LNCrawler

หลี่ชิ่วชิง

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

หลี่ชิ่วชิง

 

เมื่อมาถึงเมืองหลวงจำนวนคนก็เพิ่มมากขึ้น เสียงของผู้หมวดหน้านิ่งตะโกนก้องเพื่อเรียกกลุ่มคนที่มาจากเซี่ยงไฮ้ให้มาเข้าแถวตรงหน้าเขา มีอยู่จังหวะหนึ่งที่เสี่ยวถางรู้สึกว่าเขากำลังมองหาเธอ พอสบตากับเธอแล้วเขาก็หันไปมองทางอื่น

“เจี๋ย พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันไหมอ่ะ" หลิวหลิวถามเป็นรอบที่สาม

“ไม่รู้ หยุดพูดก่อน” เสี่ยวถางหยิกแขนของอีกฝ่ายเบาๆ เพราะกำลังถูกผู้หมวดหน้านิ่งมองมาด้วยสายตาดุๆ

หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่มาแนะนำตัว พร้อมกับเช็กรายชื่ออีกครั้ง โชคดีที่ครั้งนี้เธอและหลิวหลิวมีรายชื่อเดินทางไปยังฮาร์บินด้วยกัน ถ้าหากเธอสังเกตรอบข้างก็จะเห็นว่ามุมปากของผู้หมวดหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย

วันถัดมาเสี่ยวถางกับคนอื่นๆ ก็เดินทางต่อไปยังฮาร์บินโดยรถไฟไอน้ำตามเดิม ทว่าระยะทางนั้นไกลกว่าเดิม ต้องจอดพักตามสถานที่ต่างๆ ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้

“ผู้หมวดหน้านิ่งคนนั้นก็มากับเราด้วยแฮะ” หลิวหลิวกระซิบบอก

“อืม” เสี่ยวถางรีบผลักคนพูดมากให้ไปยังที่นั่งของตัวเอง

แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องชะงัก เพราะเบาะนั่งตรงข้ามของเธอนั้นคือเพื่อนร่วมห้องคนเดียวกับชาติที่แล้ว หลี่ชิ่วชิง ชื่อนี้หญิงสาวจำไม่ลืม

“สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อ หลี่ชิ่วชิง ยินดีที่ได้รู้จักนะ” หญิงสาวพูดจาอ่อนหวานท่าทางเป็นมิตร

“สวัสดีค่ะเจียเจีย ฉันชื่อเมิ่งหลิว ส่วนต้าเจี๋ยคนนี้ชื่อซูเสี่ยวถาง เป็นนักศึกษาด้วยนะคะ” หลิวหลิวแนะนำตัวพร้อมทั้งแนะนำต้าเจี๋ยของเธอให้รู้จักอย่างภาคภูมิใจ

“งั้นเหรอ สวัสดีค่ะถางเจี๋ย” หลี่ชิ่วชิงทำหน้าเจื่อนเมื่อรู้ว่ามีคนที่เรียนสูงกว่าตนเอง

โดยทั่วไปแล้วหายากมากที่ผู้หญิงจะเรียนต่อถึงระดับมหาวิทยาลัย อย่างเธอที่เรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ถือว่ามีหน้ามีตาในหมู่บ้านแล้ว บางคนถึงขั้นสามารถสอบเป็นครูอัตราจ้างตามโรงเรียนประจำตำบลได้ด้วยซ้ำ

ซูเสี่ยวถางนั่งหลับตานิ่งๆ ไม่พูดอะไร ท่าทางหยิ่งยโสของเธอทำเอาหลี่ชิ่วชิงไม่ชอบหน้าเพิ่มขึ้นไปอีก แต่ในเมื่อรับบทหญิงสาวผู้อ่อนหวานแล้ว จึงจำเป็นต้องทำต่อไป แม้ว่าในใจจะรู้สึกไม่ชอบหน้าอีกฝ่ายก็ตาม

ระหว่างทางเสี่ยวถางสังเกตว่าหลิวหลิวมักจะตัวบิดงออยู่ตลอด เห็นท่าไม่ดีเธอเลยเขย่าตัวหญิงสาวให้ตื่น

“หลิวเอ๋อร์ เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เจี๋ย ฉันปวดท้อง” หญิงสาวลืมตาขึ้นมาตอบ ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ

“ปวดแบบไหน ปวดท้องเข้าห้องน้ำหรือว่า…” เรื่องนี้ผู้หญิงด้วยกันรู้ดี

“อือ ฉันไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ทำยังไงดีตอนนี้มันเริ่มเลอะกางเกงของฉันแล้ว” หลิวหลิวทำหน้าร้อนใจ

“โว้ยรำคาญ คุยอยู่ได้คนจะนอน” เสียงของเบาะด้านหลังโวยวายขึ้นมา

“เกิดอะไรขึ้น” ผู้หมวดหนุ่มรีบเดินเข้ามาถาม

“ผู้หมวดคะ น้องสาวของฉันปวดท้อง คะ คือว่า” เสี่ยวถางกระดากปากที่จะพูด แต่จำเป็นต้องพาอีกฝ่ายไปเข้าห้องน้ำ

“ไปเถอะ ผมจะพาไป” ทว่าเขากลับไม่ถามสักคำว่าปวดท้องอะไร ทำเพียงเดินนำทั้งสองไปห้องน้ำเงียบๆ

เสี่ยวถางหยิบกระเป๋าของตัวเองมาด้วย รื้ออยู่ครู่หนึ่งก็หยิบห่อสีน้ำตาลออกมายื่นให้กับหลิวหลิวแล้วก็ส่งเธอเข้าห้องน้ำไป ระหว่างที่ยืนรออยู่นั้นก็เธอมองเขาอยู่เป็นระยะ กัดริมฝีปากล่างอย่างใช้ความคิด

“มีอะไรก็พูดมาทีเดียว”

“คือจะเป็นการรบกวนมากไปไหมถ้าฉันจะขอยืม” เธอชี้ไปยังกระเป๋าใส่น้ำร้อนของเขา

“น้ำไม่ร้อนแล้ว ไปรอนั่งรอที่เดิมก่อนแล้วกันเดี๋ยวผมเอาไปให้”

“ขอบคุณมากนะคะ” เสี่ยวถางยกมือขึ้นมาถูอกันไปมา ทำราวกับกำลังไหว้เจ้าอยู่

นายทหารหนุ่มเบือนหน้าหนีไม่พูดอะไรต่อ รอไม่นานหลิวหลิวก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเปลี่ยนชุดใหม่ ในมือของเธอยังมีชุดเปียกที่เพิ่งซักเพราะเลอะประจำเดือน

จากนั้นทั้งสองก็ถูกพามาส่งยังที่นั่งเดิม หลี่ชิ่วชิงรีบเข้ามาช่วยพยุงหลิวหลิว พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“หลิวหลิวเธอเป็นยังไงบ้าง รู้หรือเปล่าว่าฉันตกใจแทบแย่ตอนที่รู้ว่าเธอปวดท้องประจำเดือน” เสียงของหลี่ชิ่วชิงตะโกนแข่งกับเสียงรถไฟ ทำให้คนที่นั่งเบาะใกล้ๆ ได้ยินกันหมดแล้วก็หัวเราะคิกคักราวกับเป็นเรื่องตลก

“มะ ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” หลิวหลิวหน้าเจื่อน รีบกลับไปนั่งที่ของตัวเอง

“ไม่พูดก็ไม่มีใครคิดว่าเป็นใบ้หรอกมั้ง” เสียวถางเดินชนไหล่ของอีกฝ่ายแล้วนั่งลงข้างหลิวหลิว ก่อนจะช่วยนวดท้องให้เธอเบาๆ

“เจี๋ย” หลิวหลิวเสียงสั่น รู้สึกวางใจที่มีเสี่ยวถางอยู่ข้างๆ

ไม่นานถุงใส่น้ำร้อนก็ถูกส่งมาตรงหน้าของเสี่ยวถาง หญิงสาวเงยหน้ามองพร้อมกับก้มหน้าขอบคุณ เขาพยักหน้ารับแล้วก็เดินจากไป ท่ามกลางสายตาอิจฉาของหลี่ชิ่วชิง

หลิวหลิวมีถุงใส่น้ำร้อนมาประคบ อาการปวดท้องก็ดีขึ้น กอปรกับได้กินยาแก้ปวดที่เสี่ยวถางเอาให้ นอนพักไปตื่นหนึ่งก็ดีขึ้นมา กลับมาพูดจาสดใสร่างเริงตามเดิม ผิดกับเสี่ยวถางที่อยู่ดูแลอีกฝ่ายทั้งคืน ทำให้เช้าวันถัดมาเธอนอนหลับตลอดทาง

หลังจากนั้นผู้หมวดหนุ่มก็จะคอยมาถามไถ่สาวๆ ที่โบกี้รถไฟนี้อยู่บ่อยๆ ว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า จากที่หวาดกลัวสาวๆ คนอื่นๆ ก็เริ่มตกหลุมรักนายทหารหน้านิ่งคนนี้

“จะว่าไปแล้วผู้หมวดหน้านิ่งคนนั้นก็หล่อดีเหมือนกันนะคะ เสียดายที่มีหน้าเดียว ไม่รู้ว่าเขายิ้มเป็นหรือเปล่า” หลิวหลิวกระซิบกระซาบนินทาระยะเผาขน

เสี่ยวถางทำหน้าตกใจ มองไปทางเขาเห็นหัวคิ้วของเขาขมวดนิดๆ เลยแกล้งหลับ แม้ว่าเธอจะเอ็นดูหลิวหลิวเป็นพิเศษ แต่เธอก็ไม่อยากติดหางเลขไปกับอีกฝ่ายด้วย เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออยู่ดูความพินาศของสองคนนั้น

 

ใช้เวลาเดินทาง 5 วันก็มาถึงฮาร์บิน เมื่อลงมาถึงลมหนาวก็ตีเข้าหน้า อากาศช่วงเช้าอยู่ที่ประมาณ 16-17 องศา จำเป็นต้องใส่เสื้อคลุมกันลมข้างนอก

“ไอหยา…แค่ก้าวเท้ามาถึงลมหนาวก็มาทักทายแล้ว”

“นั่นสิ ฉันจะมีชีวิตรอดกลับไปแต่งงานไหมนะ”

“อย่าพูดเป็นลางแบบนั้นสิ พวกเราต้องรอดกลับไปแน่นอน”

เสียงคนพูดคุยกัน เริ่มหวาดกลัวเมื่อมาถึงสถานที่จริง ผู้คนเมืองเหนือรูปร่างสูงใหญ่ อกผายไหล่ผึ่งกันทุกคน ต่างจากพวกเขาที่มีรูปร่างผอมบาง แม้แต่ผู้ชายก็ยังอ้อนแอ้นถ้าเอามาเทียบกับผู้ชายที่นี่

“คนหรือยักษ์ ทำไมตัวใหญ่กันขนาดนี้” หลิวหลิวถามเสียงเบา เมื่อเห็นคณะกรรมการหมู่บ้านแล้วก็ฝ่ายคอมมูนมาแนะนำตัว

จากนั้นก็มีการแยกกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ น่าเสียดายที่ครั้งนี้เสี่ยวถางกับหลินหลิวอยู่คนละกลุ่ม นั่นหมายความว่าทั้งสองคนจะถูกส่งตัวไปคนละที่ ไม่แปลกใจว่าทำไมชาติที่แล้วเธอถึงไม่เคยเห็นหลิวหลิว

“เจี๋ย” สาวน้องเบะปาก รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถูกพรากจากคนในครอบครัวอีกครั้ง

แม้แต่เสี่ยวถางเองก็ยังอดใจหายไม่ได้ แต่ในเมื่อรายชื่อถูกกำหนดมาแบบนี้เธอเองก็ทำอะไรไม่ได้

ในขณะที่เธอกำลังมองเมิ่งหลิวด้วยสายตาอาวรณ์ ผู้หมวดหนุ่มก็เดินไปคุยกับเจ้าหน้าที่คอมมูน เขามีสีหน้าลำบากใจ แต่แล้วก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่คอมมูนอีกกลุ่ม ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันถึงได้แลกเปลี่ยนเอกสารต่างๆ วุ่นวายพักใหญ่เมิ่งหลิวก็ถูกพลทหารนายหนึ่งพาตัวมาเข้าแถวด้านหลังเสี่ยวถาง นั่นเป็นเพราะในนี้เธอตัวสูงกว่าทุกคน

“เจี๋ย” หลิวหลิวดีใจจนร้องไห้ออกมา

เสี่ยวถางเอื้อมมือไปข้างหลังเพื่อจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนจะหันไปทางผู้หมวดหนุ่มแล้วพูดแบบไม่ออกเสียงว่า “ขอบคุณ”

ทว่าเขากลับทำราวกับว่าไม่ได้ทำอะไร ยังคงยืนนิ่งฟังหัวหน้าคอมมูนอธิบายถึงหน้าที่ของทุกคนที่ต้องทำ จากนั้นทุกคนก็ถูกพาตัวไปยังรถบรรทุกเพื่อพาไปยังค่ายพักพิงที่จัดเตรียมไว้