LNCrawler

หยั่งรากลึก

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

หยั่งรากลึก

 

ลู่เจินเจินตั้งสติได้ก็โวยวาย เนื่องจากม้วนเงินก้อนนั้นไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอน “เจี๋ย ไม่ใช่นะ ฉันไม่รู้เรื่องว่าเงินนี้มาจากไหน”

เสี่ยวถางยืนนิ่ง จ้องหน้าหลิวเจี้ยนกั๋วอย่างใช้ความคิด เธอไม่รู้ว่าเจ้าก้อนเงินเจ้าปัญหานี้มาได้ยังไง และไม่เชื่อว่าเจินเจินเป็นคนขโมย ตลอดระยะเวลาที่พวกเธออยู่ที่นี่ ไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย

“หึ ฉันเคยได้ยินคนพูดกันว่าเลขาธิการหลิวเป็นคนมากความสามารถ อายุไม่ถึงสามสิบก็เข้ารับตำแหน่งสืบทอดแทนเลขาธิการคนเก่า วันนี้ฉันเพิ่งได้มารู้ว่าที่คนพูดกันนั้นผิด” เสี่ยวถางเชิดหน้า มองอีกฝ่ายด้วยสายตาท้าทาย

“อ้อ ฉันนึกว่าเธอจะคิดแบบเดียวกับพวกเขาเสียอีก ไม่ทราบว่าที่บอกว่าผิด ผิดตรงไหนงั้นเหรอ” ชายหนุ่มหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความสนใจ

“ก็ตรงที่บอกว่ามากความสามารถยังไงละคะ คนมีความสามารถที่ไหนจะปรักปรำทั้งทีแต่กลับตกม้าตายเอาเสียง่ายๆ จริงไหมละคะ”

“หมายความว่ายังไง” เขาถามหน้านิ่ง

“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะกล่าวข้อหาขโมยเสื้อผ้ายังดีเสียกว่าเอาเงินมายัดใส่กระเป๋ากันแบบนี้ หลิวเจี้ยนกั๋ว คุณเอาพวกฉันมาขังไว้ นอกจากข้าวกับเสื้อผ้าก็ไม่เคยให้อะไร อีกทั้งยังพามาอยู่เรือนข้างหลังไกลขนาดนี้ แม้แต่ทางออกพวกฉันยังไม่รู้ แล้วจะไปขโมยเงินคุณได้ยังไง”

“หึ สมแล้วกับที่เป็นคู่หมั้นโจวเฉวียน แต่แล้วยังไงล่ะ ในเมื่อฉันบอกว่าขโมยก็ต้องขโมย ทุกคนในที่นี้เป็นพยานให้ฉันได้ แล้วเธอล่ะ มีพยานหรือเปล่า”

“ฉัน”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ตามมาด้วยร่างของนายทหารมาดเข้ม ข้างกายเขามีลูกน้องตามมาด้วยสามคน แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งขรึมชวนขนลุก

เสี่ยวถางถอนหายใจด้วยความโล่งอก หันไปสบตากับคนรัก เขาแค่พยักหน้าให้เธอเบาๆ แต่พอหันไปมองข้างหลังก็เห็นเหอซิ่วกับหลินเจิ้งเดินตามมาด้วย เหอซิ่วเอามือทาบอกเมื่อเห็นหน้าซูเสี่ยวถาง

“โจวเฉวียน ดูเหมือนว่าที่กองบัญชาการจะว่างงาน ถึงได้ปล่อยทหารข้ามเขตมาครั้งแล้วครั้งเล่า" หลิวเจี้ยนกั๋วพูดเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

“งานน่ะมี แต่บังเอิญว่าวันหยุดเหลือก็เลยมารับคู่หมั้นกลับบ้าน”

“หมายความว่ายังไง” เลขาธิการหนุ่มถามเสียงเข้ม

แม้แต่ซูเสี่ยวถางเองก็ยังมองคู่หมั้นด้วยสายตางุนงง เขาไม่ปล่อยให้คนอื่นๆ สงสัยนาน ยื่นจดหมายฉบับหนึ่งส่งให้กับหลิวเจี้ยนกั๋ว เขาเห็นแล้วก็หางตากระตุก

“กล้าดีนี่ ซูเสี่ยวถางอาศัยความดีความชอบอะไรถึงได้เข้าทำงานเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้ เรียนมหาวิทยาลัยก็ยังไม่จบด้วยซ้ำ”

“ก็ไม่ได้ยื่นวุฒิมหาวิทยาลัยนี่ครับ” โจวเฉวียนบอกใบ้ให้อีกฝ่ายอ่านใหม่

“สืบทอดตำแหน่งงั้นเหรอ” ชายหนุ่มพูดเสียงเบา “ไม่จริง”

“ก็เหมือนกับท่านเลขาธิการยังไงละครับ ทั้งที่อายุยังน้อยแต่ก็สามารถเข้ารับตำแหน่งสูงสุดของพรรคได้ไม่ใช่เหรอ หลิวเจิี้ยนกั๋ว ฉันจะบอกอะไรนายให้อย่าง ต่อให้นี่นายจะมีอำนาจสั่งเป็นสั่งตายคนอื่นได้ แต่ซูเสี่ยวถางไม่ใช่คนเฮยหลงเจียง นายไม่มีสิทธิ์กักขังเธอได้ ที่สำคัญ ผู้หญิงของฉันใครก็ห้ามยุ่ง เว้นเสียแต่ว่าฉันจะตาย"

เขาเดินไปดึงคอเสื้อหลิวเจี้ยนกั๋วอย่างเอาเรื่อง ลูกน้องตั้งท่าจะเข้าไปช่วย แต่ก็ถูกลูกน้องของโจวเฉวียนเล็งปืนเข้าหาเสียก่อน

ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่กล้า แต่ไม่ใช่กับโจวเฉวียน จริงอยู่ว่าเขาเข้ากองทัพเพราะพ่อ แต่ตำแหน่งที่ได้มาล้วนแต่เป็นเพราะความสามารถของเขาทั้งสิ้น

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอพาภรรยากลับก่อน ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่ผ่านมา เอาไว้จะฝากกระเช้าของขวัญมาให้”

พูดจบก็เดินมาประคองคนรักแล้วเดินผ่านหน้าหลิวเจี้ยนกั๋วไป คนอื่นๆ ก็ทยอยเดินตามเขาไปด้วย มีเพียงลูกน้องของโจวเฉวียนที่ยืนคุมเชิงแล้วเดินไปเป็นกลุ่มสุดท้าย

“นายครับ” ผู้ช่วยกู่ทำท่าจะพูด

“ใครปล่อยให้มันเข้ามา มันมาเหยียบแผ่นดินเฮยหลงเจียงทำไมไม่มีใครรายงาน” พูดจบก็ฟาดฝ่ามือลงที่หน้าของลูกน้องทีละคน ถึงจับสะบัดมือเพราะออกแรงเยอะเกินไป

“ไม่มีรายงานเรื่องนี้จริงๆ ครับ ว่ากันว่าเขามาปฏิบัติภารกิจลับของค่ายทหาร ทุกอย่างเป็นความลับไม่รายงานตรงกับทางการ”

“ไม่ได้เรื่อง เลี้ยงเสียข้าวสุก ถ้าซูเสี่ยวถางออกไปจากเฮยหลงเจียงได้ ก็ไม่ต้องเก็บพวกสุนัขรับใช้ไว้ให้เสียข้าวสุก” ผู้หญิงที่เขาอยากได้ยังไงก็ต้องได้

 

ทางด้านซูเสี่ยวถางตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนรถของทหาร โจวเฉวียนนั่งข้างคนขับ ตลอดสองข้างทางที่กลับหมู่บ้านบนเขาเงียบกริบ ไม่มีบทสนทนาใดๆ จนกระทั่งกลับมาถึง

“แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ” โจวเฉวียนบอกลูกน้อง ก่อนจะเปิดประตูให้คนรักลงมาจากรถ

“เจี๋ย ฉันขอตัวกลับบ้านพักก่อนนะ” เจินเจินเห็นท่าทางน่ากลัวของโจวเฉซีนแล้วก็ไม่กล้าอยู่ต่อ

“ไปเถอะ” เสี่ยวถางพยักหน้ารับ รู้ว่าอีกฝ่ายกลัวอะไร เพราะแม้แต่เธอเองก็ยังรู้สึกหวั่นใจ

โจวเฉวียนช่วยประคองคนรักลงมาจากรถ แย่งถุงผ้าของเธอไปถือแล้วก็เดินนำไปยังบ้านพักสวัสดิการที่เขาเคยขอเอาไว้ให้

เมื่อเปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง เสี่ยวถางก็ถูกดึงตัวเข้าไป ตามมาด้วยเสียงปิดประตูเสียงดัง เขาจู่โจมเธอเร็วและไม่ทันตั้งตัว มือข้างหนึ่งเกี่ยวเอวบางเข้ามาแนบลำตัว มืออีกข้างจับท้ายทอยของเธอเอาไว้ ก่อนจะก้มหน้าเข้ามาประกบริมฝีปาก ขบปากล้างของเธอแรงๆ หนึ่งทีแล้วสอดลิ้นร้อนเข้ามา ดูดดึงตามแรงอารมณ์

เสี่ยวถางไม่ห้าม ปล่อยให้เขาระบายอารมณ์จนพอใจ หยาดน้ำใสเริ่มคลอหน่วยเพราะเจ็บ และเหมือนว่าเขาจะเริ่มรู้ตัวถึงเริ่มผ่อนแรงจูบและถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง

“ผมแทบคลั่งตอนที่หลินเจิ้งติดต่อไปบอกว่าคุณถูกหลิวเจี้ยนกั๋วพาตัวไป” เขาเอาหน้าผากชนกับหน้าผาก ลมหายใจอุ่นหอบถี่ กำลังควบคุมอารมณ์ร้อนของตัวเองอยู่

“ฉันไม่สบาย” เสียงหวานแผ่วเบา

“ผมรู้ ผมหงุดหงิดที่ดูแลคุณไม่ได้ โชคดีที่พ่อตาตัดสินใจลาออกและยกตำแหน่งของท่านให้คุณ ไม่งั้นผมอยากจะคิดเลย” เขาดึงร่างบางเข้าไปกอดแน่น ราวกับต้องการกอดให้มั่นใจว่าเธออยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้หายไปไหน

“พ่อฉัน…เขายอมเหรอคะ”

“อืม ท่านเป็นคนติดต่อผมไปเองบอกว่าคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว พอพวกเราสองคนหมั้นกัน ท่านก็ทำเรื่องขอลาออก”

“ฉันไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลยค่ะ” เธอซบหน้าลงหน้าอกอุ่น

“อืม ท่านบอกว่าไม่อยากบอกคุณก่อน กลัวว่าคุณจะไม่ยอมกลับ ท่านฝากมาบอกว่า ที่ผ่านมาหลับหูหลับตาให้คุณถูกเอาเปรียบมาเยอะแล้ว วันนี้เลยอยากจะทำอะไรเพื่อคุณบ้าง”

“อื้อ” เสี่ยวถางพยักหน้า รู้สึกแสบหน้าแสบจมูกไปหมด คิดไม่ถึงว่าพ่อจะทำอะไรเพื่อเธอมากขนาดนี้

“พูดเรื่องคุณดีกว่า ไอ้โรคจิตนั่นไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหม”

“ไม่ค่ะ เขาพาฉันไปรักษาที่โรงพยาบาลทั้งยังขู่หมอบอกว่าห้ามไม่ให้มือทิ้งรอยแผลเป็น ออกจากโรงพยาบาลก็เอาเรื่องล้างแผลมาอ้าง ฉันกลัวว่ามือจะเป็นแผลเป็นแล้วที่บ้านคุณจะไม่ชอบก็เลยยอม ฉันไม่น่าหลงกลหมอนั่นเลย”

“อืม เขาเก่งเรื่องพูดจาหว่านล้อมคน คนอย่างหลิวเจี้ยนกั๋วอันตราย ไม่ควรเข้าใกล้” เขาลูบหลังคนรักเพื่อปลอบใจ

“ที่บอกว่าเขาเป็นโรคจิต ตกลงว่าเป็นจริงหรือเปล่าคะ”

“ตอนแรกก็แค่สงสัย แต่พอไปคุยกับเขาเรื่องจะขอย้ายคุณกลับเซี่ยงไฮ้ถึงจับพิรุธได้ เลยให้สหายที่อยู่ที่นี่สืบถึงได้รู้ว่าเขาเป็นลูกนอกสมรส แม่ของเขาเป็นชาวบ้านบนเขาถูกหลอกไปขาย เลขาธิการหลิวคนก่อนช่วยเอาไว้ แต่เพราะหน้าตาสวยเลยรับเลี้ยง ไม่นานก็ถูกจับได้ ไม่มีใครรู้ว่าแม่ของเขาไปไหน รู้แค่เขาถูกพาตัวมาในสภาพร่อแร่ พ่อเขาทุ่มเงินไปเยอะเพื่อรักษาจนมีชีวิตรอดกลับมา”

“แล้วที่บอกว่าเลขธิการคนก่อนป่วยติดเตียงละคะ”

“เรื่องจริง แต่ไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ถ้าจะสืบจริงๆ ก็คงได้ แต่ถางถางตระกูลหลิวหยั่งรากลึกที่เฮยหลงเจียง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะงัดข้อกับพวกเขา” เขาพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ

“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันก็ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเหมือนกัน” หญิงสาวพยักหน้าอย่างว่าง่าย ผ่านความเป็นความตายมาถึงสามครั้งใหญ่ๆ ด้วยกัน มีโอกาสรอดกลับมาเกิดใหม่แล้วครั้งหนึ่ง ก็อยากใช้ชีวิตไปนานๆ