LNCrawler

บทที่ 301 เรือนลู่รับข่าวมงคลสองชั้น (อ่านฟรี 26/10/69)

ยอดภรรยารักแห่งบ้านตระกูลลู่ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 301 เรือนลู่รับข่าวมงคลสองชั้น (อ่านฟรี 26/10/69)

บทที่ 301 เรือนลู่รับข่าวมงคลสองชั้น

 

จั๋วหลันอิงพอเห็นลู่หยวนเปาก็ดวงตาเป็นประกาย บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม แม่นมจึงฉวยโอกาสส่งถ้วยน้ำแกงบำรุงให้ลู่หยวนเปา

“คุณชายใหญ่ ท่านช่วยกล่อมฮูหยินให้หน่อยเถอะเจ้าค่ะ บ่าวหมดปัญญาแล้วจริงๆ”

​จั๋วหลันอิงเห็นว่าลู่หยวนเปาคิดจะป้อนอาหารนางต่อหน้าคนมากมายจริงๆ ก็อายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี นางจึงรีบกล่าว

“เดี๋ยวค่อยกินๆ!”

ลู่หยวนเปาเห็นนางยืนกรานจึงจำต้องยอมอ่อนข้อให้ ขณะที่หันกลับมาก็พอดีเห็นสีหน้าของลู่หยวนเซินที่กำลังดูเรื่องสนุก จึงลดสายตาลงแล้วยิ้มอย่างไม่หวังดี 

“น้องสาวแต่งงานไปได้พักใหญ่แล้ว ถึงเวลาต้องสร้างทายาทให้ผูจื่อได้แล้วนะ ป่านนี้ยังไม่มีข่าวดีก็ควรเร่งมือเสียหน่อย พอดีท่านหมออยู่ตรงนี้แล้ว 

เจ้าก็ให้ท่านหมอตรวจดูเสียหน่อย หากไม่เป็นอะไรก็ถือว่าตรวจสุขภาพประจำเดือนไป หากมีปัญหาก็จะได้รู้และรักษาแต่เนิ่นๆ ดีที่สุด” ลู่หยวนเซินโกรธจนเบิกตากว้าง นางตบโต๊ะอย่างไม่อยากจะเชื่อ 

“ท่านยังเป็นพี่ชายข้าอยู่หรือเปล่า ข้าเป็นน้องสาวที่ท่านเก็บมาเลี้ยงใช่ไหม”

​“เจ้าเป็นน้องสาวแท้ๆ” ลู่หยวนเปาตอบกลับเบาๆ พลางพึมพำ

“ใครใช้ให้เจ้ามาดูเรื่องสนุกกันเล่า!”

ลู่หยวนเซินโกรธจนพูดไม่ออก นางประชดด้วยการกระแทกมือลงตรงหน้าท่านหมออย่างแรง แล้วกล่าวอย่างเดือดดาล

“ข้าอยากจะรู้นักว่าข้าเป็นโรคอะไรหนักหนา พี่ชายแท้ๆ ถึงได้พูดกับข้าเช่นนี้!” ลู่หยวนเปาเห็นว่าลู่หยวนเซินโกรธจริงจึงรีบกระแอมไอแก้เขิน แล้วกล่าวขอโทษ

“พี่ชายคนนี้แค่ล้อเล่น ไม่ได้พูดแบบนั้นจริงๆ เสียหน่อย น้องสาวเป็นคนใจกว้าง เรื่องตรวจโรคนี้เราไม่ต้องดูก็ได้!”

​ว่าแล้วลู่หยวนเปาก็รีบเข้าไปดึงมือลู่หยวนเซินลง ทั้งง้อทั้งปลอบ ทว่าลู่หยวนเซินก็ไม่ยอมทำหน้าดีใส่เขาเลย ทำเอาเขาต้องรีบส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปหาจั๋วหลันอิง ​จั๋วหลันอิงมองเขาอย่างขำๆ ก่อนจะหันไปมองลู่หยวนเซินอย่างอ่อนโยน 

“เจ้าไม่ต้องไปถือสาพี่ชายเจ้าหรอก เขาแค่ปากไวไปหน่อยโดยไม่ทันยั้งคิด ก่อนหน้านี้ยังเคยพูดจาว่าร้ายใต้เท้าเฉินต่อหน้าเหล่าอาจารย์มากมายมาแล้วเลย ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ 

ตอนนี้พี่ชายเจ้าขอโทษแล้ว เจ้าอย่าถือสาเขาเลย แต่การตรวจร่างกายก็เป็นเรื่องดีนะ จะได้รู้ว่าตรงจุดไหนดีหีือไม่มีเราจะได้รักษาถูก ตอนที่ข้าอยู่บ้านเดิม ทุกเดือนข้ายังต้องเชิญหมอมาตรวจสุขภาพเสมอเลย” ​พูดพลางจั๋วหลันอิงก็ส่งสายตาให้ลู่หยวนเปาไม่หยุด ลู่หยวนเปาเข้าใจความหมายจึงรีบกล่าว

“พี่สะใภ้เจ้าพูดถูก เป็นเพราะพี่ชายพูดไม่ดีเอง และยังอธิบายไม่ชัดเจน การเชิญหมอมาตรวจสุขภาพนั้นจำเป็นจริงๆ ต่อไปที่บ้านเราก็จะเชิญหมอมาตรวจให้พวกเจ้าทุกเดือน ถือว่าเป็นการตรวจสุขภาพไปก็แล้วกัน รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอน”

ลู่หยวนเปายังคงพร่ำบ่นไม่หยุด หวังจะให้ลู่หยวนเซินหายโกรธ ​ทว่าท่านหมอกลับขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ 

“คุณชาย ข้าต้องการความสงบ ท่านช่วยหุบปากได้ไหม”

ลู่หยวนเปาชะงักไปราวกับเป็ดที่ถูกบีบคอเสียงเงียบกริบไปทันที ​คนทั้งห้องต่างพากันปิดปากกลั้นหัวเราะ ลู่หยวนเปารู้สึกอับอายจนแทบจะหนีออกจากห้องไป

​เห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของเขา ลู่หยวนเซินก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง นางปล่อยให้หมอจับชีพจรอย่างใจเย็น โดยที่ในใจไม่ได้มีความรู้สึกขุ่นเคืองใดๆ อีกต่อไป 

ร่างกายของนาง นางย่อมรู้ดีที่สุด กินได้นอนหลับ กินอะไรก็อร่อย ใบหน้าก็แดงก่ำมีน้ำมีนวล หากสภาพแบบนี้ยังมีปัญหาอีล่ะก็ ผู้หญิงส่วนใหญ่คงมีอาการผิดปกติกันหมดแล้วล่ะ!

​ครั้งนี้ท่านหมอจับชีพจรค่อนข้างนาน ขมวดคิ้วแล้วคลายออก คลายออกแล้วก็ขมวดคิ้วอีก เดิมทีลู่หยวนเซินไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร แต่กลับถูกท่าทางของเขาทำเอาหัวใจเต้นระทึกขึ้นมาเล็กน้อย 

“ท่านหมอ มีอะไรก็พูดตรงๆ เถอะเจ้าค่ะ ข้ารับได้” ​จั๋วหลันอิงเห็นท่าทางของท่านหมอ สีหน้าก็เต็มไปด้วยความกังวลขึ้นมาทันที แต่ก็ยังเอ่ยปลอบใจ

“เจ้าอย่าพูดจาเรื่อยเปื่อยสิ ต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ”

​“ใช่ๆๆ พี่สะใภ้พูดถูก เจ้าดูสุขภาพดีกว่าข้าเสียอีก หากเจ้ายังมีปัญหา แล้วข้าจะทำอย่างไรเล่า” อู๋จวงลวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจัง

​เมื่อครู่นางเตรียมตัวจะให้ท่านหมอจับชีพจรดูบ้างแล้วเชียว แต่ตอนนี้กลับลังเลขึ้นมา หากจู่ๆ หมอตรวจพบโรคร้ายแรงขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ!

​ในขณะที่ทุกคนกำลังเป็นกังวลอยู่นั้น ท่านหมอกลับทำหน้าประหลาด ทำท่าทางเหมือนไม่ค่อยแน่ใจนัก พอเห็นว่าทุกคนรีบร้อนกันหมดแล้วจึงค่อยเอ่ยขึ้น

“ฮูหยินท่านนี้น่าจะมีข่าวดีเช่นกัน เพียงแต่อายุครรภ์ยังน้อยนัก ข้าจึงยังไม่กล้าฟันธง ทางที่ดีควรให้ผ่านไปอีกสักครึ่งเดือนค่อยมาตรวจดูใหม่อีกรอบ”

​พอสิ้นคำพูดนี้ ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันอยู่ครู่ใหญ่ ผ่านไปอึดใจเดียว เสียงกรีดร้องแหลมสูงของลู่หยวนเซินก็ดังขึ้น ลู่หยวนเปาตกใจรีบวิ่งพรวดพราดเข้ามา 

“เกิดอะไรขึ้นๆ น้องสาว เจ้าไม่เป็นอะไรนะ!”

​“ไม่เป็นไรๆ! ท่านอย่าทำตัวตื่นตูมสิ!” จั๋วหลันอิงเอ็ดเขาด้วยความหมั่นไส้

ลู่หยวนเปาถึงกับพูดไม่ออก ตกลงใครกันแน่ที่ตื่นตูม แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาถกเถียงเรื่องนั้น ลู่หยวนเซินไม่ได้โกรธลู่หยวนเปาอีกต่อไปแล้ว พอเห็นเขาเป็นห่วงนางขนาดนี้ นางก็ยิ้มด้วยความดีใจแล้วหันไปบอกเขา

“พี่ใหญ่ ขอบคุณท่านจริงๆ เลย! หากไม่ใช่เพราะท่านให้ข้ามาตรวจชีพจรกับท่านหมอ ข้าก็คงไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังจะมีลูกแล้ว!”

“อะไรนะ” 

คราวนี้เป็นตาของลู่หยวนเปาที่ต้องอึ้งไปบ้าง เขาหันไปมองท่านหมอโดยสัญชาตญาณ ท่านหมอพยักหน้าช้าๆ เพื่อยืนยันคำพูดของลู่หยวนเซิน พร้อมกับพูดเสริมขึ้นมา

“เรื่องนี้ข้ามั่นใจแค่หกส่วนเท่านั้น ต้องรอผ่านไปอีกครึ่งเดือนค่อยมาดูใหม่อีกที”

​ถึงท่านหมอจะพูดเช่นนั้น แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าลู่หยวนเซินน่าจะมีข่าวดีแล้วเก้าส่วน ลู่หยวนเปายิ้มจนหุบปากไม่ได้ เขาหยิบซองอั่งเปาขนาดใหญ่ยื่นให้ท่านหมอเป็นสินน้ำใจ ก่อนจะเดินไปส่งท่านหมอด้วยตัวเอง ​ภายในห้องของจั๋วหลันอิง อู๋จวงลวี่กล่าวแสดงความยินดีกับทั้งสองคนด้วยความอิจฉา 

“ตอนนี้ถือเป็นข่าวดีสองชั้นเลยนะเจ้าคะ หากท่านพ่อท่านแม่สามีทราบเรื่องนี้จะต้องดีใจมากแน่ๆ ไม่แน่อาจจะเดินทางมาดูทั้งสองคนถึงเมืองมณฑลเลยก็ได้” ​เมื่อเอ่ยถึงลู่ตงซานและเฉินสวี่อัน ดวงตาของจั๋วหลันอิงและลู่หยวนเซินก็เป็นประกายขึ้นมาพร้อมกัน

​“ใช่ๆๆ ตอนนี้ต้องรีบเขียนจดหมายบอกท่านพ่อท่านแม่ ให้พวกท่านรีบมาเร็วเข้า” 

ลู่หยวนเซินหันขวับไปเตรียมเขียนจดหมายทันที ทำเอาอู๋จวงลวี่หัวเราะออกมาอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ​ส่วนจั๋วหลันอิงรู้สึกจนปัญญาแต่ก็อดขำไม่ได้ นางเอ่ยกับอู๋จวงลวี่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“พักนี้นางถูกสามีตามใจจนเริ่มทำตัวตามอำเภอใจมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วล่ะ!” อู๋จวงลวี่ยิ้มบางๆ 

“แบบนี้ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ สตรีออกเรือนแล้วยังคงรักษาอุปนิสัยตอนยังไม่แต่งงานไว้ได้ ย่อมแสดงว่าชีวิตหลังแต่งงานของนางมีความสุขจริงๆ” อู๋จวงลวี่ไม่ได้ปิดบังความอิจฉาของตนเอง จั๋วหลันอิงรู้สถานการณ์ของอีกฝ่ายดีจึงปลอบ

“เจ้าไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ท่านพ่อท่านแม่ไม่เคยกดดันเรื่องทายาทกับเจ้าเลย อีกอย่างช้าไปสักสองสามปีก็ยังไม่สาย เมื่อครู่น่าจะให้ท่านหมอตรวจสุขภาพให้เสียหน่อย 

ใช้เวลาสองปีนี้ที่ยังไม่มีลูกบำรุงร่างกายให้แข็งแรงเสียก่อน พอถึงเวลาอยากมีลูก ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามธรรมชาติ คลอดลูกชายตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ออกมาได้อย่างแน่นอน” อู๋จวงลวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา 

“ขอบคุณพี่สะใภ้ใหญ่ที่ช่วยชี้แนะเจ้าค่ะ เมื่อครู่ข้าคิดน้อยไปหน่อย ถ้าอย่างนั้นรออีกครึ่งเดือนพอท่านหมอมาตรวจอีกรอบ ข้าค่อยให้ตรวจดูบ้างดีกว่า”

​จั๋วหลันอิงพยักหน้ารัวๆ ด้วยความเห็นด้วย หลังจากส่งอู๋จวงลวี่กลับไปแล้ว ลู่หยวนเปาก็เดินกลับเข้ามาแล้วเอ่ยขึ้น

“ฮูหยิน น้ำแกงบำรุงเมื่อครู่นี้...”

​ความอารมณ์ดีของจั๋วหลันอิงมลายหายไปในพริบตา นางนึกว่าวุ่นวายกันขนาดนี้เรื่องนี้จะผ่านไปแล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้พอดื้อรั้นขึ้นมาแล้วจะหัวรั้นขนาดนี้ 

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เลิกรา ปรารถนาจะให้นางดื่มให้ได้ เพื่อเห็นแก่ความเอาใจใส่ของเขา จั๋วหลันอิงจึงจำใจต้องบีบจมูกแล้วซดยาอุ่นๆ ถ้วยนั้นลงท้องรวดเดียวหมด

ลู่หยวนเปาถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในขณะเดียวกันก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย น้ำแกงบำรุงมีประโยชน์ที่อร่อยออกปานนั้น รสชาติก็ไม่ได้แย่ ทำไมเวลาจั๋วหลันอิงกินถึงทำท่าทางเหมือนดื่มยาพิษก็ไม่ปาน เขาช่างไม่เข้าใจจริงๆ ​ไม่นานนักจินซูเยี่ยนก็อุ้มกล่องลูกบ๊วยแห้งอบเดินเข้ามา พลางกล่าวกับลู่หยวนเปา 

“คุณชายใหญ่ ท่านหมอดูให้แล้วขอรับ ลูกบ๊วยนี่ไม่มีปัญหาอะไร สตรีตั้งครรภ์สามารถกินได้ขอรับ” ลู่หยวนเปาดีใจมาก รีบนั่งคุกเข่ายกบ๊วยอบแห้งไปวางตรงหน้าจั๋วหลันอิงราวกับกำลังถวายสมบัติ 

“ฮูหยิน ลองชิมดูสิ บ้านเราทำเองเลยนะ”

พอจั๋วหลันอิงได้ยินก็หยิบลูกบ๊วยเม็ดเล็กเข้าปากด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอกัดไปสองคำรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ แฝงความเย็นสดชื่นนิดๆ ก็แผ่ซ่านไปทั่วปาก นางหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจระคนยินดีในทันทีแล้วกล่าว

“จะว่าไปแล้วของนี่ก็ดีไม่เลวเลย ข้าเพิ่งดื่มน้ำแกงบำรุงไปรู้สึกคลื่นไส้อยู่นิดๆ แต่พอกินบ๊วยนี่เข้าไป อาการแบบนั้นก็หายวับไปทันที” ​เมื่อแม่นมได้ยินแบบนั้นก็ดีใจมาก เอ่ยชมไม่ขาดปาก

“เป็นคุณชายใหญ่ที่มีวิธีจัดการจริงๆ หากรู้แต่แรกว่าบ๊วยนี่ได้ผล บ่าวคงรีบไปหามาให้ตั้งนานแล้ว ฮูหยินจะได้ไม่ต้องทนทรมานอยู่หลายวันเช่นนี้” ​จั๋วหลันอิงส่ายหน้า 

“ไม่โทษเจ้าหรอก เจ้าไม่รู้นี่นาว่าในบ้านมีบ๊วยนี่! ก่อนหน้านี้ก็หาของกินเล่นมาตั้งหลายอย่าง เพียงแต่ไม่มีอันไหนได้ผลเลย โชคดีที่ข้าไม่ได้ทรมานอยู่นานนัก ว่าแต่ท่านพี่ ท่านไปเอาของสิ่งนี้มาจากไหนหรือเจ้าคะ”