LNCrawler

จำไม่ลืม

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

จำไม่ลืม

 

ทางด้านกงจวิ้นตอนนี้เงียบจนผิดปกติ จนกระทั่งซูถิงเดินเข้ามาในบ้าน เพราะวันนี้เธอต้องสละห้องนอนให้พี่เขยกับพี่สาวเข้าหอกัน

“จะอะไรกันนักกันหนา ก็แค่หมั้นไม่ให้ต้องออกหน้าออกตาขนาดนี้เลย" หญิงสาวบ่นพึมพำ กระทืบเท้าเดินเข้ามาในห้องส่วนตัวของคนรัก แล้วยิ่งมาเห็นอาการเหม่อลอยของกงจวิ้น จากที่อารมณ์เสียอยู่แล้วก็ยิ่งอารมณ์เสียเพิ่มขึ้นไปอีก

“เสียใจมากเหรอคะ”

“อะไรของเธอ” คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเข้าหากัน

“คงจะมีแค่คุณที่เสียใจที่ซูเสี่ยวถางหมั้น”

“พูดอะไรของเธอ ฉันจะไปเสียใจทำไม ไร้สาระ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเอือมๆ

“กงจวิ้น ฉันอยู่กับคุณอาจจะไม่นานเท่าเจี๋ย แต่ว่าฉันก็รู้จักคุณพอๆ กับที่รู้จักตัวเอง ทำไมฉันจะดูไม่ออกว่าคุณรู้สึกยังไง”

“งั้นเหรอ ถ้างั้นฉันต้องดูให้ออกด้วยหรือเปล่าว่าตอนนี้เธอกำลังเอนเอียงไปทางอื่น” คำพูดของเขาทำเอาหญิงสาวลอบกลืนน้ำลาย

“พูดเรื่องอะไร ไม่เห็นจะเข้าใจ” หญิงสาวเฉไฉหันหน้าไปทางอื่น

“หึ ฉันขอเตือนเอาไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่ใช้ผู้หญิงร่วมกับใคร จับได้คือหย่า ไม่มีโอกาสให้ใคร” พูดจบชายหนุ่มก็เดินออกจากห้อง ทิ้งให้ซูถิงยืนอ้าปากค้างอยู่คนเดียว

เขารู้ได้ยังไงว่าเธอกำลังมองผู้ชายคนอื่น หญิงสาวได้แต่เก็บคำถามนี้เอาไว้คนเดียวในใจ

 

เช้าวันถัดมาเป็นวันที่ซูเสี่ยวถางจะต้องเดินทางไปเยี่ยมบ้านของคู่หมั้น เมื่อคืนเธอกับโจวเฉวียนไม่ได้ทำอะไรกัน เขาแค่นอนกอดเธอแล้วก็ผล็อยหลับไป นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการและเขาก็เคารพการตัดสินใจของเธอ

“เดินทางปลอดภัยนะ” พ่อซูบอกเสียงสั่น ท่านเกือบลืมไปแล้วว่าลูกสาวแค่มาพักไม่ได้กลับมาอยู่ถาวร

“ค่ะ พ่อก็ดูแลตัวเองนะคะ ไม่ต้องส่งเงินให้ฉันแล้ว” จริงๆ เธอควรจะเป็นฝ่ายส่งเงินมาให้ผู้เป็นพ่อใช้ด้วยซ้ำ ติดที่แม่เลี้ยงเป็นคนดูแลเงินของบ้าน เธอจึงไม่สะดวกใจส่งมา

“เรื่องนั้นมันเป็นหน้าที่ของพ่ออยู่แล้ว ที่นั่นหนาวกว่าบ้านเราหลายเท่าตัว ไปถึงเซี่ยงไฮ้ก็แวะซื้อเสื้อดีๆ ใส่สักตัวเถอะ” ท่านยื่นซองเงินส่งให้ลูกสาว ซึ่งข้างในนั้นก็คือเงินสินสอดที่ทางโจวเฉวียนนำมาขอหมั้นลูกสาวของท่านนั่นเอง

พ่อซูพูดชัดเจนแล้วว่าเงินจำนวนนี้จะเอาออกมาใช้เลยไม่ได้ จนว่าเธอกับโจวเฉวียนจะจดทะเบียนสมรสกัน เพราะถ้าระหว่างนั้นเกิดเธอกับเขาไปกันไม่รอด ฝ่ายหญิงก็ต้องคืนสินสอดให้กับฝ่ายชายไป หากมีวันนั้นจริงๆ ก็ไม่อยากให้ลูกสาวต้องคิดมากเรื่องสินสอดที่ต้องคืน

“ส่วนพวกที่เป็นผ้าเก็บไว้ที่ตู้เก็บของส่วนตัวของแกก่อนแล้วกัน ไม่มีใครเข้าไปวุ่นวายได้หรอก” พ่อซูตกกระเป๋าเสื้อ ซึ่งมีลูกกุญแจอยู่ข้างในนั้น

“ขอบคุณค่ะ” เสี่ยถางยิ้มบางขอบคุณ

“ฝากด้วยนะ” ท่านตบไหล่ลูกเขยเบาๆ แล้วยืนโบกมือส่งลูกสาวขึ้นขบวนรถไฟ ปลายทางคือเซี่ยงไฮ้บ้านเกิดของลูกเขย

 

ทางด้านแม่เลี้ยงตอนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดี เนื่องจากหาสินสอดของลูกเลี้ยงไม่เจอ ท่านหมายตาผ้าไหมเอาไว้หายพับ ตั้งใจว่าจะตัดชุดใหม่ให้ตัวเองกับลูกสาวคนละชุด

เมื่อพ่อซูกลับมาถึงบ้าน ท่านก็รีบเดินเข้าไปหา ตั้งใจจะถามดี เพราะถึงยังไงก็ไม่ใช่ของลูกตัวเอง

“ขึ้นรถไฟกันแล้วเหรอคะ”

“อืม”

“น่าเสียดาย ไม่รู้ว่าเมื่อคืนไปเผลอกินอะไรแปลกๆ เข้าไป ไม่งั้นก็คงได้ไปส่งถางถางกับคนอื่นๆ น่าขายหน้าจริงๆ” ท่านเน้นย้ำเรื่องที่ตนเองท้องเสีย ทำให้ไม่สามารถไปส่งแขกกับสามีในเช้านี้ได้

พ่อซูปรายตามองครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นว่า “แล้วนี่เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”

“ค่ะดีขึ้นแล้ว รู้สึกผิดก็เลยว่าจะเอาผ้าไหมสินสอดของถางถางออกมาดู ตั้งใจว่าจะตัดชุดสวยๆ ส่งไปให้ลูกใส่ที่ฮาร์บินช่วงฤดูร้อนน่ะค่ะ”

พ่อซูได้ยินก็ถอนหายใจยาวออกมา “เรื่องสินสอด บอกไปแล้วว่ายังยุ่งไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือข้าวของก็ต้องเก็บเอาไว้ก่อน หมั้นเมื่อวานก็จะเอาสินสอดไปแล้วเหรอ”

“ฉันเอาไปที่ไหนละคะ ไม่ใช่ว่าฉันเพิ่งบอกไปเหรอว่าจะเอาไปตัดชุดส่งไปให้ถางถางที่ฮาร์บิน ช่วงนี้ฉันทำอะไรให้คุณกับถางถางไม่พอใจหรือเปล่าคะ”

“ทำไมต้องเอาถางถางเข้ามาเกี่ยว” พ่อซูถามหน้าตึง

“ไม่รู้สิคะ ถึงฉันกับถางถางจะไม่ค่อยลงรอยกัน แต่ก็ไม่ได้แย่ถึงขั้นนี้ กลับบ้านมาครั้งนี้ลูกสาวคนโตของเราเปลี่ยนไปมากนะคะ ตัวฉันเองไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง กลัวว่าจะทำให้เธอโกรธ” แม่เลี้ยงซูปั้นหน้าทำหน้าตาน่าสงสาร

เดิมทีท่านก็เป็นคนสวยอยู่แล้ว พอทำหน้าตาน่าสงสารก็ยิ่งน่าเอ็นดูเพิ่มขึ้นไปอีก แม้แต่พ่อซูที่เมื่อครูโกรธอยู่ก็ใจอ่อนยวบ คว้าตัวท่านเข้ามากอดเพื่อปลอบใจ

“อย่าคิดมากเลย ถางเอ๋อร์ถูกส่งตัวไปอยู่ไกลถึงชนบท สภาพแวดล้อมที่รายล้อมไปด้วยผู้คนไร้การศึกษา สมองไม่ค่อยได้ใช้งาน เป็นแต่ใช้แรง จะให้ลูกของเราสดใสร่างเริงเหมือนอยู่ที่บ้านได้ยังไง”

“ฟังคุณพูดแล้วหดหู่จังเลยนะคะ ช่วยลูกกลับมาเร็วๆ นะคะ ต้องเสียอะไรเท่าไหร่ยังไงฉันก็ยอม”

“เหล่าผอ” พ่อซูใจสั่นที่เห็นอีกฝ่ายเป็นห่วงลูกสาวของท่านขนาดนี้ สุดท้ายแล้วสองผัวเมียก็จูงมือกันเข้าไปในห้องเพื่อมอบความอบอุ่นให้แก่กัน อีกทั้งยังปลดล็อกเรื่องราวขุ่นเคืองที่ผ่านมาได้อีกด้วย

 

ทางด้านซูเสี่ยวถางตอนนี้ก็กำลังได้รับการดูแลเอาใจใส่จากทั้งคู่หมั้นแล้วก็แม่ของเขา แม่โจวดูแลเธอดีมาก ถามไถ่ตลอดทาง ทั้งยังถักผ้าพันคอไหมพรมให้เสร็จภายในเวลาแค่ไม่กี่วันอีกด้วย

“จริงๆ มันควรจะเสร็จตั้งแต่มาถึงซูโจวแล้ว แต่เพราะยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมของก็เลยมีเวลาทำแค่ตอนกลางคืนช่วงสั้นๆ แล้วก็ตอนที่เดินทาง”

“ขอบคุณค่ะคุณแม่ สวยมากเลยฉันชอบมากค่ะ” เสี่ยวถางยิ้มกว้างเมื่อเห็นผ้าพันคอไหมพรมสีชมพูหวานแหวว

“ใส่ให้น้องสิ” แม่โจวพยักหน้าบอกลูกชาย

“ครับ”

โจวเฉวียนก็เหมือนกันผู้ชายทั่วๆ ไป ติดจะแข็งกระด้างกว่าด้วยซ้ำ เพราะเขาต้องอยู่กับผู้ชายดิบเถื่อนมากกว่าอยู่ในทุ่งดอกไม้ เขาจึงแสดงความรักไม่เก่งเหมือนหนุ่มนักรักคนอื่นๆ ที่เอาใจสาวๆ ราวกับเข้าไปนั่งอยู่กลางใจของพวกเธอ

“ถางเอ๋อร์อย่าถือสาพี่เขาเลยนะ อาเฉวียนโตมาที่ค่ายทหารตั้งแต่เด็ก ซึมแต่ความแข็งแกร่งแต่ปราศจากความอ่อนโยน เห็นแบบนี้แต่เขาก็ใส่ใจคนรอบข้างนะ แต่แค่แสดงออกไม่เก่ง” แม่โจวออกตัวให้ลูกชาย

“เขาดูแลฉันดีมากค่ะ” เสี่ยวถางแก้ตัวแทนคนรัก เพราะมีแค่เธอที่รู้ว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาอ่อนโยนมากแค่ไหน

“มานั่งเถอะ อย่าไปรบกวนเวลาของลูกๆ เลย” พ่อโจวกวักมือเรียกภรรยาให้ไปนั่งข้างๆ อยากให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ได้มีเวลาอยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้สักหน่อย

กลับเฮยหลงเจียงครั้งนี้ โจวเฉวียนไม่ได้ไปส่ง เพราะเขาเพิ่งกลับมา จึงต้องเป็นกองอื่นรับหน้าที่นี้แทน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังให้ความหวังกับเธอว่า จะลองไปคุยกับผู้บังคับบัญชาดูว่าจะสามารถส่งเขาไปปฏิบัติหน้าที่นี้ได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้เขาก็จะดูว่าระหว่างพาเธอกลับมาที่เซี่ยงไฮ้กับเขาย้ายไปประจำการที่ฮาร์บิน อันไหนจะง่ายกว่ากัน

อากาศหนาว หิมะตกหนัก จึงใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ ถึงเซี่ยงไฮ้ก็เกือบเที่ยงแล้ว ทุกคนเลยลงความเห็นว่าแวะกินข้าวที่ร้านอาหารก่อนแล้วค่อยกลับเข้าบ้านจะได้ไม่ต้องรอนาน

“ลูกสะใภ้เคยมาที่เซี่ยงไฮ้บ้างหรือเปล่า” ระหว่างที่นั่งรออาหาร แม่โจวก็ชวนลูกสะใภ้คนโปรดคุย

“เคยมาครั้งแรกตอนที่นั่งรถไฟมาเปลี่ยนสายเพื่อเข้าเมืองหลวงค่ะ”

“งั้นเหรอ ได้ยินว่าครั้งนั้นพี่เขาก็เป็นคนไปส่ง คงรู้จักกันตั้งแต่ตอนนั้นสินะ” แม่โจวยิ้มกว้างกับรักแรกพบของลูกชายลูกสะใภ้

“ค่ะ ไม่เชิงว่ารู้จักเพราะตั้งแต่ซูโจวไปที่เฮยหลงเจียงฉันไม่รู้จักชื่อเขาเลย”

“แม่ไม่รู้อะไร ลูกสะใภ้ของแม่คนนี้หยิ่งมากนะครับ ขนาดผมจะบอกชื่อเธอยังบอกไม่อยากรู้จักเลย บอกว่าอีกหน่อยก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว ไม่ต้องรู้จักหรอก” เขาจำเหตุการณ์ที่เธอเมาวันนั้นได้ดี

“ฉันเคยพูดแบบนั้นด้วยเหรอคะ คุณใส่ร้ายฉันหรือเปล่า” เสี่ยวถางจำอะไรไม่ได้เลย รู้แค่ว่าวันนั้นเธอเมามาก ผิดกับโจวเฉวียนที่จำไม่ลืมว่าเธอพูดอะไรกับเขาบ้าง