LNCrawler

บทที่ 281 ตัดไฟแต่ต้นลม (อ่านฟรี 16/10/69)

ยอดภรรยารักแห่งบ้านตระกูลลู่ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 281 ตัดไฟแต่ต้นลม (อ่านฟรี 16/10/69)

บทที่ 281 ตัดไฟแต่ต้นลม

 

“เจ้าก็อายุขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังเอาแต่ใจตัวเองขึ้นเรื่อยๆ! ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบนิสัยของเฉียวเฉี่ยว แต่ถึงอย่างไรนั่นก็หลานสาวของเรา หากเฉียวเฉี่ยวแต่งงานได้ดี เจ้าก็ได้มีหน้ามีตาไปด้วยไม่ใช่หรือ”

​หากเป็นเมื่อก่อนภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านคงจะฟังคำพูดเหล่านี้ แต่ตอนนี้ชีวิตนางสุขสบายดี หน้าตาชื่อเสียงที่มีก็เพียงพอแล้ว นางไม่สนเรื่องหน้าตาพวกนี้อีก จึงแค่นหัวเราะตอบกลับ

“ท่าทางทะเยอทะยานสูงส่งของแม่ลูกคู่นั้น ข้าไม่กล้าหวังพึ่งจะไปมีหน้ามีตาตามหรอก! แค่พวกนางไม่มาหาเรื่องเพิ่มให้ข้าก็บุญแล้ว! ส่วนเรื่องคู่ครองนั้นนะ ไม่ใช่ข้าจะว่าท่านนะ 

สายตาของแม่ลูกคู่นั้นมันสูงกว่าปกติจริงๆ ขืนให้สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองไปเกลี้ยกล่อม ไม่แน่อาจจะโดนโทษว่าเป็นคนผิดเอาเสียเปล่าๆ ท่านอย่าหาเรื่องให้บ้านสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเลย ต่อไปข้าก็ต้องพึ่งพาพวกเขาสองครอบครัวนี้เลี้ยงดูอยู่นะ!”

ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านมองสถานการณ์อย่างกระจ่างแจ้ง แม้ว่าลูกชายคนเล็กจะดูภูมิฐานที่สุด แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการหาเงินแล้ว กลับเทียบไม่ได้กับลูกชายคนโตและลูกชายคนรองเลย ทั้งสองคนนั้นทำอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาหลายปีจนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ 

ไม่เพียงแต่สร้างบ้านจนใหญ่โตโอ่โถงเท่านั้น ยังซื้อที่ดินเพิ่มในหมู่บ้านข้างๆ ได้อีกมากมาย ชีวิตความเป็นอยู่มั่งคั่ง ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขากตัญญูต่อนาง ดีกว่าลูกชายคนที่สามที่คอยแต่ขัดคำสั่งนางไม่รู้กี่เท่า!

หัวหน้าหมู่บ้านเห็นว่ากล่อมภรรยาไม่สำเร็จก็ทำได้เพียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผลสุดท้ายยังไม่ทันเห็นภรรยายอมโอนอ่อนผ่อนตามก็ได้ยินเสียงภรรยากรนเสียแล้ว เขาได้แต่พูดไม่ออก

​ในห้องของสองสามีภรรยาอหวงเหล่าซาน หลัวซื่อเดินเข้าห้องมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง นางอารมณ์ไม่ดีนักจึงส่งเสียงดังโครมคราม หวงเหล่าซานกำลังนั่งจิบเหล้าแกล้มถั่วลิสง เมื่อถูกเสียงของหลัวซื่อรบกวนก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เขาฟาดถั่วลิสงลงบนโต๊ะเสียงดังปังแล้วด่า

“อยากโดนดีใช่ไหม อยู่ให้มันนิ่งๆ หน่อย!”

​หลัวซื่อเห็นหวงเหล่าซานเป็นแบบนี้ก็รู้ทันทีว่าเขาเมาหนัก หากเป็นยามปกตินางคงไม่กลัว แต่ยามที่หวงเหล่าซานเมานั้นไม่มีเหตุผลให้คุยด้วย หากไปยั่วโมโหเข้า เขาอาจบ้าคลั่งซ้อมคนจนตายได้ ซึ่งนางก็เคยโดนสั่งสอนมาแล้วไม่น้อย

​เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของตน หลัวซื่อจึงสงบปากสงบคำลงในทันที นางถอยไปหลบมุมเพื่อรอให้เช้าวันพรุ่งนี้หวงเหล่าซานสร่างเมาเสียก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันให้รู้เรื่อง

​วันรุ่งขึ้น

หมู่บ้านซานฝูยังคงถูกปกคลุมไปด้วยแสงยามเช้าและสายหมอกหนา อากาศดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก ลู่ตงซานตื่นแต่เช้าตรู่ด้วยเกรงว่าอากาศปลายฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนไปมา จึงรีบไปปลุกลู่หยวนเว่ย 

สองพ่อลูกปรึกษาหารือกันเล็กน้อยก่อนจะเรียกคนคุ้มกันขึ้นรถม้า แล้วออกเดินทางไปยังหมู่บ้านเจียถูทันที ​การเดินทางจากหมู่บ้านซานฝูไปยังหมู่บ้านเจียถูนั้น แม้จะนั่งรถม้าตั้งแต่ฟ้าสางก็ต้องไปถึงตอนมืดค่ำ 

โชคดีที่ตลอดหลายปีมานี้ชาวบ้านหมู่บ้านเจียถูมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงรู้จักซ่อมแซมถนนหนทางเข้าออกหมู่บ้าน ไม่อย่างนั้นคงใช้เวลาเดินทางไม่ต่ำกว่าหนึ่งวัน

​หลังเที่ยงวันผ่านไป หัวหน้าหมู่บ้านก็กลับมาเยือนบ้านตระกูลลู่อีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่ยังมีหวงเหล่าซาน หลัวซื่อ และหวงเฉียวเฉี่ยวมาด้วย

หวงเฉียวเฉี่ยวเข้ามาในบ้านตระกูลลู่เป็นครั้งแรก เมื่อเห็นว่าบ้านตระกูลลู่แม้จะดูธรรมดาแต่ภายในกลับกว้างขวางมาก แถมยังมีทั้งลานหน้าและลานหลัง นางจึงค่อนข้างพอใจตั้งแต่แรกเห็น ​พ่อบ้านพาทั้งกลุ่มเข้าไปในโถงรับรอง นำน้ำชามาต้อนรับแล้วกล่าว

“เชิญดื่มชาสักครู่เถอะขอรับ ฮูหยินของเรากำลังจะมาในไม่ช้า” หัวหน้าหมู่บ้านเงยหน้าขึ้นแล้วถามช้าๆ

“แล้วนายท่านของพวกเจ้าไปไหนเสียล่ะ” ​พ่อบ้านตอบอย่างสุภาพ

“นายท่านของเราออกไปตั้งแต่ฟ้าสางพร้อมกับคุณชายรองขอรับ ได้ยินว่าไปจับห่านป่า”

​“จับห่านป่าหรือ” หัวหน้าหมู่บ้านทำหน้างุนงง ​พ่อบ้านหัวเราะเบาๆ 

“ใช่แล้วขอรับ บอกว่าจะเอาไปใช้ในพิธีสู่ขอของคุณชายรอง ในเมื่อตอนที่คุณชายใหญ่ไปสู่ขอก็ต้องใช้ห่านป่าคู่หนึ่ง คุณชายรองก็เลยต้องทำตามกฎเกณฑ์นี้ด้วยเช่นกันขอรับ”

​สีหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านเปลี่ยนไปทันที เขารีบคว้ามือพ่อบ้านไว้จนพ่อบ้านตกใจ แต่หัวหน้าหมู่บ้านไม่สนใจสิ่งอื่นใดแล้วรีบถามไถ่ต่อ

“เจ้าหมายความว่าหยวนเว่ยจะไปสู่ขอหรือ เขาไม่ใช่ยังเด็กอยู่หรอกหรือ ทำไมถึงได้รีบแต่งงานเร็วขนาดนี้”

​เรื่องนี้เขาไม่เคยได้ยินระแคะระคายมาก่อนเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของครอบครัวหวงเหล่าซานเปลี่ยนเป็นย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด เช้าวันนี้ทันทีที่หวงเหล่าซานตื่นขึ้นมา หลัวซื่อก็บอกแผนการของนางให้เขาฟัง 

ในเมื่อลู่หยวนเปาหมั้นหมายไปแล้ว แถมยังเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองมณฑล พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ จึงจำต้องถอยกลับมาเลือกทางที่รองลงมา คือยกหวงเฉียวเฉี่ยวให้กับบุตรชายคนที่สองของบ้านตระกูลลู่แทน 

อย่างไรเสียหวงเฉียวเฉี่ยวก็อายุไล่เลี่ยกับบุตรชายคนที่สองของบ้านลู่ ถือว่าเหมาะสมกันดี ​เดิมทีหวงเหล่าซานไม่เห็นด้วย แต่หลัวซื่อก็ได้ให้พ่อสามีมาช่วยพูด 

ทั้งสองคนใช้เหตุผลต่างๆ มาโน้มน้าวจนในที่สุดก็กล่อมให้หวงเหล่าซานคล้อยตามได้ จึงได้พากันมาเยือนที่บ้านตระกูลลู่เพื่อดูตัวและประเมินบุตรชายคนที่สองของบ้านตระกูลลู่ หากดูแล้วมีอนาคตก็จะเอ่ยปากเรื่องการแต่งงาน 

ใครจะไปคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ทันได้เริ่มเอ่ยปาก อีกฝ่ายกลับหมั้นหมายไปแล้ว นี่พวกเขามาเพื่อทำเรื่องตลกชัดๆ! ​พ่อบ้านแม้จะไม่เข้าใจนัยแฝงทั้งหมด แต่ก็พยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมแล้วอธิบาย

“คุณชายรองของเราจะแต่งงานกับคุณหนูจากตระกูลของจวี่เหรินอู๋ที่อยู่ในตัวอำเภอขอรับ ท่านจวี่เหรินอู๋เป็นอาจารย์คนแรกของคุณชายบ้านเรา การที่เขาจะแต่งงานเร็วมีอะไรแปลกตรงไหนหรือขอรับ”

​พอได้ยินว่าฝ่ายหญิงเป็นบุตรสาวของตระกูลจวี่เหริน มือของหัวหน้าหมู่บ้านก็คลายออกทันที แขนของเขาตกลงข้างตัวอย่างหมดแรง เขาหัวเราะแห้งๆ สองครั้ง ก่อนจะเดินเซถอยออกไปพลางกล่าว

“ในเมื่อนายท่านของพวกเจ้าไม่อยู่ พวกเราก็คงต้องขอตัวกลับก่อน วันหลังค่อยมาหาเขาใหม่”

​พ่อบ้านทำหน้างุนงง หลังจากส่งครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านกลับไปอย่างสุภาพแล้ว เขาก็รีบไปรายงานเฉินสวี่อัน

“ฮูหยินขอรับ เป็นตามที่ท่านบอกเอาไว้เลยขอรับ ครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านกลับไปแล้ว”

​“อืม” 

เฉินสวี่อันนั่งนิ่งไม่ไหวติง สีหน้าก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือของนางมาโดยตลอด ลู่หยวนเซินชูนิ้วโป้งให้ด้วยความเลื่อมใส พลางประจบเฉินสวี่อัน

“ท่านแม่ ท่านเก่งจริงๆ เลยเจ้าค่ะ ท่านรู้ได้อย่างไรคะว่าท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านมีจุดประสงค์อะไร”

​ในสายตาของนาง ท่านแม่ของนางช่างคาดการณ์แม่นยำราวกับมีตาทิพย์ ไม่มีใครเก่งไปกว่านี้อีกแล้ว เฉินสวี่อันขำออกมาเล็กน้อย นางวางสมุดบัญชีลงแล้วบิดไหล่ไปมาอย่างเกียจคร้าน 

ปอยผมสีดำสลวยตกลงมาปรกหน้าอก ยิ่งทำให้นางดูผ่อนคลายสบายอารมณ์ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ฟังดูง่วงงุนคล้ายแมว 

“เรื่องแค่นี้จะเดายากอะไรล่ะ เมื่อคืนนี้ดึกดื่นป่านนั้นแล้วหัวหน้าหมู่บ้านยังมาหา พ่อของเจ้าบอกว่าลูกชายคนเล็กของหัวหน้าหมู่บ้านอยากจะดองกับบ้านเรา แต่เมื่อคืนก็ถูกพ่อของเจ้าต้อนจนมุมไปแล้ว 

พอวันนี้กลับมาอีกแถมยังพาครอบครัวของหวงเหล่าซานมาด้วย เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ตั้งใจจะล้มเลิกความตั้งใจ ​หากพวกเขามีความเจียมตัวสักนิดก็จะรู้ว่าไม่ควรมามุ่งหวังกับพี่ชายใหญ่ของเจ้า แม้เรื่องการหมั้นหมายของเจ้าจะยังไม่ได้ประกาศชัดเจน 

แต่คนในหมู่บ้านต่างก็พอจะรู้กันดี ในบ้านเรานอกจากพี่ชายใหญ่กับเจ้าแล้ว ยังจะมีใครที่ถูกหมายตาได้อีก ยิ่งหวงเหล่าซานพาลูกสาวมาด้วย ก็ยิ่งแน่ชัดกับความต้องการที่ปิดไม่มิดของพวกเขา

​ครั้งนี้แม่เลยใช้วิธีเดียวกับพ่อของเจ้า คือตัดความหวังของอีกฝ่ายไปตั้งแต่ต้น และไม่ได้ออกไปพบหน้าให้เสียเรื่อง จะได้ไม่ต้องมาลำบากใจหากต้องเจอกันในภายหลัง”

ลู่หยวนเซินพยักหน้าตามไม่หยุด นางนับถือเฉินสวี่อันจากใจจริง ​เมื่อครอบครัวของหวงเหล่าซานกลับถึงบ้าน หวงเหล่าซานก็อดไม่ได้ที่จะตบหน้าหลัวซื่อไปฉาดหนึ่งพลางต่อว่า

“เป็นเพราะความคิดแย่ๆ ของเจ้าแท้ๆ เกือบทำให้ข้าต้องเสียหน้า!”

​หลัวซื่อกุมหน้าตัวเองไว้แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ นางอาศัยจังหวะที่ตอนนี้ยังเป็นกลางวันแสกๆ และมีพ่อแม่สามีอยู่ในบ้านจึงเถียงกลับไป

“ข้าก็ทำเพื่อครอบครัวนี้ไม่ใช่หรือ! เจ้าใหญ่กับเจ้ารองต่างก็ต้องเรียนหนังสือ ส่วนร้านของท่านก็ทำเงินได้ไม่เท่าไหร่ เทียบไม่ได้เลยกับพี่ชายใหญ่พี่ชายรองที่ทำอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 

หากเฉียวเฉี่ยวแต่งเข้าตระกูลลู่ได้ อย่างน้อยสินสอดพวกนั้นก็ทำให้พวกเราอยู่อย่างสุขสบายไปได้หลายปี ค่าเล่าเรียนของเจ้าใหญ่เจ้ารองก็มีทางออก แล้วท่านไม่ใช่หรือที่อยากจะเป็นพ่อตาของซิ่วไฉ ไม่มีเงินสักแดงก็เป็นได้แค่คำคุยโวเท่านั้นแหละ!”

​“เจ้ายังจะพูดอีก”

หวงเหล่าซานถลึงตาใส่และยกมือขึ้นขู่หลัวซื่ออย่างดุร้าย เขาเกรงว่าหากนางส่งเสียงดังแล้วพ่อกับแม่จะรู้เรื่อง จะทำให้เขาเสียหน้าต่อหน้าพ่อแม่และพี่น้อง

​หลายปีมานี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดจะกลับมาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แต่ประการแรกเขาทำงานใช้แรงงานไม่ไหว ประการที่สองคือเขาต้องรักษาหน้าตาตัวเองไว้ 

เพราะตอนที่ออกจากหมู่บ้านมาเขาเคยประกาศกร้าวไว้ว่า ชีวิตนี้จะไม่กลับมาขุดดินกินหญ้าเด็ดขาด ​หลัวซื่อคอหดลงทันทีและไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก พลางพึมพำอย่างอ่อนแรง

“แล้วตอนนี้จะทำอย่างไร การจะดองกับบ้านตระกูลลู่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว ท่านยังมีวิธีอื่นอีกไหมล่ะ”