LNCrawler

ไม่ขัดข้อง

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ไม่ขัดข้อง

 

หลินเจิ้งที่ยังมึนงงอยู่ แต่ก็ยอมทำตามผู้เป็นแม่สั่ง เขารีบสาวเท้าก้าวยาวๆ ไปบอกพี่สะใภ้ใหญ่ให้ทำอาหารจานเนื้อ ถึงขั้นลงทุนเชือดไก่ในเล้า

“นะ น้องรอง แขกที่ไหนจะมาบ้านของพวกเราเหรอ ทำไมถึง" พี่สะใภ้ใหญ่หลินเห็นน้องชายสามีหิ้วไก่ที่ถูกเชือดแล้วส่งมาให้ก็ตกใจ

“แขกคนสำคัญของแม่น่ะครับ พี่รีบทำเถอะก่อนที่จะไม่ทัน” เขาไม่ได้พูดอะไร แต่บอกให้อีกฝ่ายเร่งมือ

“ดะ ได้ๆ จะรีบทำเดี๋ยวนี้แหละ สะใภ้สามมาช่วยกันเร้วเข้า”

บ้านหลินมีลูกด้วยกันทั้งหมด 3 คน โดยมีหลินข่ายเป็นพี่คนโต อายุ 25 ปี แต่งงานมีลูกสาว 1 คน ชื่อหลินอ้ายหมี่ ปีนี้อายุ 3 ขวบ หลินเจิ้งเป็นลูกชายคนรอง อายุ 23 ปียังไม่แต่งงาน ก่อนหน้านี้เขาเป็นหทาร แต่เพราะได้รับบาดเจ็บขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ จึงถูกส่งตัวกลับบ้านเกิดและให้ทำงานในคอมมูน ส่วนลูกชายคนเล็กของบ้านชื่อหลินเฉวียน อายุ 20 ปี แต่งงานมีลูกชาย 1 คนชื่อหลินชิงไป๋ อายุ 1 ขวบ

 

ทางด้านซูเสี่ยวถานรับปากแม่หลินแล้วว่าจะไปกินมื้อเย็นที่บ้านของท่าน แม้จะรู้สึกมึนงงนิดหน่อย แต่ในเมื่อเธอบริสุทธิ์ใจทำไมจะต้องกลัว

“ถางถาง แน่ใจนะว่าจะไปกินข้าวที่บ้านหลิน” อาซิ่วถามด้วยความเป็นห่วง

“แน่ใจสิ ไม่มช่แค่ฉันหรอกนะ เพราะเธอก็ต้องไปเป็นเพื่อนฉันด้วย” เสี่ยวถางบอกกับเพื่อนสนิท

“ฉันเหรอ แต่ว่าพวกเขาไม่ได้ชวนฉันนะ ถ้าไปพวกเขาจะหาว่าฉันเห็นแก่กินหรือเปล่า”

“เธอไปในฐานะเพื่อนของฉัน ถ้าพวกเขาใจแคบขนาดนั้นพวกเราก็แค่กลับ” เสียวถางพูดอย่างเด็ดขาด

“อื้อ ถ้างั้นฉันก็จะไปเป็นเพื่อน” เดิมทีก็กลัวว่าจะมีข่าวลือไม่ดีเกิดขึ้นอยู่แล้ว เหอซิ่วเลยคิดว่าถ้ามีเธอไปด้วย บางทีคนอื่นๆ อาจจะไม่คิดอะไร

 

ทางด้านลู่เจินเจินตอนนี้กำลังรอฟังอยู่ว่าเจ้านายคนใหม่จะใช้ให้เธอทำอะไร แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายกลับให้เธอกลับไปพักผ่อน เพราะเจ้าตัวมีธุระ

“เจินเจินเธอเป็นยังไงบ้าง ซูเสี่ยวถางแกล้งอะไรเธอหรือเปล่า” ชิงชิงที่เห็นเพื่อนเดินเข้าบ้านมาก็รีบเดินมาดึงแขนดักเอาไว้เสียก่อน

“เปล่า” ทว่าเจินเจินกลับดึงแขนตัวเองออกมา โดยไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะทำหน้ายังไง

“เจินเจินเธอเป็นอะไรไปเหรอ อย่าบอกนะว่ากำลังไม่พอใจฉันอยู่”

“ก็แล้วมันน่าไหมล่ะ ฉันอุตส่าห์ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เธอ เพื่อหาจังหวะเล่นงานซูเสี่ยวถาง แต่ทำไมวันนี้มันถึงกลายเป็นว่าฉันทำอยู่คนเดียว ส่วนเธอกลับลอยนวล” หญิงสาวพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ

“เจินเอ๋อร์ ฉันไม่ชอบหน้าซูเสี่ยวถางคือเรื่องจริง แต่ฉันก็ไม่เคยบอกให้เธอลงมือเล่นงานหล่อนนะ กลับเป็นเธอเองไม่ใช่เหรอที่พูดเรื่องพวกเขาสองคนขึ้นมาก่อน ทั้งที่ฉํันบอกไปแล้วว่าฉันไม่รู้ว่าระหว่างสองคนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

“งั้นเหรอ หมายความว่าที่ผ่านมาฉันจุ้นจ่านเองสินะ แต่ไม่เป็นไรหรอกนะหลี่ชิ่วชิง วางใจเถอะเพราะต่อไปนี้ฉันจะไม่หลงกลคำพูดของหล่อนอีกแล้ว”

พูดจบหญิงสาวก็เดินชนไหล่ของอีกฝ่ายกลับไปที่เตียง ซูเสี่ยวถางพูดถูก คนเราจะดูกันก็ต้องดูตอนที่ล้มนี่แหละ ใครที่อยู่เคียงข้างก็คือเพื่อนแท้ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะหาเพื่อนแท้ในค่ายแห่งนี้เห็นจะยาก

หลี่ชิ่วชิงยิ้มมุมปาก เพราะตัวเธอก็กำลังหาทางสลัดคนโง่เง่าอย่างลู่เจินเจินออกไปจากชีวิตอยู่พอดี คนที่ดีแต่ใช้ปากโวยวายโดยไม่ใช้สมอง ยังไงก็ไม่มีทางทำงานใหญ่สำเร็จ ทว่าสายตาคู่สวยกลับมองไปยังหญิงสาวที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง เมิ่งหลิวต่างหากถึงจะเหมาะที่จะกำจัดซูเสี่ยวถาง

สาเหตุที่เธอต้องกำจัดซูเสี่ยวถางไม่ให้หล่อนมีหน้ามีตาในค่ายแห่งนี้ นั่นเป็นเพราะบังเอิญได้ยินมาว่า ที่โรงเรียนประจำตำบลกำลังต้องการครูอัตราจ้างให้ไปสอนเด็กเล็ก ถ้ามองแค่ภายนอกคนที่เหมาะสมที่สุดก็คงหนีไม่พ้นซูเสี่ยวถาง เพราะหล่อนเป็นถึงนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่การที่จะเป็นครูได้ก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีก่อน เธอถึงตั้งใจเล่นงานให้ชื่อเสียงของอีกฝ่ายเสียหาย จนไม่ผ่านคุณสมบัติข้อนี้

 

ทางด้านซูเสี่ยวถางทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเร็วๆ นี้จะมีการคัดเลือกครูอัตราจ้างให้ไปสอนเด็กเล็กที่โรงเรียนประจำตำบล เพียงแต่เธอไม่มีความอดทนมากพอที่ไปฟังเด็กร้องไห้คิดถึงแม่ หรือคอยล้างก้นให้เด็กที่ขี้ใส่กางเกง หรือแม้แต่ฉี่รดที่นอน ไม่งั้นตำแหน่งนี้จะเปิดรับสมัครอยู่เรื่อยๆ หรือ

“ไปกันเถอะ”

หลังจากที่กลับบ้านพักมาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว สองสาวก็มุ่งหน้าไปยังบ้านหลิน แน่นอนว่าพวกเธอไม่รู้จัก อาศัยเดินตามทางที่แม่หลินเคยบอกเอาไว้ก่อนที่จะแยกย้ายกันมาทำธุระ

สองสาวเดินมาจนถึงทางแยก ลังเลว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาดี เสี่ยวถางไม่ได้ตั้งใจฟังด้วยซ้ำว่าบ้านของคนชวนอยู่หลังไหน

“เลี้ยงซ้ายหรือเปล่านะ ฉันลืมแล้ว” อาซิ่วเกาหัวด้วยความสับสน

“งั้นก็ไปซ้ายแล้วกัน” เสี่ยวถางสรุป เพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องเลี้ยวทางไหน

ทว่าพอเดินมาได้ไม่นานก็เห็นแม่หลินมายืนรออยู่หน้าบ้าน พอท่านเห็นสองสาวก็ยิ้มกว้าง รีบเดินออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ

“นึกว่าจะมาไม่ถูกเสียแล้ว คนในเมื่องนี่ความจำดีจริงๆ เลยนะ” แม่หลินเอยชม พร้อมกับเดินมาจูงมือเสี่ยวถางให้เข้าไปในบ้าน

“ฉันต่างหากที่เป็นคนพามา” อาซิ่วแย้งเสียงเบา แต่ก็ยังยอมเดินตามหลังสองคนนั้นเข้าไปในบ้าน

เมื่อเข้ามาในบ้านแล้วก็ต้องตกใจกับสภาพบ้านหลิน มันดูดีกว่าที่คิดเอาไว้มาก แม้แต่บ้านผู้นำหมู่บ้านก็ยังไม่ดูดีเท่านี้

“หลังใหญ่ใช้ได้เลยนะ” อาซิ่วกระซิบข้างหูเสี่ยวถาง ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังนั่งอยู่ห้องรับแขก รอให้ทางเจ้าบ้านจัดโต๊ะอาหารให้เสร็จอยู่

“ตามสบายนะ อีกเดี๋ยวเดียวก็ได้กินมื้อเย็นกันแล้วล่ะ” แม่หลินพูดยิ้มๆ ท่านมองหน้าเสี่ยวงถางด้วยสายตาชื่นชม “คนในเมืองนี่หน้าตาดียังไม่พอ ผิวพรรณก็ยังดีอีกด้วย”

แม้ว่าท่านจะเป็นคนผิวขาว แต่ก็ไม่เรียบเนียนเท่าซูเสี่ยงถาง นั่นเป็นเพราะหล่อนไม่ได้ตากแดดทำงานหนักเหมือนกันกับท่าน “คนแบบนี้แหละถึงจะคู่ควรกับลูกรอง” แม่หลินได้แต่คิดคนเดียวในใจ

ไม่นานก็เด็กหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาตาม บอกว่าแม่ของเธอตั้งโต๊ะเสร็จแล้ว ให้ไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร

บ้านหลินเป็นบ้านชั้นเดียวก็จริง แต่มีลานบ้านแล้วก็พื้นที่รอบๆ บ้านกว้างใหญ่พอสมควร ลักษณะบ้านเป็นรูปพระจันทร์โค้งครึ่งเสี้ยว และโถงตรงกลางคือห้องรับแขก ถัดมาอีกห้องคือห้องกินข้าว แล้วถึงจะเป็นห้องครัว

“บ้านหลินนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ มีแท้กระทั่งห้องกินข้าว” อาซิ่วกระซิบ เธอรู้ว่าบ้านในแถบชนบทจะมีพื้นที่กว้างมากกว่าบ้านในเมือง แต่ก็ไม่คิดว่าบ้านหลินจะใหญ่ขนาดนี้

ทว่าหลังจากที่สองสาวนั่งได้ไม่นาน สมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านต่างก็เดินเข้ามาพร้อมทั้งทักทายด้วยสีหน้าเป็นมิตร เว้นก็แต่หลินเจิ้งที่ทำหน้านิ่งตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้แล้ว

แม่หลินทำหน้าที่แนะนำทุกคนให้รู้จัก สะใภ้บ้านหลินเป็นงานและดูออกว่าแม่สามีหมายตาสาวคนไหนให้ลูกชายคนโปรดของท่าน

“ถางเม่ย กินเยอะๆ นะ” พี่สะใภ้ใหญ่หลินตักน้ำแกงส่งให้ ในถ้วยนั้นมีไก่ชิ้นใหญ่อยู่ด้วย

“ขอบคุณแม่เป่าเอ๋อร์” หญิงสาวรับถ้วยแกงมาแล้วเอ่ยขอบคุณ

“ตามสบายนะ” พ่อหลินเป็นคนนิ่งๆ ท่านไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่มาถึงโต๊ะอาหาร

เสี่ยวถางไม่คีบอาหารจานอื่นเลย นอกจากผัดผักที่อยู่ตรงหน้า หลินเจิ้งเห็นแบบนั้นก็ใช้ตะเกียบคู่ใหม่คีบปลาใส่ไปในถ้วยข้าวของเธอ

“ขอบคุณค่ะ” เสี่ยวถางเงยหน้าขึ้นมอง แต่กลับเห็นเขาก้มหน้าก้มตากินข้าว ไม่สนใจเธอที่ทำหน้างงเลยสักนิด

ต่างจากแม่หลินที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มั่นใจแล้วว่าลูกชายไม่รังเกียจหญิงสาวคนนี้แน่ ท่านเลยลงมือดูแลเป็นพิเศษเพื่อให้เขาเห็นว่าท่านไม่ขัดข้องอะไรหากลูกสะใภ้รองจะเป็นซูเสี่ยวถาง