LNCrawler

บทที่ 73 คนอื่นล่าสัตว์เพื่อนำไปขาย แต่เขาล่ากวางเพื่อภรรยา

ยอดภรรยารักแห่งบ้านตระกูลลู่ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 73 คนอื่นล่าสัตว์เพื่อนำไปขาย แต่เขาล่ากวางเพื่อภรรยา

บทที่ 73 คนอื่นล่าสัตว์เพื่อนำไปขาย แต่เขาล่ากวางเพื่อภรรยา

 

พอเห็นท่าทางและสีหน้าของเขา ทุกคนจึงยอมเชื่อคำ และยิ่งทวีความอยากรู้อยากเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของตระกูลลู่นั้นมีสาเหตุมาจากสิ่งใด ทว่าความสัมพันธ์ของพวกเขายังไม่ได้สนิทสนมถึงขั้นนั้น พวกเขาจึงไม่สะดวกใจที่จะซักไซ้ไล่เลียงสิ่งใดให้มากความ

วันรุ่งขึ้นลู่ตงซานตื่นขึ้นมาเตรียมตัวตั้งแต่ฟ้ายยังไม่สาง เดิมทีเขาตั้งใจจะเข้าป่าไปเพียงลำพัง ทว่าเขาไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศแถบนี้จึงจำเป็นต้องมีคนคอยนำทาง สุดท้ายจึงทำได้เพียงเดินทางไปที่บ้านท่านลุงเพื่อตามหาลูกพี่ลูกน้องทั้งสองคน

​จางหลัวชางและจางจูเหลียงตื่นนอนกันเรียบร้อยแล้ว ยามที่เห็นลู่ตงซานต่างพวกเขาก็พากันตกใจไม่น้อย 

“มาเช้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ ท่านแม่ของข้ากำลังทำกับข้าวอยู่ กินข้าวเสร็จแล้วค่อยขึ้นเขาดีหรือไม่” ลู่ตงซานทำได้เพียงพยักหน้ารับ พลางเอ่ยถามสองพี่น้อง

“พี่ชาย พวกท่านล่าสัตว์เก่งกาจหรือไม่” ​ทั้งสองคนหันมาสบตากัน ก่อนจะยิ้มเจื่อนพยักหน้ารับด้วยความขมขื่น 

“หากพวกเรามีความสามารถปานนั้น ครอบครัวก็คงไม่ยากจนข้นแค้นถึงเพียงนี้ พวกเราขึ้นเขาก็เพื่อเก็บของป่าเป็นหลัก นานๆ ทีจะขุดหลุมดักสัตว์ไว้บ้าง 

แต่ก็แทบไม่มีสิ่งใดติดกับเลย ทว่าพวกเราสองคนรู้จักคนผู้หนึ่งที่ล่าสัตว์เก่งกาจยิ่งนัก ให้เขาพาเจ้าเข้าไปเกรงว่าคงไม่มีปัญหา”

​คนผู้นั้นอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้และเข้าป่าอยู่ทุกวี่ทุกวัน เดินไปบอกกล่าวสักคำก็ถือเป็นเรื่องที่ติดสอยห้อยตามกันไปได้โดยง่าย

​“เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณพวกพี่ชายมากขอรับ!” ลู่ตงซานฉีกยิ้มกว้าง อารมณ์ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน

​หลังจากทั้งสามคนกินมื้อเช้าเสร็จสิ้นก็ออกเดินทาง พวกเขาแวะไปหาพรานป่าอาวุโสก่อนแล้วจึงค่อยมุ่งหน้าขึ้นเขา พูดกันตามตรงขุนเขาของหมู่บ้านเจียถูแห่งนี้มีความสูงชันและอันตรายกว่าทางฝั่งหมู่บ้านซานฝูมากนัก 

ทั่วทุกแห่งหนสามารถพบเห็นหน้าผาและชันผาสูงชันได้โดยง่าย มิน่าเล่าผู้คนทีนี่ถึงได้ยากจนข้นแค้นปานนี้ ​ตลอดทางที่ผ่านไป สองพี่น้องตระกูลจางเมื่อพบเห็นเห็ดป่าหรือสิ่งใดก็ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือ ลู่ตงซานจึงเอ่ยถามด้วยความฉงน

“ทางฝั่งโน้นก็ยังมีอยู่อีกไม่ใช่หรือ พวกท่านไม่เอาหรือขอรับ” ​จางหลัวชางจึงได้เอ่ยอธิบาย

“เห็ดบางชนิดมีพิษ กินเข้าไปแล้วถึงแก่ความตายได้ พวกเราจึงเก็บเฉพาะชนิดที่กินได้เท่านั้น”

ลู่ตงซานได้ยินอย่างนั้นก็หลั่งเหงื่อเย็นเฉียบออกมาท่วมตัว หากจางหลัวชางไม่เอ่ยเตือน ดีไม่ดีเขาอาจจะเก็บของป่าเหล่านั้นกลับบ้านไปด้วยความไม่รู้

​กลุ่มคนเดินย่ำไปได้สักพักก็แยกย้ายกันตรงกึ่งกลางทาง สองพี่น้องตระกูลจางแยกไปเก็บของป่า ส่วนลู่ตงซานเดินตามนายพรานที่ชื่อจางหลิวมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึก

​เขามีความประทับใจที่ดีต่อชายฉกรรจ์ที่ชื่อจางหลิวคนนี้ไม่น้อย นอกจากจะมีความคล่องแคล่วว่องไวแล้ว สายตายังเฉียบคมเป็นพิเศษอีก ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาของเขาไปได้เลย 

อย่างเช่นเมื่อครู่ยามที่ทั้งสี่คนเดินร่วมทางกันมา เขาใช้หนังสติ๊กสอยไก่ป่ามาได้ตัวหนึ่ง ไก่ป่าตัวนั้นบินรวดเร็วยิ่งนัก ทว่าหนังสติ๊กของเขากลับรวดเร็วยิ่งกว่า เพียงแค่ดีดออกไปคราเดียว 

ไก่ป่าก็ส่งเสียงร้องครวญครางก่อนจะร่วงหล่นลงมา ลู่ตงซานเลื่อมใสศรัทธาจากใจจริง ฝีไม้ลายมืออันน้อยนิดของตนยามอยู่ต่อหน้าจางหลิวแล้วช่างเทียบกันไม่ได้เลย ​จางหลิวนำทางลู่ตงซานมาถึงเนินเขาแห่งหนึ่งที่มีกวางออกหากิน ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ข้าเคยล่ากวางได้ตรงแถบนี้ ยามปกติกวางมักจะปรากฏตัวอยู่แถวลำธาร วันนี้ข้าจะพาเจ้าเดินสำรวจสักเที่ยว วันพรุ่งนี้เจ้าค่อยเดินทางมาลำพัง”

ลู่ตงซานพยักหน้ารับคำเป็นพัลวัน รบกวนเวลาของผู้อื่นเพียงวันเดียวนับว่าเกรงใจจะแย่แล้ว จะกล้ารบกวนต่อเป็นวันที่สองได้อย่างไร ​ดังนั้นในวันนี้เขาจึงเดินตามหลังจางหลิวไปทุกหนทุกแห่งราวกับคนซื่อบื้อ โดยไม่ได้ลงมือทำสิ่งใด 

ทั้งสองคนเดินวนเวียนอยู่ในป่าอยู่ค่อนวันจึงค่อยพากันเดินกลับออกมา ในระหว่างนั้นลู่ตงซานพบเห็นรอยเท้ากวางอยู่ริมน้ำ ในใจจึงเริ่มมีความมั่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว

​วันต่อมาเขาเพียงบอกกล่าวกับหัวหน้าหมู่บ้านคำหนึ่ง โดยไม่ได้แวะไปที่บ้านของจางจิ้ง และมุ่งหน้าเข้าป่าไปโดยตรง ​สองพี่น้องจางหลัวชางเดินทางมาตามหาคนจึงได้ล่วงรู้ ก็ต่างพากันตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ทว่าในเมื่อคนได้ขึ้นเขาไปแล้ว พวกเขาก็ไม่มีหนทางใดจะทัดทาน

​ทางด้านนี้ลู่ตงซานกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมวางกับดัก อุปกรณ์หลายชิ้นหยิบยืมมาจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน ช่วงเวลาเก็บเกี่ยวอันวุ่นวายผ่านพ้นไปแล้ว อุปกรณ์เหล่านี้จึงไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ 

การที่เขาหยิบยืมไปมันจึงประจวบเหมาะพอดี การจัดเตรียมวางกับดักไม่ใช่เรื่องเบาแรงเลย ทั้งยังต้องผสมผสานให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ เขาใช้เวลาไปค่อนวันถึงจะจัดแจงจนเสร็จสิ้น

​ในวันนี้เขาจับไก่ป่าได้ตัวหนึ่งและงูอีกสองตัว งูตัวหนึ่งนำไปมอบให้บ้านหัวหน้าหมู่บ้าน อย่างไรเสียก็หยิบยืมอุปกรณ์ของเขามาใช้ ทั้งยังพำนักอาศัยอยู่ที่บ้านของเขาด้วย ส่วนงูอีกตัวนำไปมอบให้จางหลิวเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณที่ช่วยเหลือเขา 

จางหลิวรู้สึกประหลาดใจในฝีมือของลู่ตงซาน สายตาที่มองดูเขาเพิ่มพูนความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและนับถือซึ่งกันและกัน เขาจึงยอมรับไว้โดยไม่เกรงใจ ​ส่วนไก่ป่าที่เหลืออยู่อีกตัวหนึ่งเขานำไปส่งที่บ้านของจางจิ้ง มื้อเย็นย่อมต้องฝากท้องไว้ที่นี่เช่นเดิม

​ฟางเอ้อเหนียงนำไก่ป่าไปเชือดและต้มน้ำแกงร่วมกับเห็ดป่า ทำเช่นนี้ต่อให้ทุกคนจะไม่ได้กินเนื้อสัตว์ ทว่าก็ยังสามารถซดน้ำแกงให้ชื่นใจได้บ้าง ​ยามที่น้ำแกงไก่ถูกยกขึ้นโต๊ะ 

คนตระกูลจางต่างพากันซดน้ำแกงอย่างรู้ความ ไม่มีใครยื่นมือไปแตะต้องเนื้อไก่ชิ้นนั้นเลย จางจิ้งคะยั้นคะยอให้ลู่ตงซานกินเนื้อไก่อย่างเต็มที่ ทว่าลู่ตงซานจะกินลงได้อย่างไร 

เขายังคงคีบเนื้อแบ่งให้กลุ่มเด็กๆ กินเช่นเดิม ส่วนตัวเขาก็ซดน้ำแกงไป เนื้อไก่ป่ามีไม่มากนัก เด็กๆ แบ่งกันคนละคำสองคำ ถือเป็นการลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่เท่านั้น 

ทว่าพวกเขาก็มีความสุขและพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งแล้ว ลู่ตงซานพึงพอใจกับน้ำแกงไก่นี้มาก จึงเอ่ยปากชื่นชมออกมาสองสามคำ

​วันต่อมาเขายังคงออกเดินทางแต่เช้าตรู่ ครานี้ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านยัดหมั่นโถวเนื้อแข็งก้อนหนึ่งใส่มือเขา เพื่อให้เขาใช้กินรองท้องระหว่างทาง

ลู่ตงซานเอ่ยขอบคุณด้วยความจริงใจ ทว่าหมั่นโถวก้อนนั้นเขายังไม่ได้กิน หลังจากขึ้นเขาไปแล้วเขาเลือกที่จะซุ่มอยู่ริมน้ำ เป็นไปตามคาด ในยามเช้าตรู่มีสัตว์ป่ามากมายมารวมตัวกันที่ริมลำธาร ทั้งยังมีกวางสองสามตัวกำลังก้มหน้าดื่มน้ำอยู่ด้วย

ลู่ตงซานเล็งเป้าหมายไว้แม่นยำ และน้าวสายธนูก่อนจะปล่อยศรออกไปปักเข้าเป้าหมายในนัดเดียว ในขณะเดียวกันก็ทำเอาสัตว์น้อยใหญ่ตัวอื่นๆ ที่กำลังดื่มน้ำพากันตกใจเตลิดหนีหายไปจนสิ้น

​ริมน้ำที่เคยครึกครื้นในเวลานี้เหลือเพียงกวางที่ถูกศรปักจมอยู่ในลำธารกำลังดิ้นรน ขัดขืน ลู่ตงซานรีบเดินเข้าไปใช้เชือกมัดกวางตัวนั้นไว้แน่นหนา ยามที่กำลังแบกข้ามเขากลับลงมายังได้พบเจอกับจางหลิวเข้าพอดี

​จางหลิวก็นึกไม่ถึงว่าชายผู้นี้เข้าป่าเพียงสามวันก็สามารถล่ากวางกลับมาได้ เขาจึงยิ่งทวีความชื่นชมในตัวลู่ตงซานมากขึ้นไปอีก ลู่ตงซานไม่ได้คิดสิ่งใดให้มากความ เขาแบกกวางมุ่งหน้าเข้าสู่หมู่บ้าน และก่อให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นไม่น้อย 

หลังจากนำกวางตัวนั้นไปวางไว้ที่บ้านตระกูลจาง เขาก็มุ่งหน้าวิ่งกลับขึ้นเขาไปอีกรอบ ผ่านไปเพียงสองชั่วยามเขาก็เดินทางกลับมา พร้อมกับนำกระจงอีกตัวหนึ่งและกระต่ายป่าอีกสองตัวกลับมาด้วย

​ครานี้คนตระกูลจางทั้งหมดถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกไปตามๆ กัน ​ชาวบ้านคนอื่นๆ เอ่ยแสดงความอิจฉาระคนชื่นชมกับจางจิ้ง

“หลานชายของเจ้านี่ช่างมีความสามารถเก่งกาจเหลือเกิน เขาไม่ได้ด้อยไปกว่าจางหลิวเลยสักนิด”

​“ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว! นี่คือหลานชายแท้ๆ ของข้าเชียวนะ!” จางจิ้งยืดอกอวดอ้างด้วยความภาคภูมิใจ พลางป่าวประกาศคุยโวกับกลุ่มมิตรสหาย

ลู่ตงซานแหงนมองดวงตะวันพบว่าเพิ่งจะผ่านพ้นเที่ยงวันไปได้ไม่นาน เขาจึงไม่กล้าชักช้า กระต่ายตัวหนึ่งเหลือไว้ให้ตระกูลจาง ส่วนอีกตัวหนึ่งนำไปมอบให้บ้านหัวหน้าหมู่บ้าน 

ทำเช่นนี้จางจิ้งจะได้ไม่ต้องลำบากนำของไปมอบให้เพื่อแสดงความขอบคุณในภายหลัง หลังจากแบ่งสรรปันส่วนเสร็จสิ้น เขาก็เตรียมตัวเดินทางกลับบ้านทันที

​กระต่ายป่าตัวหนึ่งมีน้ำหนักราวห้าหกชั่ง เพียงพอที่จะให้ตระกูลจางได้กินบำรุงร่างกายต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ​ทางตระกูลจางนึกไม่ถึงว่าเขาจะรีบร้อนเดินทางกลับเร็วถึงเพียงนี้ จึงต่างพากันเอ่ยปากรั้งตัวเขาไว้อย่างสุดความสามารถ ทว่าลู่ตงซานกลับเอ่ยขึ้น

“ข้าไม่อาจรีรอได้อีกแล้ว หากกลับไปช้าเกินไปเนื้อจะไม่สดใหม่ ภรรยาของข้าชอบกินเนื้อกวางที่ยังสดใหม่ยิ่งนัก”

​คำพูดนี้หลุดออกมา คนตระกูลจางเหล่านั้นถึงกับอ้าปากค้างตาโต ไม่รู้เลยว่าจะเอ่ยปากรั้งตัวเขาไว้ด้วยเหตุผลใด เลยทำได้เพียงนำของป่าตากแห้งถุงหนึ่งที่เก็บสะสมไว้ในบ้านมาจัดแจงขนขึ้นรถลาให้เขา 

และทำได้เพียงยืนมองดูลู่ตงซานขับเคลื่อนรถลาออกจากหมู่บ้านไปต่อหน้าต่อตา ​เป็นภรรยาของจางหลัวชางที่ได้สติกลับคืนมาเป็นคนแรก นางเอ่ยชมเขาด้วยความอิจฉาแกมทอดถอนใจ

“ลูกพี่ลูกน้องของท่านคนนี้ ช่างเป็นคนที่รักและทะนุถนอมภรรยาเหลือเกิน”

​จางหลัวชางลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ และพยักหน้ารับด้วยท่าทางแข็งค้าง พวกเขาเอาแต่คิดมาตลอดว่าลู่ตงซานล่ากวางเพื่อนำไปขายหาเงิน นึกไม่ถึงเลยว่าแท้จริงแล้วจะทำไปเพียงเพื่อต้องการเอาอกเอาใจภรรยาให้มีความสุข เรื่องนี้มัน...