LNCrawler

บทที่ 2 ความจริงในชั้นศาล

ยอดภรรยารักแห่งบ้านตระกูลลู่ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 2 ความจริงในชั้นศาล

บทที่ 2 ความจริงในชั้นศาล

 

“ครั้งนี้แม่สามีของข้าน้อยเสียชีวิต ระหว่างพิธีเคลื่อนศพข้าน้อยเกิดพลัดตกจากเขาโดยไม่ระวัง แรงกระแทกนั้นทำให้ข้าน้อยจำเรื่องราวในอดีตได้ ข้าน้อยจึงรีบไปที่หมู่บ้านตระกูลติ้งเพื่อทวงถามความเป็นธรรมจากติ้งเหล่าซาน 

แต่ใครจะไปรู้ว่าพ่อลูกตระกูลติ้งนั้นจะเป็นพวกใจคอโหดเหี้ยมราวกับสุนัขป่า เมื่อเห็นว่าข้าน้อยจำความได้ พวกเขาจึงคิดจะฆ่าปิดปากข้าน้อยเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว”

“ช่างบังอาจนัก!”

เสิ่นโหย่วโกรธจนตาเหลือก มือตบโต๊ะดังปังแล้วลุกพรวดขึ้นมาทันที ​ท่านหมอเองก็มีสีหน้าตกตะลึง พลางถอนหายใจอย่างหดหู่ 

“คุณธรรมในใจคนช่างเสื่อมถอยยิ่งนัก! คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนจิตใจชั่วช้าสามานย์ถึงเพียงนี้!”

​อันซื่อที่กำลังตั้งครรภ์นั้นมีอารมณ์อ่อนไหวอยู่แล้ว เมื่อได้ฟังเรื่องราวรันทดของเฉินสวี่อัน น้ำตาก็ร่วงหล่นราวกับสายสร้อยไข่มุกที่ขาดสะบั้น 

นางร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบจะหายใจไม่ทัน ​เสิ่นโหย่วรีบสั่งให้บ่าวรับใช้ส่งอันซื่อกลับไปพักผ่อน ก่อนจะหันไปสั่งการคนสนิทด้วยเสียงเฉียบขาด 

“ตอนนี้เจ้าจงกลับไปที่อำเภอชิงอันทันที พาเจ้าหน้าที่ไปที่หมู่บ้านตระกูลติ้งเพื่อจับตัวคนมาให้ได้ ต้องลากตัวสองพ่อลูกตระกูลติ้งมารับโทษตามกฎหมายให้ได้!”

ในขณะที่เสิ่นโหย่วกำลังยุ่งอยู่กับการจับกุมคน ลู่ตงซานก็ฝ่าฟันอุปสรรคจนมาถึงหมู่บ้านตระกูลติ้งได้ในที่สุด แต่ทว่าหลังจากที่เขาสอบถามผู้คนไปมากมาย ข่าวที่ได้รับกลับไม่สู้ดีนัก 

พ่อตาของเขามีชื่อว่าติ้งเหล่าซานจริง และอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลติ้งจริง แต่ตาเฒ่าติ้งเหล่าซานคนนี้กลับไม่มีลูกสาวเลยสักคน ครอบครัวตระกูลติ้งมองเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้า และไม่ยอมรับว่าเขาเป็นลูกเขยเลยแม้แต่น้อย

​หากไม่ใช่ที่นี่ เขาก็ไม่รู้แล้วว่าจะไปตามหาคนได้ที่ไหนอีก ​หัวใจของลู่ตงซานดิ่งวูบลงจนถึงก้นบึ้ง เขาได้แต่ยืนมองไปรอบๆ อย่างไร้จุดหมายที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน 

ไม่รู้ว่าควรจะเดินต่อไปในทิศทางใด ​ในขณะที่เขากำลังสับสนอยู่นั้น เจ้าหน้าที่มือปราบกลุ่มหนึ่งก็เดินตรงมาหาเขา

“พี่ชาย ที่นี่คือหมู่บ้านตระกูลติ้งใช่ไหม” มือปราบที่เป็นหัวหน้าเอ่ยถาม ​ลู่ตงซานพยักหน้าอย่างไม่มั่นใจ 

“น่าจะใช่ขอรับ ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก”

“ไม่แน่ใจแล้วเจ้ามายืนบื้ออะไรตรงนี้” มือปราบเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ 

“ข้าถามเจ้าหน่อย เจ้าพอจะรู้ไหมว่าบ้านตาเฒ่าติ้งเหล่าซานอยู่ที่ไหน” ​เมื่อได้ยินชื่อติ้งเหล่าซาน ลู่ตงซานจึงเริ่มได้สติ เขารีบพยักหน้าแล้วตอบ

“อยู่ข้างในหมู่บ้าน ตรงบ้านที่มีรั้วไม้ไผ่ผุๆ ล้อมรอบ ตรงข้างบ้านมีต้นหลิวอยู่ต้นหนึ่งนั่นแหละขอรับ”

​พวกมือปราบหันมองหน้ากัน แล้วรีบพุ่งตัวเข้าไปในหมู่บ้านทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ​ลู่ตงซานที่ยังคงกังขาเรื่องตัวตนของติ้งเหล่าซาน จึงตัดสินใจยืนดูเหตุการณ์อยู่ที่หน้าหมู่บ้าน

​เพียงไม่นานหมู่บ้านตระกูลติ้งที่เคยเงียบสงบจึงแตกตื่นราวกับผึ้งแตกรัง เริ่มจากเสียงโวยวายร้องห่มร้องไห้ของพวกผู้หญิง ตามมาด้วยเสียงด่าทอของเหล่ามือปราบ 

ดูเหมือนจะมีการลงไม้ลงมือกันด้วย ชาวบ้านต่างพากันวิ่งออกมาดู แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง ได้แต่ยืนชี้โบ้ชี้เบ้อยู่รอบๆ ด้วยความร้อนใจ

​เมื่อเห็นตาเฒ่าติ้งเหล่าซานกับลูกชายถูกมือปราบคุมตัวออกมาจากหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านตระกูลติ้งจึงได้รีบวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง 

“ท่านเจ้าหน้าที่ พวกเขาเป็นชาวบ้านที่อยู่ในศีลในธรรม เหตุใดท่านถึงต้องมาจับตัวไปด้วยขอรับ” ​มือปราบหัวหน้ากลุ่มถ่มน้ำลายอย่างเสียอารมณ์แล้วแค่นเสียงเหอะ 

“อยู่ในศีลในธรรมหรือ อยู่ในศีลในธรรมแล้วจะลักพาตัวสตรีไปขายหรือ แล้วยังจะฆ่าปิดปากนางอีก ข้าบอกพวกเจ้าไว้เลยนะ ผู้เสียหายถูกท่านนายอำเภอช่วยไว้ได้แล้ว และนางก็เล่าความจริงออกมาหมดแล้ว พวกเจ้าเตรียมตัวเก็บศพเติ้งเหล่าซานได้เลย!”

​ลู่ตงซานใจหายวาบ เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับนางติ้งแน่ๆ แต่เขาก็ไม่กล้าเข้าไปซักไซ้ จึงทำได้เพียงเดินตามกลุ่มมือปราบไปยังที่ว่าการอำเภอ

​ระยะทางจากหมู่บ้านตระกูลติ้งไปถึงที่ว่าการอำเภอนั้นค่อนข้างไกล แม้พวกมือปราบจะขี่ม้ามาก็ยังใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวัน ยิ่งขากลับมีติ้งเหล่าซานและลูกชายติดไปด้วยความเร็วก็ยิ่งช้าลง 

กลุ่มคนมาถึงที่ว่าการอำเภอในยามดึกสงัด ส่วนลู่ตงซานที่เดินเท้าตามมาทั้งคืน กว่าจะถึงที่ว่าการอำเภอก็เป็นเวลาที่ฟ้าสางพอดี ​ประจวบเหมาะกับที่ท่านนายอำเภอกำลังขึ้นศาลพิจารณาคดี ลู่ตงซานจึงได้พบกับภรรยาที่เขาคะนึงหาถึงทั้งวันทั้งคืนในที่สุด

​เฉินสวี่อันถูกคนพยุงออกมา ยังไม่ทันที่นางจะคุกเข่าลงก็ได้ยินเสียงลู่ตงซานเรียกนาง เสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้นางน้ำตาคลอเบ้าทันที ​ลู่ตงซานเห็นเฉินสวี่อันร้องไห้หนักขนาดนั้นก็แทบใจสลาย 

เขาไม่สนอะไรทั้งสิ้นรีบพุ่งตัวเข้าไปหา โชคดีที่เสิ่นโหย่วเป็นคนมีเหตุผล ไม่ได้สั่งห้ามเพียงเพราะเห็นสภาพลู่โหย่วซานมอมแมมราวกับขอทาน ​สามีภรรยาที่พลัดพรากได้กลับมาพบกันอีกครั้ง 

ความรู้สึกประหนึ่งผ่านไปนานนับชาติหนึ่ง ลู่ตงซานเห็นเฉินสวี่อันบาดเจ็บไปทั้งตัวก็เอาแต่ร้อนใจ จนไม่ได้สังเกตเลยว่าภรรยาที่เคยเย็นชากับเขาในอดีต บัดนี้กลับดูอบอุ่นต่อเขามากขึ้นกว่าเดิมมากนัก

“ทำไมเจ้าถึงได้เจ็บหนักขนาดนี้ล่ะ”

ลู่ตงซานอยากจะสัมผัสตัวเฉินสวี่อันแต่ก็ไม่กล้า ได้แต่วิ่งวุ่นกระวนกระวายใจราวกับมดบนกระทะร้อน ​เฉินสวี่อันดึงชายเสื้อลู่ตงซานเบาๆ ส่งสัญญาณให้เขามองไปที่เสิ่นโหย่วที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานแล้วกระซิบ

“เดี๋ยวข้าค่อยอธิบายให้ท่านฟังเจ้าค่ะ”

​ลู่ตงซานจึงต้องคุกเข่าลงข้างๆ เฉินสวี่อันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ​เสิ่นโหย่วถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะตบไม้ตบโต๊ะพิจารณาคดีดังปัง 

“ทหาร! คุมตัวติ้งเหล่าซานกับลูกชายขึ้นมา!”

​แม้ติ้งเหล่าซานกับลูกชายจะพอเดาเหตุผลที่ถูกจับได้บ้างแล้ว แต่เมื่อเห็นเฉินสวี่อัน ทั้งสองก็ยังคงหวาดกลัวจนตัวสั่น พวกเขาเหลือบมองนางเพียงแวบเดียวก็ไม่กล้ามองซ้ำอีก ได้แต่ตัวสั่นงันงกพลางร้องไห้คร่ำครวญ 

“ท่านใต้เท้าผู้ทรงธรรม ข้าน้อยถูกใส่ร้ายขอรับ!”

“ปังๆๆ!” ​เสิ่นโหย่วตบไม้พิพากษาติดกันสามครั้งจ้องมองสองพ่อลูกด้วยสายตาพิฆาต 

“พวกเจ้ามีความคับข้องใจอะไร”

“ข้า...”

ติ้งเหล่าซานถึงกับอึ้งไป ไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไรดี เหงื่อกาฬไหลพรากเต็มหน้าผากไม่หยุด ​เสิ่นโหย่วเห็นท่าทางมีพิรุธเหมือนหัวขโมยขี้ขลาดก็รู้ทันทีว่าคนผู้นี้เจ้าเล่ห์ เขาจึงได้เอ่ยขึ้น

“ติ้งเหล่าซาน เจ้าจำสตรีที่อยู่ข้างๆ เจ้าผู้นี้ได้หรือไม่”

“ไม่รู้จัก... ข้าไม่รู้จักนางเลยขอรับ” ติ้งเหล่าซานส่ายหน้าหวือราวกับลูกข่าง ​เสิ่นโหย่วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันไปถามต่อ 

“แม่นางลู่ เจ้าจะว่าอย่างไร” ​เฉินสวี่อันจ้องมองสองพ่อลูกตระกูลติ้งเขม็ง นางกัดฟันกรอดแล้วเอ่ย

“เรียนท่านใต้เท้า เป็นสองพ่อลูกคู่นี้จริงๆ เจ้าค่ะที่คิดจะฆ่าปิดปากข้า สาเหตุเพราะข้าจำความได้ และนึกถึงเรื่องที่พวกเขาเคยลักพาตัวข้ามาขาย เมื่อหลายปีก่อนฒ่าติ้งเหล่าซานคนนี้โกหกว่าเขาเป็นพ่อของข้า แล้วขายข้าไปเป็นภรรยาของผู้อื่นเจ้าค่ะ”

“อะไรนะ!” ลู่ตงซานและชาวบ้านที่มามุงดูร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกัน ต่างพากันตกตะลึงถ้วนหน้า

“ไม่ใช่ ไม่จริง ท่านใต้เท้าผู้ทรงธรรม นางใส่ร้ายข้าน้อย ข้าน้อยไม่รู้จักนางเลยจริงๆ!” ติ้งเหล่าซานรีบโขกศีรษะกับพื้นอย่างแรง ​เฉินสวี่อันแค่นเสียงเหอะ 

“ใส่ร้ายรหรือ เรื่องที่เจ้าขายข้าน่ะไม่ใช่แค่พ่อแม่สามีข้าที่รู้หรอกนะ ความลับไม่มีในโลก หากไม่อยากให้คนรู้ก็อย่าทำเสียตั้งแต่แรก ตอนที่พวกเจ้าตกลงซื้อขายกันในตอนนั้น 

ยังมีหัวหน้าบ่อนกับเด็กรับใช้ในบ่อนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย อีกอย่างวันที่ข้าไปทวงถามความจริงจากติ้งเหล่าซานที่หมู่บ้าน ระหว่างทางข้าก็ได้เจอกับผู้คนมากมาย 

ตอนอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลติ้งพวกเราก็เกิดปากเสียงกัน ชาวบ้านหลายคนก็เห็นเหตุการณ์ หากท่านใต้เท้าตามตัวชาวบ้านหมู่บ้านตระกูลติ้งมาสอบสวน เชื่อว่าพวกเขาคงไม่กล้าปิดบังเป็นแน่”

​เมื่อได้ยินอย่างนั้น เสิ่นโหย่วจึงสั่งให้คนควบม้าออกไปตามพยานมาทันที ​ใจของติ้งเหล่าซานหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย เรื่องนี้หากจะสืบสวนจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก 

เพราะตอนที่ขายเฉินสวี่อันในตอนนั้นยังมีคนมาช่วยค้ำประกันให้เขาด้วย เขาคิดฝันไม่ถึงเลยว่าคนที่ความจำเสื่อมจะกลับมาจำได้ และเฉินสวี่อันยังกล้าบุกไปถึงบ้าน วันที่เฉินสวี่อันไปอาละวาดที่บ้านตระกูลติ้ง 

เขาเพิ่งจะอธิบายกับชาวบ้านไปว่าเฉินสวี่อันเป็นหลานสาวภรรยาที่บ้านแตกสาแหรกขาดมาขออาศัยอยู่ด้วย ชาวบ้านตอนนั้นต่างก็เชื่อเขา แต่ถ้าท่านนายอำเภอซักไซ้ไล่เลียงอย่างละเอียดจริงๆ เขาคงปิดไม่อยู่แน่ๆ

​ลำพังแค่คดีลักพาตัวสตรีไปขายก็หนักพอแล้ว แต่นี่เป็นคดีพยายามฆ่าปิดปาก ซึ่งมีโทษถึงขั้นต้องถูกเนรเทศสามพันลี้ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ติ้งเหล่าซานก็รู้สึกหน้ามืดตามัวจนแทบจะคุกเข่าไม่อยู่

​ติ้งหย่งหลี่ลูกชายของติ้งเหล่าซานนั้นขี้ขลาดกว่าพ่อเสียอีก เขาร้องไห้โฮโขกศีรษะขอขมาเฉินสวี่อัน

“น้องสาว เป็นพี่ชายที่ผิดไปเอง พี่ไม่ควรทำร้ายเจ้าจนเจ็บหนัก เจ้าเป็นคนจิตใจกว้างขวางมีน้ำใจโปรดไว้ชีวิตพี่เถอะ ส่วนเรื่องลักพาตัวนั่นไม่เกี่ยวกับพี่จริงๆ พี่แค่ทำตามคำสั่งของท่านพ่อเท่านั้น ได้โปรดไว้ชีวิตพี่ด้วยเถอะ!”

 

# ฝากนิยายเรื่องใหม่ของไรท์ด้วยนะคะ #

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2672606

f1733be3beb8d6c1f866421c02eefc48.jpg

 

ฝากติดตามเรื่องใหม่กันด้วยนะคะ: https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2677854

959d00ff58d169a38ae69565dcf49b22.jpg