ยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่ง
ยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่ง
8 มกราคม 1976
เจ้าหน้าที่คอมมูนต่างก็กลับมาทำงานตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คงจะเป็นหัวหน้าคอมมูน เขาได้รับจดหมายแจ้งแล้วว่าผู้หมวดโจวจะเข้ามาตรวจสอบการทุจริตภายในที่ทำงานของพวกเขา
พวกเขาต่างก็เตรียมเอกสารต่างๆ เอาไว้มากมายเพื่อต้อนรับนายทหารหนุ่ม ทว่าเรื่องแรกที่เขาทำหลังจากที่มาถึงหมู่บ้านบนเขาแห่งนี้ก็คือ
“ได้ยินว่า มีการลักขโมยภายในบ้านพักเกิดขึ้น”
“ใช่แล้วๆ แต่ผู้หมวดไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เราได้จับผู้ต้องสงสัยเอาไว้แล้ว เร็วๆ นี้กำลังจะส่งตัวให้ทางการตรวจสอบ” หัวหน้าเติ้งรีบพูดขึ้น
“ผู้ต้องสงสัย หมายความว่ายังไม่ตัดสินงั้นเหรอ” นายทหารหนุ่มเดินไปนั่งยังเก้าอี้ทำงานของหัวหน้าเติ้ง จากนั้นก็ยกขาพาดขึ้นบนโต๊ะ ทำราวกับว่าที่นี่คือโต๊ะทำงานของเขาก็ไม่ปาน
“เบื้องต้นตัดสินไปแล้วว่ามีความผิด เพียงแต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ยอมรับ เลยจำเป็นต้องส่งให้กับทางการตรวจสอบอีกที ใครก็ได้ไปตามซูเสี่ยวถางมาที”
“ไม่ใช่ว่า ซูเสี่ยวถางคนนี้ถูกขังในห้องใต้ดินหรอกเหรอ” เขาพูดขึ้นเสียงเย็น
“ว่ายังไงนะ” หัวหน้าเติ้งหันไปมองหน้าตงซินที่ยืนหน้าซีด เพราะมัวแต่หมกมุ่นเรื่องของตนเอง เลยลืมซูเสี่ยวถางไปเสียสนิท
“คะ คือ” หญิงสาวพูดไม่ออก
“เจ้าหน้าที่ตง ไม่ใช่ว่าฉันบอกให้เอาไปขังแค่วันเดียวหรอกเหรอ แล้วทำไมตอนนี้ซูเสี่ยวถางถึงยังอยู่ที่ห้องใต้ดิน” หัวหน้าเติ้งหน้าดำคร่ำเครียด ด้วยรู้ดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์กักขังหน่วงเหนี่ยวใครได้นานขนาดนั้น อีกทั้งเรื่องขโมยของก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นขังลืมจนถึงตอนนี้
“ไปพาตัวยุวชนซูมา” เขาสั่งลูกน้องเสียงเข้ม
ทางด้านซูเสี่ยวถางเองก็เตรียมตัวเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดูสักเท่าไหร่ ถึงขั้นยอมเอาฉี่ตัวเองราดตามเสื้อผ้าให้มีกลิ่น จะได้สมกับที่ถูกขังมาเกือบเดือน
ทันทีที่หญิงสาวถูกพาตัวเข้ามาก็อยู่ในสภาพอิดโรย กลิ่นเหม็นคละคลุ้งจนทุกคนอดไม่ได้ที่จะเอามือปิดจมูก จะมีก็เพียงนายทหารหนุ่มกับลูกน้องเท่านั้นที่อยู่ในสภาพปกติ
“นะ นี่ทำไมถึงมีสภาพเป็นแบบนี้ไปได้” หัวหน้าคอมมูนถึงกับหน้าซีดเมื่อเห็นสภาพของซูเสี่ยวถาง “เจ้าหน้าที่ตง” เขาเรียกชื่อตงซินเสียงเข้ม
“ฉะ ฉันอยู่นี่ค่ะ คะ คือว่าฉันกลัวว่าช่วงที่หัวหน้าไม่อยู่ แล้วซูเสี่ยวถางอาจจะคิดหนี ก็เลยเอาหล่อนไปขังไว้ในห้องใต้ดิน แต่ฉันก็ส่งข้าวส่งน้ำให้ตลอดนะคะ”
“โกหก เกือบเดือนที่ฉันอยู่ในห้องเส็งเคร็งนั่น นับครั้งได้ที่หล่อนเอาข้าวมาให้กับฉัน ถ้าฉันไม่กินดินเพื่อประทังชีวิต ป่านนี้คงไม่มีชีวิตรอดออกมาแล้ว” เสี่ยวถางเถียงเสียงเบา พยายามเค้นเสียงให้ออกมาชัดแม้ว่าจะยากเย็นเสียเหลือเกิน
“เกือบเดือนอย่างนั้นเหรอ” โจวเฉวียนทวนคำ “ดีนี่ ไม่ทราบมาก่อนเลยว่าเป็นเพียงแค่เจ้าหน้าที่คอมมูนตำแหน่งเล็กๆ แต่สามารถกักขังใครก็ได้ตามใจชอบ”
“มะ ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้กักขังตามใจชอบ ฉันบอกเหตุผลไปแล้วว่ากลัวหล่อนจะหนี”
"ไม่ใช่ ตงซินเธอคงจะลืมคำพูดของตัวเองไปแล้ว วันนั้นเธอให้คนมาจับตัวฉันเข้าไปขังในห้องใต้ดิน ทั้งยังบอกอีกว่าคำตัดสินเป็นเอกฉันท์ว่าฉันคือขโมย ทั้งที่ไม่ปล่อยโอกาสให้ฉันได้อธิบายหรือพิสูจน์ตัวเองเลยด้วยซ้ำ ผู้หมวดคะ ฉันขอเขียนรายงานถึงการปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตง รวมถึงการตัดสินที่ไม่เป็นธรรมของหัวหน้าคอมมูนค่ะ” หญิงสาวพูดเสียงเบา
“อนุญาต” เสียงโจวเฉวียนดังกังวาน ทำเอาเจ้านายลูกน้องในคอมมูนต่างก็สะดุ้งไปตามๆ กัน
รายงานที่ซูเสี่ยวถางเขียนขั้นมานั้นล้วนแต่มีพยานและหลักฐานประกอบ เธอจดจำคำพูดและการกระทำของแต่ละคนเอาไว้ พร้อมทั้งตั้งใจจะแก้แค้นเรียงตัว โดยเฉพาะตงซิน
ภายในวันเดียว โจวเฉวียนก็สามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่ทุกคนในคอมมูนได้แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของซูเสี่ยวถาง หากแต่ยังเป็นการทุจริตของพวกเขาที่ทำเป็นกระบวนการ
เริ่มจากโกงแต้มค่าแรง ค่าแรงที่จ่ายกับค่าแรงที่ส่งไปให้กับรัฐบาลนั้นเป็นคนละชุดกัน ที่เขารู้เพราะในส่วนของผู้นำหมู่บ้านก็บันทึกเอาไว้เหมือนกัน เพียงแต่ใช้เอกสารของคอมมูนเป็นตัวจริงส่งให้กับทางการ
นอกจากนั้นยังขายราคาธัญพืชต่างๆ ในราคาที่สูงเกินกว่าราคากลางกำหนด แล้วเอาส่วนต่างเข้ากระเป๋าตัวเอง ข้อหานี้หนักสุดสำหรับพวกเขา
ซูเสี่ยวถางฟังข้อหาที่โจวเฉวียนตั้งให้กับพวกเขาจบก็ตัวโงนเงน สายตาของเธอตอนนี้แทบไม่สู้แสง อีกทั้งยังรู้สึกเวียนหัวจนยืนไม่อยู่ สุดท้ายแล้วภาพตรงหน้าก็ถูกตัดไปเอาเสียดื้อๆ
“ถางเอ๋อร์”
หญิงสาวรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงสีขาว ภายในห้องสี่เหลี่ยม โดยมีชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้างๆ
เพียงแค่เธอขยับตัวเล็กน้อย เขาก็วางหนังสือพิมพ์แล้วหันมามองเธอทันที “ฟื้นแล้วเหรอ”
“อืม ขอน้ำหน่อย” หญิงสาวหยักหน้าตอบเสียงแหบ
เขารีบเทน้ำอุ่นส่งให้กับเธอดื่ม ด้วยความกระหายเสี่ยวถางเลยดื่มจนหมดถ้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกว่ายังไม่พอ “ขออีก”
“พอแล้ว ค่อยๆ จิบ คุณหลับไปสามวันเต็มๆ เดี๋ยวร่างกายปรับตัวไม่ทัน” เขาตอบเสียงนุ่ม ก่อนจะลูบหัวเธอเบาๆ เป็นการปลอบ
“ฉันนอนนานขนาดนั้นเลยเหรอคะ แล้วคนพวกนั้นละคะ” เธอยังไม่เห็นจุดจบของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ
“จะฟังเรื่องของใครก่อนดีล่ะ” เขาถามยิ้มๆ
“ตงซิน” เสี่ยวถางจำชื่อนี้ได้ขึ้นใจ
“หึ เจ้าหน้าที่ตงซินกักขังหน่วงเหนี่ยว ทารุณ ทำเกินกว่าหน้าที่ ลงโทษให้ถูกปลดออกจากตำแหน่ง เนรเทศให้ไปอยู่ทุ่งหญ้า ตัดชื่อออกจากทะเบียนบ้าน ไม่อนุญาตให้กลับมาบ้านเกิดอีก”
เสี่ยวถางฟังแล้วก็รู้สึกว่าบทลงโทษนี้ค่อนข้างรุนแรงไปสักหน่อย ทว่าเธอกลับไม่มีความสงสารอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ฟังบทลงโทษด้วยตัวเอง
“บทลงโทษนี้ คุณพอใจหรือเปล่า” เอาถามอย่างเอาใจ
“หมายความว่ายังไงคะ นี่ไม่ใช่บทลงโทษที่มีอยู่แล้วเหรอ”
“ถ้าจะพูดกันตามความจริง ข้อหาที่หล่อนทำก็คงไม่หนักถึงขั้นเนรเทศไปทุ่งหญ้าหรอก เพียงแต่ใครใช้ให้หล่อนยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่งล่ะ” คำพูดกำกวมของเขา ทว่าเสี่ยวถางกลับเข้าใจความหมายทุกคำ
หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ถึงอย่างนั้นก็ยังทำเนียนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด แล้วก็ถามถึงเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ต่อ
“เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งเหมือนกัน มีแต่หลินเจิ้งที่ยังอยู่ เพราะเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้ อีกทั้งเขายังมีความดีความชอบมาก่อน เลยได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ”
“เท่ากับว่า คุณเจ้าหน้าที่ใหม่ยกชุดเลยเหรอคะ” เสี่ยวถางรู้สึกอึ้งกับความสามารถของเขา
จะบอกว่าเพียงเวลาแค่ไม่กี่วัน เขาก็สามารถจัดการทุกคนได้ก็ไม่ใช่ เพราะเขามาที่นี่ได้เกือบเดือนแล้ว และในแต่ละวันก็รวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดคนชั่วที่คดโกงบ้านเมือง อีกทั้งยังช่วยเธอแก้แค้นได้สาสมมากเลยทีเดียว
“อืม คนคดโกงไม่จำเป็นต้องโอนอ่อน” ท่าทางเด็ดขาดของเขาทำเอาเธอรู้สึกขนลุก
“แต่ก่อนที่จะเนรเทศตงซินไปที่ทุ่งหญ้า ตอนนี้ผมสั่งให้ลูกน้องขังหล่อนเอาไว้ในห้องใต้ดิน คุณอยากไปเยี่ยมสักหน่อยไหม”
“ไม่ละค่ะ ก่อนหน้านี้หล่อนเคยโกหกฉันว่าข้างในนั้นมีงู ฉันหลอนไปหลายวันเลย”
“อืม เข้าใจแล้วครับ” เขาพยักหน้า เข้าใจความหมายที่เธอต้องการจะบอก
เดี๋ยวก่อนค่ะ" เสี่ยวถางจับข้อมือของเขาเอาไว้ “แค่งูธรรมดานะคะ ไม่เอางูมีพิษ”
โจวเฉวียนมองต่ำไปยังข้อมือของตนเองที่ถูกมือเล็กจับเอาไว้อยู่ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ใจอ่อนแบบนี้ไม่สมกับเป็นคุณเลย”
“ใครบอกละคะ ฉันกลัวว่าหล่อนจะตายเร็วก่อนได้ทรมานต่างหากล่ะ” เธอยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ
“หึ ได้งูไม่มีพิษ” เขาพยักหน้าอย่างว่าง่าย ถ้าลูกน้องมาเห็นผู้บังคับบัญชาปฏิบัติตามคำสั่งอย่างว่าง่ายขนาดนี้ก็คงจะแปลกใจกันน่าดู เพราะหัวหน้าของพวกเขาคนนี้ไม่ใช่ใครจะสั่งเขาได้