เลือก
เลือก
ซูเสี่ยวถางไม่คิดว่าตัวเองจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับคนอื่นเขาด้วย ชาติที่แล้วผูกใจรักกงจวิ้นเพียงคนเดียว คิดฝากชีวิตเอาไว้ที่เขา แต่พอมาชาตินี้กลับเปลี่ยนความคิดที่อยากจะยืนด้วยขาของตนเอง จนกระทั่งได้มาพบกับโจวเฉวียน คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีกับเขา เพราะเขามาในชั่วเวลาที่ลำบาก อีกทั้งยังอยู่เคียงข้างไม่ทอดทิ้งไปไหน
“คิดอะไรอยู่เหรอครับ” โจวเฉวียนเดินมานั่งข้างๆ
ตอนนี้ทั้งเธอและเขาอยู่ที่หน้าบ้านพัก เสี่ยวถางอาสาเลี้ยงมื้อเย็นเพื่อเป็นการขอบคุณที่เขาช่วยเป็นธุระและพากลับมาบ้านพักอย่างปลอดภัย โดยมีเจินเจินอาสาเป็นแม่ครัว และเปิดทางให้ทั้งสองได้คุยกัน
“เรื่อยเปื่อยน่ะค่ะ หิวหรือยังคะฉันจะไปดูว่าเจินเจินทำอาหารเสร็จหรือยัง”
“เรื่องงาน ตกลงว่าคุณตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเอายังไง” เขาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ อีกทั้งยังกระตุกเบาๆ เป็นเชิงให้เธอกลับมานั่งลงตามเดิม
“ถ้าฉันเลือกอยู่ที่นี่ต่อแต่ไม่รับตำแหน่ง อะไรจะเกิดขึ้นเหรอคะ”
“เท่าที่ผมรู้ ยังไม่มีคำสั่งให้พวกคุณกลับเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน อีกทั้งพวกที่ถูกส่งมาก่อนหน้า ถ้าไม่เส้นใหญ่จริงๆ ก็ไม่ได้กลับ” ชายหนุ่มตอบไปตามตรง ทั้งที่ความจริงเขาเลือกจะไม่บอกเธอเรื่องนี้ก็ได้ แต่เขาอยากให้เธอเป็นฝ่ายตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเอง ไม่ว่าจะเลือกทางไหน เขาก็พร้อมจะสนับสนุนเธอเต็มที่
“คุณรู้ใช่ไหมคะว่าถ้าหากฉันเลือกรับตำแหน่งเลขาคอมมูนที่นี่ ฉันก็จะไม่มีสิทธิ์กลับซูโจว”
“อืม” เขาขานรับในลำคอ เป็นคำตอบที่เขาพูดยากที่สุดแล้วในตอนนี้
“แล้วทำไมถึง”
“ผมรู้ครับ ถ้าผมบอกว่าอยากให้คุณอยู่ที่นี่ต่อแล้วจะหาทางช่วยให้คุณได้กลับบ้านเองก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะอำนาจไม่ได้อยู่ที่ทหารโดยตรง เพียงแต่เราถูกสั่งให้มาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยเท่านั้นไม่ใช่การบริหารจัดการ แต่ถ้าคุณอยู่ที่นี่ในตำแหน่งเลขาคอมมูน คุณก็จะไม่ได้ทำงานตากแดดเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องการมาตลอด คือไม่อยากเห็นคุณลำบาก”
“โจวเฉวียน” เสี่ยวถางเรียกชื่อเขาเสียงเบา รู้สึกสับสนว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิต
“เพราะฉะนั้น ผมอยากให้คุณเลือกเส้นทางที่คิดว่าดีกับตัวเองมากที่สุด แล้วผมจะหาทางตามหาคุณเอง”
คำตอบของเขาทำเอาเธอหัวใจเต้นแรง ถ้าเธอเลือกเป็นเลขาแล้วเขาจะขอมาประจำการในชายแดนเหนือที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดงั้นเหรอ
“ทำไมถึงทำเพื่อฉันขนาดนี้ละคะ”
“หึ ผมนึกว่าคุณรู้คำตอบแล้วเสียอีกว่าทำไมผมถึงทำเพื่อคุณขนาดนี้ ยอมรับว่าตอนแรกถอดใจเรื่องคุณไปแล้ว แต่พอผู้นำจางโทรมาบอกว่าคุณเดือดร้อน ในใจของผมมันกลับร้อนรนยิ่งกว่า ทั้งที่บอกตัวเองให้ลืมคุณไปสะ เพระาถึงยังไงเรื่องของเราก็เป็นไปได้ยาก แต่ลึกๆ แล้วมันกลับเถียงขึ้นมาว่า ยังไม่ลองแล้วรู้ได้ยังไงว่ามันยาก ถางถาง…แต่ไม่ว่าผมจะหาคำตอบให้ตัวเองมากมายแค่ไหน สุดท้ายแล้วคนที่จะให้คำตอบกับผมได้ยังไงก็ต้องเป็นคุณ”
เสี่ยวถางนั่งฟังเงียบๆ นี่คงจะเป็นบทสนทนาที่ยาวที่สุดแล้วระหว่างเธอกับเขา ก่อนหน้านี้แม้จะอยู่ด้วยกันทุกวัน แต่นอนจากนั่งเงียบๆ เป็นเพื่อน เขาก็แทบไม่ได้พูดอะไรเลย มีแค่เธอที่ถามความเคลื่อนไหวจากข้างนอกบ้าง
“คำตอบอะไรเหรอคะ” ถึงจะรู้ว่าเขาจะถามอะไร แต่ก็ยังอยากให้เขาเอ่ยปากถามมันออกมาตรงๆ อยู่ดี
“ซูเสี่ยวถาง คุณเต็มใจจะคบกับผมหรือเปล่า”
คำพูดที่ถามออกมาโต้งๆ สั้นๆ ได้ใจความกลับทำเอาคนฟังหัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ พยายามทำตัวเองไม่ให้ตื่นเต้น ถึงอย่างนั้นเสียงก็ยังสั่นหน่อยๆ
“ฉันนิสัยไม่ดี แล้วก็เอาแต่ใจมาก”
“อืม” เขาพยักหน้า ไม่ปฏิเสธให้เธอใจชื้นเลยแม้แต่น้อย
“แล้วฉันก็ขี้หึงมากด้วย”
“ผมไม่ใช่คนเจ้าชู้” เขาทำหน้าจริงจัง
“ฉันไม่ชอบคนพูดโกหก”
“ผมก็เหมือนกัน” เขาพยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วฉันก็เห็นแก่ตัวมากๆ ไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบ แต่ไม่เอาเปรียบใครแน่นอน”
“ผมรู้ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังอยากจะคบกับคุณอยู่ดี” เขากุมมือของเธอแน่น ถึงได้รู้ว่ามือของเขามันอุ่นมากแค่ไหน "ผมแค่อยากมีคุณอยู่ข้างๆ สามารถรักและปกป้องคุณได้อย่างถูกต้อง"
“ถ้าคุณรับทั้งหมดที่ฉันเป็นได้ ฉันก็ตกลงค่ะ”
กลายเป็นว่าตอนนี้โจวเฉวียนเป็นฝ่ายตื่นเต้นแทนบ้าง แม้จะมั่นใจเกินครึ่งว่ายังไงเธอก็ตกลงยอมคบกับเขา แต่ก็ยังเตรียมใจเอาไว้บ้าง เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนคนอื่น
เธอไม่ตื่นเต้นกับตำแหน่ง หน้าที่การงานของเขา ยิ่งรูปร่างหน้าตาแล้วยิ่งจะเป็นสิ่งแรกที่เธอหลีกเลี่ยง เท่าที่สังเกตดูเหมือนว่าจะชอบคุยกับคนหน้าตาธรรมดาทั่วไปมากกว่าคนหน้าตาเสียด้วยซ้ำ ทั้งที่คนอื่นชอบเข้าหาคนหน้าตาดีกว่า
“ขอบคุณครับ เอาไว้กลับซูโจวแล้วผมจะบอกเรื่องนี้กับที่บ้าน”
“เดี๋ยวก่อนสิคะ ไม่ใช่ว่าพวกเราเพิ่งตกลงคบกันเหรอ ไม่ต้องรีบก็ได้มั้ง” เรื่องของเธอทางนี้ยังไม่เรียบร้อย ถ้าเขาบอกเรื่องนี้กับทางบ้าน กลัวว่าจะถูกเร่งรัดถามเรื่องแต่งงาน
“ผมอายุไม่น้อย พ่อแม่เร่งให้แต่งงานทุกวัน คุณกับผมคบกันแล้วไม่แปลกถ้าจะบอกให้พ่อแม่รับรู้ อีกอย่างยังมีอีกหลายอย่างให้ต้องจัดการ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น อธิบายให้กระต่ายน้อยของเขาเข้าใจ
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่ามันเร็วไปอยู่ดี” เพราะเธอยังไม่คิดจะบอกใครเรื่องของเธอกับเขา
โจวเฉวียนไม่พูดอะไร แค่จับมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น อีกไม่กี่วันเขาก็ต้องเดินทางกลับแล้ว เพราะจัดการงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าหญิงสาวจะเลือกทางไหน เขาจะได้จัดการเรื่องส่วนตัวถูก
หลังจากที่คิดมาตลอดทั้งคืน เสี่ยวถางเลือกที่จะทำงานแลกแต้มค่าแรงต่อไป โดยไม่ขอรับตำแหน่งเลขาหัวหน้าคอมมูน
ข้อแรกเธอมองว่าคนที่อยากทำงานกับทางการ เป็นเพราะอยากมีชามข้าวเหล็กในมือ มีเงินเดือนทุกเดือน แต่สำหรับเธอแล้วไม่ต้องการขอพวกนั้น เพราะเธอหาเงินเองได้
ข้อสองคือ ถ้าเป็นคนของทางการ จะทำอะไรก็ลำบาก จะเอาของออกมาขายเพื่อเก็งกำไรกับคนอื่นๆ ก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะถูกเพ่งเล็ง สุดท้ายก็อาจจะโดนข้อหาทุจริตแบบเจ้าหน้าที่ชุดก่อนที่โดน ซึ่งนอกจากเธอจะเสียประวัติแล้ว โจวเฉวียนก็อาจจะพลอยเสียประวัติไปด้วยเพราะเขาคือคนรักของเธอ
ข้อสุดท้าย เธอยังหวังว่าสักวันตนเองจะกลับไปที่ซูโจว และแน่นอนว่าต้องไปในวันที่พร้อมจริงๆ เพื่อให้คนบ้านซูได้เห็นกับตาว่าเธออยู่สุขสบายดี
เสี่ยวถางได้ยินเรื่องที่ลุงจางโทรไปเบอร์ที่บ้านเดิมของเธอแล้ว และก็ไม่แปลกใจอะไรกับคำตอบของแม่เลี้ยง ไม่แต่หวังว่าหลังจากนี้หล่อนจะไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกับเธอ เพราะไม่อย่างนั้นเธอก็จะไม่ยื่นแม้แต่ปลายเล็บไปช่วยเหลือเหมือนกัน
“เจี๋ย โง่หรือเปล่า ทำไมไม่เข้าไปทำงานที่คอมมูน” เจินเจินขัดใจเมื่อได้ยินว่าเสี่ยวถางปฏิเสธเข้าทำงานที่คอมมูน
“ฉันไม่อยากอยู่บนเขานี่ไปตลอดชีวิตนี่นา” เสี่ยวถางพูดติดตลก
“ก็จริง แต่ฉันได้ยินว่ามีหลายคนที่ลงชื่อสมัครเพราะหมดหวังจะได้กลับบ้าน แล้วก็ไม่อยากทำงานแลกแต้มค่าแรงไปตลอดชีวิต”
“อืม ถ้าพวกเขาทำใจได้ก็ดี แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน เธอเองก็ควรจะหาลู่ทางของตัวเองบ้างเหมือนกัน ดูอย่างอาซิ่วสิ ยังแต่งงานเข้าบ้านหลินแล้วเลย” เสี่ยวถางนึกถึงเพื่อนสนิทอีกคน
“อย่าพูดถึงชื่อนี้ให้ระคายหูได้ไหมล่ะ ได้ยินว่าก็ไม่ได้รับการยอมรับจากบ้านสามีสักเท่าไหร่ อีกอย่างยังมีคนเอามาพูดกันว่า เจิ้งเกอย้ายมาอยู่ที่บ้านพักสวัสดิการ ส่วนเหอซิ่วอยู่ที่บ้านหลิน ผัวเมียแยกกันอยู่ทั้งที่บ้านกับที่ทำงานไม่ได้ห่างกันมากนัก”
“อืม ทำไงได้ล่ะ ทั้งหมดนี้อาซิ่วเป็นคนเลือกเอง” เสี่ยวถางถอนหายใจเบาๆ
“ก็ใช่นะสิ สามีไม่ให้เกียรติภรรยาแล้วคิดดูว่าคนที่บ้านสามีจะไปเห็นหัวได้ยังไง แต่ก็นั่นแหละใครใช้ให้หล่อนทำวิธีสกปรกแบบนั้น” เจินเจินเบ้ปาก เมื่อนึกถึงการกระทำของเหอซิ่ว