มีชีวิตอยู่ต่อ
มีชีวิตอยู่ต่อ
พ่อซูรู้สึกขายหน้าและอับอายในเวลาเดียวกัน ท่านจึงสั่งให้ทุกคนไปคุยกันที่บ้าน ซูถิงโดนหนักสุด เธอถูกสอบสวนว่าถึงขั้นไหนกับกงจวิ้นแล้ว ทว่าหญิงสาวก็เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ไม่หยุด พ่อซูถึงกับกุมขมับ
“เรื่องแบบนี้คุณจะไปถามลูกได้ยังไงละคะ ถ้าเด็กไม่รักกันจะทำแบบนี้กับลูกสาวเราได้ยังไง”
“เฮอะ ก็ขอให้มันรักกันจริงๆ เถอะ ไม่ใช่แค่หวังฟันแล้วทิ้งก็แล้วกัน ถางถางแกโชคดีแล้วที่ไม่ได้แต่งให้กับผู้ชายแบบนั้น” พ่อซูพูดอย่างโมโห
“ซูโย่วหลิง คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ถิงเอ๋อร์ไม่ใช่ลูกของคุณหรือยังไง เป็นพ่อประสาอะไรนอกจากจะไม่ปลอบใจลูกแล้วยังพูดจาทำร้ายจิตใจกันอีก” แม่เลี้ยงซูโวยวาย
“คุณต่างหากที่เป็นแม่ประสาอะไร ลูกทำผิดก็ยังจะหลับหูหลับตาถือหางลูกอยู่ได้ ผิดต้องตักเตือนลงโทษ ไม่อย่างนั้นต่อไปใครจะบอกจะสอนอะไรได้อีก”
แม่เลี้ยงซูได้ฟังแล้วถึงกับพูดไม่ออก ไม่ใช่ว่าเธอเห็นด้วยกับการกระทำของลูกสาว ก่อนหน้านี้ซูถิงเคยมาถามตนเอง ว่าทำยังไงถึงเอาชนะใจของสามีได้ เธอเลยว่าเพราะตัวเองปล่อยตัวปล่อยใจให้กับเขาก่อน ขอแค่เป็นผู้ชายที่ตัวเองชอบ ต่อให้จะใช้วิธีสกปรกแค่ไหนก็ต้องแย่งมาให้ได้
“เอาล่ะ ฉันรู้ว่าถิงเอ๋อร์ทำผิดต่อลูกสาวของคุณ ไหนลองว่ามาสิจะให้รับผิดชอบยังไง” สุดท้ายแม่เลี้ยงก็ยอมประนีประนอม
“ถางถาง ลูกพูดออกมาเลยว่าต้องการให้พ่อชดเชยให้ลูกยังไง” พ่อซูหันไปพูดกับลูกสาวคนโต
การที่ท่านแต่งงานใหม่ก็รู้สึกผิดกับแม่ของถางถางพออยู่แล้ว ยิ่งมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ท่านก็ยิ่งรู้สึกผิดเพิ่มขึ้นไปอีก ขอแค่ซูเสี่ยวถางเอ่ยปาก ท่านก็จะยอมให้ตามที่เธอขอ
“อันที่จริงแม่ก็พูดถูกว่าฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ ได้ยันว่าเฮยหลงเจียงที่นั่นหนาวมาก กลางวันนานกว่ากลางคืน หิมะตกทั้งวันทั้งคืนยาวนานเกือบครึ่งปี ฉันไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาหรือเปล่าหรือต้องหนาวตายที่นั่น”
“โถ่ถางถาง ลูกไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น พ่อเป็นคนของทางการ ยังไงก็จะหาทางช่วยให้ลูกได้กลับบ้านโดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลไปหรอก” พ่อซูได้ฟังแล้วก็รู้สึกปวดใจ
“ฉันรู้ค่ะ แต่บางเรื่องมันก็อยู่เหนือการควบคุมไม่ใช่เหรอคะ อย่างเช่นวันนี้” เสี่ยวถางขยี้
“หึ พูดมาทั้งหมดคืออยากได้เงินสินะ เอาสิ จะเอาเท่าไหร่ล่ะ 50 หยวนพอไหมสำหรับไปเริ่มต้นใหม่” แม่เลี้ยงซูถามขึ้น
“200 หยวนค่ะ” เสี่ยวถางมองหน้าแม่เลี้ยงแล้วบอกยอดเงินที่เธออยากได้
“หล่อนจะบ้าไปแล้วเหรอ 200 หยวนนั่นมันเงินเก็บทั้งหมดของครอบครัวที่มีแล้ว ปีหน้าถิงเอ๋อร์ก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย ยังต้องใช้เงินอีกเยอะ”
“แม่คะ อย่าลืมว่าฉันก็เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเหมือนกัน ตอนฉันสอบเข้าใหม่ๆ ไม่เห็นต้องใช้เงินมากมายเลยนี่คะ แต่ที่เฮยหลงเจียงสิต้องใช้เงิน อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีเสื้อขนสัตว์ไว้ใส่กันหนาวสักตัวถึงจะอุ่น”
“ได้ พ่อตกลง” พ่อซูตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
“ไม่ได้ ฉันให้ได้เต็มที่แค่ 100 หยวนเท่านั้น ได้ยินว่าคนที่ไปรัฐจะแจกเงินให้คนละ 250 หยวน คุณทำงานกับทางการประสาอะไรถึงไม่รู้เรื่องพวกนี้”
“เพราะผมรู้ถึงตอบตกลง เงินพวกนั้นมีอยู่ก็จริง แต่ยังต้องแบ่งไปสร้างบ้านแล้วก็ซื้อข้าวของเครื่องใช้ เหลือถึงมือเยาวชนเท่าไหร่ใครจะไปรู้”
พ่อซูพูดไม่ผิด ชาติที่แล้วเสี่ยวถางจำได้ว่าคอมมูนแจกเงินให้พวกเธอคนละ 20 หยวน บอกว่าเงินที่เหลือหมดไปกับการสร้างบ้านพัก ข้าวของเครื่องใช้ แล้วก็ของกิน ซึ่งของกินไม่มีอะไรเลยนอกจากโจ๊กข้าวฟ่างแล้วก็หมั่นโถวคนละ 2 ลูกต่อวัน
เฮยหลงเจียงที่เธอไปนั้น เป็นสถานที่บุกเบิกใหม่ ชาวบ้านอยู่ไม่ถึงร้อยหลังคาเรือน แต่ละบ้านอยู่ห่างกันพอสมควร อีกทั้งที่ทำกินก็รกร้างต้องไปถากถางบุกเบิกกันใหม่ ไหนจะเจอพายุหิมะที่ตกตลอดทั้งวัน เรียกได้ว่าแทบไม่ได้ทำงานจะเอาอะไรมาซื้อกิน
“ได้ 100 หยวนก็ 100 หยวน แต่ว่าฉันต้องได้เสื้อขนสัตว์ ระหว่างนั้นจะต้องส่งเงินให้ฉันเดือนละไม่ต่ำกว่า 10 หยวน จนกว่าจะครบ 100 หยวน” เสี่ยวถางต่อรอง
“นี่หล่อน”
“ถ้าไม่ได้ฉันก็จะไปร้องเรียนกับโรงงานให้มาตรวจสอบ ลองคิดดูก็แล้วกันว่าถ้าหากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของคณะกรรมการจะเกิดอะไรขึ้น”
แม้แม่เลี้ยงซูจะรู้สึกแปลกใจที่วันนี้ลูกเลี้ยงอยู่ดีๆ ก็แข็งข้อขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ยอมตอบตกลง “เงินสด 100 หยวน แล้วก็ส่งเงินให้ใช้อีกเดือนละ 5 หยวน ส่งได้เท่านี้มากกว่านี้ไม่ได้เแล้ว”
“ได้ ถ้างั้นก็ทำหนังสือสัญญา”
จากนั้นหญิงสาวก็เดินเข้าไปในห้อง พร้อมทั้งเขียนสัญญาออกมาสองฉบับ เนื้อหาในจดหมายระบุข้อตกลงชัดเจน รวมถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดสัญญาฉบับนี้ขึ้น
แม่เลี้ยงซูอ่านแล้วก็หน้าชา ลูกเลี้ยงคนนี้ที่คิดว่าซื่อบื้อมาตลอด แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย เวลาที่หล่อนเอาจริงก็ทำเอาตัวเองไปไม่เป็นเหมือนกัน
ซูเสี่ยวถางนอนกอดเงินม้วนจำนวน 100 หยวนในมือ มีเงินนี้แล้วต่อไปก็ไม่ต้องกลัวว่าจะอดตายที่เมืองหนาวอีก ชาติที่แล้วเธอไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย เพราะมัวแต่โศกเศร้า ทว่าชาตินี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว
ตอนนี้เธอไม่กังวลเรื่องของกิน เพราะในมิติมินิมาร์ทของเธอนั้นมีของกินที่ถูกปลดล็อกอยู่จำนวนมากพอให้เธอกินไปตลอด
ทว่าคืนนี้สิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นแล้วก็ดีใจมากก็คือ ระบบปลดล็อกเนื้อสัตว์ให้เธอแล้ว นั่นเท่ากับว่าต่อไปเธอจะมีเนื้อกินตอนไหนก็ได้
ระบบทำการปลดล็อกเนื้อสัตว์ เนื่องจากคุณสามารถเอาชนะความกลัวและเปิดโปงคนชั่วได้สำเร็จ
แม้จะรู้สึกงงๆ กับระบบอยู่บ้าง แต่คืนนี้หญิงสาวก็หลับฝันดี ส่วนซูถิงที่นอนข้างๆ เธอตอนนี้กำลังมีไข้ เพราะถูกพ่อซูลงโทษด้วยการตีไปหลายครั้งอยู่เหมือนกัน
“เจี๋ย ช่วยเช็ดตัวให้ฉันหน่อยได้หรือเปล่า ฉันหนาว” เสียงของน้องสาวดังขึ้นเบาๆ
“ซูถิงเอ๋ยซูถิง เธอทำกับเจี๋ยถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะคิดว่าฉันจะเอ็นดูเธออยู่เหรอ” หญิงสาวถามกลับไปเสียงเรียบ
“ถ้างั้น ชะ ช่วยห่มผ้าให้ฉันเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม” น้องสาวถามเสียงสั่น ตัวเธอก็สั่นเหมือนกัน
เสี่ยวถางลุกออกจากที่นอนเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วก็หยิบผ้าห่มสำหรับฤดูหนาวออกมาวางลงไปที่ตัวของน้องสาวแบบไม่ออมแรง เสียงครางด้วยความเจ็บดังออกมาเบาๆ แต่เธอก็ไม่สนใจ ล้มตัวลงนอนแล้วก็หลับไป
หลังจากนั้นบรรยากาศภายในบ้านก็ต่างไปจากเดิม ซูถิงนอนซมเพราะพิษไข้อยู่หลายวัน แม่เลี้ยงซูจำเป็นต้องลางานเพราะไม่มีคนดูแล ส่วนกงจวิ้นก็หนีหายกลับมหาวิทยาลัยไปแล้ว โดยไม่พูดถึงงานหมั้นเลยด้วยซ้ำ
เรื่องราวหลังจากนั้นเสี่ยวถางไม่อยากรู้ เพราะตอนนี้เธอต้องจัดเตรียมเสื้อผ้าให้มั่นใจว่าจะใส่ช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ได้
“ขาดเหลืออะไรให้รีบบอกพ่อ เข้าใจหรือเปล่า” พ่อซูเอาใจใส่ลูกสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ
“ค่ะ ขอบคุณพ่อมากนะคะ”
“ถางถางอย่าน้อยใจหรือคิดว่าที่พ่อแต่งงานใหม่แล้วจะไม่รักแกนะ แกเกิดมาจากความรักของพ่อกับแม่ เพราะฉะนั้นแกก็คือไข่มุกในอุ้งมือของพ่อ” พ่อซูลูบศีรษะของลูกสาวอย่างรักใคร่
“ค่ะ ฉันจะจำเอาไว้”
“ใครไม่รักก็ช่างหัวมัน ลูกสาวของพ่อทั้งสวยแล้วก็เรียนเก่งขนาดนี้ ออกมาจากค่ายได้แล้วก็กลับมาเรียนต่อให้จบ เรื่องงานก็ไม่ต้องเป็นห่วง พ่อมีตำแหน่งว่ารออยู่ก่อนแล้ว ขอแค่แกรักษาสุขภาพให้ดีก็พอ”
“อื้อ” หญิงสาวพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ เธอจะต้องมีชีิวิตอยู่ต่อไปเพื่อดูความล่มจมของสองคนนั้นอย่างแน่นอน เธอสัญญา