LNCrawler

บทที่ 39 ตระกูลลู่เริ่มเป็นที่จับตามอง

ยอดภรรยารักแห่งบ้านตระกูลลู่ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 39 ตระกูลลู่เริ่มเป็นที่จับตามอง

บทที่ 39 ตระกูลลู่เริ่มเป็นที่จับตามอง

 

หลี่ซื่อรู้สึกขนลุกซู่ยิ่งกว่าเดิม แม้ในช่วงปีที่ผ่านมานิสัยของนางติ้งจะเปลี่ยนไปมาก แต่ปกติมักไม่ค่อยออกมาเดินเพ่นพ่านในหมู่บ้าน งานซักผ้ามักเป็นหน้าที่ของลู่หยวนเซิน 

ส่วนงานตักน้ำก็เป็นหน้าที่ของลู่หยวนเปาและลู่ตงซาน ไม่มีใครรู้ว่าวันๆ นางติ้งทำอะไรอยู่ในบ้านบ้าง แต่ในเมื่อครอบครัวเขาอยู่กันอย่างมีความสุขและเลี้ยงลูกได้ดี ทุกคนก็ทำได้เพียงรวมตัวกันซุบซิบนินทาด้วยความอิจฉาอยู่ห่างๆ เท่านั้น

​วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรืออย่างไร ทำไมนางติ้งถึงได้ขยันผิดหูผิดตาขนาดนี้ เรื่องนี้หากเอาไปเล่าต่อคงไม่มีใครเชื่อแน่ๆ ​เฉินสวี่อันไม่ได้อธิบายอะไร นางเพียงยิ้มและพยักหน้าให้ด้วยใบหน้าที่ดูอ่อนล้า  

“ข้าเพิ่งซักเสร็จน่ะ ในบ้านยังมีงานค้างอยู่อีก ข้าไปก่อนนะ”

​หลี่ซื่อได้แต่พยักหน้าค้างมองส่งเฉินสวี่อันจนลับหัวมุมกำแพง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าบ้านเพื่อไปแบ่งปันข่าวเด็ดนี้กับคนในครอบครัวทันที ​เมื่อเฉินสวี่อันกลับถึงบ้านนางก็พบว่าลู่ตงซานตื่นแล้ว 

เขากำลังเดินวนเวียนดูตะกร้าตากอาหารทะเลในลานบ้าน พอเห็นนางกลับมาเขาก็เอ่ยด้วยความเป็นห่วงทันที

“งานพวกนี้ทำวันนี้ก็ได้ ทำไมเจ้าต้องฝืนถ่างตาทำทั้งคืนด้วยเล่า”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะไปพักแล้ว วันนี้ไม่มีงานด่วนอะไร ท่านออกไปตรวจกับดักก็พาหยวนเปาไปด้วยนะเจ้าคะ สอนวิชาให้เขาบ้าง”

พูดจบเฉินสวี่อันก็ยกอาหารเช้าออกมาจากสำรับ หลังจากทุกคนกินเสร็จอย่างรวดเร็ว ต่างคนต่างก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน ลู่ตงซานพาลูกชายมุ่งหน้าไปยังจุดที่เคยเจอหมูป่า เมื่อมาถึงเขาก็ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ จนลู่หยวนเปาต้องรีบวิ่งมาดู

“ท่านพ่อ! เกิดอะไรขึ้นขอรับ” ลู่ตงซานเงยหน้าขึ้นจากหลุมด้วยความตื่นเต้น 

“หมูป่าตกหลุมจริงๆ ด้วย! แม่เจ้าทายแม่นเหมือนตาเห็น รีบส่งเชือกลงมาให้พ่อเร็ว พ่อจะมัดมันไว้แล้วทำความสะอาดรอยเลือดในหลุมด้วย”

​หลังจากจัดการฆ่าและมัดหมูป่าเสร็จ ทั้งสองก็ช่วยกันกลบเกลื่อนร่องรอยจนกับดักกลับมาอยู่ในสภาพเดิม หมูป่าตัวนี้ตัวใหญ่และสดมาก หากรีบนำไปขายย่อมได้ราคาดี สองพ่อลูกจึงรีบแบกหมูป่าออกจากป่าลึกทันที

​ข่าวเรื่องลู่ตงซานล่าหมูป่าได้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เฉินสวี่อันรู้ดีว่าเรื่องนี้ปิดบังไม่ได้ นางจึงรีบย้ายอาหารทะเลที่ตากไว้ในลานบ้านไปซ่อนที่หลังบ้านเพื่อเลี่ยงสายตาพวกที่ชอบสอดรู้สอดเห็น

​ไม่นานนักก็มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งนำโดยหวงหลุนมายืนชะเง้อคอมองอยู่ที่รั้วบ้านตระกูลลู่ เมื่อเห็นว่าในลานบ้านมีเพียงเด็กๆ เขาก็ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาแล้วถามลู่หยวนเซินด้วยท่าทางระรื่น

“นังหนู พ่อแม่เจ้าไปไหนเสียล่ะ” ลู่หยวนเซินไม่ชอบใจคนที่ถือวิสาสะเข้าบ้านคนอื่นแบบนี้ นางขมวดคิ้วถามกลับ 

“ท่านลุงมีธุระอะไรหรือจ๊ะ”

“ก็พวกข้าได้ข่าวว่าพ่อเจ้าล่าหมูป่าได้ เลยอยากจะมาขอดูให้เป็นขวัญตาเสียหน่อย” หวงหลุนตอบเสียงดังหวังจะกดดัน

“มีอะไรน่าดูหรือจ๊ะ อีกอย่างท่านพ่อก็ขนหมูป่าออกไปตั้งนานแล้ว ท่านไม่อยู่หรอก” ลู่หยวนเซินตอบอย่างเย็นชา

“อะไรนะ! พ่อเจ้าเอาหมูป่าไปแล้วหรือ” หวงหลุนหน้าเปลี่ยนสี ตวาดเสียงสูงอย่างขัดใจ ลู่หยวนเซินไม่ได้หวาดกลัว นางแสร้งทำเป็นสงบและโต้กลับทันควัน

“มันแปลกตรงไหนหรือจ๊ะ ทุกครั้งที่ท่านพ่อล่าอะไรได้ก็ต้องรีบเอาไปขายตอนที่ยังสดๆ อยู่แล้ว จะมามัวชักช้าให้เสียราคาทำไมกัน หรือว่าท่านพ่อต้องรอให้พวกท่านหายสงสัยก่อนถึงจะไปหาเงินเลี้ยงลูกได้  

อีกอย่างหมู่บ้านเราก็ล้อมรอบด้วยป่า หากท่านลุงอยากดูหมูป่านักก็ลองเข้าป่าไปล่าเองสิจ๊ะ จะได้ไม่ต้องมาคอยถามคนอื่น”

​หวงหลุนถึงกับอึกอัก คาดไม่ถึงว่าเด็กผู้หญิงตัวแค่นี้จะปากคอเราะร้ายจนเขาเถียงไม่ออก คำพูดของนางเหมือนตบหน้าเขาว่า ‘ว่างงานจนต้องมาสอดรู้บ้านคนอื่น’ เขาถึงกับขาดสติและเงื้อมือจะเข้าไปสั่งสอน ​ทว่าเสียงตวาดแหลมคมก็ดังออกมาจากในห้อง

“ไสหัวไปให้พ้นบ้านข้า! ลูกข้าไม่ใช่หน้าที่ของพวกแมวพวกหมาที่ไหนจะมาสั่งสอน ถ้ายังไม่ไป ข้าจะแจ้งทางการเดี๋ยวนี้!”

​หวงหลุนชะงักมือค้างทันที เขามองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิทด้วยความหวาดระแวง เขาเกือบลืมไปแล้วว่าบ้านนี้มีนางพรานใจเด็ดสถิตอยู่ เรื่องที่เฉินสวี่อันจัดการบ้านหวงเหมิินจนต้องระเห็จออกจากหมู่บ้านยังคงเป็นที่เล่าขาน 

หากเขาลงมือตีลูกสาวนางในวันนี้ คนที่ต้องกระเด็นออกจากหมู่บ้านรายต่อไปอาจเป็นเขาเอง

“แฮะๆ น้องสะใภ้ ข้าก็แค่ล้อเด็กมันเล่นน่ะ ในเมื่ออาตงซานไม่อยู่ งั้นพวกข้าขอตัวก่อนนะ” หวงหลุนรีบปั้นหน้ายิ้มแล้วพากันโกยแน่บออกจากรั้วบ้านไปทันที

พอพูดจบหวงหลุนก็เผ่นแน่บเป็นคนแรก พวกที่คิดไม่ซื่อคนอื่นๆ ก็พากันสลายตัวตามไปด้วย ส่วนที่เหลือคือพวกที่ตั้งใจมาดูความวุ่นวายจริงๆ เมื่อเห็นท่าทางขี้ขลาดของหวงหลุน 

หลายคนก็ถ่มน้ำลายด่าทอเขาจนเสียหมา แล้วจึงหันมาปลอบโยนลู่หยวนเซินสองสามประโยค เมื่อเห็นว่านางติ้งไม่มีทีท่าจะออกมาข้างนอก ทุกคนจึงพากันแยกย้ายไป

​เมื่อคนไปหมดแล้ว ลานบ้านอันกว้างขวางก็กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ลู่หยวนเซินทำหน้าเชิดอย่างภูมิใจพลางวิ่งแจ้นเข้าไปในห้องเพื่อขอความดีความชอบกับเฉินสวี่อัน

“ท่านแม่ ข้าฉลาดไหมล่ะ ไม่ยอมให้คนพวกนั้นเอาเปรียบได้เลย”

“เจ้าก็นะ!” เฉินสวี่อันใช้นิ้วจิ้มหน้าผากลูกสาวอย่างจนใจพลางเอ่ยขึ้น 

“วันนี้เป็นเพราะแม่อยู่บ้าน ประกอบกับเรื่องบ้านหวงเหมินผู้คนยังลืมไม่ลง ในใจพวกเขามีความเกรงกลัวจึงไม่กล้าเอาเปรียบ หากวันนี้แม่ไม่อยู่ เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเอาตัวรอดมาได้แบบไร้รอยขีดข่วน” ลู่หยวนเซินพยักหน้ายอมรับความจริงพลางซุกหน้าลงที่อกแม่แล้วอ้อน

“ข้าก็แค่คิดว่าท่านแม่อยู่บ้าน ย่อมไม่ยอมให้ใครมารังแกข้าได้แน่นอน”

“…...” ฟังดูแล้วทำไมมันแปลกๆ ชอบกล แต่นางไม่มีกะจิตกะใจจะคิดมากเรื่องนี้ จึงได้แต่เหม่อมองออกไปนอกประตูอยู่นาน

​ทางด้านลู่ตงซาน เขาเร่งเข็นรถออกจากหมู่บ้านแล้ววิ่งหน้าตั้งไปโดยไม่หันกลับมามอง ใช่แล้ว เขาใช้วิธีวิ่งเอาเกือบจะเรียกได้ว่าทุ่มแรงกายทั้งหมดที่มีเพื่อหนีไปให้พ้น เพราะกลัวจะเจอคนในหมู่บ้านเข้าอีก 

โชคดีที่เขาไม่ได้ไปที่ตำบล แต่แยกไปอีกทางในระหว่างครึ่งทาง จึงค่อยถอนหายใจออกมาได้อย่างโล่งอก เขามองดูของที่ถูกปิดทับด้วยเสื่อฟางพลางยิ้มขื่น ทว่าเพียงครู่เดียวก็สลัดความคิดวุ่นวายทิ้งแล้วรีบเดินทางต่อ

​เขามาถึงตัวเมืองในเวลาหลังยามอู่ โชคดีที่คราวก่อนชุ่ยเหนียงผู้ดูแลหอนางโลมเคยกำชับไว้ ลู่ตงซานจึงมุ่งตรงไปที่นั่นทันที ถนนที่เคยสว่างไสวในยามค่ำคืนยามนี้กลับเงียบเหงา 

เขาเดินไปถึงหลังหอนางโลมแล้วเคาะประตูโดยไม่ลังเล ไม่นานนักชายร่างกำยำก็เปิดประตูออกมา พอเห็นลู่ตงซานแล้วอีกฝ่ายก็ทำสีหน้าแปลกใจ 

“มีธุระอะไร” ลู่ตงซานที่มาที่นี่สองครั้งแล้วย่อมสุขุมขึ้นมาก เขาเอ่ยเสียงเรียบ 

“ผู้ดูแลชุ่ยเหนียงสั่งให้ข้าเอาของมาส่ง เป็นพวกของป่าและของทะเลที่นางต้องการ” ชายคนนั้นจึงนึกได้ว่าชุ่ยเหนียงสั่งไว้จริง เขาพิจารณาลู่ตงซานครู่หนึ่งแล้วถาม 

“ครั้งนี้เอาอะไรมาอีกล่ะ” ลู่ตงซานรีบตอบทันที

“มีปลาไหล ปลาตูหนา หมึกสาย ปูทะเล กุ้งพง และยังมีปลาทะเลตัวเล็กตัวใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีหมูป่าที่เพิ่งตายเมื่อเช้านี้อีกตัวขอรับ”

​ชายคนนั้นถึงกับตะลึงรีบเข้าไปรายงานชุ่ยเหนียง ในระหว่างทางยังนึกสงสัยว่าลู่ตงซานเป็นนายพรานหรือชาวประมงกันแน่ ทำไมถึงหาของมาได้เยอะขนาดนี้

​ไม่นานนักชุ่ยเหนียงก็ปรากฏตัวพร้อมกับชายฉกรรจ์อีกสามสี่คน เห็นได้ชัดว่าคนเฝ้าประตูบอกนางเรียบร้อยแล้ว พอเห็นลู่ตงซาน ชุ่ยเหนียงก็ยิ้มหน้าบานจนหน้าบานเป็นดอกไม้ 

“พ่อหนุ่ม เจ้าช่างมีความสามารถจริงๆ ข้าเพิ่งพูดไปเมื่อวาน วันนี้เจ้าก็เอาของมาส่งให้ถึงที่ ความสามารถระดับนี้มองไปทั่วอำเภอชิงอันก็หาคนเปรียบได้ยาก”

​เมื่อวานงานเลี้ยงอาหารทะเลของบ้านตระกูลจิ้งโด่งดังไปทั่วเมือง ปลาไหลและปูนึ่งในงานได้รับคำชมอย่างล้นหลาม วันนี้ราคาของทะเลในตลาดจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน ทว่าปูทะเลนั้นหาซื้อไม่ยาก แต่ปลาไหลและปลาตูหนานี่สิที่หาได้ยากยิ่ง 

ได้ยินว่าหลายคนไปถามที่ตลาดแต่ไม่มีพ่อค้าคนไหนมีของเลย บอกว่าถูกเหลาอาหารในหมู่บ้านประมงเหมาไปหมดแล้ว ซึ่งนางเองก็สืบมาแล้วว่าที่เหมาไปนั้นก็มีไม่เท่าไหร่ อย่างมากก็แค่สองสามเข่ง แถมยังต้องตระเวนไปหลายหมู่บ้านกว่าจะได้มาขนาดนั้น

​แต่ตอนนี้ลู่ตงซานกลับเอาของมาส่งให้ถึงหน้าประตู นางจะไม่ดีใจได้อย่างไร ลู่ตงซานถูกชมจนตัวลอยแต่ก็ยังไม่ลืมจุดประสงค์ที่มา เขาเลิกเสื่อฟางออกและเปิดฝาเข่งไม้ไผ่ ชุ่ยเหนียงและพวกถึงกับสูดหายใจเข้าลึก โดยเฉพาะชุ่ยเหนียงที่ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ 

“พ่อหนุ่ม ปลาไหลกับปลาตูหนาของเจ้านี่ดูท่าจะไม่น้อยเลยนะ!” ลู่ตงซานพยักหน้าอย่างหนักแน่น 

“แน่นอนขอรับ! ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องใช้คนสองคนช่วยกันหามมาหรอก”

“แล้วก็มีปูพวกนั้น ดูท่าจะเนื้อเยอะน่าดู”

ชุ่ยเหนียงเอ่ยอย่างตื่นเต้น ก่อนหน้านี้นางแค่ได้ยินข่าวแต่ไม่เห็นของจริง ตอนนี้เห็นปูตัวโตขนาดนี้ มันต้องเนื้อแน่นหวานฉ่ำแน่นอน หากได้ของพวกนี้มา หอชุ่ยหงต้องโด่งดังเป็นพลุแตกแน่ ลู่ตงซานเห็นชุ่ยเหนียงจดจ่ออยู่แต่กับของทะเลจึงรีบเอ่ยเสริม 

“ยังมีหมูป่าตัวนี้ด้วยขอรับ มันบังเอิญตกลงไปในกับดัก ตอนข้าเจอเมื่อเช้ามันยังไม่ตายสนิท ท่านดูสิ...” ​ชุ่ยเหนียงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ 

“เอาหมดๆ ข้ารับหมด ให้ราคาเดิม ส่วนเรื่องของเมื่อวานที่คุณชายจิ้งซื้อไป เขาให้เงินเจ้าเท่าไหร่ล่ะ” ลู่ตงซานไม่ได้ปิดบัง เขาเล่าไปตามตรง 

“คุณชายจิ้งให้สามตำลึงเงินขอรับ ตอนไปถึงจวนคุณชาย ฮูหยินจิ้งยังให้รางวัลเพิ่มอีกห้าสิบอีแปะด้วย”