LNCrawler

ช่วยดูแลต่อ

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ช่วยดูแลต่อ

 

บ่ายสามโมงเย็นก็มาถึงเขตสวีฮุ่ย สองข้างทางของถนนแม้จะมีแสดงแดดลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ แต่กลับเต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลน น่าแปลกที่ถึงจะมีหิมะข้างทาง ทว่าตรงถนนคอนกรีตกลับไม่มีหิมะให้เลยแม้แต่นิดเดียว ต่างจากความแออัดจอแจในซูโจวที่เสี่ยวถานคุ้นเคยราวกับอยู่กันคนละโลก

สองข้างทางเป็นกำแพงปูนสูงเหนือศีรษะ ซ่อนตัวอาคารทรงยุโรปสไตล์คลาสสิกเอาไว้ตรงหน้า เสี่ยวถานเดินเคียงข้างโจวเฉวียน โดยมีพ่อโจวและแม่โจวเดินนำอยู่ด้านหน้า ไม่นานพวกท่านก็หยุดอยู่ที่หน้าประตูเหล็กสีดำบานใหญ่

ข้างประตูมีป้อมยามเล็กๆ และพลทหารในชุดเครื่องแบบสีเขียว เหน็บปืนยาวยืนเฝ้าเวรยามอย่างเคร่งครัด ทหารยามทำความเคารพโจวเฉวียน ก่อนจะเปิดประตูให้พวกเขาเดินผ่านเข้าไป

“ถึงบ้านแล้วครับ” โจวเฉวียนบอกกับคนรัก ก่อนจะจูงมือเธอเข้าไปข้างใน

ตรงหน้าของเสี่ยวถานตอนนี้คือบ้านพักตากอากาศสองชั้นสไตล์ฝรั่งเศส ก่อด้วยอิฐสีแดงสลับปูนสีครีม ร่องรอยความเก่าแก่ของสถาปัตยกรรมยังคงครบถ้วน แต่เพราะถูกดูแลอย่างดีและเป็นระเบียบ สนามหญ้าเล็กๆ หน้าบ้านมีต้นไม้ใหญ่และม้านั่งเรียบง่ายตั้งอยู่

“ลูกสะใภ้ ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้ะ” แม่โจวพูดยิ้มๆ ก่อนจะเดินนำทั้งสองคนเข้าไปในบ้าน ซึ่งตอนนี้มีแม่บ้านออกมาต้อนรับอย่างรู้งาน

ทันทีที่หญิงสาวก้าวข้ามพรมเช็ดเท้าเข้ามาภายในบ้าน ตัวบ้านเปิดกว้าง เพดานสูงโปร่ง แสงธรรมชาติลอดผ่านหน้าตากระจกบานใหญ่ ภายในห้องรับแขกประดับตกแต่งเรียบหรู เครื่องใช้เป็นไม้เนื้อแข็งสีเข้มขัดเงา บนโต๊ะชาไม้แกะสลักมีกาน้ำชาสีขาวพร้อมชุดแก้วจัดวางไว้รออย่างเป็นระเบียบ

ด้านข้างเป็นตู้หนังสือไม้ขนาดใหญ่ที่แน่นขนัดไปด้วยหนังสือประวัติศาสตร์ ปรัชญา ตำราทหาร และวรรณกรรมแปลภาษาต่างประเทศ มุมนี้เสี่ยวถางเดาว่าน่าจะเป็นมุมโปรดของแม่โจว

กลิ่นอายภายในบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นใบชาหลงจิ่งหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นไม้เก่าและกระดาษหนังสือ โจวเฉวียนพยุงคนรักให้นั่งลงที่โซฟาไม้เนื้อแข็ง รองด้วยเบาะนุ่ม

“ลูกสะใภ้ คนนี้คือแม่บ้านหยาง คอยดูแลความเรียยบร้อยภายในบ้านของเรา” แม่โจวพูดขึ้น

“สวัสดีค่ะคุณนายน้อย ถ้ามีอะไรก็สามารถเรียกใช้ฉันได้ตลอดเลยนะคะ” แม่บ้านหยางก้มหน้าทักทายอย่างนอบน้อม

“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” กลับเป็นเสี่ยวถางเองที่นอบน้อมกับท่านยิ่งกว่า ท่าทางไม่ถือตัวของเธอนั้นทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกเอ็นดูไม่น้อย เพราะถึงแม้ว่าแม่บ้านหยางจะเป็นคนงานของบ้านโจว แต่ท่านยังเป็นพี่เลี้ยงของโจวเฉวียนอีกด้วย ฉะนั้นในใจของเขาแล้วย่อมมีท่านอยู่หลายส่วน

“ฉันจะให้คนเอากระเป๋าไปเก็บให้ค่ะ” แม่บ้านหยางพูดขึ้นหลังจากที่ชงชาให้เจ้านายเสร็จแล้ว

“ใบนี้ของนายหญิงเล็ก แค่เอาไปวางไว้ที่ห้องไม่ต้องทำอะไร” โจวเฉวียนยื่นกระเป๋าส่งให้กับหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ หน้าตาของเธอจิ้มลิ้มน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย ดูๆ ไปแล้วก็น่าจะอายุไล่เลี่ยกับเธอ

“จือจือมาก็ดีแล้ว มาทำความรู้จักกับคุณนายน้อยเสียสิ” แม่โจวพูดขึ้น “ลูกสะใภ้ คนนี้คือหยางจื่อ เป็นหลานสาวของแม่บ้านหยาง พวกเราเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก เหมือนเป็นน้องสาวของอาเฉวียนคนหนึ่ง”

“พี่สะใภ้” หยางจื่อพูดขึ้น

“เหลวไหล เรียกเจ้านายแบบนั้นได้ยังไงกัน เรียกคุณนายน้อยสิ” แม่บ้านหยางดุหลานสาว

ซูเสี่ยวถางนั่งนิ่งไม่ได้พูดอะไร เธออยากดูท่าทีของโจวเฉวียนมากกว่าว่าเขาจะทำยังไงเมื่อมีคนมาตีสนิทผู้หญิงของเขาแบบไม่ไว้หน้า เพราะถึงหยางจื่อคนนี้จะสนิทกับเขามากแค่ไหน แต่หล่อนก็เป็นเพียงคนงานในบ้านโจวคนหนึ่ง

“ต่อไประวังคำพูดด้วย” โจวเฉวียนพูดเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะมองหน้าอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ

“ขอโทษค่ะคุณนายน้อย” หยางจื่อพูดเสียงสั่น

“เอาล่ะๆ ขอโทษแล้วก็แล้วกันไป ยังไม่มีใครว่าอะไรสักหน่อยจะมาบีบน้ำตาทำไม รีบเอากระเป๋าของคุณนายน้อยไปเก็บ อย่าลืมที่บอกว่าให้เอาไปวางไว้เฉยๆ” แม่โจวพูดตัดบท

หลังจากดื่มชาให้ร่างกายอบอุ่น แม่โจวก็พาลูกสะใภ้เดินเที่ยวชมบ้านด้วยตัวเอง บ้านหลังนี้เป็นบ้างสองชั้น ขนาด 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ โดยห้องนอนส่วนตัวของพ่อแม่โจวกับโจวเฉวียนจะมีห้องน้ำในตัว ส่วนอีก 2 ห้องสำหรับไว้รับแขก จะมีห้องน้ำชั้นบน แล้วก็ชั้นล่างเป็นห้องน้ำสำหรับแขกที่มาเยี่ยมบ้านแบบไม่ค้าง

ตัวบ้านก็แยกเป็นห้องโถงรับแขก ห้องครัวต่างหาก แล้วก็ยังมีห้องเก็บของขนาดใหญ่อยู่หลังบ้าน น่าแปลกที่ไม่มีห้องแม่บ้าน

“แม่บ้านหยางไม่ได้พักที่นี่เหรอคะ"

แม่โจวยิ้ม ก่อนจะตอบคำถาม “เปล่าหรอกจ้ะ ถึงจะบอกว่าเป็นแม่บ้าน แต่หล่อนก็เป็นภรรยาของทหารด้วยกันในกองทัพนี่แหละ แค่เป็นสวัสดิการที่ทางกองทัพจัดให้กับทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณไปแล้วก็เท่านั้น เพียงแต่แม่บ้านหยางพิเศษหน่อย เพราะเป็นพี่เลี้ยงให้โจวเฉวียน จะมาช่วยดูแลความเรียบร้อยของบ้านสัปดาห์ละ 2 วัน”

“แบบนี้นี่เอง” เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหยางจื่อถึงเรียกเธอว่าพี่สะใภ้ เพราะความจริงแล้วพวกเขาก็มีฐานะทัดเทียมกันคือเป็นครอบครัวทหาร เพียงแต่พ่อโจวอาจจะมียศสูงกว่า

“เดินทางมาเหนื่อยๆ ไม่รบกวนลูกสองคนแล้ว แม่ก็จะไปพักผ่อนแล้วเหมือนกัน ช่วงเย็นยังจะต้องต้อนรับแขกอีกหลายคน” แม่โจวเตือนลูกสะใภ้ให้เตรียมตัวรับมือ

“ค่ะ” เสี่ยวถางเข้าใจความหมายในทันที จากนั้นก็ให้โจวเฉวียนพาขึ้นไปดูห้องของพวกเธอที่จะนอนในคืนนี้

ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาก็เห็นห้องนอนสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ข้าวของถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สมกับที่เขาเกิดมาในครอบครัวทหาร

“เห็นห้องคุณแล้วฉันรู้สึกอายห้องตัวเองขึ้นมาทันทีเลยค่ะ” หญิงสาวพูดยิ้มๆ ก่อนจะเดินดูรูปขาวดำที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ

“หึ ผมกลับชอบห้องของคุณมากกว่ามันดูมีชีวิตชีวา มากกว่าห้องที่ไม่มีคนอยู่อย่างห้องนี้” เขาตอบก่อนจะจูงมือของเธอไปนั่งพักบนเตียง

“พอจะอยู่ได้หรือเปล่า”

คำถามของเขาลึกซึ้งกว่านั้นเสี่ยวถางรู้ เขาไม่ได้ถามแค่วันนี้พรุ่งนี้ แต่ถามเผื่อในอนาคต เพราะถ้าเธอกลับมาจากค่ายชนบท ยังไงก็ต้องมาอยู่บ้านสามี

“ทำไมถึงถามแบบนั้นละคะ บ้านหลังใหญ่แถมมีสนามหญ้า พื้นที่กว้างขวางใหญ่โตขนาดนี้ใครบ้างจะไม่ชอบ”

“คุณไง ผมรู้ว่าคุณชอบอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาบงการ” เขาแค่กลัวว่าเธออาจจะอึดอัดถ้าอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบอย่างบ้านของเขา

“โจวเฉวียน ในเมื่อฉันเลือกแล้วว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับคุณ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ถ้าฉันยังรับไม่ได้ ต่อไปจะเป็นผู้หญิงที่คู่ควรกับคุณได้ยังไง”

“ผมต่างหากที่อาจจะไม่คู่ควรกับคุณ” สำหรับเขาแล้วผู้หญิงแบบซูเสี่ยวถางถ้าใครได้รู้จักก็มีแต่จะอยากได้มาเป็นแม่ของลูกด้วยกันทั้งนั้น

“ชมเกินไปแล้วค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง แต่ปฏิเสธไมไ่ด้ว่ารู้สึกดีที่เขาชมแบบนั้น เพราะมันหมายความว่าเขากำลังให้เกียรติเธออยู่ แม้ไม่ว่าจะมองด้านไหนเธอก็ด้อยกว่าเขาทุกด้าน

“จริงสิ เกือบลืมไปเลย”

พูดจบชายหนุ่มก็เดินไปที่ตู้เก็บของ ก่อนจะวุ่นวายกับมันครู่หนึ่ง แล้วก็หยิบกล่องใบใหญ่ออกมา ข้างในนั้นมีทั้งเงินสด เครื่องประดับแล้วก็สมุดบัญชี

“ทั้งหมดนี้เป็นของที่ผมหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง หลังจากนี้คงต้องรบกวนให้ภรรยาช่วยดูแลต่อ”

เสี่ยวถางส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันดูแลของมีค่ามากขนาดนี้ไม่ได้หรอกค่ะ อย่าลืมว่าพรุ่งนี้ฉันต้องกลับค่ายแล้ว ขืนหอบกล่องนี้ไปด้วยมีหวังโดนปล้นแน่”

“ถ้างั้นก็เก็บไว้ที่นี่ก่อน รอเจ้าของตัวจริงถูกเรียกตัวกลับมาค่อยดูแลมันต่อ แบบนี้ดีหรือเปล่า”

“ค่ะ”

เสี่ยวถางยิ้มกว้าง มองยอดเงินในเล่มสมุดบัญชีแล้วก็ใจสั่น เขาเงินเดือนเท่าไหร่ถึงมีเงินเก็บเยอะขนาดนี้ ไม่รู้ว่าชาติที่สองนี้จะสามารถหาเงินได้เท่าเขาหรือเปล่า

 

 

นี่ขนาดเพิ่งหมั้นยังมอบให้หมดตัว ถ้าได้กัน เอ้ย…ได้แต่งงานกันจะขนาดไหนละพี๊ อิอิ