กำไร
กำไร
เป้าหมายอีกอย่างในการเข้ามาในเมืองของเสี่ยวถางคือการระบายของในมิติ ก่อนหน้านี้เธอมักจะหยิบเอาของออกมาจากชั้นเก็บไว้ หลังจากนั้น 24 ชั่วโมง ของก็จะถูกเติม ทำให้ตอนนี้เธอมีเสบียงสะสมอยู่มากพอสมควร และแน่นอนว่าเธอมีของแต่ไม่มีเงิน เพราะฉะนั้นต้องเอาของไปแลกเป็นเงินมาเก็บไว้เสียก่อน
“อาซิ่ว ฉันมีธุระต้องไปทำ เธอไปรอฉันที่ร้านซ่อมกับเจิ้งเกอได้หรือเปล่า”
“ถางถาง เธอจะไปไหนเหรอ ให้ฉันไปด้วยได้หรือเปล่า” พอพูดชื่อเจิ้งเกอ อาซิ่วก็ขวัญหนีดีฝ่อไปก่อนแล้ว
“ตลาดมืด จะไปด้วยไหม”
ทันทีที่หญิงสาวได้ยินชื่อต้องห้ามนี้ก็รีบส่ายหน้าทันที แน่นอนว่าน่ากลัวว่าเจิ้งเกอก็คือตลาดมืดนี่แหละ “ระวังตัวด้วยนะ”
เธอไม่ถามว่าสหายไปที่นี่ทำไม เพราะถ้าหากหล่อนหาสิ่งที่เรียกว่าลูกกลิ้งมาใช้ได้ ก็แสดงว่ากำลังมองหาสิ่งอื่นที่นั่น
“อื้อ ไว้เจอกันนะ”
เสี่ยวถางเดินแยกไปอีกทางตามความทรงจำ การที่ย้อนกลับมาก็ดีแบบนี้นี่เอง ไม่ต้องไปเดินหาให้เมื่อย ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง
หญิงสาวบอกรหัสผ่านเข้าไปข้างใน บรรยากาศคึกคักน่าดู อาจเพราะเป็นช่วงต้นเดือน เงินเดือนเพิ่งออกทุกคนเลยมาหาซื้อของตุนเอาไว้
“น้องสาว กำลังมองหาอะไรอยู่เหรอ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาสะกิด
เสี่ยวถางหันไปมองก็เห็นตัวกลางเดินหาลูกค้าให้กับพ่อค้าแม่ค้า “พี่สาว ฉันกำลังมองหาลูกค้าอยู่น่ะ"
“เธอรู้จักฉันงั้นเหรอ” พี่สาวคนนั้นมองเสี่ยวถางด้วยท่าทางระแวดระวัง เพราะหล่อนยังไม่แนะนำตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าเป็นใคร
“รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ” พูดจบเธอก็เปิดกระเป๋าผ้าให้อีกฝ่ายดู ในนั้นมีเนื้อหมูชั้นดีอยู่ราวๆ 20 ชั่ง
“ไอหยาให้ตายเถอะ หล่อนนี่มันตัวนำโชคชัดๆ” พูดจบก็เตรียมที่จะคว้าถุงผ้าเก่าๆ ของเสี่ยวถาง ทว่าหญิงสาวเอี้ยวตัวหลบได้ทัน
“ฟังราคาก่อน” เนื้อของเธอเป็นเนื้อชั้นดี แน่นอนว่าจะขายราคาทั่วไปไม่ได้
“ได้ๆ ปกติแล้วขายชั่งละ 2 หยวน” อีกฝ่ายรีบพูด
“พี่สาวล้อเล่นแล้ว เนื้อชั้นดีขนาดนี้ไม่ใช่ว่าจะมีมาบ่อยๆ พูดก็พูดเถอะนะ แม้แต่เนื้อเศษตามเขียงเนื้อยังขายชั่งละ 9 เหมา ลองคิดดูสิว่าเนื้อเกรดคุณภาพขนาดนี้จะราคาเท่าไหร่” หญิงสาวยิ้มมุมปาก เล่ห์เหลี่ยมพวกนี้เธอเคยโดนหลอกมาหมดแล้ว เพราะฉะนั้นจะเอามาหลอกซ้ำสองคงจะเป็นไปไม่ได้
“ไอหยาน้องสาว เป็นความผิดของพี่สาวคนนี้เองที่เมื่อครู่ดูไม่ชัดว่าเป็นเนื้อแบบไหน เอาแบบนี้แล้วกัน ขอพี่สาวคนนี้ดูก่อนเถอะ ว่าเนื้อคุณภาพที่ว่านั้นจะดีสักแค่ไหน” อีกฝ่ายพอถูกจับได้ก็ยิ้มเจื่อน แต่ก็ยังสามารถพูดเอาตัวรอดไปได้
“พี่สาวเชิญดูให้ละเอียด” เสี่ยวถางหยิบเนื้อชิ้นหนึ่งขึ้นมาให้อีกฝ่ายดู
มันเป็นเนื้อหมูสันในทั้งเส้น ซึ่งน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 1 ชั่ง โดยปกติแล้วแต่ละคนซื้อได้ไม่เกิน 2 เหลียง แต่นี่หนักเกือบ 2 ชั่ง ใครเห็นก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ไม่ต้องสงสัย
“เนื้อชั้นดีจริงๆ 3 หยวน ราคานี้เอาไปขายให้ใครรับรองว่าไม่มีใครต่อราคาเลยสักคน”
“3.5 หยวน ต่ำกว่านี้ฉันก็ไม่ขาย ราคารับมาก็ 3 หยวนแล้ว” เสี่ยวถางส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมทั้งทำท่าจะเดินจากไป
“น้องสาวช้าก่อน ไอหยา…มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน เอาแบบนี้แล้วกัน 3.5 หยวนคงจะเป็นราคาขายแล้ว พี่สาวคนนี้ขอค่าเดิน 3 เหมาได้หรือเปล่า”
เสี่ยวถางทำท่าคิด เธอคิดว่าราคานี้สมเหตุสมผลแล้ว เพราะถ้าสูงกว่านี้ต่อให้สวยแค่ไหนก็คงไม่มีใครสู้ราคา จะเนื้อชั้นดีหรือเนื้อเศษก็คือเนื้อเหมือนกัน กินอิ่มก็ขี้ออกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องกดราคา เธออยู่ได้ คนซื้ออยู่ได้ เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว
“ได้ 3.2 หยวน จ่ายสดไม่มีเก็บทีหลัง” เธอมีเวลาไม่มาก ถ้าจะอยู่รอจนกว่าจะขายเนื้อ 20 ชั่งจนหมดเห็นทีว่าต้องอยู่จนถึงเย็น และแน่นอนว่าเจิ้งเกอหน้าโหดคงไม่รอเธออย่างแน่นอน
“ได้ จ่ายสดงดเชื่อเบื่อทวง” พี่สาวคนกลางพยักหน้าชอบใจในความตรงไปตรงมาของอีกฝ่าย
หล่อนไม่กลัวว่าจะขายไม่ได้ เพราะเนื้อชั้นดีขนาดนี้ เอาไปบอกขายให้ใครก็คงไม่มีใครปฏิเสธได้ลง จึงกัดฟันลงทุนก้อนโตเพื่อซื้อมันมา
“64 หยวน จนน้องสาวนับก่อน” หล่อนยื่นเงินให้เสี่ยวถาง
“ขอบคุณพี่สาว” เสี่ยวถางยัดเงินใส่กระเป๋าเสื้อโดยไม่นับ นั่นเป็นเพราะเธอต้องการให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอเชื่อใจหล่อนมากแค่ไหน
“ดี ถ้าหากเธอมีของมาขายอีกก็มาตามหาฉันได้ ถามคนแถวนี้จือเจี๋ย คนแถวนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก”
“ขอบคุณอีกครั้งค่ะจือเจี๋ย” เสี่ยวถางยกมือขอบคุณ จากนั้นก็เดินออกจากตลาดต้องห้ามแห่งนี้โดยเร็ว เพราะเธอเองก็ไม่สะดวกที่จะอยู่นานมากไปกว่านี้
ซูเสี่ยวถางเดินกลับทางเดิม จนกระทั่งเกือบจะถึงร้านซ่อมรถที่นัดกันก็หยิบเอาของใช้ออกมาจากในมิติ ในนั้นเป็นพวกเครื่องปรุงที่ห้องครัวในค่ายไม่มี ไม่ว่าจะเป็นซอส น้ำตาลกรวด น้ำตาลทรายแดง แล้วก็เหล้าสำหรับทำอาหาร"
ทางด้านอาซิ่วที่นั่งนิ่งไม่กล้าขยับ พอเห็นเพื่อนสาวกำลังถือของพะรุงพะรังเดินมาทางนี้ก็รีบวิ่งออกไปรับ พร้อมทั้งช่วยถือของแก้เก้อ
“ถางถาง ฉันนึกว่าเธอจะทิ้งฉันเสียแล้ว” หญิงสาวตาแดง
“เพ้อเจ้อ ฉันจะทิ้งเธอไปไหนล่ะ” เสี่ยวถางใช้นิ้วเคาะหน้าผากอีกฝ่าย แล้วก็เดินเข้ามาในร้าน และบังเอิญสบตาเข้ากับหลินเจิ้งที่กำลังมองมาทางเธอพอดี
หญิงสาวเลยยิ้มให้เขา ทว่าเขากลับทำตรงข้าม นอกจากจะหน้าบึ้งแล้วก็ยังหันหน้าหนีไปทางอื่น เห็นแบบนั้นเธอก็ยักไหล่ไม่ใส่ใจ เลือกที่จะเอาของไปวางไว้หลังรถกระบะ แล้วก็กลับมานั่งรอ
ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้นั่งพัก หลินเจิ้งก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถ้าบอกว่าเขาเป็นญาติกับหมีขาวก็คงจะเชื่อ คนทางเหนือนี่ตัวใหญ่กันทุกคนสินะ
“ไอหยา” เสี่ยวถางตกใจที่อยู่ๆ ดีๆ เข้าก็ลุกขึ้น
“ไม่กลับเหรอ” เขาหันมาถามเธอตาขวาง
“กลับค่ะ กลับเลยก็ได้ค่ะ” อาซิ่วรีบพยักหน้าตอบก่อนจะดึงแขนเสียวถางให้ปีนขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ
หลังจากทุกคนขึ้นรถกันหมดแล้ว รถก็มุ่งหน้ากลับหมู่บ้านบนเขา และเพราะเสี่ยวถางรีบเดินเพื่อที่จะให้กลับมาทันทุกคน ตอนนี้เหงื่อเธอเลยออกมาเยอะเป็นพิเศษ อยากจะเปิดกระจกรถแต่ก็ไม่กล้า
ทว่าราวกับคนขับรู้ความคิดของเธอ เขาก็หมุนกระจกรถฝั่งคนขับลงเพื่อรับลมธรรมชาติ อาซิ่วที่นั่งติดประตูก็หมุนกระจกรถลงให้อยู่ในระดับเดียวกับเขาไม่พลาดแม้แต่มิลเดียว
“เยี่ยม” เสี่ยวถางยกนิ้วโป้งให้สหาย ทันทีที่ลมตีเข้าหน้า กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ติดตัวเธอก็ลอยฟุ้งไปทั่วรถ กลบกลิ่นตัวของอาซิ่วได้เป็นอย่างดี ทำเอาชายหนุ่มที่ขับรถข้างๆ ถึงกับเผลอสูดดมความหอมเข้าปอดอย่างลืมตัว
ระหว่างทางไม่มีบทสนทนาใดๆ และเสี่ยวถางก็เหนื่อยเกินกว่าจะสนใจสิ่งใด ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา ทว่าระหว่างทางถนนไม่ได้ดีเหมือนในเมือง มีทั้งหลุมทั้งบ่อ มีครั้งหนึ่งที่รถตกหลุมแล้วหัวโขกเข้ากับคอนโซลหน้ารถจนหลินเจิ้งเองยังตกใจ
“อูย” หญิงสาวยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเอง อดที่จะหันไปโทษคนขับไม่ได้ แต่แล้วก็ต้องรับหันหน้ากลับมา เพราะเขาน่ากลัวเกินกว่าจะด่าทอได้
หญิงสาวถอนหายใจแรงๆ ออกมา นั่งกอดอกแล้วก็ผล็อยหลับอีกรอบ ทว่าครั้งนี้กลับรู้สึกว่ารถนิ่มขึ้นหลายเท่า บ่อนครั้งที่เธอสะดุ้งตื่นแต่ก็ยังไม่ถึงสักที “ทำไมขากลับมันถึงไกลนักนะ” หญิงสาวพึมพำเบาๆ
ต่างจากคนขับที่เขาแทบจะเป็นตะคริว เพราะต้องค่อยๆ เหยียบคันเร่ง และบรรจงเหยียบเบรกเมื่อเจอหลุม บ่อยครั้งที่เขามักจะหันไปมองใบหน้าสวย แต่ทุกครั้งที่หันไปก็มักจะเห็นเธอหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข มุมปากหนาของเขาเผลอยกยิ้มอย่างไม่รู้ตัว แต่ก็รีบกลับมาทำหน้านิ่งตามเดิม และเพ่งสมาธิไปที่ถนนตรงหน้าแทน
มีเหลือบมองสาวว่ะ อิอิ