LNCrawler

ข่าวลือ

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ข่าวลือ

 

ทางด้านบ้านพัก ตอนนี้ทุกคนกำลังพูดสนุกปาก เรื่องที่เสี่ยวถางติดรถไปกับคนขับรถบรรทุกจนป่านนี้ก็ยังไม่กลับ ผู้คนต่างพูดกันไปต่างๆ นานา

“หล่อนแน่ใจเหรอว่าใช่ซูเสี่ยวถาง”

“เพ้ย…พุดแบบนี้หมายความว่ายังไง ไม่ใช่ฉันคนเดียวนะที่เห็น ชิงชิงก็ไปกับฉันด้วย ใช่ไหมชิงชิง” เจินเจิน สหายคนสนิทชิงชิงพูดขึ้น

“เรื่องนี้ฉันว่ารอให้ถางถางมาอธิบายด้วยตัวเองดีกว่านะ ฉันไม่กล้าพูดหรอก” คำพูดกำกวมของชิงชิงยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือ

หล่อนพูดแบบนี้ก็เพื่อยืนยันว่าซูเสี่ยวถางไปกับคนขับรถบรรทุกหน้าบากไม่ผิดแน่ เพียงแต่ว่าทั้งสองจะไปทำอะไรกันนั้นหล่อไม่กล้าฟันธง แต่ถึงต่อให้ไม่ทำอะไรก็ยังดูไม่เหมาะสมอยู่ดี ชายหญิงไม่ควรอยู่กันสองต่อสอง เรื่องนี้ใครไม่รู้บ้าง

“ฉันคิดเอาไว้อยู่แล้ว หล่อนสวยขนาดนั้นไม่นานก็ต้องมีผู้ชายมาติดพัน แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้”

“ได้ยินหลิวเอ๋อร์บอกว่า ระหว่างที่เดินทางมาที่ค่ายเส็งเคร็งนี่ หล่อนก็ยั่วยวนผู้หมวดหน้านิ่งคนนั้น”

“ใช่ๆ เรื่องนี้ฉันเป็นพยานได้ ตอนแรกฉันยังคิดว่าฉันน่าจะคิดมากไปเอง แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าผู้หมวดคนนั้นมาชอบมาป้วนเปี้ยนอยู่ข้างซูเสียวถางอยู่ตลอด”

จากมีแค่ซูเสี่ยวถางกับคนขับรถบรรทุก ตอนนี้ลามไปถึงผู้หมวดหน้านิ่ง และเพื่อนปัญญาชนอีกหลายคนที่ชื่นชอบซูเสี่ยวถาง คนไหนเอ่ยปากก็จะถูกเอามาเป็นประเด็นพูดถึงสนุกปาก

“สงสารก็แต่หลิวหลิว อยู่ดีๆ ก็ถูกเขี่ยทั้งเสียอย่างนั้น” ชิงชิงมองหน้าเมิ่งหลิวด้วยสายตาสงสารเหลือประดา

“ฉะ ฉันเหรอ ไม่หรอกฉันไม่เป็นอะไร” เมิ่งหลิวหน้าซีด รู้สึกไม่ดีที่ได้ฟังเรื่องของซูเสี่ยวถาง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเค้าโครงความจริงอยู่บ้างเลยไม่ได้ช่วยแก้ตัว

“ขนาดนี้แล้วยังจะปกป้องหล่อนอีกหรือไง ตอนนี้ไปสนิทกับใครนะ เหอซิ่วใช่ไหม”

“ใช่ๆ อาซิ่วคนนี้ไม่มีพิษภัยอะไรหรอก ออกจะซื่อๆ ด้วยซ้ำ กลัวก็แต่จะไปตกหลุมพรางให้ซูเสี่ยวถางเอาเปรียบเหมือนที่ทำกับหลิวหลิวน่ะสิ” เจินเจินพูดใส่ไฟ

“ฉันไปเอาเปรียบเมิ่งหลิวตั้งแต่เมื่อไหร่” ทันใดนั้นเสี่ยวถางก็ปรากฏตัวขึ้น ในมือเธอยังถือข้าวของมากมายเข้ามา สร้างความตื่นตระหนกแล้วก็สนใจเธอมากยิ่งขึ้น

“เห็นหรือยังล่ะ ฉันพูดผิดที่ไหนว่าหล่อนเข้าไปในเมืองมา” เจินเจินพูดขึ้น พร้อมทั้งชี้ให้ดูหลักฐานที่อยู่ในมือของเสี่ยวถาง

หญิงสาวได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความไม่พอใจ “ฉันเข้าไปในเมืองแล้วมันจะทำไมในเมื่อวันนี้เป็นวันหยุด แล้วฉันก็ขออนุญาตออกนอกพื้นที่อย่างถูกต้อง”

“ใช่แล้วๆ หล่อนทำถูกต้องทุกอย่าง ใช่ไหมพวกเรา คิกๆ” เจินเจินหัวเราะชอบใจกับคำพูดของเสี่ยวถางที่เป็นเหมือนหลักฐานมัดตัว ทำเอาทุกคนที่อยู่ในบ้านพักต่างหัวเราะไปตามๆ กัน แล้วก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอจะต้องไปทำอะไรไม่ดีกับคนขับรถบรรทุกมาอย่างแน่นอน

“ถางถาง” อาซิ่วแตะแขนเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“ช่างเถอะ ไปพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องไปสนใจหรอก” เสี่ยวถางพยักหน้าเป็นเชิงบอกกับเพื่อนสาวว่าเธอไม่เป็นไร แล้วก็ไม่คิดจะเอาคำพูดของคนอื่นมาใส่ใจ

หลายวันผ่านไป ไม่ใช่แค่สายตาของเพื่อนๆ ในค่ายเท่านั้นที่มองเธอแปลกๆ แต่ยังมีสายตาของชาวบ้านที่นี่ด้วยที่เวลาเธอเดินผ่านก็มักจะหันหน้าเข้าหากันแล้วซุบซิบนินทา

“ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ ตกลงว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมคนพวกนั้นถึงมองเธอแบบนั้น” แม้แต่อาซิ่วก็ยังอดที่จะสงสารเพื่อนไม่ได้

“ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้สนใจ” เสี่ยวถางหยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ ทว่าระหว่างที่ทั้งสองกำลังเลิกงานและเดินกลับบ้านพักนั้น กลับมีเสียงของชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้น

“ใช่นางหนูคนนั้นหรือเปล่านางหลินที่กำลังคบหาดูใจกับอาเจิ้งลูกชายของหล่อนอยู่” เสียงของป้าท่านหนึ่งดังขึ้น พร้อมทั้งชี้มาทางเสี่ยวถาง

“เบาๆ หน่อยสิ อาเจิ้งยังไม่ได้พูดอะไร ฉันก็ยังไม่กล้าฟันธง" ป้าหลินชะเง้อหน้ามองเสี่ยวถางแล้วก็รีบหันกลับมา ท่าทางมีพิรุธของท่านทำให้หญิงสาวอดที่จะหันไปมองไม่ได้ สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินไปถามให้รู้เรื่อง เพราะไม่อย่างนั้นเธออาจจะทนอยู่กับสายตาที่คนอื่นมองเธอเป็นตัวตลก ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรผิด

“เดี๋ยวสิถางถาง นั่นเธอจะไปไหน” อาซิ่วรีบดึงแขนของเพื่อนสาวเอาไว้

“ก็จะเดินไปถามให้รู้เรื่องนะสิ ว่าคนที่พวกเขาพูดถึงอยู่ตอนนี้ใช่ฉันหรือเปล่า” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิด

“ฉะ ฉันว่าคงไม่ใช่หรอก ถ้าจำไม่ผิดคุณป้าท่านนั้นน่าจะเป็นแม่ของหลินเจิ้ง คนขับรถบรรทุกหน้าโหดคนนั้นจำได้หรือเปล่า” อาซิ่วกระซิบ

“อือ”

“พวกหล่อนกำลังชี้ว่าใครคือคนรักของหลินเจ้อ เพราะฉะนั้นจะเป็นเธอได้ยังไง”

คำพูดของอาซิ่วทำเอาเสี่ยวถางถึงกับนิ่ง เรื่องแค่นี้ทำไมเธอถึงคิดไม่ได้ พอรู้แบบนี้ก็ไม่คิดที่จะสนใจ ก่อนจะกลับบ้านก็เลือกที่จะเดินไปลำธารท้ายหมู่บ้าน ตั้งใจว่าจะไปสระผมก่อนแล้วค่อยกลับ

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเดินไปถึง ก็ถูกผู้ชายตัวใหญ่ที่ชื่อหลินเจิ้งเดินมาขวางเอาไว้ด้วยสีหน้าเครียดขรึม เขาจ้องหน้าเธอด้วยสายตาแปลกใจ เพราะนอกจากหล่อนจะไม่ต่อว่าที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียงแล้วนั้น ยังทำหน้างงเมื่อเห็นเขาอีกด้วย

“มีอะไรคะ” เสี่ยวถางถามออกไปตรงๆ จะมีก็แต่เธอเท่านั้นที่ดูไม่กลัวเขาเลย

“ขอคุยด้วยหน่อย”

“มีเรื่องอะไรคะ พูดตรงนี้เลยก็ได้พอดีฉันรีบ” เธอยืนกอดอกมองหน้าเขานิ่ง

“แน่ใจเหรอว่าจะคุยตรงนี้” เขามองไปรอบๆ ซึ่งตอนนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังหยุดดูพวกเขาอยู่

“ฉันกับอาซิ่วกำลังจะไปลำธารท้ายหมู่บ้าน คุณค่อยหาทางไปเจอพวกเราที่นั่นก็แล้วกัน รู้ใช่ไหมว่าจะต้องไปยังไง” เธอถามกำกวม หวังว่าเขาจะไม่โง่เดินตามเธอมาก็พอ

“อืม” ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินสวนไปอีกทาง ทำให้คนที่หยุดยืนดูถึงกับส่ายหน้า เริ่มไม่มั่นใจว่าข่าวลือที่พูดกันหนาหูเป็นเรื่องจริงกี่ส่วนกันแน่

 

หลังจากมาถึงลำธารเสี่ยวถางก็ลงไปในแม่น้ำ โดยไม่สนใจเลยว่าหลินเจิ้งจะมาตามนัดหรือไม่มา เพราะคนที่อยากคุยคือเขาไม่ใช่เธอ

หญิงสาวหยิบเอายาสระผมที่พกมาด้วยขึ้นมาสระ ทั้งยังใจดีแบ่งให้อาซิ่วลองใช้ และแน่นอนว่าจุดประสงค์ของเธอคือต้องการจะขายนั่นเอง

“หอมมาก” อาซิ่วดวงตาเป็นประกายเมื่อได้กลิ่นหอมของยาสระผม

“อืม รีบสระเถอะก่อนที่คนอื่นจะมากวนให้น้ำขุ่น” เธอเร่ง เพราะอีกเดี๋ยวชาวบ้านก็จะมาอาบน้ำ ซักผ้า แล้วก็อีกมากมายเพราะลำธารสายนี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของหมู่บ้านแห่งนี้

ทว่าหลังจากที่ทั้งสองคนสระผมเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็เดินออกมาพร้อมกับถังน้ำในมือสองถัง มองเผินคงคิดว่าเขากำลังมาตักน้ำ

หลินเจิ้งเดินมาที่ลำธาร แล้วจุ่มถังลงไปในเมื่อน้ำ แล้วก็พูดขึ้นว่า “ได้ยินข่าวลือบ้างหรือยัง” เขามั่นใจว่าเธอน่าจะรู้ เพราะต้นตอของข่าวลือคือมาจากบ้านพักในค่าย อีกทั้งเขายังอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่ปล่อยข่าวอาจจะเป็นเธอเสียด้วยซ้ำ

“ข่าวอะไรคะ” เสี่ยวถางทำหน้างง

ทว่ายังไม่ทันที่หลินเจิ้งจะบอก กลับมีคนกลุ่มใหญ่เดินมาทางพวกเขา ตามด้วยเสียงตะโกนของลู่เจินเจินที่รีบวิ่งเข้ามาชี้หน้าซูเสี่ยวถาง

“เห็นหรือยังล่ะ ฉันไม่ได้โกหกว่าพวกเขานัดพบกัน”

“จริงด้วย”

เป็นไปได้ยัง"

“นั่นสิเป็นไปได้ยังไง หล่อนเอาสมองส่วนไหนคิดเขาเทียบผู้หมวดหน้าหล่อคนนั้นไม่ติดเสียด้วยซ้ำ”

ทว่าขณะที่พวกเธอกำลังวิจารอยู่นั้น ก็ไม่ทันสังเกตว่าคนตัวโตกำลังกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ เขารู้ว่าเขาไม่คู่ควร แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะอาจเอื้อมแม้สักครั้ง แล้วทำไมถึงยังมีข่าวลือไร้สาระพวกนี้อีก

 

 

พวกนางตัวดี เดี๋ยวจะโดนฟาดหน้าแหก