LNCrawler

อยู่ห่างจากคนหล่อ

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

อยู่ห่างจากคนหล่อ

 

หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ แม่หลินก็รั้งให้ทั้งสองอยู่ดื่มน้ำชาต่อ โดยใจป้ำเอาขนมชื่อดังที่ลูกชายซื้อมาฝากจากต่างเมืองเอามาให้แขกคนสำคัญได้ชิม

“อร่อยมากเลยค่ะ” อาซิ่วพูดตามความจริง

“งั้นเหรอ ถ้างั้นก็กินเยอะๆ นะ ว่าแต่ทำไมเสี่ยวถางไม่กินล่ะ ไม่อร่อยเหรอ” แม่หลินถามด้วยความเอาใจใส่

“เปล่าหรอกค่ะ แต่ว่าฉันไม่ค่อยชอบขนมหวานเท่าไหร่”

เธอตอบไปตามความจริง นั่นทำให้สะใภ้เล็กของบ้านถึงกับมองบนด้วยความไม่ชอบใจ เดิมทีก็ไม่ค่อยชอบหน้าคนเมืองอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอคนเรื่องมากแบบซูเสี่ยวถาง กลายเป็นว่าความคิดกับคนในเมืองของเธอยิ่งติดลบขึ้นไปอีก

“ขอ” หลินอ้ายหมี่ยื่นมือออกไปขอขนมเมื่อได้ยินว่าคุณอาคนสวยไม่ชอบกิน

“ได้สิจ๊ะ” เสี่ยวถางยิ้มก่อนจะตักขนมป้อนใส่ปากเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู

ทว่าหลานชายเล็กก็ร้องไห้งอแง อยากจะกินขนมเหมือนพี่สาว ติดที่เสี่ยวถางไม่กล้าป้อนเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยังเด็กเกินไป

สะใภ้สามหลินเห็นแบบนั้นก็ไม่พอใจ “สองมาตรฐานชัดๆ”

“ว่ายังไงนะคะ” เสี่ยวถางถามกลับ ไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายพูดถึงตัวเองหรือเปล่า แต่ถ้าไม่โง่จนเกินไปก็น่าจะเป็นแบบนั้น

“แม่ไป๋เอ๋อร์ อย่าเสียมารยาทกับแขก” พ่อหลินที่นั่งเงียบตั้งแต่ต้นพูดปรามลูกสะใภ้

“ก็มันจริงนี่คะพ่อ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าไป๋เอ๋อร์ร้องอยากกิน แต่ทำไมหล่อนถึงทำเป็นมองไม่เห็น ทั้งที่หมี่เอ๋อร์โตกว่าลูกของฉันอีก”

“หมายถึงฉันสินะคะ” เสี่ยวถางยิ้มมุมปาก ก่อนจะพูดต่อว่า “ที่ฉันนิ่งเป็นเพราะฉันไม่รู้ว่าลูกชายของคุณอายุเท่าไหร่แล้ว กินขนมที่มีน้ำตาลพวกนี้ได้หรือเปล่า อีกอย่างฉันก็ไม่รู้วิธีป้อนเด็กเล็ก เกิดขนมติดคอลูกคุณขึ้นมาฉันไม่ซวยเหรอ”

“ใช่แล้วๆ เสี่ยวถางพูดมีเหตุผล แม่ไป๋เอ๋อร์พาลุกชายเธอเข้าไปในห้องก่อนเถอะ ดึกมากแล้วไม่ต้องให้กินขนมหรอก” แม่หลินรีบไล่ลูกสะใภ้คนเล็กให้กลับเข้าห้องไป ก่อนที่อีกฝ่ายจะหาเรื่องชวนทะเลาะ จนทำให้ว่าที่ลูกสะใภ้รองของท่านไม่พอใจคนบ้านหลินขึ้นมาแล้วจะยุ่ง

“เฮอะ คุณมันก็ดีแต่นั่งนิ่ง ไม่รู้จักมีปากมีเสียงเพื่อลูกเมียบ้างเลย ไร้ความสามารถ” สะใภ้สามหลินหันไปแหวใส่สามีที่เขานั่งนิ่งตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ยอมเอ่ยปากช่วยพูด

“นี่คุณ รอผมด้วย” น้องสามหลินรีบลุกขึ้นเดินตามภรรยาและลูกกลับเข้าห้องของพวกเขาไป

“เอ่อ อย่าไปถือสา หล่อนยังเด็กเลยยังควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้” พี่หลินออกปากแทนลูกสะใภ้

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เธอคงจะเป็นห่วงความรู้สึกของลูกมากเกินไป” มีแม่ที่ไหนที่อยากจะเห็นลูกตัวเองอด เรื่องนี้พอเข้าใจได้

“เสี่ยวถางของเราใจกว้างจริงๆ ฉันดูคนไม่ผิดจริงๆ” แม่หลินได้ยินแบบนั้นท่านก็ยิ่งชื่นชอบว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้เข้าไปใหญ่

“เอ่อ นี่ก็ดึกมากแล้วฉันคงต้องขอตัวจริงๆ สักที” เสี่ยวถางไม่อยากอยู่ต่อ ที่มาก็เพราะมาเป็นมารยาทเท่านั้น ไม่ได้สนิทสนมกับอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย

“ได้ๆ ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้วรีบไปพักเถอะ อาเจิ้งเดินไปส่งน้องเสียสิ” แม่หลินจัดแจงให้ลูกชาย

“ไม่ต้องหรอกค่ะ พวกเราเดินกลับเองได้” อาซิ่วรีบปฏิเสธ เพราะเธอไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้หลินเจิ้งสักเท่าไหร่ รอบๆ ตัวเขาเหมือนมีไอเย็นบางอย่างแผ่ออกมา รู้สึกขนลุกวูบวาบทุกครั้งที่เข้าใกล้

“เอางั้นเหรอ” แม่หลินหน้าเจื่อนที่ถูกปฏิเสธแบบไม่เหลือเยื่อใย

เสี่ยวถางเห็นสีหน้าเจื่อนๆ ของแม่หลินก็ช่วยเพื่อนพูดแก้ต่างว่า “ดึกมากแล้ว เดินไปส่งกันไปมาก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เจิ้งเกอจะได้พักผ่อน อีกอย่างที่นี่กับบ้านพักก็ไม่ไกลกันมาก พวกเราเดินกลับสะดวกกว่าค่ะ”

“เอางั้นก็ได้ ถ้างั้นให้พี่เขาเดินไปส่งหน้าบ้านก็แล้วกัน” แม่หลินได้ฟังแบบนี้แล้วก็ยิ้มออก คำพูดของถางถางน่าฟังเป็นไหนๆ

“เชิญ” หลินเจิ้งลุกขึ้นยืน ก่อนจะผายมือเชิญให้สาวๆ เดินออกจากบ้านไปก่อน ส่วนเขาก็เดินตามมาอย่างเงียบๆ

เมื่อถึงหน้าประตูเขาก็หยุดตามที่อีกฝ่ายบอก คือส่งแค่หน้าประตูก็พอ เสี่ยวถางหันมามองอีกฝ่าย แต่ก็จนใจเพราะไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ

“งั้นฉันไปก่อนนะคะ ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้”

“อืม” ชายหนุ่มพยักหน้าตอบ แต่ไม่รู้จะพูดอะไร เขาทำเพียงยืนส่งเธออยู่แบบนั้น จนกระทั่งสองร่างเดินหายลับสายตาถึงยอมกลับเข้าบ้าน

แต่ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นผู้เป็นแม่ยืนยิ้มอยู่ทางด้านหลัง เขารู้ว่าแม่ของเขากำลังวางแผนทำอะไร น่าแปลกที่ตัวเขากลับไม่คิดห้ามปราม

“ชอบใช่ไหมล่ะ” แม่หลินถามยิ้มๆ

“ชอบอะไรครับ” ชายหนุ่มถามหน้าตาย ทำเป็นไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้เป็นแม่ถาม

“ก็สาวในเมืองคนนั้นไง ถางถาง ชอบใช่ไหม”

“แม่ ผมเปล่าสักหน่อย” เขาตอบเสียงสูง พร้อมทั้งลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ

“เอาเถอะๆ ไม่ต้องรีบตอบตอนนี้ก็ได้ แต่แม่ว่าแม่ชอบถางถางนะ หล่อนดูจริงใจไม่เสแสร้งดี ตรงไปตรงมา ที่สำคัญคือสวยมาก”

“อืม สวย” ชายหนุ่มเคลิ้มไปกับคำพูดของผู้เป็นแม่ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อรู้ตัวว่าถูกล่อลวงให้พูดความในใจ

ส่วนแม่ลหินนั้นตอนนี้หัวเราะร่วน ที่หลอกให้ลูกชายพูดความจริงได้สำเร็จเร็จ

“หลินเจิ้งเอ๋ยหลินเจิ้ง แม่เลี้ยงแกมาตั้งแต่แบเบาะ ทำไมจะไม่รู้จักนิสัยของแก ถ้าแกไม่ชอบป่านนี้ก็คงไล่ตะเพิดสองสาวนั่นไปแล้ว ก่อนหน้านี้แม่ยังไม่มั่นใจว่าคนไหน แต่ตอนนี้มั่นใจเต็มสิบส่วนแล้วว่าต้องใช่ถางถางไม่ผิดตัวแน่”

“ไปกันใหญ่แล้ว แม่เป็นคนชวนเธอมาเกี่ยวอะไรกับผม" ชายหนุ่มส่ายหน้าเอือมระอา พร้อมทั้งเดินเลี่ยงกลับเข้าห้องของตัวเองไป ทิ้งให้ผู้เป็นแม่ยิ้มชอบใจอยู่หน้าบ้านคนเดียว

 

หลายวันผ่านไป ซูเสี่ยถางกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ที่เพิ่มเข้ามาคือเริ่มมีคนสนใจลูกกลิ้งกำจัดกลิ่นตัวจากเธอมากขึ้น ทั้งหมดเป็นเพราะอาซิ่วเป็นคนช่วยประชาสัมพันธ์

“ถางถาง ขายให้ฉันเถอะนะ ฉันรับปากว่าจะไม่ถามถึงที่มา แล้วก็จะไม่บอกใครว่าได้มาจากที่ไหน”

“ใครบอกเธอล่ะว่าฉันมี” เสี่ยวถางถามลองใจ

“ก็อาซิ่วไง”

“ฉันไม่มี” พูดจบหญิงสาวก็เดินหนีไป ไม่เชื่อคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าหากคนที่กุมความลับได้อยู่จริงๆ จะต้องไม่แพร่งพรายตั้งแต่รู้ว่าใครเป็นคนบอกแล้ว เพราะต่อให้ไม่บอกก็ย่อมรู้ดีกันแก่ใจว่าเอามาจากไหน

แต่ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่พูดตามจุดประสงค์ที่เธอต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ได้ก็มักจะเป็นประเภทที่ไม่ชอบยุ่งชาวบ้าน ก้มหน้าก้มตาทำงาน

จนกระทั่งวันเวลาล่วงเลยมาถึงวันหยุดประจำเดือนอีกครั้ง เสี่ยวถางตั้งตารอให้ถึงวันหยุดนี้ที่สุด เพราะเธอจะได้เอาของไปปล่อยที่ตลาดมืด

ทว่าครั้งนี้เธอไม่ได้ไปรถบรรทุกของหลินเจิ้ง เนื่องจากว่าเขาขนของไปส่งต่างเมือง แต่เธอขอติดรถไถของคอมมูนที่ออกไปรับปุ๋ยพอดี

“ถางถาง จะไปเอาของอีกแล้วเหรอ” อาซิ่วกระซิบถาม วันนี้เธอไม่ได้ไปด้วยเพราะไม่รู้จะไปซื้ออะไร ออกไปแต่ละครั้งก็มีแต่เสียเงิน ไม่สู้อยู่นอนพักเอาแรงที่บ้านดีกว่า

“อือ ถ้าใครถามก็บอกว่าฉันไปส่งจดหมายหาคนที่บ้านนะ”

“ได้ ไม่ต้องห่วง”

หลังจากตกลงกันได้แล้ว เสี่ยวถางก็เดินทางเข้าไปในเมือง มีสหายคนอื่นๆ ขอติดรถเข้าไปในเมืองด้วยจำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นคือหยางเหว่ย หนุ่มหล่อประจำค่ายที่สาวๆ หลายคนหมายปอง

"เขายิ้มทักทายเธอ ก่อนจะขึ้นมานั่งบนรถไถ คนอื่นๆ ต่างแย่งกันนั่งข้าง ไม่ก็นั่งใกล้เขา จะมีก็แต่เสี่ยวถางเท่านั้นที่นั่งห่าง ชาตินี้เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนหล่อ รักคนหล่อมีแต่เจ็บกับเจ็บ ไม่สู้คบคนหน้าตาธรรมดาๆ ดีกว่าไม่มีคนแย่ง

 

 

อ้าวลู๊ก ก ก ทำไมคิดแบบน้า น นน น น แม่ยกใจคอบ่ดีนะ อิอิ