LNCrawler

อำนาจที่ปลายนิ้ว

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

อำนาจที่ปลายนิ้ว

 

15 กุมภาพันธ์ 1976

วันนี้จะเป็นวันที่เมิ่งหลิวถูกส่งตัวให้กับทางการ เลขาธิการหนุ่มมารับด้วยตัวเอง สาวๆ น้อยใหญ่ที่ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้าน ถือโอกาสนี้ออกมาดูคนหล่อประจำอำเภอ

“เจี๋ย เร็วเข้าเมิ่งหลิวจะถูกส่งตัวไปรับโทษที่อำเภอแล้ว” ลู่เจินเจินรีบวิ่งมาบอก

ซูเสี่ยวถางกำลังกินมันหวานเผาอย่างเอร็ดอร่อย ตอบพร้อมทั้งยื่นมันหวานส่งให้กับเพื่อนสาว “ไม่เอาอ่ะ”

“ไปดูหน่อยเถอะ ได้ยินว่าถูกขังในห้องนั้นจนเกิดภาพหลอน หัวหน้าคอมมูนถึงกับถูกสอบสวนว่าลงโทษเกินกว่าเหตุไปหรือเปล่า”

“แล้วยังไงต่อ" เสี่ยวถางไม่เคยตามข่าวของเมิ่งหลิว เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหล่อนบ้าง

“หัวหน้าคอมมูนบอกว่าผู้หมวดโจวเป็นคนจัดการทุกอย่าง เขาแค่ทำตามคำสั่ง เลขาธิการก็เลยไม่ได้พูดอะไร”

เสี่ยวถางชะงักมือที่กำลังป้อนมันหวานเข้าปาก เปลี่ยนเป็นวางลงจานตามเดิม “ไปกันเถอะ”

“ไปไหน" ลู่เจินเจินยัดมันหวานเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

“ก็ไปดูเมิ่งหลิวไง” หญิงสาวตอบ ก่อนจะเดินนำอีกฝ่ายไป เธอต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าสภาพของเธอในตอนนั้นกับเมิ่งหลิว ใครน่าสมเพชมากกว่ากัน

 

เมื่อไปถึงก็เห็นเมิ่งหลิวกำลังอาละวาด สภาพของอีกฝ่ายดูแทบไม่ได้ หญิงสาวที่หน้าสดใสในวันนั้นไม่มีอีกแล้ว เสี่ยวถางเห็นแล้วถึงกับถอยหลังหนึ่งก้าว ทว่ากลับชนเข้ากับแผงอกกว้างของคนข้างหลังเต็มๆ

“มาดูผลงานคู่หมั้นของเธอเหรอ” เสียงทุ้มกระซิบถามข้างหู น้ำเสียงของเขาราบเรียบ กลับแฝงไปด้วยพลัง ทำเอาคนฟังถึงกับขนลุกเกรียว

“คุณ” เสี่ยวถางผงะ เบี่ยงตัวหลบข้างๆ จ้องเจ้าของใบหน้าหล่ออย่างไม่ค่อยพอใจ

เขาเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ แต่กลับมีผิวขาวซีด ใบหน้าเรียบเนียนราวกับไม่เคยออกแดด มีไฝเม็ดเล็กๆ อยู่ใต้ตาชวนมอง หากใครใจไม่แข็งเผลอสบตาเข้ากับดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นเป็นได้แข้งขาอ่อนระทวย คำเปรียบเทียบนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด

“สวัสดีครับคุณนายโจว ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าโจวเฉซียนจะมีอำนาจปกป้องคนรักของตัวเองมากขนาดนั้น สงสารก็แต่เด็กสาวคนนั้นตอนนี้กลายเป็นคนสติไม่ดีไปแล้ว คราวนี้จะให้ฉันเอาผิดกับใครดีล่ะ คนไปหรือคนอยู่” มุมปากของเขายกยิ้มเมื่อพูดจบ

“เกี่ยวอะไรกับฉันละคะ คนของคุณดูแลไม่ดีเองหรือเปล่า อีกอย่างโจวเฉวียนก็กลับไปตั้งนานแล้ว เขาจะมีอำนาจอะไรมารังแกผู้หญิงที่ไม่มีแม้กระทั่งแรงจะเชือดไก่” เสี่ยวถางแก้ต่างให้คู่หมั้น

คนอื่นอาจจะหลงใหลกับใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียนของผู้ชายตรงหน้าของเธอตอนนี้ แต่ไม่ใช่กับซูเสี่ยวถางอย่างแน่นอน เดิมทีก็ไม่ได้ชอบคนหล่อ เพราะฉะนั้นเธอจึงกล้าต่อปากต่อคำกับเขา

“น่าสนใจดีนี่ เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวรอให้ฉันตรวจสอบเสร็จก่อนเดี๋ยวก็รู้ แต่ถ้าเป็นฉันตีงูทั้งทีก็ต้องตีให้ตาย เพราะถ้าไม่ตายมันก็จะมาแว้งกัดแบบนี้แหละ หึ” พูดจบเขาก็เดินหน้านิ่งจากไป ทิ้งให้เสี่ยวถางรู้สึกหวั่นใจ

เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่าโจวเฉวียนจะแก้แค้นแทนเธอ แต่ก็ลืมคิดไปถึงเหตุการณ์ของตงซินที่ให้เขาเอางูไปปล่อย อาจจะเป็นเพราะตงซินโตมากับที่นี่ มีงูชนิดไหนบ้างที่เธอไม่รู้จัก ตอนถูกส่งตัวไปทุ่งหญ้าหล่อนจึงมีสภาพร่างกายปกติ

ต่างจากเมิ่งหลิวที่โตมาในเมือง สภาพจิตใจไม่ต่างจากเธอตอนที่ถูกขังสักเท่าไหร่นัก เสี่ยวถางมองไปยังหญิงสาวสภาพมอมแมม โหวกเหวกโวยวายร้องเรียกหาเธอราวกับลูกน้อยร้องหาแม่แล้วก็สะเทือนใจ

“ทำไมเมิ่งหลิวถึงเรียกหาแต่ซูเสี่ยวถางล่ะ”

“ก็นั่นนะสิ ตกลงว่าสองคนนี้มันยังไงกันแน่”

ขณะที่คนอื่นๆ กำลังซุบซิบนินทากันอยู่นั้น หางตาของเสี่ยวถางเหลือไปเห็นเหอซิ่วที่ตอนนี้กำลังยืนมองมาทางเธออยู่ แต่พอหันไปมองอีกฝ่ายกลับหลบสายตา ไปยืนหลบด้านหลังของแม่หลินที่ตอนนี้กำลังมุงดูเหมือนกันคนอื่นๆ

เมิ่งหลิวถูกเจ้าหน้าที่พาตัวขึ้นรถ เสี่ยวถางรีบวิ่งตามไปอย่างไม่รู้ตัว เธอเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของผู้อำนาจที่สุดในเมืองนี้

“หืม” เลขาธิการหนุ่มหันมามอง เขาเลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม

“เมิ่งหลิว จะถูกพาตัวไปที่ไหนคะ”

“คุก” เขาตอบเร็วแบบไม่ต้องคิด

เสี่ยวถางอ้าปากค้าง เธอควรดีใจที่คนผิดตัวจริงถูกลงโทษ แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้น มีก้อนจุกใหญ่กำลังอุดที่คอจนพูดไม่ออก “ฉันคิดว่าเธอน่าจะถูกพาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลก่อน อย่างน้อยๆ ก็ให้หมอประเมินอาการดูก่อนว่าถ้าหากถูกส่งตัวไปขังไว้ในคุกแล้วสภาพจิตใจจะไม่ย่ำแย่กว่าเดิม”

“วางใจเถอะ คุกของฉันดีกว่าคุกที่คู่หมั้นของเธอจัดเตรียมให้เป็นไหนๆ จริงสิ ว่างๆ ฉันคงต้องรบกวนให้คุณนายโจวช่วยพาเข้าไปสำรวจข้างในนั้น ว่ามันมีอะไรกันแน่ถึงทำให้คนเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้”

เสี่ยวถางฟังแล้วก็ขนลุกซู่ แน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมให้เขาทำแบบนั้น “ท่านเลขาธิการล้อเล่นแล้ว ในคุกนั้นไม่มีอะไรน่าสนใจนอกจากพื้นดินเย็นๆ หรอกค่ะ”

“งั้นเหรอ ถ้ามีแค่นั้นแล้วทำไมเมิงหลิวถึงกลายเป็นแบบนั้นไปได้ วางใจเถอะคุณได้ตอบคำถามผมแน่ แต่ว่าตอนนี้ขอผมจัดการเรื่องตรงหน้าก่อน”

“พาหล่อนไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ อย่างน้อยๆ ล้างแผลให้ก่อนก็ยังดี” เสี่ยวถางมองไปยังแผลขนาดใหญ่บริเวณขาของเมิ่งหลิว

“เธอก็ไปด้วยกันสิ ฉันไม่ชอบไปโรงพยาบาล ไม่ชอบรออะไรนานๆ เพราะงั้นถ้าอยากให้รักษาก็ไปด้วยกัน ถ้าไม่..ฉันก็จะส่งเข้าคุกเลย” เขายื่นข้อเสนอ

เสี่ยวถางหันไปมองหัวหน้าคอมมูน คนที่โจวเฉวียนไว้ใจฝากเธอไว้กับเขา ถึงขั้นบอกความสัมพันระหว่างเธอกับเขาให้อีกฝ่ายฟัง เห็นเขาส่ายหน้าน้อยเป็นเชิงให้เธอปฏิเสธ

“ไม่ละค่ะ ฉันก็แค่พูดในฐานะเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายแล้วก็ยังต้องแล้วแต่ดุลพินิจของท่านเลขาธิการอยู่ดี”

ขาเรียวถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ทำงานต่อ เลขาธิการหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็หรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างใช้ความคิด ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ตามใจ ไปที่คุกทางการ” พูดจบชายหนุ่มก็ก้าวขายาวเดินไปขึ้นรถประจำตำแหน่ง ปิดประตูเสียงดังแล้วสั่งลูกน้องขับรถออกไปในทันที

ทุกคนต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาที่อายุเท่านี้ถึงได้เป็นเลขาธิการ อีกทั้งยังไม่เคยแต่งงานมาก่อน ทั้งที่อายุจะเข้าเลขสามในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

“ซูเสี่ยวถาง ผมนึกว่าคุณจะถูกพาตัวไปพร้อมเมิ่งหลิวเสียแล้ว” หัวหน้าคอมมูนรีบเดินมาข้าง แล้วพูดความในใจของตัวเองออกมา

“ไม่หรอกค่ะ เขาไม่มีหลักฐานว่าเป็นฝีมือของใคร อีกอย่างคำพูดของคนสติไม่ดียังนับเป็นหลักฐานอะไรได้ เพียงแต่ตอนนี้คุณพอจะบอกฉันได้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมหล่อนถึงกลายไปเป็นแบบนั้นไปได้”

หัวหน้าคอมมูนถอนหายใจ ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ว่าโจวเฉวียนสั่งเอาไว้ ว่าเธอเคยเจออะไรในห้องขังใต้ดิน คนอื่นๆ ก็ต้องเจอมากกว่าเธอสองเท่า

ขณะที่ไปพาตัวเมิ่งหลิวขึ้นมาจากห้องใต้ดิน ก็เจองูตัวใหญ่อยู่ในนั้นถึงสามตัว โชคดีที่เป็นงูไม่มีพิษ แต่ใครเห็นแบบนั้นก็คงสติแตก

“ลำบากหัวหน้าแล้ว” เสี่ยวถางฟังแล้วก็รู้สึกผิด แม้ว่าตัวเธอจะไม่ได้ทำอะไรก็ตาม

“ไม่ลำบากๆ ที่พวกเราได้เลื่อนตำแหน่งก็เพราะผู้หมวดโจว อีกอย่างเขาก็ฝากฝังคุณไว้กับผม ยังไงผมก็ต้องดูแลคุณอย่างสุดความสามารถ แต่ผมอยากจะเตือนคุณสักหน่อย เลขาธิการคนนี้อำนาจล้นฟ้า ได้ยินว่าเขาสืบทอดตำแหน่งมาจากพ่อที่ตอนนี้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เบื้องหลังเป็นยังไงไม่มีใครรู้ รู้แค่ว่าเขามีอำนาจสั่งเป็นสั่งตายคนในเมืองนี้ได้โดยที่ไม่มีใครกล้าเอาผิด”

“ขอบคุณที่เตือนค่ะ” ถึงหัวหน้าคอมมูนไม่บอก เธอก็ตั้งใจอยู่ให้ห่างจากเขาอยู่แล้ว อีกทั้งคิดว่าหลังจากนี้คงไม่ได้เจอกันอีก จะไปเบ่งที่ไหนก็ช่างเถอะ แต่ต้องไม่ใช่กับเธออย่างแน่นอน