ยอมรับแบบไม่มีเงื่อนไข
ยอมรับแบบไม่มีเงื่อนไข
ช่วงเย็นของวันหนึ่ง ซูเสี่ยวถางรับโทรศัพท์จากทางไกล ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นโจวเฉวียน เขาโทรมาด้วยเรื่องที่จะพาพ่อแม่มาหาพ่อของเธอที่บ้าน
“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เอาเข้าจริงหญิงสาวกลับลังเล เพราะเป้าหมายหลังของเธอในตอนนี้คือหาเงินให้ได้เยอะๆ
“อืม ผมเล่าเรื่องของคุณให้พวกท่านฟัง แม่ผมดีใจมากที่ในที่สุดผมก็มีคนรักเสียที ท่านเลยอยากจะมาทำความรู้จักกับคุณแล้วก็ครอบครัวของคุณด้วย แต่ถ้าคุณไม่สะดวก”
“ได้ค่ะ ว่าแต่จะมาเมื่อไหร่เหรอคะ”
ถ้าเธอเห็นเขาตอนนี้คงต้องอยากคืนคำพูด เพราะเขากำลังยิ้มเอ็นดูกับความใสซื่อของเธออยู่ “พรุ่งนี้ครับ อีกไม่กี่วันคุณก็ต้องกลับฮาร์บินแล้ว”
“ได้ค่ะ งั้นฉันจะได้บอกพ่อให้เตรียมตัว”
หลังจากวางสายไปเสี่ยวถางถึงกับตบหน้าตัวเองเบาๆ พอผู้ชายเสียงอ่อยก็ใจอ่อนขึ้นมาทันทีทันใด เวลาเดียวกันนั้นพ่อซูก็เดินเข้ามาในโถงบ้านพอดี
“โจวเฉวียนโทรมาเหรอ” ท่านถามลูกสาวเสียงนุ่ม
“ค่ะ”
“เขาว่ายังไงบ้างล่ะ จะมาที่บ้านอีกทีวันไหน”
เสี่ยวถางกำลังคิดอยู่พอดีว่าจะบอกพ่อยังไง แต่ไหงท่านถึงรู้ว่าโจวเฉวียนจะมาที่บ้าน “ทำไมพ่อรู้ละคะ”
พ่อซูหัวเราะร่วมให้กับคำถามของลูกสาว “ก็เพราะเขาบอกพ่อเอาไว้ก่อนแล้วน่ะสิว่าจะพาพ่อแม่มาดูตัว แล้วก็พูดคุยเรื่องของลูกสองคน พ่อก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่ลูกสาวพ่อจะกล้าบอกเรื่องนี้”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังนะคะ แต่ว่าฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจกับรักทางไกลเท่าไหร่”
“ถางเอ๋อร์ แกเป็นลูกสาวของพ่อ ถึงพ่อจะไม่ค่อยได้คุยกับแกก็เถอะ แต่ทำไมพ่อจะไม่รู้ว่าแกเป็นคนยังไง ถ้าไม่มั่นใจในระดับหนึ่งก็คงไม่ตอบตกลงคบกับโจวเฉวียนหรอก พ่อพูดถูกหรือเปล่า” พ่อซูพูดขึ้นอย่างรู้ทัน
“พ่อ” หญิงสาวเรียกพ่อเสียงสั่น
วันนั้นทั้งวันสองพ่อลูกยุ่งกับการเตรียมความพร้อมต้อนรับแขกคนสำคัญ โชคดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์ พ่อซูไม่ได้ไปทำงาน จนเสี่ยวถางอดชื่นชมคนรักไม่ได้ว่าเขาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในครอบครัวของเธอ และที่สำคัญวันนี้แม่เลี้ยงไปทำงาน
ช่วงสายแขกคนสำคัญบ้านซูก็มาถึง โจวเฉวียนหิ้วของฝากแรกพบที่มาบ้านฝ่ายหญิงจนเต็มมือ ส่วนแม่โจวเองทันทีที่ได้เห็นหน้าซูเสี่ยวถาง ว่าที่ลูกสะใภ้ก็สวมกอดทันที ทำราวกับว่ารู้จักกันมานาน
“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่เรามาหาช้าไป เจ้าลูกชายตัวดีเพิ่งบอกเราเมื่อเร็วๆ นี้เอง พอทราบข่าวก็รีบมาหาที่นี่เลย” แม่โจวพูดยิ้มๆ ท่านนั่งจับมือเสี่ยวถางไม่ยอมปล่อย
“ไม่เป็นไรเลยครับ ถางเอ๋อร์เองก็เพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วันก่อนนี้เอง ต้องขอบคุณบ้านโจวที่เลี้ยงลูกชายได้ดี โจวเฉวียนเป็นคนดีจริงๆ ครับ” พ่อซูชมลูกชายต่อหน้าพ่อแม่ของเขา
“คุณซูชมเกินไปแล้ว ฉันกลับมองว่าลูกชายของพวกเราต่างหากที่โชคดีได้มารู้จักกับถางถาง”
คำพูดของแม่โจวทำให้พ่อซูรู้สึกพอใจมาก เนื่องจากว่าท่านไม่ได้ยัดเยียดฐานะลูกสะใภ้ให้ตั้งแต่ที่ยังไม่ได้ตกลงพูดคุยกัน นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขากำลังให้เกียรติลูกสาวของท่านอยู่
นอกจากพ่อโจวกับแม่โจวแล้ว ก็ยังมีผู้หญิงที่ดูมีอายุคนหนึ่งตามมาด้วย คุยไม่นานถึงรู้ว่าท่านคือแม่สื่อที่แม่โจวพามาด้วย
ซูเสี่ยวถางนั่งเงียบ ปล่อยให้ผู้ใหญ่พูดคุย ซึ่งส่วนมากจะเป็นแม่สื่อของฝ่ายชายที่พูดถึงโจวเฉวียน ถึงได้รู้ว่าเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านโจว อีกทั้งยังเติบโตในครอบครัวทหาร เนื่องจากว่าตระกูลของเขาเป็นทหารติดต่อกันมายาวนานถึงสามรุ่น เขาเป็นรุ่นที่สี่
ส่วนแม่โจวท่านก็เป็นครูสอนที่โรงเรียนอันดับหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ พวกท่านมีลูกช้า เพราะตอนนี้ทั้งสองคนเกษียณออกมาอยู่ที่บ้านไม่ได้ทำงานแล้ว
ทางด้านพ่อซูจากที่ภูมิใจในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตนเอง พอได้ทราบประวัติทางฝั่งว่าที่ลูกเขยแล้วก็เริ่มไม่มั่นใจว่าตนเองพอจะสู้ฝั่งนั้นได้หรือเปล่า
“ถ้าคุณซูไม่มีอะไรขัดข้อง ก็ให้เด็กสองคนหมั้นกันก่อน ส่วนเรื่องพาตัวถางถางกลับมาฉันกับพ่อโจวเฉวียนจะช่วยอีกแรง” แม่โจวถึงกับเอ่ยปากว่าจะช่วยใช้เส้นสายของตนเองพาว่าที่ลูกสะใภ้ให้กลับมา
หากท่านต้องการอุ้มหลาน ก็คงจะมีแค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นที่ลูกชายจะยอมมีทายาทให้กับตระกูลโจว ท่านเองก็อายุมากขึ้นทุกวัน อดทนรออุ้มหลานไม่ไหวแล้ว
“เรื่องนี้ผมคงตอบแทนลูกสาวไม่ได้ แต่ก็ต้องขอบคุณล่วงหน้าเรื่องที่จะช่วยพาถางเอ๋อร์กลับบ้าน” พ่อซูไม่ปฏิเสธน้ำใจที่บ้านโจวหยิบยื่นให้ เพราะถ้าหากพวกเขาสามารถพาลูกสาวของท่านออกจากเขาได้จริงๆ ก็นับว่าเป็นบุญคุณกับบ้านซู
“ขอบคุณอะไรกันละคะ ถ้าสองคนนี้หมั้นหมายกัน ยังไงเราก็ต้องช่วยลูกสะใภ้ของเราให้เต็มที่ ว่าไหมละคะ” แม่โจวพูดแบบนี้ ก็เพื่อต้องการย้ำอีกครั้งว่าหากซูเสี่ยวถางยอมตกลงหมั้นกับลูกชายของท่าน เรื่องที่จะพาเธอกลับบ้านนั้นก็เป็นธุระจัดการของพวกท่านด้วย
แต่หากว่าเธอยังไม่ตอบตกลงหรือไม่มั่นใจ การกลับบ้านของเธอก็อาจจะไม่ใช่เร็วๆ นี้ เสี่ยวถางมองหน้าคนรักอย่างใช้ความคิด
เพราะต่อให้เธอกับโจวเฉวียนจะหมั้นกัน แต่หากต่อไปทั้งสองคนไปด้วยกันไม่ได้ ก็เท่ากับว่าบ้านโจวมีบุญคุยกับเธอเรื่องที่พาเธอหลุดพ้นจากค่ายชนบท ซึ่งเธอไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
“ผมขอคุยกับถางถางส่วนตัวได้หรือเปล่าครับ” โจวเฉวียนเหมือนจะเห็นความกังวลในแววตาของคนรัก เขาจึงพูดขึ้นมาแบบนั้น
“ไปเถอะ" พ่อซูพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต
จากนั้นโจวเฉวียนก็เดินพาคนรักออกไปจากห้องโถง พาเธอเข้าไปคุยในห้องรับแขก ซึ่งเป็นห้องเดียวกับที่เขาเคยพักเมื่อครั้งที่แล้วที่มาบ้านซู
เมื่อเข้ามาในห้องเขาก็ดึงเธอเข้าไปกอด เสี่ยวถางอึ้งกับการกระทำของเขามาก แต่เธอก็ยืนนิ่งให้เขากอดอยู่แบบนั้น
“ไม่เจอหลายวัน ไม่คิดว่าจะเป็นขนาดนี้”
ประโยคบอกคิดถึงที่ไม่มีคำว่าคิดถึงเลยสักครึ่งคำ แต่คนฟังกลับรู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจ เพราะเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาเช่นเดียวกัน
แขนเรียวค่อยๆ ยกขึ้นไปกอดตอบเขาเช่นเดียวกัน เป็นการตอบรับความรู้สึกว่าตัวเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่นัก
“แม่ทำคุณตกใจแย่เลยสิ”
“อือ นิดหน่อยค่ะ ไม่คิดว่าท่านจะรุกหนักขนาดนี้”
“หึ เจอลูกสะใภ้ถูกใจคงไม่อยากปล่อยให้หลุดมือ” พูดจบก็ค่อยๆ ปล่อยกอดออก เพื่อดูว่าคนขี้อายจะทำหน้ายังไง ซึ่งไม่ต่างจากที่เขาคิดเอาไว้เท่าไหร่ ใบหน้าขาวเนียนกำลังซับสีแดงระเรื่อชวนมอง
“คุณ คิดยังไงกับเรื่องนี้คะ”
“ผมอยากแต่งวันนี้เสียด้วยซ้ำไปคุณก็รู้” นิ้วยาวเกี่ยวผมมาทัดหู เพราะมันกำลังบดบังใบหน้าสวยของเธออยู่
เสี่ยวถางนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่กล้าพูดสิ่งที่คิดออกมา กลัวว่าถ้าพูดออกไปจะทำลายบรรยากาศหวานชื่นของเธอกับเขาเสียก่อน
“คุณคิดยังไงพูดมาได้เลย คุณว่ายังไงผมก็ว่าแบบนั้นไม่ต้องกลัวผมหรือแม่จะเสียใจ พูดออกมาตรงๆ ได้เลย”
โจวเฉวียนทำราวกับว่ามานั่งอยู่ในใจของเธอ เขามักจะสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของเธออยู่เสมอ “ฉันไม่ติดเรื่องที่จะหมั้นกันก่อน เพียงแต่ฉันไม่อยากให้ที่บ้านของคุณช่วยให้ฉันกลับซูโจว ฉันอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวน"
“ทำไมละครับ คุณกลัวว่าแม่ผมจะเก็บเอามาเป็นบุญคุณภายหลังเหรอ” เขาโตกว่าเธอหลายปี ความคิดเล็กน้อยพวกนี้เขาย่อมดูออก
“คุณรู้” หญิงสาวก้มหน้าพูดเสียงเบา ละอายเกินกว่าจะพูดออกมาตรงๆ
“อืม ซูเสี่ยวถาง ถ้าหากจะพูดถึงบุญคุณจริงๆ คุณคงหนีผมไปไหนไม่รอดตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันบนรถไฟคุณจำได้หรือเปล่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมช่วยคุณ เพราะฉะนั้นตัดเรื่องบุญคุณออกไปได้เลย วันข้างหน้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมรับรองด้วยเกียรติของทหารว่าแม่จะไม่มีวันเอาเรื่องนี้มาพูดเพื่อให้คุณหรือครอบครัวคุณลำบากใจ”
“โจวเฉวียน”
เขาดึงเธอเข้ามากอดแล้วลูบหลังเบาๆ เป็นการปลอบใจ “สบายใจบ้างหรือยัง” ความอบอุ่นและเป็นผู้ใหญ่ของเขาทำเอาเสี่ยวถางไปไหนไม่รอด จนต้องยอมพยักหน้าตอบตกลงอย่างไม่มีเงื่อนไข