LNCrawler

ตัดใจไม่ลง

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ตัดใจไม่ลง

 

ก่อนวันเดินทางหนึ่งวัน คนอื่นๆ เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางกันหมดแล้ว มีเพียงซูเสี่ยวถางที่กระเป๋าเดินทางว่างเปล่า

“เจี๋ย ทำไมยังไม่เก็บกระเป๋าอีก” เจินเจินเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่มีเวลาเพราะต้องรีบออกเดินทางตั้งแต่เช้า

“เจินเจิน หรูอ้ายมี่คนนั้นเป็นคนยังไงเหรอ”

“อ้ายมี่เหรอ ก็เป็นคนขยัน เงียบๆ ไม่ค่อยพูดกับใคร ที่สำคัญน่าจะสนิทกับเมิ่งหลิว” เจินเจินเบ้ปากเมื่อพูดถึงเมิ่งหลิว

“อืม เข้าใจแล้ว”

ซูเสี่ยวถางสลัดความคิดที่จะสละตั๋วทองคำให้อีกฝ่ายไป เพราะถ้าหากบอกว่าสนิทกับเมิ่งหลิวเธอก็ไม่สามารถวางใจในตัวของอีกฝ่ายได้ ไม่สู้กลับบ้านไปพักผ่อนหลบหนาวก่อนแล้วค่อยกลับมายังจะดีเสียกว่า

คิดได้แบบนั้นหญิงสาวก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ยกของกินให้เจินเจินบางส่วน เพราะสำหรับเธอแล้วเรื่องของกินไม่ใช่เรื่องใหญ่ อีกทั้งการที่เธอช่วยเหลือคนเลเวลในมิติมินิมาร์ทก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย

เช้าวันถัดมาซูเสี่ยวถางกับคนอื่นๆ ก็ออกเดินทางกันแต่เช้า โดยมีกลุ่มของนายทหารหนุ่มอย่างโจวเฉวียนเป็นคนคุ้มกันส่งพวกเขาแต่ละคนขึ้นรถไฟกลับบ้าน

ช่วงเวลาหลังจากนี้ซูเสี่ยวถางกับโจวเฉวียนก็ทำตัวปกติ โดยเขายังคงเป็นผู้หมวดหน้านิ่งเหมือนเดิม ติดที่ครั้งนี้เขาเลือกนั่งที่นั่งติดกับเธอโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่มองมา

“ไม่กลัวลูกน้องรู้เหรอคะ”

“เขามันรู้แล้ว” เขาตอบนิ่งๆ ไม่สนใจสายตาของลูกน้องที่ลอบมองมาเป็นระยะ

“คนอื่นๆ ล่ะ”

“ช่างพวกเขาสิ ยังไงสักวันทุกคนก็ต้องรู้เรื่องของเราอยู่แล้ว” เขาพูดแบบไม่ใส่ใจ ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่เห็นต้องกลัวขนาดนั้น

ใช้เวลาเดินทางเกือบสัปดาห์ก็มาถึงซูโจว โดยโจวเฉวียนสั่งให้ลูกน้องกลับบ้านไปฉลองกับครอบครัว แล้วช่วงสิ้นเดือนค่อยกลับกองบัญชาการไปรายงานตัวพร้อมกัน เพราะตัวเขาเองก็ยังมีเรื่องอื่นให้ต้องจัดการ

“ผมไปส่งคุณที่บ้านก่อน” ช่วงเวลาที่เดินทางกลับซูโ๗วด้วยกัน ทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมากยิ่งขึ้น ราวกับเป็นคู่สามีภรรยาก็ไม่ปาน

“ไม่ต้องหรอกค่ะ นั่งรถประจำทางถัดไปแค่สองป้ายก็ถึงบ้านฉันแล้ว คุณรีบกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ” เสี่ยวถางปฏิเสธ เพระาไม่แน่ใจว่าแม่เลี้ยงอยู่บ้านหรือเปล่า เกิดพวกเขาเห็นว่ามีผู้ชายมาส่ง ก็อาจจะเอาไปพูดเป่าหูพ่อของเธออีก

“ส่งคุณถึงบ้านผมถึงจะวางใจทำเรื่องอื่น”

เสี่ยวถางถอนหายใจออกมาเบาๆ สุดท้ายก็พยักหน้ายอมให้เขามาส่งถึงบ้าน เพียงแต่เธอยังไม่กล้าพาเขาเข้าบ้าน

“ถึงบ้านฉันแล้วค่ะ” เธอชี้ไปยังบ้านพักสวัสดิการของข้าราชการชั้นสูง ฐานะทางบ้านของเธอถือว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

“อืม คุณเข้าบ้านไปเถอะ เดี๋ยวผมก็กลับแล้ว” เขาพยักหน้า แต่ไม่ยอมเดินไปไหน ยืนส่งคนรักเข้าบ้าน

“โกรธหรือเปล่าคะที่ฉันไม่พาเข้าบ้าน” พอเอาเข้าจริงก็กลัวว่าเขาจะโกรธ ทั้งที่เขาทำเพื่อเธอตั้งมากมายแต่ตอนนี้อยู่หน้าบ้านแล้วแท้ๆ แต่กลับไม่พาเขาไปแนะนำให้ผู้ใหญ่รู้จัก

โจวเฉวียนฟังแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปศีรษะของเธออย่างนึกเอ็นดู “คิดมาก ไม่เป็นไรหรอก เอาไว้รอให้ผมพาแม่สื่อมาที่บ้านเลยทีเดียวดีกว่า” เขาพูดทีเล่นทีจริง

“ไม่คุยด้วยแล้ว งั้นฉันเข้าบ้านก่อนนะคะ ถึงบ้านแล้วโทรหาฉันด้วยนะคะ” ที่บอกแบบนั้นเพราะเธอให้เบอร์โทรศัพท์บ้านกับเขาไปเรียบร้อยแล้ว

“ครับ”

นายทหารหนุ่มยืนส่งคนรักเดินเข้าบ้านจนกระทั่งประตูรั้วถูกปิดลง เขายืนหลับตาพิงกำแพงอยู่ครู่หนึ่ง นั่นเป็นเพราะตัดใจจากไปไม่ลง

 

ทางด้านซูเสี่ยวถางพอกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นคนอื่นๆ อยู่กันพร้อมหน้า แม้กระทั่งพ่อของเธอที่ยุ่งมากก็อยู่ที่นี่ด้วย นอกจากนั้นก็มีครอบครัวกงที่อยู่ ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะกินมื้อกลางวันกันอยู่

“ถางถาง” พ่อซูเป็นคนเรียกลูกสาวก่อนเป็นคนแรก จากนั้นก็รีบเดินมาใกล้

“พ่อ ฉันกลับมาแล้ว” เสี่ยวถางพูดยิ้มๆ มองข้ามคนบ้านกงแล้วก็แม่เลี้ยง ในสายตาของเธอมีแค่เพียงพ่อวูคนเดียวเท่านั้น

“ต้าเจี๋ยกลับมาแล้วเหรอคะ ฉันนึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอเจี๋ยแล้วเสียอีก” ซูถิง น้องสาวต่างแม่รีบเข้ามาสวมกอด ทำราวกับว่าคิดถึงพี่สาวคนนี้จับใจ ทั้งที่ตั้งแต่เธอไปค่ายกลับไม่มีจดหมายจากน้องสาวแม้แต่ฉบับเดียว จะมีก็แต่พ่อซูที่เขียนมาถามข่าวคราวแล้วก็ส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน

“อือ ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันยังไม่ตายง่ายๆ หรอก” พูดจบหญิงสาวก็เดินไปยังโต๊ะอาหาร ก่อนจะก้มหน้าทักทายคนบ้านกงตามมารยาท

“ถางถาง กลับมาแล้วเหรอ” กงจวิ้นแสดงอาการดีใจเมื่อเห็นหน้าเธอ

“อืม” เสี่ยวถางเดินมานั่งที่ประจำของเธอในเมื่อก่อน ซึ่งตอนนี้ถูกซูถิงน้องสาวยึดไปแล้ว

“เอ่อถางเอ๋อร์จ๊ะ พวกเราไม่รู้ว่าเธอจะมา ที่ตรงนี้ถิงเอ๋อร์นั่งแล้ว เธอจะเข้าห้องไปนอนพักผ่อนก่อนไหม เอาไว้ตื่นแล้วฉันจะได้หาอะไรให้กิน”

แม่เลี้ยงพูดแกมไล่ไปในตัว ทว่านอกจากเสี่ยวถางจะไม่ตอบโต้แล้ว เธอกลับนั่งยังตำแหน่งเดิมที่เป็นของตัวเอง พร้อมทั้งยกจานของซูถิงออกแล้วหยิบจานใบใหม่ขึ้นมาแทน

“ไม่ละค่ะ ฉันหิวจะกินตอนนี้เลย”

“ไอหยา…ถางถางของพ่อหิวนี่เอง มัวยืนงงอะไรอยู่ตักข้าวให้ลูกสิ” พ่อซูสั่งภรรยาเสียงแข็ง แล้วก็เข้ามาสำรวจลูกสาว

แม่กงเองก็เอ็นดูซูเสี่ยวถางอยู่แล้ว พอเห็นเธอมาก็พุ่งความสนใจไปทีเธอคนเดียวเหมือนแต่ก่อน ทิ้งให้ซูถิงที่เป็นลูกสะใภ้ยืนหน้าแตกอยู่อย่างนั้น เพราะไม่มีที่นั่งเหลือสำหรับเธอ จนแม่เลี้ยงซูต้องเดินไปที่ห้องเก็บของ แล้วเอาเก้าอี้สำรองมาให้ลูกสาวนั่ง

บรรยากาศบนโต๊ะอากาศจะว่าอึดอัดก็ไม่เชิงเท่าไหร่นัก เพราะทุกคนให้ความสนใจไปที่ซูเสี่ยวถาง ต่างถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเฮยหลงเจียง มุมปากของหญิงสาวกระตุก ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“จะว่าไปแล้ว ฉันเองก็เคยตกที่นั่งลำบากเหมือนกันตอนอยู่ที่เฮยหลงเจียง”

“เรื่องอะไรเหรอ เล่าให้พ่อฟังได้หรือเปล่า” พ่อซูลืมแม้กระทั่งมารยาทบนโต๊ะอาหาร ปล่อยให้คนอื่นๆ กินข้าวไป ส่วนท่านก็สนใจเรื่องเล่าของลูกสาวจนกินข้าวไม่ลง

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ พอดีว่าของที่บ้านพักหาย พวกเจ้าหน้าที่อยากจะปิดคดีเร็วๆ ก็เลยหาแพะรับบาป บังเอิญว่าฉันดันเป็นแพะตัวนั้นเสียได้”

“ไอหยา…ทำแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน แกบอกชื่อของพวกนั้นมา พ่อจะหาทางรายงานขึ้นไปที่คอมมูนเอง” พ่อซูตบเข่าฉาดใหญ่ ไม่พอเป็นอย่างมากที่ได้ยินว่าลูกสาวถูกปรักปรำ

“จะว่าไปแล้วก็แปลก ช่วงที่ฉันถูกขังอยู่นั้นเคยให้ผู้นำหมู่บ้านโทรมาขอความช่วยเหลือด้วยนะคะ แต่มีคนรับสายแล้วบอกว่าไม่รู้จักฉัน แล้วก็บอกอีกว่าไม่ให้โทรมาหาอีก”

“เหลวไหล จะมีเรื่องแบบนั้นได้ยังไง ถางถางคือไข่มุกในอุ้งมือของพ่อ ต่อให้ตัวไม่อยู่ยังไงชื่อของลูกก็ยังอยู่ และยังคงเป็นลูกสาวคนโตของบ้านตลอดไป”

“อื้อ เรื่องนี้คงต้องถามแม่แล้วละค่ะ เพราะผู้นำหมู่บ้านบอกว่าคนที่รับสายเป็นผู้หญิง” เธอโยนเผือกร้อนไปให้แม่เลี้ยง และนี่ก็คือของขวัญที่เธอเตรียมไว้ให้โดยเฉพาะ

“จริงเหรอ” พ่อซูถามเสียงเข้ม

“ระ เรื่องนั้นดูเหมือนว่าจะมีคนโทรมาจริงค่ะ แต่ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าถางเอ๋อร์เกิดเรื่อง ร้อยวันพันปีไม่เคยมีคนโทรมาหาลูกสาวของเรา อีกทั้งเขาก็พูดจาไม่น่าไว้ใจ คิดเลยคิดว่าเป็นพวกโรคจิตก็เลยพูดไปแบบนั้นเพื่อไม่ให้โทรมารบกวนอีก”

“งั้นเหรอคะ แต่ฉันกลับคิดว่าลุงจางเป็นถึงผู้นำหมู่บ้านดีเด่น ไม่น่าจะพูดจาเลอะเลือนจนฟังไม่รู้เรื่อง อย่างน้อยๆ ก็ไม่น่าเหมือนพวกโรคจิตโทรมาก่อกวน” เสี่ยวถางทำท่าคิด คำพูดของเธอยิ่งทำให้พ่อซูโกรธจนหน้าแดง

“เรื่องมันผ่านมานานมากแล้ว ฉันเองก็จำรายละเอียดไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ถางเอ๋อร์แม่ก็ขอโทษลูกด้วยแล้วกัน” แม่เลี้ยงบีบน้ำตา

“เรื่องนี้จะว่านานก็ไม่นานเท่าไหร่ เพราะเพิ่งเกิดเมื่อต้นปี โชคดีที่ลุงจางแกฉลาด โทรขอความช่วยเหลือจากนายทหารคนหนึ่ง ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาที่อยู่ไกลถึงซูโจวกลับไปช่วยพาฉันออกมาจากคุกใต้ดินได้ แล้วก็ลงโทษเจ้าหน้าที่พวกนั้นจนถูกไล่ออกทั้งคณะ” ป้ายความผิดให้แม่เลี้ยงแล้ว ก็ไม่ลืมยกความดีความชอบให้คนรักของตัวเอง