คุณนายทหาร
คุณนายทหาร
พ่อซูได้ยินเรื่องราวของลูกสาวแล้วก็สงสารจับใจ มองหน้าภรรยาด้วยสายตาขุ่นเคือง แต่มีเหรอที่แม่เลี้ยงจอมเจ้าเล่ห์ของเธอจะยอมเสียเปรียบง่ายๆ
“ถางถางของพวกเราโชคดีจริงๆ ว่าแต่นายทหารคนนั้นอยู่ที่ไหนเหรอ” ท่านคิดว่าเรื่องที่เสี่ยวถางพูดนั้นไม่เป็นความจริง ลูกเลี้ยงน่าจะกุเรื่องขึ้นมามากกว่า ใครจะถ่อไปช่วยไกลถึงฮาร์บิน ไม่มีทางเสียหรอก
“กองบัญชาการ 72 ใกล้ๆ เรานี่เอง ถ้าพ่อไม่ว่าอะไรฉันก็อยากจะเลี้ยงข้าวตอบแทนเขาสักมื้อ”
“เอาสิ พ่อไม่มีปัญหาอยู่แล้ว มาวันนี้ได้ยิ่งดี” พ่อซูตบเข่าฉาดใหญ่ รู้สึกขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือลูกสาว
“ถ้างั้นพ่อรอสักครู่นะคะ เผื่อว่าเขายังไม่กลับ”
ด้วยนิสัยของโจวเฉวียนแล้ว เธอคิดว่าเขาต้องรอดูจนกว่าจะมั่นใจว่าเธออยู่ในบ้านนี้ได้อย่างมั่นคง ได้แต่ภาวนาให้เขากลับไปแล้ว จะได้ไม่ต้องทนหนาวอยู่ข้างนอก
แต่แล้วลางสังหรณ์ของเธอก็เป็นจริง เขายังคงยืนพิงกำแพงอยู่ที่เดิม ดูจากก้นบุหรี่แล้วก็พอจะเดาได้ว่าคงยืนอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่เธอเข้าบ้านไป
“ข้างนอกอากาศหนาว รีบเข้ามาข้างในเถอะค่ะ”
เสียงหวานเรียกสติที่เหม่อลอยของเขากลับคืนมา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นสองขายาวก็ก้าวเข้ามาบริเวณบ้านตามที่อีกฝ่ายบอก
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” เขาแปลกใจที่เห็นเธอเดินออกมาอีกครั้ง นึกว่าจะเข้าบ้านไปพักผ่อนแล้วเสียอีก
“มีคนอยากแนะนำให้รู้จักค่ะ” เสี่ยวถางตอบยิ้มๆ
นึกขำตัวเองเหมือนกัน ทั้งที่ห้ามเขาเอาไว้แท้ๆ ว่ายังไม่พร้อมไปพบครอบครัวของเขา อยากเก็บเรื่องคบกันเอาไว้เป็นความลับ แต่กลายเป็นตัวเธอเองเสียอีกที่พาเขามาเปิดตัวก่อนคนแรก
เมื่อชายหนุ่มเข้ามาในบ้าน ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านเข้ามาทำให้รู้ว่านี่คือเรื่องจริง แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อภายในบ้านไม่ได้มีแค่พ่อ แม่แล้วก็น้องสาวตามที่เขาจินตนาการเอาไว้ หากแต่ยังมีคนอื่นอยู่ด้วย
“ทุกคนคะ คนนี้คือผู้หมวดโจวเฉวียน คนที่ช่วยฉันเอาไว้ แล้วก็เป็นคนพาพวกเรากลับบ้านอย่างปลอดภัยด้วยค่ะ”
“สวัสดีครับ” โจวเฉวียนก้มหน้าทักทาย
“ดีๆ ผู้หมวดโจวเชิญนั่ง ลุกขึ้นสิ" พ่อโจวสั่งแม่เลี้ยง แล้วยกเก้าอี้ของแม่เลี้ยงให้กับแขกคนสำคัญของลูกสาวแทน
ซูถิงตอนนี้กลายเป็นใบ้ไปแล้ว ไม่คิดว่าพี่สาวจะมีหนุ่มหล่อมาส่งถึงบ้าน อีกทั้งยังเป็นถึงผู้หมวด หน้าตาว่าดีแล้ว หน้าที่การงานกลับดียิ่งกว่า ไม่เหมือนกงจวิ้นที่ยังเป็นแค่นักศึกษาแบมือขอเงินพ่อแม่ใช้ไปวันๆ
“ขอบคุณครับ ที่จริงเรียกผมว่าโจวเฉวียนก็ได้ครับ" แม้จะรู้สึกงุนงงแต่ก็ยังเล่นตามน้ำไปก่อน ไม่รู้ว่าซูเสี่ยวถางแนะนำเขากับครอบครัวว่ายังไงบ้าง
“โจวเฉวียนสินะ ลุงเป็นพ่อของถางเอ๋อร์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณนายมากที่ช่วยลูกสาวของลุงเอาไว้ ถ้าไม่มีนายป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าถางถางจะเป็นยังไงบ้าง” พ่อซูพูดเสียงสั่น แค่นึกก็รู้สึกใจหวิวอย่างบอกไม่ถูกแล้ว
“คุณลุงไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว อีกอย่างผมเองก็เต็มใจ” คำพูดกำกวมของชายหนุ่ม คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนทำไมจะฟังไม่เข้าใจ
“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ดี ถางเอ๋อร์อยู่ไกล มีคนห่วงใยมากขนาดนี้ลุงก็เบาใจ” คำพูดเชิงอนุญาตกลายๆ ของพ่อซูทำเอาคนฟังใจฟู เขามองใบหน้าสวยที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ อยากจะดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดแต่ก็รู้ว่าไม่เหมาะสม จึงทำได้เพียงนั่งหลังตรงแล้วพูดคุยเรื่องทั่วไป
ซูเสี่ยวถางตอนนี้เหมือนยกภูเขาออกจากอก ขอแค่พ่อเห็๋นด้วยกับรักทางไกลของเธอในครั้งนี้ คนอื่นก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ โดยเฉพาะกงจวิ้นที่ตอนนี้มองหน้าหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ เขาเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด ขี้หึงเป็นที่หนึ่ง แต่คงลืมไปแล้วว่าระหว่างเธอกับเขาตอนนี้ไม่เกี่ยวข้องกันอีก
โจวเฉวียนมาบ้านกงก็กลายเป็นคนอื่น พ่อกงลุกขึ้นยืนขอตัวกลับเป็นคนแรก ส่วนแม่กงนั้นเหมือนมีเรื่องอยากจะพูดกับซูเสี่ยวถาง แต่เห็นว่าอีกฝ่ายมีแขกเลยได้แต่เก็บคำพูดนั้นเอาไว้ก่อน ถึงยังไงก็เพิ่งมาถึงน่าจะมีเวลาให้พูดคุยกันหลายวันหลังจากนี้
พ่อซูแสดงออกชัดเจนว่าพอใจในตัวโจวเฉวียนคนนี้มาก นอกจากเขาจะดูสุขุมเป็นผู้ใหญ่แล้ว การเอาชนะใจลูกสาวก็สำคัญเช่นเดียวกัน
“แล้วนี่พักที่ไหนเหรอ”
“ผมเป็นคนเซี่ยงไฮ้ครับ แต่ว่ามาประจำการที่กองบัญชาการ มีบ้านพักสวัสดิการในค่ายทหาร”
“งั้นเหรอจากที่นี่ไปกองบัญชาการก็ไม่ไกลเท่าไหร่สินะ” แม่เลี้ยงซูพูดขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบอยู่นาน
“ใครบอกล่ะ จากนี่ไปเกือบสองร้อยกิโลเมตรยังจะบอกว่าไม่ไกล อีกอย่างวันนี้หิมะตกหนักถนนน่าจะปิดหลายสาย ถ้ายังไงวันนี้ก็ค้างที่นี่สักคืนเถอะ เร่งเดินทางติดต่อกันหลายวันคงจะเหนื่อยน่าดู”
โจวเฉวียนไม่ได้รับปากในทันที แต่เขาหันไปมองหน้าเสี่ยวถางเพื่อขออนุญาต แน่นอนว่าในใจเขาต้องดีใจอยู่แล้วที่ได้ค้างบ้านคนรัก
เสี่ยวถางอายหน้าแดง ไม่คิดว่าพ่อจะเปิดทางให้ผู้ชายมาจีบลูกสาวง่ายขนาดนี้ แต่ถ้าคิดในแง่หัวอกของคนเป็นพ่อ พอรู้ว่ามีคนช่วยชีวิตลูกสาวของท่านเอาไว้ก็ต้องคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่ใช้ได้คนหนึ่ง
“ถ้างั้นฉันขอตัวไปทำความสะอาดห้องรับแขกก่อนนะคะ พอดีว่าไม่ได้มีแขกมาที่บ้านนานแล้ว” แม่เลี้ยงฝืนยิ้ม นั่งอยู่ตรงนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากส่วนเกินเลยขอตัวไปจัดห้องให้แขกแทน
“อืม รีบไปเถอะ”
แม่เลี้ยงซูถูกสามีไล่อย่างไม่ไยดีก็ยิ่งไม่พอใจ ลากตัวลูกสาวคนเล็กให้ไปช่วยงาน ทั้งที่ความจริงอยากจะพูดระบายกับใครสักคน และคนที่พอจะพูดได้ก็มีแค่ลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น
“น่าเจ็บใจนัก จวิ้นเก้อเกอเป็นคู่หมั้นของฉันแท้ๆ พ่อยังไม่ยอมให้นอนที่บ้าน ต้องไล่ให้ฉันไปนอนบ้านเขาแทน ทีกับเจี๋ยทำไมถึงพาผู้ชายมานอนบ้านได้”
“ถิงเอ๋อร์ แกก็ดูออกเหรอว่าสองคนนั้นไม่ธรรมดา”
“แม่ ฉันอยู่กับเจี๋ยมาตั้งแต่เกิดทำไมจะไม่รู้จักนิสัยของหล่อนละคะ คนอย่างซูเสี่ยงถางระวังตัวจะตาย แม้แต่กงจวิ้นจับมือสักครั้งก็ยังยาก นับประสาอะไรกับพาผู้ชายเข้าบ้าน ดีไม่ดีหล่อนอาจจะเสียตัวให้เขาแล้วก็ได้” ซูถิงเบ้ปากให้กับความลำเอียงของผู้เป็นพ่อ แม้ว่าที่ผ่านมาเธอมักจะได้ทุกอย่างที่ดีกว่าพี่สาวอยู่เสมอ ยกเว้นความรักที่พ่อมักจะแสดงออกชัดเจนว่ารักพี่สาวมากกว่า
“หยุดพูดจาเหลวไหล ถ้าพ่อแกมาได้ยินเข้าจะคิดว่าใส่ร้ายลูกสาวสุดที่รักของเขาอีก” แม่เลี้ยงซูดูลูกสาว ทว่าปากกับยิ้มกว้างจนตาหยี
“ก็มันจริงนี่คะ ดีที่ไม่ให้พวกเขานอนห้องเดียวกัน ไม่งั้นฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย”
“เด็กคนนี้ แต่งงานแล้วยังโวยวายเป็นเด็กๆ ไปได้ จะว่าไปแล้วซูเสี่ยวถางคนนี้เลือกสามีได้ดีเหมือนกับแม่ของมันไม่มีผิด โจวเฉวียนคนนี้นับว่าเป็นผู้ชายที่ดี ใครได้เป็นสามีนับว่าเป็นโชควาสนา”
“ดีตรงไหนคะ ก็แค่หน้าตาดีกว่ากงจวิ้นแค่สองส่วนเท่านั้นเอง” ซูซินไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดผู้เป็นแม่เท่าไหร่
“หึ เด็กโง่ หน้าตาก็แค่ผลพลอยได้ แต่ที่ดีจริงๆ คือเขามีทะเบียนบ้านที่เซี่ยงไฮ้ต่างหากล่ะ ซูโจวก็ดีอยู่หรอกแต่ถ้าเทียบกันแล้วเซี่ยงไฮ้ดีกว่าเป็นไหนๆ เท่ากับว่าตอนนี้เด็กนั่นนำแกไปหลายก้าวทั้งที่ถูกส่งไปอยู่ชนบทตั้งครึ่งปี”
“แม่ ทำยังไงดีละคะ ฉันไม่อยากด้อยกว่าเจี๋ยแล้ว ทั้งที่คิดว่าอยู่เหนือกว่าแล้วแท้ๆ” ซูถิงกระทืบเท้าเร่าๆ ร้อนใจที่ได้ยินว่าพี่สาวกำลังจะได้ดีกว่าตนเอง
“แกจะร้อนใจไปทำไม ไม่ใช่ว่าตอนนี้โจวเฉวียนอยู่ที่บ้านของเราแล้วเหรอ สองคนนั้นถึงขั้นไหนกันก็ยังไม่แน่ แต่ถ้าแกสามารถรวบหัวรวบหางเขาได้ ตำแหน่งคุณนายทหารยังไงก็ต้องเป็นของแก”
“แม่ แต่ฉันมีกงจวิ้นอยู่แล้วนะคะ” หญิงสาวตาโตเมื่อได้ฟังคำแนะนำจากผู้เป็นแม่
“มีแล้วจะทำไม ถ้าแกไม่ตาบอดก็น่าจะเห็นสายตาของมันที่จ้องซูเสี่ยวถางราวกับจะเขมือบลงไปทั้งตัวแบบนั้น”
“แต่ว่า” หญิงสาวลังเล แม้แต่ผู้เป็นแม่ยังสังเกตเห็น แล้วเธอที่เป็นภรรยาจะไม่เห็นได้อย่างไร ก็แค่หลับหูหลับตาทำเป็นมองไม่เห็นก็เท่านั้น