LNCrawler

แต่งงาน

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

แต่งงาน

 

31 ธันวาคม 1975

ซูเสี่ยวถางถูกขังในห้องมืดมาสองสัปดาห์แล้ว ถ้าหากไม่มีโจวเฉวียนเธอคงเป็นบ้าไปแล้ว แต่เพราะทุกคืนเขาจะเข้ามาอยู่เป็นเพื่อน ทำให้เธอได้รู้ว่าถ้าเขามาก็จะผ่านไปอีกวัน

“วันนี้วันที่เท่าไหร่แล้วคะ” เธอนั่งอยู่บนเตียงไม้ นั่งพิงผนังดิน สายตาเหม่อลอย

“สิ้นปีพอดี อยากออกไปข้างนอกไหม”

โจวเฉวียนมาที่นี่ได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว หนังสือส่งตัวเขามาถึงแล้ว ตอนนี้เหลือแค่รอให้เจ้าหน้าที่คอมมูนคนอื่นๆ เดินทางกลับมาทำงาน เพราะเขารวบรวมหลักฐานเอาไว้หมดแล้วเช่นเดียวกัน

“ไปได้เหรอคะ”

“พรุ่งนี้เป็นงานแต่งของหลินเจิ้งกับตงซิน วันนี้หล่อนคงไม่มีเวลามาที่นี่หรอก”

เสี่ยวถางนั่งนิ่งไม่ได้ตอบอะไร เธอไม่รู้จะบอกกับเขายังไงดี เพราะถ้าบอกไปว่าตงซินไม่ได้มาที่นี่หลายวันแล้วก็กลัวว่าเขาจะสงสัยว่าเธอกินข้าวยังไง เพราะในนี้เป็นเพียงห้องเปล่า

“ฉันขออยู่ที่นี่ดีกว่าค่ะ” ดวงตาคู่สวยหม่นลงเล็กน้อย อยู่ดีๆ ก็รู้สึกกลัวคนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ทำไมล่ะ” หลายวันมานี้เขาได้รู้เรื่องราวของเธอเยอะพอสมควร หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของหลินเจิ้ง สหายเก่าของเขา

ก่อนหน้านี้พวกเขารู้จักกันเพราะเคยปฏิบัติหน้าที่แล้วเจอกันโดยบังเอิญ มีหลายครั้งที่หน่วยของเขากับหลินเจิ้งทำงานร่วมกัน แต่โชคร้ายที่หลินเจิ้งบาดเจ็บ จึงถูกปลดออกจากกองทัพและส่งตัวมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่คอมมูนที่บ้านเกิด

เสี่ยวถางหันไปมองหน้าคนถาม “สภาพฉันเป็นแบบนี้ยังจะออกไปเจอใครได้อีกละคะ”

“นึกว่าเสียใจที่เจ้าสาวไม่ใช่คุณ” เขาพูดลองใจอีกฝ่าย ได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆ ของเธอก็ส่องไฟฉายไปใกล้ๆ อยากดูว่าอีกฝ่ายจะทำหน้ายังไง

“เจ้าสาวจะเป็นใครเกี่ยวอะไรกับฉันละคะ ฉันรู้ว่าคุณคงได้ยินเรื่องของฉันมาไม่น้อย แต่ขอบอกก่อนเลยว่าถ้าสงสัยเรื่องไหนก็ให้ถามฉันโดยตรง ห้ามฟังจากปากคนอื่นเด็ดขาด”

นายทหารหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็อมยิ้ม “งั้นเรื่องที่บอกว่าคุณกับเขากำลังดูใจกันอยู่ไม่ใช่เรื่องจริง”

“ก็ใช่นะสิคะ อีกอย่างฉันไม่มีทางแย่งคนรักของเพื่อนหรอกค่ะ”

“เพื่อน ตงซินเนี่ยนะเพื่อนคุณ” เขาถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ หน้าตาบ่งบอกว่าไม่อยากเชื่อว่าคือเรื่องจริง

“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงละคะ เหอซิ่วต่างหากล่ะที่ฉันหมายถึง”

“เหอซิ่ว คนที่ทำงานแปลงผักกับคุณน่ะเหรอครับ” เขาพยายามนึกหน้าของคนชื่อเหอซิ่ว

“ใช่ คนนั้นแหละ”

“แต่ตอนที่ผมมา ผมไม่เคยเห็นหน้าเธอเลยนะ จะมีก็แต่ลู่เจินเจินที่จะชอบมาถามความคืบหน้ากับผมตลอด เกือบจับได้ก็หลายครั้ง”

“งั้นเหรอคะ” เสี่ยวถางได้ยินแล้วก็รู้สึกแปลกใจ เธอคิดมาตลอดว่าคนที่เป็นห่วงเธอมากที่สุดน่าจะเป็นเหอซิ่วเพราะรู้จักและสนิทสนมกันมากกว่าคนอื่น แต่กลับกลายเป็นลู่เจินเจินที่เป็นอดีตคู่ปรับและผันตัวมาเป็นน้องสาวของเธอได้ไม่นานมานี้เอง

 

ทางด้านเหอซิ่วเวลานี้มาดักเจอหลินเจิ้งหลายวันแล้ว หัวใจของเธอเต้นรัวเร็ว ได้แต่บอกกับตัวเองว่าทำได้ และวันนี้ก็มาถึง วันที่หลินเจิ้งรีบกลับมาที่หมู่บ้าน เพราะได้ยินว่าพรุ่งนี้ตัวเองจะแต่งงาน

ที่ต้องรีบกลับก็เป็นเพราะ เขาไม่เคยรับรู้เรื่องแต่งงานนี้มาก่อน อีกทั้งเจ้าสาวก็ไม่ใช่คนที่เขาหมายตาเอาไว้ แล้วเขาจะยินยอมได้อย่างไร

“เจิ้งเกอ” เหอซิ่วโบกมือเมื่อเห็นรถบรรทุกจอดที่ลานจอดเฉพาะ ทั้งยังหอบขวดโหลข้างในนั้นเป็นไวน์ข้าวที่เธอหมักขึ้นมาเอง

“เหอซิ่ว” ชายหนุ่มร้อนใจ อยากจะถามข่าวคราวของใครบางคน ไม่รู้ว่าพอเธอรู้เรื่องที่เขากำลังจะแต่งงานแล้วจะรู้สึกยังไงบ้าง

“เจิ้งเกอ ฉันเอาเหล้ามงคลมาร่วมแสดงความยินดี” เหอซิวยื่นขวดโหล ข้างในนั้นมีน้ำสีขาวขุ่นอยู่เต็มขวด

“เหล้ามงคลอะไรฉันไม่รับ ฉันไม่ได้คิดจะแต่งงานสักหน่อย” ชายหนุ่มหน้าบึ้งขึ้นมาในทันที

“เจิ้งเกอ” หญิงสาวใจเต้นแรงเมื่อได้ยินคำตอบ ในเมื่อเขาไม่ยินดีแต่งงานกับตงซิน ก็คงจะเป็นไปได้อย่างมากที่เขาอาจจะถูกทางบ้านคลุมถุงชนโดยไม่เต็มใจ

“จริงสิ ถางถางว่ายังไงบ้าง” ชายหนุ่มถามด้วยความร้อนใจ

“ถางถาง” หญิงสาวหยุดพูดไปชั่วขณะ “ไอหยา…เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย เร็วเข้ามาชิมเหล้าสูตรถางถางก่อนว่าชอบหรือเปล่า”

ทันทีที่ได้ยินชื่อของผู้หญิงที่เขาแอบรัก ชายหนุ่มก็ไม่สงสัยอะไรอีก เข้าใจว่าเหล้าโหลนี้เป็นของอีกฝ่ายที่ฝากมาให้ หล่อนเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่แปลกเลยถ้าจะให้คนอื่นเอามาให้

ชายหนุ่มรับมาแล้วก็กระดกกินไปเกือบครึ่งขวดโหล โดยที่เหอซิ่วเองก็ไม่ได้ห้าม กลับชวนเขาไปนั่งพักที่ห้องพักส่วนตัวของเขาเสียได้

“ข้างนอกอากาศหนาว เราไปนั่งในห้องพักของเจิ้งเกอดีหรือเปล่า รอให้หายเหนื่อยก่อนฉันจะพาไปหาถางถาง”

“อืม” ชายหนุ่มรับคำโดยง่าย

ที่ยอมเข้าห้องไม่ใช่เพราะอากาศหนาว แต่การจะไปเจอสาวก็ต้องเนื้อตัวสะอาด ยิ่งซูเสี่ยวถางเป็นคนเมืองชอบความสะอาด เขาก็ยิ่งต้องทำมันให้ดี

เท่าที่เขาสังเกตเธอไม่ได้ชอบคนหล่อ ออกจะถอยห่างเสียด้วยซ้ำถ้าหากมีคนหน้าตาดีมาชอบ ซึ่งท่าทางของเธอทำให้เขารู้สึกมั่นใจว่าตัวเองก็อาจจะมีสิทธิ์

เมื่อเข้ามาในห้องเหอซิ่วก็มองสำรวจ รู้สึกชอบห้องพักพนักงานห้องนี้ของเขามาก เทียบกับบ้านพักในค่ายแล้วดีกว่าเป็นไหนๆ อย่างน้อยๆ ก็มีห้องส่วนตัว ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาเห็น

หญิงสาวหยิบไวน์ข้าวขึ้นมาดื่มบ้าง ระหว่างที่รออีกฝ่ายเข้าไปอาบน้ำ เธอนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน จนกระทั่งเขาเดินเข้าห้องมาในสภาพตัวแดงทั้งตัว

“เจิ้งเกอ” เหอซิ่วลุกขึ้น เตรียมจะเข้ามาประคอง

“อย่าเข้ามา ฉะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย” ชายหนุ่มรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว คิดว่าอาจจะเป็นตนดื่มเยอะเกินไปเลยรู้สึกร้อนรุ่ม อาบน้ำเย็นคงดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งอาบน้ำเย็น ร่างกายเขากลับยิ่งร้อนเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

“เจิ้งเกอ” เสียวหวานเรียกชื่อเขาเบาๆ พลางเดินเข้ามาใกล้

“กลิ่นหอมนี้” เขาหลับตาพึมพำ พยายามข่มกลั้นอารมณ์ที่เริ่มปะทุขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“ไหวไหม” เสียงหวานดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และกลิ่นหอมก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน

“ถางเอ๋อร์” เขาหลุดเรียกชื่อของหญิงในฝันเบาๆ ไม่ใช่ว่าเมาจนเพ้อ แต่เป็นเพราะเขาจำกลิ่นหอมเฉพาะตัวนี้ได้ มีแค่ถางถางของเขาเท่านั้นที่มีกลิ่นนี้

“หลินเจิ้ง อื้อ”

ทันทีที่หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ นิ้วเรียวแตะที่ข้อมือของเขาๆ เบาๆ เพื่อเรียกสติ ก็ถูกเขาจับข้อมือแล้วกระตุกเข้ามาหาตัว จนทั้งสองล้มลงไปบนที่นอน

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ริมฝีปากบางถูกคนบนร่างครอบครองอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนสอดเข้ามาดูดดึงจนอีกฝ่ายเริ่มหายใจไม่ออก สัมผัสที่ดุเดือดและร้อนแรงของเขาทำเอาเธอใจสั่น

“อ๊ะ” เสียงครางดังลอดออกมา ตัวสั่นนิดๆ ด้วยความกลัว

ทว่าเสียงหายใจหอบถี่ของเขาทำให้เธอรู้สึกฮึกเหิม อยากจะปรนเปรอให้เขามีความสุข ทุกสัมผัสทั้งรุนแรงแล้วก็เร่าร้อน สมกับเป็นหลินเจิ้ง

“อ่า ถางเอ๋อร์” ทันทีที่แท่งร้อนสอดเข้ามาข้างในตัวของเธอจนมิด แลกกับการที่เนื้ออ่อนตรงกลางของเธอฉีกขาด แต่กลับไม่รู้เจ็บเท่าการที่เขากำลังมีความสุขกับเธอ แต่กลับเรียกชื่อของผู้หญิงอีกคน

“อื้อ” หญิงสาวเม้มริมฝีปาก กัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด ทั้งนี้ก็เพื่อระบายความเจ็บแล้วก็บังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้เสียงดังออกมาจนเขาจับสังเกตได้

เธอรู้ว่าทำไมเขาถึงอารมณ์รุนแรงและขาดสติขนาดนี้ นั่นก็เป็นเพราะเธอใส่บางอย่างลงไปในเหล้า อีกทั้งยังตั้งใจมากเขาในวันนี้ เพราะเธอเองก็ไม่อาจที่จะเสียเขาให้กับคนอื่นได้

อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังได้รับจดหมายจากทางบ้าน บอกว่าพวกเขาย้ายไปทำงานเมืองอื่นแล้ว ไม่ให้เธอกลับไปที่นั่นอีก แต่ให้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เรียนรู้งานที่นี่

ในเมื่อบ้านที่เคยมีกลับไม่มีอีกต่อไป หญิงสาวจึงจำเป็นต้องหาบ้านใหม่ และแน่นอนว่าคนที่เหมาะจะเป็นบ้านพักหลังต่อไปและหลังสุดท้ายคงไม่มีใครเหมาะเท่าหลินเจิ้งอีกแล้วในหมู่บ้านที่ห่างไกลแบบนี้