LNCrawler

สะเทือนทั้งหมู่บ้าน

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

สะเทือนทั้งหมู่บ้าน

 

การมาของผู้หมวดหนุ่มเพียงไม่กี่วัน กลับทำเอาหมู่บ้านบนเขาสั่นสะเทือน ชาวบ้านต่างร้องไห้ด้วยความดีใจที่จะไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ พวกเขาทำงานแทบตายแต่แต้มค่าแรงไม่กระเตื้อง บางคนทำจนล้มหมอนนอนเสื่อก็มี

“ถ้าได้คนอย่างผู้หมวดโจวมาเป็นหัวหน้าคอมมูน หมู่บ้านบนเขาของพวกเราคงจะลืมตาอ้าปากเหมือนคนอื่นๆ ได้”

“คนอื่นๆ ที่ว่าคือใครล่ะ บ้านหลินเหรอ” ผู้นำจางพูดแซะ

ป้าจางถอนหายใจ “หลินเจิ้งคนนี้จะว่าซื่อก็ซื่อ เพียงแต่ว่าเขามีโอกาสมากกว่าคนอื่น อีกทั้งยังเอาร่างกายแลกมาด้วยตำแหน่ง ได้ยินว่าอากาศหนาวร่างกายของเขาจะเจ็บปวดมาก บางครั้งถึงขั้นจับไข้ หนักหน่อยอาเจียนเป็นเลือดก็มี อย่าไปอิจฉาเลย”

“อืม แต่ตั้งหลินเจิ้งมาทำงานขับรถบรรทุกให้คอมมูน บ้านหลินก็ร่ำรวยขึ้นจากแต่ก่อนมาก ถ้าผู้หมวดโจวจะเอาผิดเขาจริงๆ ก็คงทำได้”

“คิดอีกแง่เพราะมีหลินเจิ้ง ชาวบ้านถึงได้ของที่พวกเขาต้องการ ใช้เงินมากหน่อยแต่ไม่ต้องคิวเป็นปีเป็นชาติ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย”

“ดูเหมือนว่าคุณจะเข้าข้างหลินเจิ้งเป็นพิเศษ อย่าบอกนะว่าอยากได้เขามาเป็นลูกเขยเหมือนกัน” ผู้นำจางหน้าบึ้ง

“ใช่ที่ไหนกันล่ะ ฉันอยากได้ผู้หมวดโจวต่างหากเป็นลูกเขย แต่คิดว่าคงหมดหวัง” ขณะที่พูดก็มองไปทางหนุ่มสาวที่กำลังเดินเข้ามาในบ้าน ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นโจวเฉวียนกับซูเสี่ยวถางที่กำลังเดินมาทางนี้

“ไอหยา…เพิ่งออกจากโรงพยาบาลจะมาเดินรับไอเย็นทำไม” ท่านรีบเดินไปช่วยพยุงคนป่วยให้เข้าบ้าน

เสี่ยวถางยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ผู้หมวดโจวบอกฉันหมดแล้วค่ะ ว่าลุงจางเป็นคนโทรไปบอกเขาให้มาช่วย ขอบคุณมากนะคะถ้าไม่ได้ลุงกับป้าสองคนฉันคงเป็นผีเฝ้าห้องใต้ดินไปแล้ว”

“พูดอะไรแบบนั้น คนที่ควรขอบคุณจริงๆ คือลู่เจินเจิน ลูกน้องของเธอต่างหากล่ะ รายนั้นมาถามข่าวเช้าเย็น ต่างจากเหอซิ่ว ฉันก็นึกว่าจะดี ที่ไหนได้ตัดช่องน้อยแต่พอตัว จับพลัดจับผลูแต่งเข้าบ้านหลิวไปแล้ว” ป้าจางพูดขึ้นอย่างเคืองๆ

“ลูกน้อง” โจวเฉวียนทวนคำ พร้อมทั้งมองหน้าเสี่ยวถางด้วยความสงสัย

“เรื่องมันยาวน่ะค่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันกับลู่เจินเจินเรากลายเป็นพี่น้องร่วมสาานกันแล้ว” เสี่ยวถางตอบยิ้มๆ

ก่อนหน้านี้ลู่เจินเจินไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล แล้วก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับเธอฟังหมดแล้ว ถึงจะไม่เล่าเธอก็พอจะรู้เรื่องมาบ้าง คิดเอาไว้ตั้งแต่อยู่ในห้องใต้ดินแล้วว่าคนอย่างลู่เจินเจินเหมาะที่จะรักษาเอาไว้มากที่สุด

“ว่าแต่ จับหัวขโมยตัวจริงได้หรือเปล่า”

เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเดียวที่โจวเฉวียนเองก็จนปัญญา เนื่องจากของหายเป็นของกิน อีกทั้งเหตุการณ์ยังเกิดขึ้นสักพักแล้ว ยากที่จะเอาตัวคนผิดมาลงโทษ

“ก่อนหน้านี้คงจะยาก แต่เชื่อเถอะว่าคนมันเคยยังไงก็ต้องย่ามใจ อีกทั้งเพิ่งได้ปันผลมาใหม่ๆ น่าจะยังไม่เกิดเรื่อง แต่หลังจากนี้อีกสัก 2-3 เดือนค่อยจับตาดูอีกที สังเกตคนที่กินทิ้งกินขว้าง เพราะคนพวกนี้คิดว่ายังไงก็ไม่อดเพราะจ้องจะขโมยของคนอื่น” โจวเฉวียนพูดขึ้น

“ค่ะ ยังไงฉันก็ต้องจับตัวหัวขโมยตัวจริงมาให้ได้” เสี่ยวถางกัดฟันกรอด เจ็บใจที่ตัวต้นเรื่องยังไม่ถูกจับ

 

ทางด้านเหอซิ่วตอนนี้มีสภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นอกจากจะไม่ได้รับความรักจากสามีแล้ว ยังถูกคนที่บ้านของสามีกล่าวหาว่าเป็นตัวซวย เพราะทันทีที่แต่งเธอเข้ามาในบ้าน ลูกชายของท่านก็ถูกเพ่งเล็ง ทำให้ไม่สามารถหาเงินพิเศษทางอื่นเข้าบ้านได้

“ตอนนี้เจ้ารองบอกว่าคงหาเงินพิเศษไม่ได้แล้ว ให้พวกเราใช้จ่ายประหยัดกันหน่อย” พี่ใหญ่หลินเดินกลับบ้านคอตกเมื่อไปหาน้องชายที่ย้ายไปอยู่บ้านพักสวัสดิการของพนักงานแทน

“แกได้ถามหรือเปล่าว่าหลินเจิ้งจะกลับบ้านเมื่อไหร่ อยู่ห้องพักคนงานจะสะดวกสบายเท่าบ้านตัวเองได้ยังไง” แม่หลินพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“เขาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง นอนที่นั่นสะดวกกว่ากลับบ้าน ช่วงนี้ถูกเพ่งเล็งต้องทำตัวดีๆ”

“อืม ก็เอาตามที่น้องแกบอกก็แล้วกัน ส่วนหล่อนอย่าลืมไปดูแลสามีล่ะ ไม่ใช่ว่าเข้าบ้านมาแล้วจะไม่สนใจอะไร ขลุกตัวอยู่แต่ในห้องทั้งวัน” แม่หลินมองเหอซิ่วอย่างเคืองๆ ตั้งแต่ที่แต่งสะใภ้คนนี้เข้าบ้านมา บ้านหลินก็มีเรื่องตามมาไม่เว้นวัน อดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นตัวซวยประจำบ้าน

“ค่ะแม่” เหอซิ่วรับปากเสียงเบา

ทำไมเธอจะไม่อยากไปดูแลสามีล่ะ ติดที่เขาสั่งห้ามชัดเจนว่าไม่ให้เธอเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเขาที่บ้านพักสวัสดิการ แล้วเธอจะหน้าด้านไปหาเขาได้ยังไง ดีที่แม่สามีออกปากมาแล้ว พอจะเอาคำสั่งนี้มาเป็นข้ออ้างไปหาเขาได้บ้างเป็นครั้งคราว

 

ทางด้านบ้านพักของกลุ่มปัญญาชนและยุวชนต่างก็แตกตื่น เมื่อมีประกาศรับสมัครเจ้าหน้าที่คอมมูน ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อน

“ถ้าฉันได้ตำแหน่งก็ดีสิ จะได้ไม่ต้องทำงานที่ทุ่งนา”

“หล่อนโง่หรือเปล่า ถ้าเข้ารับตำแหน่งก็เท่ากับว่าจะต้องย้ายชื่อตัวเองมาอยู่ที่ทะเบียนกลางของที่นี่นะ จะไม่ใช่คนเมืองอีกต่อไป ภายหน้าถ้าคิดจะย้ายกลับไปก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วนะ”

“แล้วเธอคิดว่าตัวเองจะได้ย้ายกลับบ้านงั้นเหรอ ยังไม่รู้ตัวอีกหรือไงว่าพวกเขาเอาพวกเรามาปล่อย จนถึงตอนนี้มีใครได้เรียกตัวกลับบ้านหรือยังล่ะ”

เสียงพูดคุยเงียบลงเมื่อซูเสี่ยวถางเดินเข้ามาในห้อง รายงานของเธอถูกส่งไปยังส่วนกลางแล้วเรียบร้อย นอกจากนั้นเธอยังเรียกร้องให้พวกเขารับผิดชอบในสิ่งที่เธอโดนอีกด้วย

“ถางถาง พวกเราขอโทษนะที่เข้าใจเธอผิดไป”

“นั่นสิ ฉันก็คิดอยู่แล้วว่ายังไงหัวขโมยก็ต้องไม่ใช่เธอ”

เพื่อนๆ หลายคนต่างก็เดินตบเท้าเข้ามาขอโทษ หนึ่งในนั้นคือเมิ่งหลิว เพียงแต่ว่าหญิงสาวแค่มายืนมุงข้างๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร

“อืม” เสี่ยวถางมองหลิวหลิวครู่หนึ่ง แล้วก็พยักหน้าให้กับคนอื่นๆ ที่มามุงขอโทษขอโพย เธอไม่ติดใจกับคำกล่าวอ้างของพวกเขาก่อนหน้า เพราะเข้าใจดีว่าทุกคนล้วนแต่เป็นเหยื่อของหัวขโมย

ทว่าหญิงสาวกลับเดินไปหาหลี่ชิ่วชิง ที่ตอนนี้นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง ไม่ทุกข์ร้อนอะไรที่เธอกลับมาแล้ว “ได้ยินเจินเจินบอกว่าเธอเป็นคนร่วมลงชื่อส่งทางการเรื่องที่ฉันไม่ผิด”

“อือ” หญิงสาวขานรับในลำคอ แต่ยังคงสนใจหนังสือตรงหน้าราวกับว่ามันสนุกมาก ทั้งที่อ่านไม่เข้าหัวเลยด้วยซ้ำ

“ขอบคุณมากนะ”

ชิงชิงชะงักไป วางหนังสือลงแล้วเงยหน้าขึ้นมอง แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินคำขอบคุณออกมาจากปากคนหยิ่งยโสอย่างซูเสี่ยวถาง

“ฉันก็แค่ทำไปตามความรู้สึก”

“นั่นแหละ ขอบคุณ” แม้แต่เหอซิ่วที่คิดว่าเป็นเพื่อนแท้ยังไม่ยอมลงชื่อในรายงานเลยด้วยซ้ำ กลับเป็นคนที่เล่นสงครามประสาทกันมาตลอดเป็นคนช่วงลงชื่อให้ แล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอขอบคุณอีกฝ่ายได้ยังไง

“ซูเสี่ยวถาง อย่าคิดว่าคำพูดแค่นี้จะซื้อใจฉันได้ ยังไงฉันก็ไม่หลงกลไปเป็นพวกของเธอหรอก ต่างคนต่างอยู่น่ะดีแล้ว”

“อืม ฉันก็คิดแบบนั้น” เสี่ยวถางพูดจบก็ยักไหล่แล้วเดินกลับไปที่เตียงของตนเอง ไม่ได้นอนมาเกือบเดือน จากที่คิดว่าที่นอนแข็งมาตลอด วันนี้เธอกลับรู้สึกว่าที่นอนนี้นอนดีที่สุดแล้ว

หญิงสาวล้มตัวลงนอน พลางคิดถึงข้อเสนอที่โจวเฉวียนบอก

“ทางการเสนอมา ว่าอยากให้คุณทำงานเป็นเลขาหัวหน้าคอมมูน เพราะคุณมีความละเอียดรอบคอบ เพียงแต่แลกกับการที่คุณจะไม่ได้กลับไปที่ซูโจวอีก”

คำพูดของเขาทำเอาเธอคิดหนัก แม้จะไม่มีความคิดที่จะกลับบ้าน แต่ถึงยังไงก็ไม่ได้อยากอาศัยอยู่บนเขานี้ไปตลอดชีวิต อีกอย่างเขาก็ประจำการที่กองบัญชาการซูโจวไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงบอกข้อเสนอนี้กับเธอล่ะ

 

 

เอาละไง เอายังไงดี จะทนปลูกผักต่อไปรอเรียกตัวกลับ อนาคตก็มารอตรงหน้า หรือควรคว้าเอาไว้แล้วรอผู้ใหม่ดีไหมนะ แม่ก็ขยันหาเสียด้วยสิ อิอิ