LNCrawler

กลัว

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

กลัว

 

ซูเสี่ยวถางรู้สึกตัวตื่นก็ไม่เห็นเขาอยู่ในห้องแล้ว มีเพียงเสื้อคลุมทหารตัวใหญ่ที่เขาทิ้งไว้ให้ เพื่อยืนยันว่าเขามาที่นี่จริงๆ เธอไม่ได้ฝันไป

ส่วนโจวเฉวียนตอนนี้ก็ไปหาผู้นำหมู่บ้านเพื่อขอดูของกลาง พอเห็นของกลางแล้วเขาถึงกับหัวเราะออกมาเสียงเย็น “แค่ของพวกนี้ก็ยืนยันได้แล้วเหรอว่าเธอคือขโมย”

“ก็นั่นน่ะสิ ทั้งๆ ที่ข้าว แป้ง ถ่านก็เหมือนกันจนแยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร” ป้าจางเห็นด้วยกับคำพูดของโจวเฉวียน

ทว่าคำพูดของป้าจางกลับทำให้ชายหนุ่มชะงัก จากนั้นมุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นมาเบาๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

การมาของเขาครั้งนี้เป็นความลับ กว่าคำสั่งจะมาถึงคาดว่าก็น่าจะเป็นช่วงปีใหม่พอดี ระหว่างนี้เขาทำได้เพียงหาหลักฐานเอาผิดเจ้าหน้าที่ชุดนี้ เล่นงานทั้งทีก็ต้องเอาให้สุด จะได้มีใครกล้าโกงกินบ้านเมืองอีก ส่วนหลักฐานที่จะช่วยซูเสี่ยวถางนั้นเขาหาเจอตั้งแต่วันแรกแล้ว

 

ลู่เจินเจินเป็นคนเดียวที่ได้เจอกับโจวเฉวียน เพราะจากคำบอกเล่าของผู้นำหมู่บ้าน เธอเป็นคนแรกและคนเดียวที่มาขอความช่วยเหลือ รวมถึงสอบถามความคืบหน้า

โชคดีที่ช่วงนี้ทุกคนอยู่ในช่วงพัก ก่อนจะเริ่มงานไถในช่วงต้นปีหน้า คนอื่นๆ เลยเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเพราะอากาศหนาว

“หมายความว่าถางเจี๋ยจะต้องอยู่ข้างในนั้นจนกว่าหัวหน้าคอมมูนจะกลับงั้นเหรอคะ” เธอนึกว่าเขาจะสามารถช่วยซูเสี่ยวถางออกมาได้เสียอีก

“อืม ที่นี่เป็นเขตรับผิดชอบของเขา ฉันไม่มีอำนาจมากพอที่จะไปก้าวก่าย รอให้เขากลับมาฉันถึงจะมีอำนาจสั่งสอบสวนเขาได้”

“ความหมายของคุณก็คือไม่ข้ามอำนาจกัน ใช่ไหมคะ” หญิงสาวคิดตาม

“อืม ประมาณนั้น แต่เธอไม่ต้องห่วง ทันทีที่เขามาถึงหมู่บ้านชนบท ฉันจะสั่งให้เขาไปพาตัวถางเอ๋อร์ออกมาเป็นสิ่งแรก ตอนนี้เธอไปเอาเสื้อผ้าของเธอมาให้ฉันก่อน”

“ได้ค่ะ เอาผ้าห่มด้วยไหมคะ ข้างในนั้นคงจะหนาวน่าดู” เจินเจินพยักหน้ารับ

“ไม่ต้องหรอก แค่เสื้อผ้าก็พอ ถ้าเอาผ้าห่มมาจะเป็นที่สงสัย ตอนนี้เรายังจับขโมยไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงหรือเปล่า” เขาสั่งเสียงเรียบ

“ค่ะ เป็นฉันที่คิดน้อยไป ถ้างั้นเอาชุดของฉันไหมคะ เพราะว่าตู้เก็บของถางเจี๋ยถูกใส่กุญแจเอาไว้อยู่”

“ได้ งั้นเย็นนี้คุณเอามาให้ผมที่นี่” พูดจบชายหนุ่มก็รีบเดินหนีไปทันที

ไม่มีใครรู้ว่าเขาพักที่ไหน กินอยู่ยังไง ไม่มีใครเจอเขาได้นอกจากว่าเขาจะอยากเจอทุกคนเอง แม้แต่ผู้นำหมู่บ้านช่วงนี้ก็ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน เพราะว่าหากเขามาแล้วจะคลาดกัน

 

ทว่าคนที่ดูจะเฝ้ารอทหารหนุ่มมากที่สุดกลับเป็นซูเสี่ยวถาง ทั้งที่เขาน่าจะไปได้ไม่นาน เธอก็เอาแต่คอยมองว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ การอยู่แบบไม่รู้วันเวลามันช่างทรมานเสียจริง

ไม่นานก็มีเสียงเท้าเดินเข้ามาใกล้ เสี่ยวถางลุกขึ้นนั่งด้วยความดีใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นเรียบเฉย นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขาเข้ามาเสียงเท้าเขาเงียบมาก ที่เธอรู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงไขกุญแจ

“ดวงแข็งดีนี่ ตาเฒ่ากับยายเฒ่านั่นวิ่งวุ่นน่าดูกว่าจะเข้ามาในนี้ได้” เสียงของตงซินเดินเข้ามาใกล้ ในมือของเธอถือชามข้าวต้มเข้ามาด้วย แต่ถ้ามองดีๆ แล้วควรเรียกว่าน้ำข้าวต้มถึงจะถูก

“ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ตงอยากจะให้ฉันตายมากกว่าสินะ ลงทุนพูดจนฉันกลายเป็นแพะยังไม่พอใจอีกเหรอ”

“จุ๊ๆ นักโทษซูพูดแบบนี้ไม่ถูกต้องนะ ใครบอกว่าหล่อนเป็นแพะกันล่ะ หล่อนคือหัวขโมยตัวจริงต่างหาก หลักฐาน พยานก็มี ที่สำคัญเธออยากรู้ไหมล่ะว่าพยานปากเอกที่ทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นไปอีกคือใคร” ตงซินยกยิ้ม รู้สึกสะใจเห็นซูเสี่ยวถางเป็นแบบนี้ แต่ก็ขัดใจเล็กน้อย ทั้งที่ถูกขังในห้องนี้มาหลายวันแล้ว แต่หล่อนกลับยังดูสวยสะพรั่งเหมือนลูกคุณหนูไม่เปลี่ยนแปลง จะมีก็แต่ชุดเดิมที่หล่อนใส่เข้ามาตั้งแต่วันแรก แล้วก็กลิ่นเหม็นภายในห้องเป็นเครื่องยืนยันเท่านั้น

“จะเรียกใครว่านักโทษก็ต้องดูว่าสุดท้ายแล้วฉันจะใช่นักโทษจริงๆ หรือเปล่า”

“หึ ถูกขังลืมขนาดนี้แล้วยังจะปากดีอีกเหรอ เอาไว้ให้หล่อนมีวันนั้นแล้วค่อยมาพูดกับฉันก็ยังไม่สายไปหรอกนะ เพียงแต่ว่าตอนนี้ฉันจะมาแจ้งข่าวก่อน ว่าช่วงนี้ฉันอาจจะไม่ได้มาส่งข้าวให้ เพราะว่าฉันกำลังจะมีข่าวดี ข้าวต้มถ้วยนี้หวังว่าเธอจะกินอย่างประหยัด” พูดจบก็โยนถ้วยข้าวเข้าไปข้างใน

“ไอหยา…นักโทษซู ทำไมถึงไม่รับล่ะ ดูสิหกไปเกือบครึ่งถ้วย คราวนี้จะทำยังไงดีล่ะ หลังจากนี้ฉันจะยุ่งมากด้วยสิ”

“ไม่รบกวนเจ้าหน้าที่ตงหรอก มีธุระก็ไปทำเถอะ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องมาก็ได้” เสี่ยวถางกัดฟันกรอด พูดเสียงลอดไรฟัน

“ถ้างั้นก็ดี ว่าแต่จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าธุระสำคัญที่ว่าคืออะไร”

“ไม่จำเป็น” เสี่ยวถางหันหน้าไปทางอื่น กลัวว่าตัวเองจะเดินไปเกาะลูกกรงแล้วกระชากผมของหล่อนติดมือมา

“แต่ฉันอยากบอก” ตงซินหน้าบึ้ง ยิ่งเห็นความหยิ่งยโสของอีกฝ่ายเธอก็ยิ่งหงุดหงิด ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ฉันกำลังจะมีข่าวดี เจ้าบ่าวเธอก็รู้จักนะ”

เสี่ยวถางหางตากระตุก แต่ยังคงเลือกที่จะเชิดหน้า ไม่หันไปมองอีกฝ่ายให้เสียลูกตา

“หลินเจิ้ง ลูกชายคนรองของบ้านหลินเธอน่าจะรู้จักดีไม่ใช่เหรอ เขาก็คือคนเดียวกับที่หล่อนไปใช้มารยาติดรถเขาเข้าไปในเมืองบ่อยๆ ยังไงล่ะ”

ทันทีที่อีกฝ่ายพูดมาถึงตรงนี้ ซูเสี่ยวถางก็เข้าใจเรื่องราวทันทีว่าทำไมตงซินถึงต้องเล่นงานเธอหนักขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมามั่นใจว่าไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายกับอีกฝ่ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ยินดีด้วยนะ” คำพูดนี้เธอพูดออกมาด้วยใจจริง นึกสงสารก็แต่หลินเจิ้งที่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงจิตใจอำมหิตแบบนี้

“หล่อนพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ทั้งที่รู้แล้วแต่ทำไมถึงทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย”

“เจ้าหน้าที่ตงคิดว่าฉันต้องรู้สึกยังไงเหรอ แค่ฉันแสดงความยินดีกับคนที่จ้องจะทำร้ายฉันทุกวิถีทางก็นับว่าใจกว้างมากพอแล้วนะ” ในที่สุดเธอก็ยอมหันกลับมามองหน้าอีกฝ่าย

“งั้นเหรอ ฉันนึกว่าหล่อนจะตกใจ เสียใจที่ฉันได้แต่งงานกับเจิ้งเก้อเกอเสียอีก”

“ทำไมฉันต้องเสียใจ ในเมื่อฉันกับหลินเจิ้งไม่ได้เป็นอะไรกัน” เสี่ยวถางพูดสวนทันควัน

“โกหก หล่อนจะโกหกใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ฉัน เพราะที่ผ่านมาฉันคอยมองพวกเธอสองคนมาตลอด แม้แต่เจิิ้งเกอเองก็ไม่เคยสนิทสนมกับใครเท่านี้มาก่อน พอหล่อนเข้ามาในหมู่บ้านนี้เขาก็ตีตัวออกหากจากฉัน ถ้าไม่มีหล่อนพวกเราคงแจต่งงานกันเร็วกว่านี้แล้ว ป้าหลินเองก็คงไม่ลังเลตั้งแต่แรก”

เสี่ยวถางฟังแล้วถึงกับตกใจกับท่าทางโรคจิตของอีกฝ่าย ดูท่าแล้วตงซินน่าจะเป็นพวกคลั่งรัก ถึงไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้ของรักของตัวเอง เพียงแต่เท่าที่รู้จักกับหลินเจิ้งมา เขาไม่น่าจะเป็นคนมากรัก ออกจะรักเดียวใจเดียวเสียด้วยซ้ำ

“ฉันไม่สนใจว่าเธอไปฟังใครพูดมาหรอกนะ แต่สิ่งที่ฉันยืนยันได้ก็คือ ฉันกับหลินเจิ้งไม่ได้เป็นอะไรกัน ตัวเขาเองก็ไม่เคยบอกว่าชอบฉัน หรือแม้แต่ฉันเองก็ไม่ได้ชอบเขาแล้วก็ไม่คิดจะชอบ เพราะฉันเธอสบายใจได้เลย” หญิงสาวพยายามพูดจาหว่านล้อม หากอีกฝ่ายเชื่อในสิ่งที่เธอพูด บางทีเธออาจจะได้ออกไปจากที่นี่เร็วขึ้น

“ฉันไม่เชื่อ ซูเสี่ยวถางเอ๋ยซูเสี่ยวถาง หล่อนจะไปใช้มารยาหลอกใครก็ช่าง แต่ต้องไม่ใช่ฉันเพราะว่าฉันจะไม่เชื่อคำพูดของเธอเด็ดขาด ฉันจะมาบอกข่าวแค่นี้ว่าฉันอาจจะยุ่ง กลัวว่าเธออาจจะไม่เข้าช่วงข้าวใหม่ปลามัน แล้วพาลมาโกรธว่าฉันบกพร่องต่อหน้าที่”

“ช่างเถอะ เพราะเธอไม่เคยทำหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว”

“อืม เข้าใจแล้วก็ดี ถ้างั้นฉันไปก่อนนะ อ้อตอนที่ลงมาเหมือนฉันจะเห็นงูเลื้อยเข้ามาในนี้นะ เธอคงไม่รู้สิว่าช่วงหน้าหนาวนอกจากคนแล้วสัตว์ตัวอื่นๆ ก็จะต้องหลบเข้ารูเพื่อจำศีลเหมือนกัน”

เสี่ยวถางได้ยินแล้วก็เผลอกลืนน้ำลายตาม นี่ต่างหากคือสิ่งที่เธอกลัว