LNCrawler

สัญญาหนี้

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

สัญญาหนี้

 

เช้าวันถัดมาก็ได้ยินคนอื่นพูดกันว่าทหารและเจ้าหน้าที่บางส่วนกลับไปแล้ว กฎระเบียบที่เคยเคร่งก็เริ่มหย่อนยาน อาจจะเพราะพวกเขายังไม่ตระหนักถึงความอดอยากที่กำลังจะมาถึง เพราะตอนนี้นี้ทั้งข้าวสารแล้วก็ก็ของกินอื่นๆ ยังมีอยู่เต็มตู้ จะทำงานหรือไม่ทำงานก็ยังมีกิน

หนึ่งในนั้นก็คือเมิ่งหลิว ที่แม้ว่าเสียงสัญญาณจะดังนานแล้ว แต่เธอก็ยังนอนน้ำลายยืดอยู่บนที่นอน ซูเสี่ยวถางหันไปมองอยู่ครู่หนึ่ง ชั่งใจว่าจะปลุกดีหรือเปล่านั้นเสียงของหลี่ชิ่วชิงก็ดังขึ้นเสียก่อน

“หลิวหลิว หลิวหลิวตื่นสิ ถ้าไม่หล่อนไม่ตื่นจะสายแล้วนะ”

“อือ” คนขี้เซาส่งเสียงครางในลำคอ จากนั้นก็นอนพลิกตัวไปอีกทางเพื่อนอนต่อ

“ถางถาง เธอเป็นเพื่อนหลิวหลิวไม่ใช่เหรอ อีกทั้งหล่อนยังนับถือเธอเป็นพี่สาว ทำไมถึงไม่ยอมปลุกหล่อนล่ะ”

“ฉันเป็นลูกคนเดียว ไม่มีน้องสาว” หญิงสาวตอบหน้าตาย

“ถ้าหลิวหลิวมาได้ยินคงเสียใจหน้าดู”

“ถ้าเธอเป็นห่วงความรู้สึกของเมิ่งหลิวมากนักละก็ ต่อไปเธอก็รับหน้าที่มาปลุกหล่อนทุกวันแล้วกัน”

“เรื่องอะไรล่ะ” ชิงชิงรีบตอบ เพราะไม่อยากเอาใครมาเป็นตัวถ่วง

“หึ ไม่ทำตัวเป็นแม่พระแล้วเหรอ” เสี่ยวถางยิ้มเย้ย ก่อนจะเดินออกไปทำงานเป็นคนแรก

วันนี้ไม่ต้องเก็บผัก เธอเลยไม่ต้องตื่นเช้าเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังต้องไปทำงานเหมือนคนอื่นๆ ตามเวลาปกติ จนกระทั่งวันหยุดประจำสัปดาห์มาถึง ทุกคนจะได้หยุดงาน 1 วันโดยไม่ถูกหักค่าแรง

“ถางถาง ไปกันเถอะ” อาซิ่ว เพื่อนร่วมงานของเสี่ยวถางเดินมาหาที่เตียง

“อืม” เสี่ยวถางพยักหน้ารับ

ในที่สุดก็ถีงเวลาที่เธอจะได้ไปเปิดหูเปิดตาในเมืองเสียที การเข้าไปในเมืองแต่ละครั้ง จะต้องไปเอาใบขออนุญาตจากผู้นำหมู่บ้านเสียก่อน แต่เธอกับอาซิ่วได้ใบออกนอกพื้นที่มาตั้งแต่เมื่อวาน เพราะว่าภรรยาของผู้นำหมู่บ้านทำงานที่แปลงผักกับพวกเธอนั่นเอง

“สองคนจะไปไหนกันเหรอ”

“พวกเรา" อาซิ่วกำลังจะอ้าปากตอบ ทว่ากลับถูกเสี่ยวถางดึงแขนให้ออกจากห้องไป

ก่อนที่จะออกไปข้างนอก ก็ไม่ลืมล็อกตู้เก็บของให้เรียบร้อย เพราะอีกไม่นานจะต้องมีการขโมยของกินเกิดขึ้นแน่ ไม่ใช่แค่เมิงหลิวที่ไม่ยอมไปทำงานที่ทุ่งนา แต่ยังมีสหายอีกหลายคนที่เริ่มขี้เกียจ ทำบ้างหยุดบ้าง โดยไม่สนใจว่าจะถูกหักแต้มค่าแรงเท่าไหร่

โชคดีที่วันนี้รถบรรทุกของคอมมูนจะเข้าไปในเมือง ภรรยาของผู้นำหมู่บ้านก็เลยฝากพวกเธอสองคนให้ติดรถไปด้วย

“อาเจิ้ง พอดีว่าสองสาวจะเข้าไปเที่ยวเล่นในเมือง ขอฝากให้ติดรถไปลงหน้าประตูเมืองได้หรือเปล่า”

เสี่ยวถานหันไปมองชายหนุ่มตรงหน้ามีรูปร่างสูงใหญ่เกินหกฟุต แผ่นหลังกว้างผายและไหล่หนาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเขียวขี้ม้าซีดผูกกระดุมไม่ครบเม็ด เผยให้เห็นแผงอกอกกว้างและลูกคอแหลมคมที่ขยับยามเขาครุ่นคิด

ใบหน้าของเขาเรียวยาวได้รูปรับกับสันกรามคม ผิวสีน้ำผึ้งไหม้แดดสะท้อนถึงการทำงานกลางแจ้ง คิ้วหนาดกดำปัดเฉียงขึ้นดั่งกระบี่ รับกับดวงตาคมสีเหล็กกล้าที่ มักจะฉายแววเฉียบขาด นิ่งสงบ และยากจะอ่านความรู้สึก

รอยแผลเป็นขนาดเล็กยาวประมาณหนึ่งนิ้วตรงบริเวณโหนกแก้มซ้าย ไม่ได้ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอัปลักษณ์ ตรงกันข้าม มันกลับเติมเต็มเสน่ห์ดุดันดิบเถื่อน

“ยุ่งยาก” เขาบ่นพึมพำ

“เอ่อ ฉันว่าพวกเราหาทางไปกันเองดีกว่า” อาซิ่วถอดใจที่เห็นท่าทางหงุดหงิดของอีกฝ่าย

“ไปเถอะ รีบขึ้นไปเร็วเข้า” แต่ป้าจ้าว ภรรยาของผู้นำหมู่บ้านกลับผลักพวกเธอให้ขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ

เสี่ยวถางตัวสูงกว่าอาซิ่ว เธอจึงผลักอีกฝ่ายให้ขึ้นไปก่อน ทว่าเจ้าตัวกลับตัวแข็งขืนไม่ยอมขึ้นไป จนคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยบีบแตรเร่ง

“เร็วหน่อยเถอะแม่คุณ ฉันยังมีงานอีกหลายที่ที่ต้องไปทำนะ”

“ไปเดี๋ยวนี้ละค่ะ” สุดท้ายเสี่ยวถางเลยต้องขึ้นไปนั่งก่อน แล้วดึงอาซิ่วให้ขึ้นตามมา

“ก็แค่นี้” พูดจบชายหนุ่มก็กระตุกเกียร์รถแล้วเหยียบคันเร่ง คันดำลอยคลุ้งตามมาด้วยเสียงช่วงล่างที่ดังจนน่ารำคาญ

“ให้มันได้อย่างนี้สิ ใจคอจะให้ซ่อมเองทุกอย่างเลยหรือยังไง” ชายหนุ่มบ่นพึมพำเมื่อเสียงเพลารถดังจนหนวกหู

อาซิ่วสะกิดเสี่ยวถางที่นั่งหลับตา หญิงสาวเอนตัวไปหาเพื่อนทั้งที่ยังแกล้งหลับอยู่ “ระ เรากลับกันเลยดีไหม”

“อืม อยู่เฉยๆ เถอะน่า ไหนบอกว่าอยากเขียนจดหมายส่งไปให้ครอบครัว”

และแน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของเธอที่เข้ามาในเมืองนั่นก็คือ การส่งจดหมายกลับไปให้คนทางบ้าน เธอไม่ได้พิศวาสพวกเขาขนาดนั้น เพียงแต่เป็นห่วงผู้เป็นพ่อ อยากจะเขียนไปบอกท่านว่าเธอสบายดี และที่สำคัญคือให้แม่เลี้ยงส่งเงินมาให้ตามที่ตกลงกันไว้ โดยไม่ลืมนำเนื้อหาบางส่วนในสัญญาเขียนแนบไปกับจดหมายด้วย เผื่อว่าอีกฝ่ายจะหลงลืมไปแล้วว่ายังมีสัญญาหนี้ติดค้างกันอยู่

ระหว่างทางไม่มีใครกล้าคุยกับคนขับรถเลยแม้แต่ครึ่งคำ จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งชั่วโมงก็เริ่มเห็นความเจริญรางๆ

“จะให้แวะรับหรือเปล่า” ก่อนที่สาวๆ จะลงจากรถ ชายหนุ่มก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

“ไม่ทราบว่าเจิ้งเกอจะทำธุระเสร็จกี่โมงคะ” เสี่ยวถางถามขึ้น ถ้าให้เลือกระหว่างนั่งรถกับเดิน แน่นอนว่าเธอเลือกที่จะนั่งรถ

“ฉันเอารถมาซ่อมแถวๆ นี้แหละ เสร็จแล้วก็มารอที่นี่แล้วกัน” เขาชี้ไปที่ร้านซ่อมรถซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขาจอดให้ลงเท่าไหร่

“ตกลงค่ะ เสร็จธุระแล้วพวกเราจะไปหาที่นั่น” เสี่ยวถางพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นก็ลงจากรถ มุ่งหน้าเข้าไปในเมือง

จากหมู่บ้านที่พวกเธออยู่เข้ามาในเมืองจะมีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่าน ทว่ามีแค่สองเที่ยวต่อวันเท่านั้น นั่นก็คือช่วงเช้ากับช่วงบ่าย ถ้าพลาดไปแล้วก็ต้องรอวันถัดไป

หลังจากนั้นสองสาวก็ไปที่ไปรษณีย์เพื่อส่งจดหมาย เจ้าหน้าที่มองหน้าพวกเธอสองคนแต่ไม่ได้พูดอะไร ทว่าหลังจากออกมาจากไปรษณีย์ เดินยังไม่ทันพ้นเขตรั้วด้วยซ้ำ ทหารก็วิ่งกรูกันมาทางพวกเธอสองคนแล้วก็ขอดูเอกสารประจำตัว

เสี่ยวถางนึกไปถึงเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ที่จ้องหน้าเธอแล้วก็เข้าใจ บางทีหล่อนอาจจะคิดว่าพวกเธอกำลังลบหนีจากค่ายก็เป็นได้ เนื่องจากที่อยู่ของพวกเธอไม่ใช่คนที่นี่ ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าพวกเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“พะ พวกเราไม่ได้หนีนะคะ นี่ไงใบอนุญาต” อาซิ่วยื่นใบระบุตัวตนพร้อมกับใบอนุญาตออกนอกพื้นที่ให้กับทหารกลุ่มนี้ดู

“ต้องขอโทษพวกคุณทั้งสองคนด้วย พอดีมีพลเมืองแจ้งเข้ามาว่าพวกคุณอาจจะหลบหนี้ออกจากค่าย แต่ถ้ามีใบอนุญาตก็ไม่เป็นไร พวกคุณไปได้แล้ว” ทหารนายหนึ่งพูด ดูแล้วน่าจะเป็นหัวหน้าพูดขึ้น

“อะไรกันคะ ปล่อยกันไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ อย่างน้อยๆ ก็ต้องบอกพวกเราด้วยสิว่าใครเป็นคนแจ้ง แล้วมีจุดประสงค์อะไรทำไมถึงทำแบบนั้น ต่อไปเราสองคนจะได้ระวังตัว อยู่ให้ห่างจากคนพวกนั้น” เสี่ยวถางพูดขึ้น เธอยังต้องเข้ามาในเมืองบ่อยๆ ถ้าถูกแจ้งทุกครั้งคงไม่ป็นผลดีกับตัวเธอแน่ ต้องตัดไปตั้งแต่ต้นลม

“เรื่องนั้นพวกเราบอกไม่ได้หรอก”

“ฉันเข้าใจค่ะ ถ้างั้นเอาแบบนี้ไหมคะ ต่อไปถ้ามีคนแจ้งในลักษณะนี้อีก คุณทหารก็ควรจะตรวจสอบให้ดีก่อน ถามคนแจ้งด้วยว่ามีหลักฐาานเอาผิดจริงหรือเปล่า หรือแค่สงสัยเท่านั้น เพราะการที่พวกคุณพุ่งมาจับตัวพวกเราแบบนี้ เราเสียหายนะคะ” เสี่ยวถางมองไปยังผู้คนบนถนนที่ต่างก็ให้ความสนใจ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง

“ครับ ต่อไปพวกเราจะตรวจสอบให้ดีกว่านีิ้ สหายวางใจได้” ถูกตำหนิทั้งที่ไม่มีคำตำหนิเลยแม้แต่คำเดียว ทำเอาพวกเขาหน้าแตกไปตามๆ กัน

“ถ้าไม่มีอะไรเแล้วพวกเราของตัวก่อนนะคะ คุณทหารเชิญปฏิบัติหน้าที่ต่อ” เสี่ยวถางพูดก่อนที่จะดึงแขนเพื่อนให้เดินไปอีกทาง

 

 

 

เงียบเหงาจังเลยค่ าา ใครอยู่ทักทายกันหน่อยจ้าาาาา มารายงานตัวกันหรือยาง ง คิดถึงแล้วนาจา