LNCrawler

หมั้น

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

หมั้น

 

งานหมั้นของทั้งสองคนถูกจัดขึ้นก่อนที่ซูเสี่ยวถางจะกลับไปเฮยหลงเจียงเพียงแค่สองวัน โดยฝ่ายชายมาหมั้นหมายฝ่ายหญิงถึงบ้าน

งานนี้ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามความต้องการของฝ่ายหญิง อีกทั้งสถานการณ์บ้านเมืองก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้จัดงานใหญ่โต มีเพียงญาติผู้ใหญ่และแขกคนสนิทเท่านั้นที่มาร่วมงาน

สินสอดที่ทางเจ้าบ่าวยกมาสู่ขอก็ไม่น้อยหน้า เงินสด 1000 หยวน ผ้าไหมชั้นดี แล้วก็แหวนหมั้นซึ่งถูกสั่งทำพิเศษจากเพชรน้ำงาม

ซูถิงเห็นแล้วก็ตาโต งานหมั้นของตนเองต่างหากถึงจะเรียกว่าจัดอย่างเรียบง่าย ส่วนงานของพี่สาวนั้นเป็นงานใหญ่ระดับเมืองเลยก็ว่าได้

“ไหนบอกแค่จัดเล็กๆ แล้วนี่อะไร ของหมั้นตั้งมากมาย ต้องการจะเกทับกันหรือไง” หญิงสาวโวยวาย

“แกจะเสียงดังไปทำไม กลัวคนอื่นไม่รู้ว่าน้องสาวกำลังอิจฉาพี่สาวที่ได้สินสอดเยอะกว่าตัวเองหรือไง”

“แม่” ซูซินเรียกผู้เป็นแม่เสียงหลง ไม่คิดว่าท่านจะพูดออกมาตรงๆ แบบนี้

“ทำไมฉันพูดแทงใจดำละสิ แกไปเรียกกงจวิ้นมาดูเป็นตัวอย่าง ว่าการที่ฝ่ายชายให้สินสอดกับฝ่ายหญิงมันคือการให้เกียรติเจ้าสาวของตัวเองอย่างหนึ่งเหมือนกัน”

“เหมือนกันที่ไหนละคะ กงจวิ้นเขายังเป็นแค่นักศึกษา ไม่ได้หาเงินได้เองเหมือนโจวเฉวียน แต่ถึงเขาจะหาเงินได้ ลำพังแค่เงินเดือนทหารก็ไม่น่าจะเยอะขนาดนั้น ถ้าให้เดาก็น่าจะเป็นเงินของพ่อแม่เขามากกว่า”

“จะเงินใครก็ช่าง ไม่ใช่ว่าโจวเฉวียนเป็นลูกคนเดียวเหรอ ไม่ช้าก็เร็วสมบัติทุกอย่างก็จะตกเป้ฯของเขาคนเดียว แล้วกงจวิ้นมีอะไร นอกจากบ้านพักสวัสดิการแล้วมีอะไรให้แกเอาออกมาเป็นหน้าเ้ป็นตาได้บ้าง แม้แต่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่ใส่ร่วมงานก็ยังเป็นฉันที่ซื้อให้” แม่เลี้ยงซูอดไม่ไหวที่จะดูถูกลูกเขย

“ก็ใช่สิ พวกฉันมันไม่มีอะไร สู้อะไรสองคนนั้นไม่ได้ แบบนี้แม่พอใจหรือยัง”

“กงจวิ้นต่างหากที่ไม่มีอะไร ส่วนแกก็เลือกได้ว่าอยากจะมีเหมือนซูเสี่ยวถางหรือเปล่า ซินเอ๋อร์ฉันสอนให้แกเป้ฯคนอ่อนแอตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันบอกเสมอว่าอยากได้ก็ต้องแย่ง โลกนี้ไม่มีพื้นที่สำหรับคนอ่อนแอ”

“จะให้ฉันแย่งยังไง ในเมื่อกงจวิ้นฉันก็ไปแย่งเจี๋ยมา” หญิงสาวพูดเสียงอ่อน เรื่องนี้เป็นตราบาปติดตัวเธอไปจนวันตาย

“ฉันบอกไปแล้วว่าแกควรทำยังไง พ่อของแกฉันยังไปแย่งมาจากศพได้ นับประสาอะไรกับคนที่ยังไม่แต่งงานกัน โจวเฉวียนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว” พูดจบก็เดินออกจากห้องส่วนตัว ปั้นหน้าเดินไปรับแขกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ลูกสาวยืนคิดหนักอยู่คนเดียว

 

งานหมั้นผ่านไปด้วยดี ทว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เสี่ยวถางจะเดินทางไปเซี่ยงไฮ้พร้อมกับโจวเฉวียนในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะเธอเองก็ต้องเดินทางกลับเฮยหลงเจียง เพียงแต่แม่โจวอยากพาลูกสะใภ้ไปแนะนำให้ญาติที่ติดธุระไม่ได้มาร่วมงานของพวกเธอให้ได้รู้จักก็เท่านั้น

“คืนนี้ก็ให้อาเฉวียนค้างที่นี่กับถางเอ๋อร์ก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยให้พวกเขาไปหาที่โรงแรมแต่เช้า” พ่อซูพูดเปิดทาง

“พ่อ” เสี่ยวถางร้องห้าม

มีหลายคู่ไม่น้อยที่หลังจากหมั้นกันแล้วก็อยู่กินฉันสามีภรรยา บางคู่ถึงขั้นมีลูกแล้วถึงได้จัดงานแต่งงาน บางคู่ก็ผ่านไปหลายปี อยู่กินจนกระทั่งมั่นใจว่าต่างฝ่ายต่างเป็นคู่แท้ถึงได้จัดงานแต่งก็มี

“พ่อสะใภ้พูดตรงอะไรแบบนั้น จริงๆ แล้วฉันก็แอบจองห้องพักที่โรงแรมเอาไว้แล้ว แต่กลัวว่าจะไม่เห็นด้วยก็เลยไม่กล้าพูด” แม่โจวพูดยิ้มๆ

“มีอะไรให้ไม่เห็นด้วยอีกล่ะ ในเมื่อทั้งสองคนหมั้นหมายกันแล้ว ขาข้างหนึ่งของถางเอ๋อร์ก็ถือว่าก้าวเข้าไปอยู่บ้านโจวแล้ว ยังจะต้องคิดอะไรมากมายอีก” พ่อวูพูดอย่างตรงไปตรงมา

“อาเฉวียน ลูกว่ายังไง” แม่โจวหันไปถามลูกชาย

"แล้วแต่ถางถางครับ ผมยังไงก็ได้”

“ไม่ทันไรก็กลัวเมียเสียแล้วเจ้าลูกคนนี้นี่ ได้เชื้อพ่อมาเต็มๆ” พ่อโจวหัวเราะชอบใจที่ลูกชายให้เกียรติภรรยา

“นั่นเป็นสิ่งที่ผู้ชายอกสามศอกอย่างเราๆ ควรทำไม่ใช่เหรอครับ” พ่อซูพยักหน้าพอใจกับการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของลูกเขย แต่มันกลับตอกย้ำชัดเพื่อให้ท่านมั่นใจว่าท่านฝากวางชีวิตของลูกสาวเอาไว้ไม่ผิดคน

“ฉันขอนอนที่บ้านแล้วกันค่ะ ยังมีของอีกหลายอย่างที่ต้องเตรียม ขอตัวก่อนนะคะ”

พูดจบหญิงสาวก็เดินออกจากวงสนทนาไป ทิ้งให้นายทหารหนุ่มยืนทำหน้านิ่งไม่กระดุกกระดิกไปไหน จนกระทั่งแม่โจวสะกิด

“ยืนงงอะไรอยู่ เจ้าสาวของแกเดินเข้าห้องหอไปแล้ว รีบตามไปสิ”

“ผมไปได้จริงๆ เหรอครับ” โจวเฉวียนไม่กล้า เพราะตามความเข้าใจของเขาคือทั้งสองคนต้องแต่งงานก่อนเขาถึงจะแตะต้องตัวเธอได้ แต่ถ้าให้เขาไปอยู่ในห้องนั้นกันสองต่อสอง เขาก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะยังคงความเป็นสุภาพบุรุษได้อีกหรือเปล่า

เวลาอยู่ต่อหน้าคนที่รักสองต่อสอง ใครจะหักห้ามใจไม่ให้คิดอะไรเกินเลยกับอีกฝ่ายได้ ยิ่งพอรู้ว่าเธอถูกเขาสวมแหวนตีตราจอง ชาตินี้ทั้งชาติยังไงก็ต้องเป็นภรรยาของเขาโจวเฉวียน ถึงตายก็เป็นผีของตระกูลโจว และคิดว่าเขามีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่างก็ยิ่งทำให้เขาอยากเข้าใกล้เธอมากขึ้น

“ใครมัดขาแกเอาไว้ล่ะ พ่อตาก็บอกแล้วว่าค้างที่นี่ได้ เจ้าสาวก็เปิดห้องรอขนาดนั้นยังจะซื่อบื้ออยู่อีก เรื่องนี้ขอบอกเลยว่าแกไม่ได้เสี้ยวของพ่อเลยด้วยซ้ำ”

พ่อโจวพูดจบก็หัวเราะชอบใจ ทำเอาคนอื่นๆ ที่ได้ยินต่างก็หัวเราะตามไปด้วย ได้ยินมานานแล้วว่าเจ้าบ่าวไม่เคยมีคนรักและไม่เคยแต่งงานมาก่อน เพียงแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ จนกระทั่งมาเห็นเองกับตา ว่าเขาไม่ต่างอะไรกับหนุ่มที่เพิ่งแตกเนื้อหนุ่มเลยไม่ผิดเพี้ยน

“ไปเถอะ” พ่อซูพูดเสียงกลั้วหัวเราะล

ทันทีที่โจวเฉวียนได้ยินแบบนั้น เขาก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะปิดประตูลงกลอน เคยดูหนังรักมาก็หลายหน แม้แต่ฟังเหล่าทหารเล่าสู่กันฟังเรื่องคืนเข้าหอก็หลายรอบ แต่ทำไมไม่เหมือนที่พวกนั้นเล่า มันเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง

 

ทางด้านซูเสี่ยวถางตอนนี้กำลังถอดเครื่องประดับบนตัวออก ยังไม่ทันที่จะล้างหน้า ประตูห้องก็ถูกปิดลงกลอน ตามมาด้วยชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเต็มยศ ที่ตอนนี้กำลังยืนกอดมองเธอยิ้มๆ

“เหนื่อยหรือเปล่าครับ”

“นิดหน่อยค่ะ คุณจะอาบน้ำอุ่นเช็ดตัวไหมคะ ฉันจะได้เตรียมน้ำให้”

“เมื่อเช้าอาบแล้ว ตัวยังหอมอยู่เลย” เห็นอีกฝ่ายทำหน้าตาไม่เชื่อเลยพูดเสริมขึ้นว่า “ไม่เชื่อลองมาดมดูสิ”

“ไม่เอาอ่ะ” เสี่ยวถางส่ายหน้าปฏิเสธ ต่อให้เป็นสามีภรรยากัน เธอก็คงไม่บ้าจี้ไปดมรักแร้พิสูจน์กลิ่นของอีกฝ่ายหรอก

“อันนี้ห้องคุณเหรอครับ” โจวเฉวียนชวนคุย ไม่อยากหมกมุ่นเรื่องใต้สะดือ

“ไม่เชิงหรอกค่ะ เมื่อก่อนเป็นห้องของฉันกับซูซิน แต่ว่าตอนนี้หล่อนไปๆ มาๆ ระหว่างที่บ้านกับบ้านกง”

“วันนี้ผมเห็นเขามาร่วมงาน ทำท่าจะเดินมางานของเราก็หลายรอบ แต่ถูกน้องรองมาพาตัวออกไปก่อน”

“เหรอคะ ฉันไม่ทันได้สังเกตเลย” เสี่ยวถางพูดเรื่องจริง เพราะกงจวิ้นไม่ได้อยู่ในสายตาของเธอนานแล้ว

“ดีใจจังที่คุณไม่ได้สนใจเขา” โจวเฉวียนเดินมาสวมกอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง ก่อนจะกดจูบที่ขมับเบาๆ

ทว่าปฏิกิริยาของเสี่ยวถางเร็วกว่า เธอเอี้ยวตัวหลบแต่ไม่ทัน ท่าทางของเธอทำเอาโจวเฉวียนชะงัก แต่ก็ยังยกยิ้มมุมปากก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ขอโทษที่ทำตัวรุ่มร่ามครับ ผมคิดว่าเราหมั้นกันแล้วจะไม่เป็นไรเสียอีก”

“ฉัน…ยังไม่ชิน” เธอไม่ได้จะปฏิเสธ เพียงแต่ว่าปฏิกิริยามันไปเอง บางครั้งก็ไม่ได้คิดต่อต้านเหมือนที่แสดงออกมา

“ไม่เป็นไร ค่อยๆ เรียนรู้กันไปเดี๋ยวก็ชินเอง” เขาลูบศีรษะขอเธอเบาๆ ก่อนจะจูบลงที่หน้าผากเนียนเบาๆ ครั้งนี้เสี่ยวถางไม่ได้หลบ นั่งนิ่งให้เขากดจูบมาบนหน้าผากเนียนเบาๆ เพื่อแสดงความรัก