวอำเภอร้านนั้นก็กลับมาบอกว่าจะซื้อรังนกของเราอีก 

ราคาถือว่ายุติธรรมดี แม้รับซื้อไม่เยอะ แต่อย่างน้อยทุกคนก็มีความหวังขึ้นมาบ้าง ใช่แล้ว คราวนี้พวกเจ้าต้องการเท่าไร ข้าจะไปแจ้งไว้ล่วงหน้า” จิน​ฉางชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว 

“หนึ่งพันตำลึงขอรับ”

​“ซี๊ด!” 

หัวหน้าหมู่บ้านสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ รีบวิ่งออกจากบ้านไปด้วยความดีใจ ไม่นานนักเขาก็นำคนจำนวนมากตามมา แต่ละคนสะพายตะกร้าไม้ไผ่บนหลัง ดูท่าทางเหมือนจะยกสินค้ามาให้ถึงที่

จิน​ฉางตรวจสอบสินค้าทีละชิ้น สุดท้ายก็รับรังนกระดับดีมาสี่ร้อยตำลึง รังนกระดับธรรมดาสี่ร้อยตำลึง และเศษรังนกอีกสองร้อยตำลึง สินค้ามีจำนวนมาก ถูกห่อไว้อย่างแน่นหนาหลายชั้น จนท้ายที่สุดคนรวมกับของก็บรรจุเต็มเกวียนลาสองคันที่นำมาพอดี

​ครั้งนี้มีชาวบ้านที่เลี้ยงนกนางแอ่นมาส่งพวกเขาจำนวนไม่น้อย คนเหล่านี้คือผู้มีพระคุณของหมู่บ้าน ต้องให้เกียรติอย่างถึงที่สุด จินฉางหาได้รู้ถึงความในใจของคนเหล่านั้นไม่ 

เนื่องจากล่วงเกินสกุลพานและเหมียนเซิ่ง หลังจากออกจากหมู่บ้านหน้าผามา ทั้งสี่คนก็เร่งรีบเดินทางแทบจะวิ่งแข่งกับเวลา จะหยุดพักเพียงตอนกลางคืนเท่านั้น เวลาที่เหลือล้วนอยู่บนท้องถนน

เมื่อ​ไปถึงตัวเมือง จินฉางก็ขายสินค้าในมือออกไปบางส่วนแลกเป็นเงินหนึ่งพันตำลึง แล้วจึงนำรังนกมูลค่าห้าร้อยตำลึงรีบเดินทางกลับอำเภอชิงอัน

​การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าครึ่งเดือน ลู่ตงซานถึงกับนั่งไม่ติดที่เลย เขาทั้งเป็นกังวลเรื่องเงินและกังวลเรื่องคนจนริมฝีปากเป็นแผลพุพองหมดแล้ว

จิน​ฉางเองก็รู้ว่าพวกเขาเสียเวลาไปนานหลายวัน ทันทีที่กลับมาถึงก็รีบไปที่ร้านเพื่อพบกับจินหมิง ​พอดีกับที่ลู่ตงซานกำลังตรวจของภายในร้าน เมื่อเห็นจินฉางเขาจึงรีบเรียกเข้ามาสอบถาม 

“ระหว่างทางเจอเรื่องลำบากหรือเปล่า ทำไมถึงช้าไปหลายวันขนาดนี้ ถ้าอีกไม่กี่วันพวกเจ้ายังไม่กลับมา ข้าคงไปแจ้งความยังที่ว่าการแล้ว!” จิน​ฉางที่เหน็ดเหนื่อยไปทั้งร่างรีบส่งเงินในอกเสื้อให้ลู่ตงซาน 

“นายท่าน การเดินทางครั้งนี้ไม่ทำให้ผิดหวังขอรับ นอกจากจะนำของมูลค่าห้าร้อยตำลึงกลับมาได้แล้ว ยังทำกำไรเพิ่มมาอีกหนึ่งพันตำลึงขอรับ” ​สีหน้ากังวลของลู่ตงซานแข็งค้าง เขาจึงถามอย่างประหลาดใจ

“ทำไมถึงได้มาเพิ่มอีกหนึ่งพันตำลึงล่ะ”

​หนึ่งพันตำลึงไม่ใช่เงินน้อยๆ ภรรยาของเขาต้องทำงานหนักถึงครึ่งปีถึงจะได้เงินจำนวนเท่านี้ จินฉางออกไปเพียงครึ่งเดือนกว่าก็ได้เงินกลับมามากมายขนาดนี้ ลู่ตงซานจึงรู้สึกไม่สบายใจ จิน​ฉางไม่ได้ปิดบัง จึงเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ลู่ตงซานฟังตามตรง 

“เดิมทีผู้น้อยตั้งใจจะช่วยชาวบ้านเหล่านั้น ไม่นึกเลยว่าสินค้าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าขนาดนี้ โดยเฉพาะรังนกเกรดดีที่เป็นที่ต้องการมากในตัวเมือง บ่าวจึงระบายรังนกระดับดีเหล่านั้นออกไป ส่วนที่นำกลับมาก็คงพอให้เราขายได้อีกสักพักขอรับ” ลู่ตงซานตกใจมาก แต่ก็เริ่มคิดตามทัน จึงถามอย่างครุ่นคิด

“แล้วรังนกนั่นมีขายได้ทั้งปีไหม” ​จินฉางส่ายหน้า 

“จะมีขายทั้งปีได้อย่างไรกันขอรับ พวกเราโชคดีที่มาถูกช่วงเวลา รังนกที่เก็บได้ในฤดูใบไม้ผลิจะมีคุณภาพดีที่สุด เรียกว่ารังนกต้นฤดูกาล ส่วนฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงจะเป็นรังนกช่วงที่สองและสาม ซึ่งมีสิ่งเจือปนมากกว่า ราคาก็จะถูกลง 

พอเข้าสู่หน้าหนาวก็ไม่มีแล้วขอรับ และเพราะอำเภอหว่านลี่เป็นแหล่งผลิตรังนก ราคาเลยถูกลงหน่อย ถ้าเป็นที่อื่นน่ะรังนกขาดตลาดแทบหาซื้อไม่ได้เลยขอรับ

เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง แค่ที่ตัวเมืองตอนที่ข้าขายต่อก็กำไรไปหนึ่งเท่าตัวแล้วขอรับ หากขนไปขายที่มณฑลหรืออำเภออื่นราคาก็น่าจะขยับขึ้นไปได้อีก เพียงแต่ถ้าออกนอกเขตอี้โจวความเสี่ยงจะสูงมากขอรับ หากไม่มีกลุ่มผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่ง บ่าวไม่แนะนำขอรับ”

​คำพูดของจินฉางเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดลงมาใส่ลู่ตงซานจนตัวเย็นเฉียบ ในเมื่อการออกนอกเขตอี้โจวไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้ ก็ทำได้เพียงวางแผนภายในมณฑลเท่านั้น ลู่ตงซานครุ่นคิดอยู่นานจึงถาม

“ถ้าอย่างนั้นถ้าเราวิ่งไปอำเภออื่นล่ะ ราคาจะสูงขึ้นไหม ข้าหมายถึงจากอำเภอหว่านลี่กลับมาอำเภอชิงอัน ระหว่างทางที่ผ่านอำเภอต่างๆ ให้แวะถามดู แบบนี้จะพอทำกำไรเพิ่มได้ไหม” ​ดวงตาของจินฉางเป็นประกาย 

“วิธีที่นายท่านบอกมานี้ใช้ได้เลยขอรับ จากอำเภอหว่านลี่มาถึงอำเภอชิงอัน ราคามีแต่จะขายได้สูงขึ้นเรื่อยๆ หากนายท่านมีความคิดนี้ก็ลองทำดูก็ไม่เสียหายขอรับ แต่ทางที่ดีควรพาเจียงอี้เฉิงไปด้วย”

​“เจียงอี้เฉิงหรือ ทำไมต้องเป็นเขาล่ะ” ลู่ตงซานขมวดคิ้วฉับพลัน เห็นได้ชัดว่าไม่เต็มใจนัก จิน​ฉางจึงได้ยิ้มเจื่อนๆ ให้

“บ่าวรู้ว่าเจียงอี้เฉิงอาจจะไม่ค่อยรู้กฎระเบียบเท่าไร แต่คนผู้นั้นตัวใหญ่โต รูปร่างดูดุดัน คนทั่วไปเห็นเข้าก็ไม่กล้ามาตอแยพวกเราแล้วขอรับ อีกอย่างเจียงอี้เฉิงมีฝีมือไม่เลว แถมยังเคยผ่านศึกนองเลือดมาแล้ว จึงไม่กลัวเรื่องราวใดๆ มีเขาอยู่ด้วยความปลอดภัยก็รับประกันได้ส่วนหนึ่งขอรับ”