LNCrawler

ด้วยเกียรติของทหาร

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ด้วยเกียรติของทหาร

 

โจวเฉวียนเวลานี้ควรนอนพักในโรงแรมสวัสดิการ ทว่าเขากลับเดินเท้ามาที่หมู่บ้านบนเขา ลาดตระเวนเขาทั้งลูกก็เคยทำมาแล้ว นับประสาอะไรกับการเดินเท้ามาในครั้งนี้

ขณะที่ซูเสี่ยวถางกำลังนอนหลับอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงกุญแจถูกไขดังแกร็ก ตามด้วยเงาดำของคนร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า บนตัวของเขายังมีไอเย็นที่แผ่ขยายมาหาเธอจนน่าขนลุก

หญิงสาวสะดุ้งตัวตกใจตื่นพร้อมทั้งร้องถามเสียงหลง “นั่นใครคะ”

“ชู่ว อย่าเสียงดัง ผมเอง” มือเย็นเอื้อมมาปิดปากของเธอเอาไว้ ทว่าอ้อมกอดของเขากลับอบอุ่นจนน่าแปลกใจ

“อื้อๆ” เสี่ยวถางร้องอู้อี้ รู้สึกคุ้นเสียงอย่างบอกไม่ถูก

“แน่ใจนะว่าถ้าปล่อยมือแล้วจะไม่ร้องจนคนอื่นวิ่งกรูกันเข้ามา” เขาถามลองเชิง เห็นเธอพยักหน้าอย่างว่าง่ายก็เลยลองครายมือออก

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะปล่อยออกจนหมด เจ้าตัวก็งับเข้าที่ฝ่ามือของเขาอย่างแรง ชายหนุ่มกัดฟันกรอด พูดเสียงลอดไรฟันว่า “ซี้ด เป็นหมาหรือไง ถ้าขืนยังดื้ออีกจะใช้อย่างอื่นปิดปาก" พอเขาพูดแบบนี้เขี้ยวคมที่ฝังในฝ่ามือของเขาก็ค่อยๆ คลายออก

“เด็กดี” เขาใช้มือข้างหนึ่งลูบผมของเธอเบาๆ ก่อนจะหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุด เพื่อให้อีกฝ่ายได้เห็นหน้าชัด

ทันทีที่ภาพของคนตรงหน้าฉายชัด ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้าง เปล่งประกายจนเขาอดใจสั่นไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ช่างขยันใช้ความสวยล่อลวงคนเสียจริง

“จำได้หรือยัง” น้ำเสียงทุ้มถามขึ้นอีกครั้ง

“อื้อ"หญิงสาวพยักหน้าหงึกๆ อย่างว่าง่าย พอเขาปล่อยมือเธอก็ทำได้เพียงเบะปากแล้วร้องไห้ออกมา

ต่อให้ตัวเองจะมีมิติ มีของกินมากมาย แต่ใครจะไปทนนอนอยู่กับกองอาจมของตัวเองได้ ในน้องเป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมที่มองไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่มีห้องน้ำ มีเพียงเตียงไม้เก่าๆ ถ้ายอู่นานกว่านี้อีกหน่อยกลัวว่าเธออาจจะเป็นบ้าแล้วก็ได้

“ไม่ต้องร้อง ผมมาช่วยแล้ว”

“ฮือ”

เสี่ยวถางโผเข้ากอดเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือเธอกลัวและดีใจในเวลาเดียวกัน มั่นใจว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้ง แต่แค่ไม่รู้ว่าศัตรูคือใครก็เท่านั้น

โจวเฉวียนทำตัวไม่ถูก ตั้งตัวไม่ทัน ไม่ผิดว่าอีกฝ่ายจะโผเข้ามากอดเขาซึ่งๆ หน้าแบบนี้ ทว่าเท่าที่เขาจำได้ ไม่ใช่ว่าวันนี้เข้าวันที่ห้าไปแล้วเหรอที่เธอถูกขัง แต่ทำไมเขากลับได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาจากตัวของอีกฝ่าย คล้ายกับว่าเจ้าตัวอาบน้ำสระผมทุกวัน

“ฉะ ฉันกลัวมากเลยค่ะ ฉันนึกว่าจะตายอยู่ที่นี้เสียแล้ว” เสี่ยวถางร้องไห้สะอึกสะอื้นโอบกอดรอบคอของเขาเอาไว้แน่น กลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วเขาจะหายไป หรือไม่ก็ทิ้งให้เธออยู่ที่นี่คนเดียว ทางที่ดีคือต้องกอดเอาไว้แน่นไม่ยอมให้หนีไปไหนได้เด็ดขาด

“เอาล่ะ เลิกร้องไห้แล้ว" โจวเฉวียนจนใจ ทำได้เพียงนั่งนิ่งให้อีกฝ่ายกอดอยู่แบบนั้น แม้ว่าจะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกแล้วก็ตาม ยิ่งเขาขยับ เธอก็ยิ่งรัดเขาแน่นขึ้น ไม่รู้ต้องทำยังไงสุดท้ายเลยต้องกอดเธอตอบแล้วลูบหลังเบาๆ อีกฝ่ายถึงดูอ่อนลง ค่อยๆ คลายแรงกอดออก

“เด็กดี ไหนเล่ามาสิว่าเกิดอะไรขึ้น” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง เสี่ยวถางได้ยินแบบนั้นก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง

นายทหารหนุ่มฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว “ทำไมไม่บอกพวกเขาล่ะว่าถ่านกระสอบนั้นผมเป็นคนให้”

“ก็ฉันกลัวคุณเดือดร้อนนี่คะ” เธอพูดเสียงสะอื้น แต่ยังนอนซบอยู่ในอ้อมกอดของเขา รู้สึกว่าหน้าอกของเขาคือพื้นที่ปลอดภัยในเวลานี้

“ถ้าผมกล้าให้ ก็แสดงว่าผมไม่กลัวตัวเองเดือดร้อน ถ่านกระสอบนั้นผมใช้เงินของตัวเองซื้อมา เกี่ยวอะไรกับคอมมูน”

“แต่วันนั้นคุณไม่ได้บอกอะไรฉันเลย ถ้าเกิดฉันพูดพาดพิงถึงคุณ แล้วคุณมารู้ทีหลังจะไม่ด่าฉันว่าเนรคุณหรอกเหรอ”

“แล้วตอนนี้ผมด่าคุณสักคำหรือยังล่ะ” เขาถามกลับเสียงนิ่ง ฟังดูก็รู้ว่ากำลังใช้ความพยายามคุยกับคนขวัญเสียอยู่

“นั่นสิ ทำไมคุณไม่ด่าฉันละคะ คุณเชื่อฉันไหมคะว่าฉันไม่ใช่ขโมย"

ตอนนี้เธอไม่อาจรู้ได้ว่ายังจะมีใครอยู่เคียงข้างเธอบ้าง เพราะไม่รู้ว่าข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง เธอไม่รู้อะไรเลยนั่นยิ่งทำให้รู้สึกเครียดเพิ่มขึ้นไปอีก

“อืม” เขาขานรับในลำคอ ยังคงลูบหลังของเธอเบาๆ ต่อไป

เสี่ยวถางฟังแล้วก็หน้ามุ่ย เงยขึ้นถามอย่างเอาเรื่องว่า “แค่นี้เหรอคะ ตกลงว่าเชื่อจริงๆ หรือว่าพูดแบบขอไปทีกันแน่”

พูดจบนิ้วเรียวก็ดีดเข้าที่กลางหน้าผากของเธอเบาๆ แล้วก็พูดขึ้นว่า “มันน่าน้อยใจนัก คนอุตส่าห์หอบสังขารมาจากซูโจว อดหลับอดนอน เดินเท้ามาจากตัวเมืองกว่าจะถึง ยังต้องมาเจอคำพูดหักหาญน้ำใจกันอีก ถ้างั้นผมกลับละ”

“ห้ามไปนะ คุณห้ามไปไหนทั้งนั้น ห้ามทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียว” เสี่ยวถางรีบกอดคอเขาแน่น ถ้าไม่ติดว่ายังพอมียางอายอยู่บ้างคงกระโดดขึ้นมานั่งตักเขาเอาไว้แล้ว

“หึ งั้นก็ขอโทษมาก่อน”

“ขอโทษค่ะ ต่อไปฉันจะไม่สงสัยคุณอีกแล้ว” หญิงสาวพูดเสียงอ้อน ให้เธอทำอะไรก็ได้ ขอแค่ออกไปจากห้องนี้ได้

“อืม คุณไม่ต้องกลัว ผมมาที่นี่ก็เพื่อช่วยคุณ เพียงแต่อาจจะต้องขอให้คุณใจเย็นๆ ผมสัญญาว่าจะหาทางทำให้คุณออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด”

“ไม่ใช่ว่าจะมาพาฉันออกไปวันนี้เลยเหรอคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาคาดหวัง"

“ใจผมก็อยากจะให้เป็นแบบนั้น แต่เรายังต้องเคารพกฏของคอมมูนอยู่ วางใจเถอะผมให้ทางต้นสังกัดแจ้งไปที่หัวหน้าคอมมูนแล้วว่าจะเข้ามาตรวจสอบ ว่าแต่มีเรื่องอะไรพอที่จะเอามาต่อรองพวกเขาได้บ้างหรือเปล่า”

“มีค่ะ เยอะเลยด้วย” หญิงสาวจ้องหน้าเขาราวกับเด็กขี้ฟ้อง

ที่ต้องบอกแบบนั้นเพราะเห็นความเน่าเฟะของคอมมูนนี้ เริ่มตั้งแต่ลูกน้องไปจนถึงหัวหน้า ทุกคนต่างก็หาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองทั้งนั้น โดยเฉพาะหัวหน้าคอมมูนที่กินอิ่มจนลงพุงพลุ้ย

“ดี ถ้างั้นคุณบอกผมมาว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมที่จัดการต่อ”

เขามาแค่ไม่กี่วันก็ยังดูออกว่าที่นี่จะต้องไม่ธรรมดา นับประสาอะไรกับหญิงสาวที่อยู่มาหลายเดือนแล้ว เขารู้ว่าเธอเป็นคนฉลาดและช่างสังเกต และเชื่อว่าคำพูดของเธอมีความน่าเชื่อถือกว่าคนเหล่านั้นเป็นไหนๆ

“น่าเสียดายที่ฉันแค่จับสังเกตได้ แต่ไม่มีหลักฐาน" หญิงสาวพูดเสียงเศร้า

“แค่นี้ก็มากพอแล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง” เขาลูบผมของเธอเบาๆ เป็นการปลอบใจ

กว่าที่ซูเสี่ยวถางจะรู้สึกตัวว่าปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขามากเกินไปก็ตอนที่ทั้งสองนั่งกอดกันอยู่แบบนั้น จนรู้สึกเมื่อยถึงได้รู้ตัวว่าทำเรื่องไม่เหมาะสม

“ขอโทษค่ะ ฉันน่ากลัวขึ้นสมอง”

“อืม ไม่เป็นไรผมเข้าใจ” แม้จะแปลกใจแล้วก็เสียดายอยู่บ้าง แต่ก็เข้าใจว่าเธอคงแค่ขวัญเสีย อยู่คนเดียวในห้องมืดๆ หลายวันแต่สติยังดีอยู่ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว

“ระหว่างนี้คงต้องให้คุณอยู่ที่นี่ไปก่อน”

“นานแค่ไหนคะ” เสี่ยวถางไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว

“จนกว่าจะหาหลักฐานพิสูจน์ความจริงให้คุณได้ ไม่ต้องกลัวของกลางผู้นำจางเอากลับมาเก็บได้บางส่วน ผมจะเริ่มจากของที่มีก่อน”

“คุณ…จะไม่ทิ้งฉันใช่ไหมคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง

“ซูเสี่ยวถาง ผมเอาเกียรติของทหารเป็นเดิมพัน ว่าจะช่วยคุณให้ออกมาจากห้องขังนี้ให้เร็วที่สุดแล้วก็เอาพวกเขามาอยู่ในนี้แทน ดีหรือเปล่า”

“อื้อดีค่ะ ถ้างั้นฉันจะรอนะคะ” หญิงสาวใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง

“อืม ดูแลตัวเองให้ดี เอาไว้ช่วงกลางคืนผมจะมาอยู่เป็นเพื่อน”

“จริงๆ นะ จะมาจริงๆ นะ” หญิงสาวคาดหวัง มีเพื่อนดีกว่าไม่มีอย่างน้อยก็มาช่วยไล่หนูให้เธอได้

“อืม แต่ว่าตอนนี้คุณนอนก่อนเถอะ รอให้ถึงตอนเช้าแล้วผมจะออกไปเอาของกลางกับผู้นำจาง”

“อย่าเพิ่งไปไหนจนกว่าฉันจะหลับนะคะ” เธอจับชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่น

“นอนเถอะ ผมไม่ไปไหนหรอก” เขาถอดเสื้อคลุมทหารตัวใหญ่ห่มทับผ้าเช็ดตัวผืนบางอีกที เห็นสภาพของเธอแล้วก็รู้สึกปวดใจ

 

 

เกียมเช็กบิลรายตัว งานนี้พี่หวดเรียบ